โรงพยาบาล
หมอกกับฟ้า รีบพาสินมาโรงพยาบาล แต่เพราะพวกเขาไม่มีรถยนต์ พวกเขาจึงค่อนข้างทุลักทุเลกว่าจะพามาส่งโรงพยาบาลได้ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ของสิน ระหว่างทางหมอกพยายามให้ฟ้าใช้ผ้ากดแผลที่ถูกยิงของสินเพื่อห้ามเื หลังจากที่สินถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน หมอกพยายามติดต่อไปหาทไวท์ เพื่อขอให้ลุงแสงช่วยไปบอกข่าวครอบครัวสินที จริงๆ แล้วเขาอยากบอกทุกอย่างด้วยตัวเองแต่เขาไม่รู้เบอร์ติดต่อที่บ้านของสินเลย แถมเขาไม่อยากทิ้งฟ้าไว้คนเดียว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฟ้าเก่งมากที่ยังพอประคองสติของตัวเองจนสามารถพาสินมาส่งถึงมือหมอได้ แต่ถ้าปล่อยไว้คนเดียวก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
"อยากพักหน่อยไหม"
"..." ฟ้าส่ายหน้า
"อยากติดต่อที่บ้านก่อนไหม"
"อยากรอคุณลุงกับคุณป้ามาก่อน"
"ทุกอย่างจะเรียบร้อย" หมอกพยายามให้กำลังใจฟ้า
ตอนนี้พวกเขาทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ยังดีที่ตอนนี้อาการของสินยังทรงตัวอยู่ ถ้าเกิดอาการแย่ลงอีกทุกอย่างจะยิ่งแย่ เพราะถ้าต้องทำการผ่าตัดหรือกู้ชีวิต คนที่จะอนุญาตหมอได้มีแต่คนในครอบครัวของสินเท่านั้น แถมตอนนี้ยังไม่รู้ว่าลุงแสงจะพาครอบครัวของสินมาตอนไหน ได้แต่ภาวนาให้ตามมาให้ทัน โชคยังดีที่ลุงแสงกลับมาแล้วแถมเขาเคยไปส่งหมอกไปที่บ้านของสินมาแล้ว
"อ่า.. ญาติคนไข้ คุณ กุมกาล แดนตรัย อยู่ไหมครับ" เสียงของหมอะโเรียกชื่อจริงของสิน
"ครับ/ค่ะ" หมอกกับฟ้ารีบเดินเข้าไปหา
"คนไหนเป็ญาติกับคนไข้หรอครับ" หมอถาม
"เออ ไม่ใช่ทั้งคู่ครับ พวกผม 2 คนเป็เพื่อนกับคนไข้นะครับ" หมอกพยายามอธิบาย
"แล้วติดต่อญาติคนไข้ได้รึยังครับ" หมอถามอีกครั้ง
"ติดต่อมาแล้วครับ คิดว่าอีกไม่นานน่าจะมาถึง" หมอกตอบกลับ
"ครับ ผมจะขออธิบายอาการของคนไข้ให้พวกคุณฟังก่อนนะครับ ตอนนี้เรามีปัญหาไม่สามารถผ่าเอาะุออกมาได้ เพราะตอนนี้ะุมันไปกดเส้นเืใหญ่ครับ ถ้าเราผ่าเอาะุออกตอนนี้อาจเสี่ยงต่อการเสียเืจนคนไข้เสียชีวิตได้ เพราะสภาพที่คนไข้มาถึงโรงพยาบาลเขาก็เสียเืไปจำนวนหนึ่งแล้ว แถมกรุ๊ปเืของคนไข้ค่อนข้างหายาก เราเลย้าเืจากญาติของคนไข้ ส่วนการผ่าตัดไม่ได้มีปัญหาแต่จะยิ่งอันตรายถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปนาน ยังไงเรายังต้องรับคำยินยอมการผ่าตัดจากครอบครัวอยู่ดี ดังนั้นหากญาติของคนไข้มาถึงรบกวนรีบติดต่อผมหรือพยาบาลด้วยนะครับ" หมออธิบายก่อนจะเดินจากไป
