อาเธอร์และเดวิดนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตรงข้ามไอเซน เสียงไม้ลั่นเบาๆ ดังขึ้นเมื่อน้ำหนักตัวลงไป อาเธอร์มองท่าทีของไอเซน ใจเย็นแต่แฝงแรงกดดันบางอย่างซ่อนอยู่ในสายตา ส่วนเดวิดกวาดตามองกองเอกสารที่วางเป็ระเบียบสองกองบนโต๊ะ ฝุ่นจางๆ ลอยขึ้นจากกระดาษเก่า
ห้องทำงานแห่งนี้มีแสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่าง สร้างเงาทอดยาวบนพื้นหิน อาเธอร์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย ขณะจับจ้องไอเซน ท่าทีของชายวัยกลางคนตรงหน้าดูสงบนิ่ง แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ไม่สามารถอธิบายได้ ดวงตาคมกริบเหมือนพยายามอ่านพวกเขาผ่านทุกกิริยาท่าทาง
ไอเซนเปิดปาก “จะรับอะไรดื่มหน่อยไหม? เรามีชาจากทวีปตะวันออกด้วย” น้ำเสียงของเขานิ่งแต่ไม่ไร้ความเป็มิตร
“ไม่ล่ะ อยากรีบทำให้มันจบๆ ไปมากกว่า” อาเธอร์ปฏิเสธแบบขอไปที
ไอเซนประสานมือ วางข้อศอกบนโต๊ะ “งั้นก็ดี เราเริ่มจากอะไรง่ายๆ ก่อน อย่างชื่อเป็ไง?”
อาเธอร์ผงกศีรษะขึ้นเล็กน้อย “อาเธอร์” เขาชี้ตัวเอง “เดวิด” แล้วชี้ไปที่เดวิดที่นั่งนิ่ง
“แค่นั้นรึ?” ไอเซนทำเสียงเข้ม ดวงตาจับจ้อง
อาเธอร์สบตาไอเซนครู่หนึ่ง ก่อนเลิกคิ้วเล็กน้อย และยิ้มมุมปาก “ก็ได้ ถ้านายอยากได้อะไรมากกว่านี้…”
เขากระแอมเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมา “นาวาตรีอาเธอร์ วิลเลียม แอนเดอร์สัน หัวหน้าหน่วยรบพิเศษที่ 13 สังกัดกองกำลังปฏิบัติการพิเศษ กองทัพอวกาศแห่งสหพันธรัฐ จบจากโรงเรียนเตรียมทหารสถานีอวกาศเวย์พอยท์ มีปริญญาสองใบ วิศวกรรมศาสตร์อาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหาร จากวิทยาลัยทหารสถานีอวกาศคูเปอร์ กับรัฐศาสตร์การเมืองการปกครองระบบดวงดาว จากมหาวิทยาลัยนิวฮาร์วาร์ด”
“ก็…เรียนไว้ เผื่อได้ขึ้นเป็นายพลน่ะ” อาเธอร์ยักไหล่ หัวเราะในลำคอ
“ได้เหรียญกล้าหาญซิลเวอร์สตาร์สองครั้ง และเหรียญเกียรติยศ (Medal of Honor) หนึ่งครั้ง ได้รับจากประธานาธิบดีสหพันธรัฐเองเลยด้วย” อาเธอร์หลับตา ยิ้มพยักหน้าอย่างภาคภูมิ “มันทำให้ตอนนั้นฉันเนื้อหอมน่าดูเลยล่ะ”
“สถานะปัจจุบัน ‘โสด’ แต่เดิมกะว่าถ้าขึ้นเป็นาวาเอก แล้วได้ประจำการอยู่ฐานทัพสักที่ ไม่ต้องไปแนวหน้าอีก คงได้มีเวลาหาแฟนสักคน ไม่ก็เลี้ยงหมาสักตัว…” น้ำเสียงเขาจางลง เศร้าปนเสียดาย “แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็แบบนั้นแล้วสินะ”
อาเธอร์หันไปมองเดวิด เดวิดเห็นแววตานั้นก็เข้าใจทันที เดวิดพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนหันไปหาไอเซนแล้วพูดขึ้น
