“เฮ้ย เธอสติแตกไปแล้วเหรอ!” เมื่อเยี่ยเทียนได้สติ เขาก็พบว่าตัวเองได้ขึ้นรถไปกับซูเฉียวแล้ว เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆทั้งที่ตั้งใจมาลงโทษเธอ แต่ทำไมถึงถูกเธอควบคุมแบบนี้ได้ก็ไม่รู้
ซูเฉียวพยายามอย่างมากที่จะสะกดกลั้นอาการอยากมองค้อนของตัวเองและไม่ส่งสายตาที่สื่อว่านายมันงี่เง่าใส่เขา “ถ้าไม่อยากให้ฉันขายรถมอเตอร์ไซค์ของนายก็พาฉันไปซะดีๆ!”
เยี่ยเทียนโกรธจนหน้าดำหน้าแดงแต่ก็พูดปฏิเสธออกมาไม่ได้ เพราะเขาดูออกว่าเธอเป็คนพูดจริงทำจริง ไม่แน่ ถ้าเธอเกิดใจไม้ไส้ระกำขึ้นมาเธออาจจะขายกล่องดวงใจของเขาจริงๆ ก็ได้
แต่สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยมากที่สุดก็คือเธอเป็ลูกสาวนอกสมรสที่ไร้ประโยชน์ของตระกูลซูจริงหรือเปล่า
ซูเฉียวนั่งข้างคนขับและกำลังพักสายตาสายตาที่กำลังประเมินกันอย่างละเอียดของเยี่ยเทียนนั้นไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเธอเลยแม้แต่น้อย
“นี่ ฉันถามว่าผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอจะไปทำอะไรที่คาสิโนใต้ดิน”ในที่สุดเยี่ยเทียนก็ทนต่อความอยากรู้ไม่ไหว จึงโพล่งถามคำถามในใจออกไป
ซูเฉียวหลับตาและขยับริมฝีปากนุ่มสีชมพูเป็ธรรมชาติเปล่งเสียงออกมา“ไม่มีเงิน”
“ตระกูลซูไม่ให้เงินเธอใช้เหรอ”เยี่ยเทียนถามส่งๆ ตระกูลซูเป็หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองนี้ คงไม่งกขนาดนั้นหรอก
ซูเฉียวค่อยๆ นึกแล้วพูดว่า“น่าจะให้นะ แต่ไม่ถึงมือฉัน”
“ไม่จริงน่า...” เยี่ยเทียนอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาสงสารไปให้เธอ“เธอก็เลยตีฉันเพราะเกลียดคนรวยอย่างนั้นเหรอ”
ซูเฉียวหัวเราะให้กับคำพูดของเขาลูกคนรวยคนนี้แปลกเสียจริง
“เธอขำอะไร”
“ขำที่นายไม่พกสมองมาด้วย”
เยี่ยเทียน “...”
ยังจะคุยเล่นสนุกอีก!
เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าไม่พอใจของเขาซูเฉียวที่ไม่ค่อยจะมีความเมตตาก็อธิบายเล็กน้อยว่า“ฉันตีนายจนสลบเพราะนายเกือบจะชนฉันไง!”
“เธอก็สบายดีไม่ใช่เหรอ...”เยี่ยเทียนเบ้ปาก พูดเสียงเล็กเสียงน้อยปกป้องตัวเอง
ซูเฉียวจ้องมองเขา “นายควรจะดีใจนะ!ถ้าเป็เมื่อก่อน นายคงตายไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว!”
เยี่ยเทียนเงียบลงอีกครั้ง
ผู้หญิงคนนี้ช่างโเี้เหลือเกินอะไรนิดอะไรหน่อยก็จับตีจับฆ่า อำมหิตกว่าลูกเ้าพ่ออันดับหนึ่งในเมืองนี้อย่างเขาเสียอีก!
