เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 92 รอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุด


            ลวี่เยาไม่เกรงกลัวเลยสักนิด นางเดินเข้าไปในห้องของซูเยว่หยิ่งพร้อมกับถังโยว

            ในเมื่อซูเยว่หยิ่งไม่ได้ใส่ร้ายนางให้ชวีหนานอีฟัง เช่นนั้นนางคงไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแน่ อย่างน้อยเรื่องถูกกรีดหน้าต่อให้ทนไม่ได้ก็ต้องทน ทนจนกระอักเลือดก็ต้องทน! หากไม่ทน นางจะสามารถกระโดดออกมาสารภาพความผิดของตนหรือ? ช่างน่าขำ! 

            ลวี่เยาพบว่าตนเองกำลังตั้งหน้าตั้งตารอชมสีหน้าของซูเยว่หยิ่งเมื่อเห็นนาง

            เฮ้อ นางนี่ชั่วร้ายจริง ๆ

            ลวี่เยาอยากรู้จริง ๆ ว่าคำยั่วยุบนกระดาษที่ว่า “ลมพัด เมืองอาบเลือด กลัวไหม” เป็นการพุ่งเป้ามาที่นาง หรือชวีหนานอีกันแน่

            เมื่อกล่าวเช่นนี้มันก็ออกจะไม่ชัดเจน อักษรที่เขียนบนกระดาษเห็นได้ชัดว่าจงใจทิ้งไว้ให้ชวีหนานอีเห็น ทว่าลวี่เยากลับรู้สึกว่าความจริงไม่เป็นเช่นนั้น บางทีตัวตนของนางอาจถูกเปิดเผยแล้วก็เป็นได้ ผู้คนที่ขุ่นเคืองนางได้ตามมาแล้ว ถามว่ากลัวหรือไม่? เหอะ...นางจะทำให้คนผู้นั้นได้รู้ว่าคำว่ากลัวมีกี่ขีด นางจะใช้เลือดเขียนอักษรคำว่ากลัว ทั้งเส้นซ้ายเส้นขวาคงชุ่มไปด้วยเลือดและน้ำตา ว่าไหม? 

            อย่างไรก็ตาม มีบางอย่างที่นางคิดไม่ตก หากคนเหล่านั้นตามมาทันแล้ว เหตุใดจึงไม่ลงมือโดยตรง? เป็นเพราะเกรงกลัวนาง หรือมีแผนการอื่น? ในเรื่องนี้ ลวี่เยาจะยอมเชื่อว่าเป็นเพราะอย่างแรก  

            เห็นทีซูเยว่หยิ่งและคนที่ทิ้งอักษรยั่วยุไว้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน หากสืบเสาะเรื่องราวไปตามเบาะแสที่มี บางทีอาจค้นพบบางอย่าง 

            สาวใช้เสี่ยวยวี่แสดงท่าทีนุ่มนวลกล่าวเสียงเบา “คุณหนูไม่สบาย ไม่สามารถต้อนรับคุณหนูใหญ่ถังเจ้าค่ะ”

            ถังโยวโบกมืออ้วน ๆ บ่งบอกว่าไม่เป็นไร นางเดินไปยังข้างเตียงของซูเยว่หยิ่ง พลางส่งสายตามองลวี่เยาเพื่อให้ลงมือ! ทว่าลวี่เยากลับไม่เคลื่อนไหว ถังโยวย่นหน้าซาลาเปา เห็นทีนางคงต้องลงมือเองแล้ว  

            ซูเยว่หยิ่งยังไม่หลับ แค่เอนกายนอนลงบนหมอน เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็ลืมตา เนื่องจากแผลที่มุมปากยากที่จะพัน หมอจึงพันให้นางทั้งศีรษะ เมื่อมองดู ก็เห็นเพียงสองตากับจมูกที่โผล่ออกมา แม้แต่ช่องสำหรับกินโจ๊กก็ยังไม่เหลือไว้ให้

            ซูเยว่หยิ่งไม่สามารถเปิดปาก นางทำได้เพียงพยักหน้าให้ถังโยว พลางส่งสายตาให้สาวใช้นำเก้าอี้มาให้แขกนั่ง 

            สาวใช้ยกเก้าอี้มา ถังโยวนั่งลงอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะกล่าวอย่างสุภาพ “เฮ้อ ได้ยินมาว่าเจ้าถูกทำให้เสียโฉม ข้าถือโอกาสมาเยี่ยมโดยเฉพาะ ดูหน้าเจ้าสิถูกพันไว้อย่างกับบ๊ะจ่าง ข้ามองไม่เห็นอะไรเลย ไม่มีพื้นที่ให้ข้าได้ใส่ใจ” นางกลอกตาแวบหนึ่ง “เช่นนั้น เจ้าลองแกะผ้าออกให้ข้าดูดีไหม?” แกะผ้าออก ถึงอย่างไรก็ต้องมีเลือดออกมาบ้างใช่ไหม? 