“หุ่นยนต์รุ่นโมเดล D-17 พัฒนาพิเศษให้ทำงานร่วมกับชิปศูนย์รวมประสาทชนิดใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยี ‘โครงข่ายประสาทเชิงแสง’ รวมกับปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง จึงได้หุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ โค้ดเนม ‘เดวิด’ สร้างโดยหน่วยวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ สังกัดกองทัพอวกาศแห่งสหพันธรัฐ เคยประจำการหน่วยปฏิบัติการข่าวกรอง ก่อนย้ายไปหน่วยวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นสูงหาก้าข้อมูลเพิ่มเติม เกรงว่าจะต้องได้รับอนุมัติจากเ้าหน้าที่ระดับ ‘อัลฟ่า-สามเอ’ ขึ้นไป”
“ห๊ะ! นายเคยอยู่หน่วยข่าวกรองด้วยเหรอ? ฉันไม่เห็นรู้เลย” อาเธอร์ตาโต หันขวับไปหาเดวิด
“มันเป็เื่เมื่อนานมาแล้ว” เดวิดตอบเรียบ ดวงตานิ่ง
ไอเซนขมวดคิ้วั้แ่ต้น รอยย่นบนหน้าผากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เขาฟังชายสองคนนี้พูด เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียวว่าพวกนี้กำลังพูดเื่อะไร ‘สหพันธรัฐ? โรงเรียนเตรียมทหาร? สถานีอวกาศ? โครงข่ายประสาทเชิงแสง? พูดมั่วรึเปล่า?’ เขาคิด แต่ใบหน้ายังนิ่ง
ขณะที่อาเธอร์กำลังจะถามเดวิดต่อ ไอเซนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะตัดบท “เอาล่ะ ตามที่ได้รับรายงานมา พวกเ้ามาพร้อมกับท่านราเมซ ใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว” อาเธอร์พยักหน้า หันกลับมามองไอเซน
“พวกเ้าบอกว่ามาจากที่ไหนนะ…สหพันธรัฐ จากนั้นก็หลงทาง จนมาพบกับท่านราเมซสินะ” ไอเซนถาม น้ำเสียงเรียบแต่ตาสังเกต
“ถูกต้อง” อาเธอร์พยักหน้า
“บอกตามตรง เื่ของพวกเ้ามีจุดน่าสงสัยเต็มไปหมด” เสียงเขาแข็งขึ้น
ไอเซนชี้เอกสารบนโต๊ะ “นี่คือเอกสารคนเข้าเมือง่นี้ เยอะเกินไป หวังว่าพวกเ้าจะเข้าใจสถานการณ์ของข้า” เขาถอนหายใจ
“ตอนนี้าใกล้ปะทุ เราต้องแยกให้ออกว่าใครมิตร ใครศัตรู” ไอเซนจ้องทั้งสอง
“ไม่ถูกต้อง” เดวิดพูดขึ้น
“อะไรไม่ถูกต้อง?” ไอเซนเลิกคิ้ว
“คุณบอกว่าเอกสารบนโต๊ะเป็เื่คนเข้าเมือง แต่จริงๆ แค่แผ่นบนๆ เท่านั้น ที่เหลือเป็เวรยาม เสบียง และเื่อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ยกเว้นในมือคุณตอนเรามาถึง นั่นเป็ข้อมูลของเรา และคุณยังแอบมองเราจากกำแพงตอนที่ตรวจค้นคาราวานอยู่อีกด้วย” เดวิดอธิบาย สายตานิ่ง
“ผมคิดว่าคุณไม่ใช่แค่หัวหน้าทหารตรวจประตูแน่” เดวิดปิดท้าย
ไอเซนถอนหายใจ “ดูออกง่ายขนาดนั้นเลยรึ?”