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เยี่ยเทียนจอดรถลงที่หน้าบาร์บนถนนเส้นหนึ่ง
ซูเฉียวมองสภาพแวดล้อมรอบตัวก็รู้ว่าเขาไม่ได้พาเธอมาผิดที่จึงลงรถไปกับเขา
“อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะวันนี้ฉันแค่พาเธอมาเปิดประสบการณ์ อย่าไปก่อเื่อะไรล่ะ ไม่อย่างนั้น แม้แต่ฉันเองก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้เหมือนกัน!” เยี่ยเทียนเป็ถึงลูกชายตระกูลเยี่ย แต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรเอาตัวไปยุ่งเกี่ยวกับสังคมด้านมืด
ซูเฉียวคิดแต่จะมาหาเงินเท่านั้นไม่ได้จะมาก่อเื่อะไร จึงไม่ได้ใส่ใจกับคำเตือนนั้นแล้วเดินตามหลังเขาเข้าไป
หลังจากเดินวนข้างในหลายรอบแล้วซูเฉียวก็ยื่นมือออกไปหาเยี่ยเทียน “ขอยืมเงินหน่อย”
“เธอจะทำอะไร”แม้ว่าเยี่ยเทียนจะลังเล แต่ก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาโดยไม่รู้ตัว
ซูเฉียวคว้ากระเป๋าสตางค์ที่อยู่ในมือเขาทันทีเธอหยิบเงินฟ่อนหนาในนั้นออกมา จากนั้นก็ยัดเงินใส่ในมือของพนักงาน “ช่วยแลกชิปให้ฉันหน่อย”
พนักงานพิจารณาธนบัตรที่อยู่ในมือเงยหน้ามองเธอด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะหมุนตัวจากไป ไม่นาน เขาก็ยื่นชิปจำนวนเล็กน้อยให้ซูเฉียวอย่างลวกๆ
ซูเฉียวจงใจทำเป็มองไม่เห็นสายตาดูถูกดูแคลนนั้นเธอหยิบชิปทั้งหมดแล้วเดินไปทั่วคาสิโน
เยี่ยเทียนคิดว่าเธอคงมาเล่นสนุกเล็กน้อยไปเรื่อยเปื่อยก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาเดินไปหาที่นั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์เพื่อหาอะไรดื่ม แต่หลังจากนั่งลงกลับนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติไป
เขาทำอะไรอยู่เนี่ย!
ทำไมเขาต้องเชื่อฟังซูเฉียวแล้วพาเธอมาที่แบบนี้ด้วย!
ขณะที่กำลังจะไปหาตัวซูเฉียวเพื่อคิดบัญชีสายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นเ้าของคาสิโนกำลังเดินลงมา โดยปกติแล้วจะต้องมีเื่เกิดขึ้นในห้องโถงถึงจะเรียกหัวหน้าของที่นี่ให้ลงมาได้
เยี่ยเทียนสังหรณ์ใจไม่ดีบางอย่างยัยซูเฉียวนั่นคงไม่ได้ไปก่อเื่อะไรหรอกนะ! เขาจึงเริ่มมองหาร่างของซูเฉียวในกลุ่มคนทันทีตอนที่สายตาพบกับซูเฉียวนั้น เธอก็ถูกล้อมรอบไปด้วยผู้คนเสียแล้ว บางครั้งก็มีเสียงทอดถอนใจอย่างอิจฉาไม่ก็ตื่นเต้นเซ็งแซ่ไปทั่ว
“โอ้โห โดนเธอกินอีกแล้ว เธอโชคดีเป็บ้า!”
“ชนะทุกตาเลยผิดปกติเกินไปแล้ว! ต้องมีพรายกระซิบแน่!”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราพนันกับเธอดีไหม”
เฮียเปียวเดินเข้ามาด้วยใบหน้าอันเรียบเฉยผู้จัดการจึงรีบปรี่เข้ามารายงานสถานการณ์ทันที
เฮียเปียวกวาดสายตามองเด็กสาวที่ถูกล้อมรอบอยู่ข้างโต๊ะพนันพลันความอาฆาตก็ปรากฏขึ้นในสายตา กล้ามาแส่หาเื่ในถิ่นของเขาก็ต้องชดใช้อย่างสาสม!