            ซูเยว่หยิ่งนึกโมโหในใจ แต่กลับไม่สามารถแสดงออก นางรู้ว่าถังโยวสมองขี้เลื่อย คิดเล็กคิดน้อยกับคนผู้นี้ก็มีแต่จะลดสถานะตน 

            เสี่ยวยวี่ยืดตัวปกป้องนาย “คุณหนูใหญ่ถัง คุณหนูกำลังป่วย จะแกะผ้าออกเพียงเพราะความสงสัยของท่านได้อย่างไร? กล่าวเช่นนี้ได้ที่ไหน ไร้มารยาทเกินไปแล้ว”  

            ถังโยวหัวเราะอย่างเคอะเขิน “ฮ่า ๆ...ฮ่า ๆ ...ข้าล้อเล่นน่ะ เป็นเพราะเห็นคุณหนูของเจ้าป่วย จึงแค่หยอกล้อให้สบายใจ”

            เสี่ยวยวี่ฝืนไม่กลอกตา คุณหนูของนางถูกกรีดปากจนเป็นแผล หากหัวเราะแผลจะไม่ฉีกกว้างขึ้นหรือ?  ไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าคนผู้นี้คิดอะไรอยู่!  

            ถังโยวทึ่งกับความคิดของตัวเอง ใช่แล้ว นางสามารถเล่าเรื่องตลกหยอกล้อซูเยว่หยิ่ง ขอเพียงอีกฝ่ายหัวเราะ แผลก็จะเปิด เลือดก็จะไหล ภารกิจของนางก็จะเสร็จสมบูรณ์ ดีละ เอาแบบนี้แหละ!  

            ทว่าน่าเสียดายที่นางเล่าเรื่องตลกไม่เป็น 

            ทันใดนั้นถังโยวคิดได้ นางจึงเรียก “ลวี่เยา เล่าเรื่องตลกให้คุณหนูซูฟังสักเรื่องสิ”

            ลวี่เยาเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเงยหน้ามองซูเยว่หยิ่ง และค่อย ๆ คลี่ยิ้ม 

            ทันทีที่ซูเยว่หยิ่งได้ยินถังโยวพูดเช่นนี้ ในใจเต็มไปด้วยความรำคาญ และอยากไล่คนพวกนี้ออกไปให้พ้น ๆ เดิมนางมิได้สังเกตสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังถังโยว นางเพียงเหลือบมองแวบหนึ่ง ก็บังเอิญประจันหน้ากับสาวใช้ผู้นั้น และเห็นใบหน้าของลวี่เยา!

            ลวี่เยาเปิดปากกล่าวช้า ๆ “ท่านพี่ผู้หนึ่ง ตั้งแต่เริ่มเรียนอักษร สอบมาสามปีก็ยังไม่ผ่าน ฝึกฝนการต่อสู้ ซ้อมยิงธนูหนึ่งดอก ยิงถูกขุนนางที่ปรบมือ ถูกไล่ออก ทำการค้า ไม่มีเงิน เปลี่ยนเรียนหมอ คิดค้นยาเอง กินแล้วก็ตาย”

             ถังโยวแม้จะเคยฟังเรื่องนี้มาแล้ว แต่ฟังตอนนี้ก็ยังคงรู้สึกขำ ถังโยวหัวเราะจนหายใจไม่ทัน นางทุบขาด้วยมืออ้วน ๆ พลางตะโกน “โอ๊ย ขำเหลือเกิน ตลกแทบตาย...” นางต้องการกระตุ้นบรรยากาศจึงหัวเราะไม่หยุด สุดท้ายเมื่อนางหัวเราะจนพอใจ ก็พบว่าซูเยว่หยิ่งไม่เพียงไม่ขำ ทว่าตัวกลับสั่นเทา  