“แค่ความรู้สึก” อาเธอร์พูดบ้าง “เ้าเหมือนคนที่ข้ารู้จักในหน่วยข่าวกรอง ไม่สิ เหมือนสารวัตรทหารมากกว่า พวกที่คอยทำอะไรลับล่อๆ ให้พวกเบื้องบน”
ไอเซนยิ้มบางๆ “งั้นเริ่มใหม่ ข้าไอเซน ถูกส่งจากเบื้องบนเพื่อสอบสวนพวกเ้า จากรายงานของท่านโอเวนเกี่ยวกับพวกเ้ากับท่านราเมซ”
“รายงานมาถึงเร็วขนาดนั้นเลย? แต่เปิดอกคุยกันก็ดี” อาเธอร์ยิ้ม
“เหตุใดพวกเ้าช่วยท่านราเมซ และเป็ศัตรูกับคาร์ทุซ?” ไอเซนถามตรงเข้าประเด็น
“ถ้าเลือกระหว่างเมืองพ่อค้าที่มั่งคั่ง กับเมืองนักรบป่าเถื่อนที่ปล้นเผาหมู่บ้าน ข้าก็เลือกอย่างแรกอยู่แล้ว” อาเธอร์ตอบใจเย็น
“ส่วนราเมซ เขาก็น่าคบหาเป็สหาย อีกทั้งเป็คนใหญ่คนโต ยิ่งควรเป็มิตรเข้าไปอีก” อาเธอร์เล่าต่อ
“มีอะไรอีกรึเปล่า?” อาเธอร์เอียงคอ
“ไม่มีแล้ว ถ้ารายงานของท่านโอเวนเป็จริง การมีพวกเ้าอยู่ข้างทารอนก็นับว่าดี” ไอเซนตอบ
“แต่…การที่พวกเ้าอยู่ข้างท่านราเมซ ข้างตระกูลอัลดาริส อาจสร้างปัญหาภายหลังได้” เขากล่าวต่อ
“ปัญหางั้นหรอ?” อาเธอร์ถามขึ้น
“ยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้ทารอนมีแค่ปัญหาใหญ่เดียวที่ต้องสนใจคือคาร์ทุซ” ไอเซนเปลี่ยนเื่
“พวกเ้าไปได้แล้ว” เขาลุกขึ้น โบกมือ
อาเธอร์และเดวิดเดินไปที่ประตู ไอเซนพูดตามหลัง “เราต้องได้พบกันอีกแน่”
อาเธอร์หันกลับมายิ้มให้ไอเซนแล้วก็เดินออกนอกประตูไป
ลูกน้องของราเมซ ‘วาอิน’ ยืนรอหน้าประตูด้วยความอดทน เห็นทั้งสองออกมา เขารีบเข้าไปหา “ท่านอาเธอร์ ท่านเดวิด มีปัญหาอะไรหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่มีแล้ว เราไปกันได้ ว่าแต่ไปไหนก่อนดี?” อาเธอร์ถาม
“ท่านราเมซให้เงิน 100 เหรียญทองมา บอกให้ข้าพาท่านเยี่ยมชมเมืองก่อน” วาอินยื่นถุงหนังให้
อาเธอร์รับถุง เปิดดูเหรียญทองที่สลักตราทารอน “เยี่ยมเลย งั้นไปสำรวจเมืองกัน ว่าแต่ต้องเรียกเ้าว่าอะไรนะ?”
“วาอินขอรับ” วาอินตอบ
“นำทางไปได้เลย วาอิน” อาเธอร์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ขอรับ” วาอินนำทางอาเธอร์และเดวิด เดินเข้าไปในตัวเมือง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ไอเซนมองจากหน้าต่าง เห็นทั้งสามเดินหายเข้าไปในฝูงชน เขาครุ่นคิด ถอนหายใจ ส่ายหัว แล้วหันไปบอกทหาร “ข้าจะกลับสภา”