ผ่านไปแค่สิบนาทีก็ได้ชิปเพิ่มขึ้นเป็สิบเท่าถ้าปล่อยให้เธอชนะต่อไปล่ะก็ คงไม่ต้องเปิดคาสิโนนี้กันแล้ว!
ส่วนใหญ่ที่นี่จะมีแต่แขกประจำเมื่อเห็นเฮียเปียวปรากฏตัวทุกคนต่างก็หลีกทางให้แต่โดยดี
“คุณหนูดวงดีไม่เบา อยากพนันตัวต่อตัวกับฉันสักตาไหม”เฮียเปียวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามซูเฉียวพลางพูดด้วยรอยยิ้ม
เขามีใบหน้าที่ดุร้ายโเี้โดยเฉพาะแผลเป็บนใบหน้าฝั่งขวาที่ลากยาวั้แ่หางตาไปจนถึงกกหู มันยิ่งทำให้หน้าตาเขาดูดุร้ายมากขึ้นจนคนไม่กล้าที่จะจ้องมองเขาตรงๆ
หากคนทั่วไปเห็นเขาก็คงจะกลัวจนตัวสั่นไปนานแล้วแต่ซูเฉียวยังคงมีท่าทีเฉยเมยเช่นเดิม สีหน้าท่าทางไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด
เธอมองชิปในมือแล้วพยักหน้าในที่สุดแทนที่จะสะสมทีละเล็กทีละน้อย สู้พนันกับเขาไปเลยจะดีกว่า “พนันอะไรล่ะ”
“ไพ่ เป็ไง” เฮียเปียวเห็นเธอติดกับจึงอดยกยิ้มมุมปากไม่ได้ ในบรรดาการพนันทั้งหมด ไพ่เป็สิ่งที่เขาถนัดที่สุด เป็แค่มือใหม่พึ่งแต่โชคเอาชนะเขาไม่ได้แน่นอน
“โอเค” ซูเฉียวตอบรับคำอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเยี่ยเทียนได้ยินที่เธอพูดเขาก็เกือบจะพ่นเหล้าในปากออกมา เธอไม่รู้เหรอว่าเฮียเปียวเป็เ้าถิ่นของที่นี่ ถ้าเขาแสดงฝีมือออกมาเธอไม่มีทางจบสวยแน่! บางทีเงินที่เธอยืมเขาไป เขาอาจจะไม่มีวันได้คืนเลยก็ได้!
แต่จะพูดให้เธอเปลี่ยนใจก็ไม่ทันเสียแล้ว
การพนันจึงเริ่มต้นขึ้น
เฮียเปียวกลัวคนอื่นจะหาว่าเขาใช้อำนาจรังแกคนอ่อนแอเขาจึงให้ซูเฉียวสับไพ่
ซูเฉียวไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบไพ่สำรับใหม่ขึ้นมาลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน นิ้วมือของเธอสะอาดสะอ้านเรียวยาว ท่าทางในการสับไพ่แลดูเอื่อยเฉื่อยแต่กลับน่ามองเป็อย่างยิ่งระหว่างที่กรีดนิ้วไปมา ลำดับของการจัดเรียงของไพ่ก็กระจัดกระจายกันไปหมดสิ้นมีเพียงผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่ดูออกว่าท่าทางของเธอนั้นตรงตามมาตรฐานเพียงใดนี่ไม่ใช่สิ่งที่เด็กสาวคนหนึ่งจะเรียนรู้ได้ภายในสองสามวันแน่นอน
เฮียเปียวมองซูเฉียวที่นิ่งสงบและอดหรี่ตามองไม่ได้
ดูเหมือนเด็กผู้หญิงคนนี้จะไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด
เขาต้องสู้อย่างเต็มที่เสียแล้ว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/e45e3e408ff3bd98c5a99b49817436cb