            เลือดค่อย ๆ ซึมผ่านผ้าสีขาว หยดออกมาด้านนอก 

            ถังโยวเมื่อเห็นเลือดของซูเยว่หยิ่ง ดวงตาพลันเป็นประกายดั่งสุนัขชั่วร้ายที่เห็นกระดูก ในขณะที่เสี่ยวยวี่กำลังตกตะลึง นางก็เอื้อมมืออ้วน ๆ ทั้งสองข้างออกไปรับเลือดที่หยดลงมา ปากแสร้งกล่าว “แย่แล้ว คุณหนูซู เจ้าอย่าตื่นเต้น อย่าตื่นเต้นเด็ดขาด” ในใจกลับคิดว่ายิ่งตื่นตระหนกมากเท่าไหร่ เลือดก็ยิ่งไหลออกมา แบบนั้นสิดี 

            เสี่ยวยวี่ขดตัวพลางร้องตะโกน “คุณหนู อดทนไว้เจ้าค่ะ เสี่ยวยวี่จะไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!” พูดจบนางรีบวิ่งออกไป 

            ฮัวชิงหร่านไม่ได้บอก ชวีหนานอีก็ไม่ได้กำชับ ถังโยวจึงไม่รู้ว่าต้องนำเลือดที่อยู่ในมือไปเก็บไว้ที่ใด นางไม่ได้พกขวดติดตัวมา และคงไม่ดีหากจะยืมขวดจากซูเยว่หยิ่งเพื่อใส่เลือดของตนเอง ถังโยวจึงเช็ดเลือดกับกระโปรงของตน ฉลาดมาก! 

            ต้องบอกจริง ๆ ว่าบางคราถังโยวก็มีความสามารถเช่นกัน

            เพียงแต่ความสามารถนี้มิได้สังเกตถึงความหวาดผวาในแววตาของซูเยว่หยิ่ง! 

            หากมิใช่เพราะในเวลานี้ใบหน้าของซูเยว่หยิ่งถูกพันด้วยผ้าขาว นางคงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเป็นแน่ ไม่ ไม่ถูกต้อง นางร้องตะโกนไม่ได้ นางทำได้เพียงกัดฟันแน่น ตัวสั่นเทา หวาดกลัว โกรธแค้น และคร่ำครวญอยู่เงียบ ๆ ราวกับนกน้อยที่หวาดผวาตัวหนึ่ง...

            ซูเยว่หยิ่งไม่คิดไม่ฝันว่าหญิงสาวที่ลงมือโหดเหี้ยมผู้นั้นจะยืนอยู่ในห้องของตนอย่างเปิดเผยโดยไม่เกรงกลัวเลยสักนิด ทั้งยังเล่าเรื่องตลกให้ฟัง เรื่องเล่านั้นคืออะไร นางไม่เข้าใจ แต่รู้ว่านั่นจะต้องเป็นเรื่องตลกที่เยือกเย็นแน่นอน เพราะคนที่เล่าคือสตรีผู้นั้น!  

            ซูเยว่หยิ่งไม่มีทางลืมว่าลวี่เยาได้กรีดปากของนางอย่างโหดเหี้ยมโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ถึงขั้นที่นางไม่ทันสังเกตว่าลวี่เยาใช้อาวุธชนิดใด และยิ่งไม่เข้าใจว่าเหตุใดลวี่เยาจึงต้องลงโทษนาง? 

            ซูเยว่หยิ่งคิดว่าหลังจากแผลหายดี นางจะไปตามหาลวี่เยา และให้อีกฝ่ายชดใช้บาปที่ทำไว้กับตนในวันนี้ร้อยเท่าพันเท่า มีเพียงการทรมานลวี่เยาอย่างทารุณในใจเท่านั้นที่สามารถทำให้นางรู้สึกดีขึ้น บรรเทาความเจ็บปวดบนใบหน้า ทว่านางกลับคาดไม่ถึง ลวี่เยาจะปรากฏตัวต่อหน้านางรวดเร็วขนาดนี้! 

            นางจ้องมองดวงตาที่ใหญ่ข้างเล็กข้าง รอยยิ้มที่มุมปาก ลวี่เยากำลังยืนอยู่ข้างเตียงของนาง ก้มลงมอง พลางค่อย ๆ เล่าเรื่องตลก ลวี่เยาอยู่ใกล้นางมากราวกับว่าสามารถกรีดดวงตา เกี่ยวจมูก ตัดหู และถลกหนังของนางออกมาได้เพียงยกมือ! ความกลัวนับหมื่นเป็นดั่งเข็มเหล็กที่ทั้งบางและยาว ทิ่มแทงเข้าไปในร่างของนาง กระตุ้นจุดเลือดลมในกาย และทำให้นางกลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก

            ทั้งหมดนี้ช่างน่ากลัว! และความน่ากลัวนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะรอยยิ้มที่ลวี่เยาส่งให้ซูเยว่หยิ่งเท่านั้น



    เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ 

    ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ


    ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g

    ***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***