"..." หมอกกับฟ้าพอได้ฟังยิ่งนั่งไม่ติด
"หมอกช่วยไปตามคุณลุงกับคุณป้าหน่อยได้ไหม" ฟ้าคว้าแขนของหมอกไว้พร้อมกับขอร้อง
"อยู่คนเดียวไหวนะ" หมอกถามกลับ
"อะ..อืม" ฟ้าพยักหน้ารับ ถึงแม้ว่าดวงตาของเธอจะแดงและสั่นไหวไปมาราวกับมีผิวน้ำบางๆ กั้นอยู่
หมอกขับรถมอเตอร์ไซค์สินออกไปบ้านของสิน เขาได้แต่ไหว้ (ภาวนา) ว่าในระหว่างนี้ลุงของเขาจะพาพ่อกับแม่ของสินมาถึงก่อนนะ หลังจากผ่านไปเกือบ 30 นาที แสงก็พาพ่อกับแม่ของสินมาส่งถึงโรงพยาบาล แม่ของสินเห็นฟ้าเธอก็รีบวิ่งไปเข้าไปกอด ฟ้าดีใจมาก เธอรู้สึกว่าครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาแต่ละนาทีผ่านไปนานเหลือเกิน ฟ้ารีบพาแม่กับพ่อของสินไปหาพยาบาล ในระหว่างนั้นฟ้าอธิบายว่าสินต้องเข้าผ่าตัดและหมอต้องขอคำยินยอมจากพวกเขา ทั้งคู่รีบเดินตามไปพูดคุยกับพยาบาล ก่อนที่พยาบาลจะอธิบายรายละเอียดอาการของคนไข้ ก่อนจะพาคุณพ่อไปตรวจเื เพราะทั้งสองคนมีเืกรุ๊ปเดียวกัน ถ้าผลตรวจออกมาแล้วไม่มีปัญหาพวกเขาก็จะให้บริจาคเืสำหรับผ่าตัดทันที หลังจากที่พ่อกับแม่ของสินเข้าไปคุยกับหมออยู่ ฟ้าก็ขาอ่อนไร้เรี่ยวแรงกำลังจะล้มลง แต่แสงเข้าไปประคองก่อนจะพาฟ้าไปนั่งได้ทัน พยาบาลเองก็ใเล็กน้อยก่อนที่พวกเธอจะไปหยิบเอาบางอย่างมาให้ฟ้าดม
พ่อของสินไปตรวจเื ส่วนแม่หลังจากที่เธอดูฟ้าครู่หนึ่ง เธอก็เข้าไปดูลูกชายของเธอ หลังจากที่เหตุการณ์เริ่มสงบแสงเลยถามหาหมอก ฟ้าเลยตอบแสงไปว่าหมอกทนรอไม่ไหวเลยขับรถออกไปตามแล้วคงสวนกันระหว่างทาง แสงโล่งใจ จริงอยู่ที่เขาก็เป็ห่วงความปลอดภัยของหมอกแต่จริงๆ แล้วเขากังวลในเื่อื่นมากกว่า แสงบอกให้ฟ้าติดต่อกับครอบครัวตัวเองก่อนแล้วถ้าจะกลับไปพักก่อนก็ได้ เดี๋ยวเขาจะเป็คนไปส่งเอง
หมอกหลังจากเดินทางไปถึงบ้านสินแล้วไม่เจอใคร แถมเขายังเห็นรอยยางรถยนต์ที่ต่างกันสองรอยเขาเลยคิดว่าลุงของเขาคงมาพาครอบครัวของสินไปแล้ว เขาเลยขับตรงกลับมาโรงพยาบาล ในระหว่างที่เขากำลังจะเข้าไปหาฟ้า ระหว่างทางเขากลับเจอพวกเสือที่กำลังจะกลับจากโรงพยาบาลในสภาพผ้าพันแผลเต็มตัว หมอกจึงนึกได้ว่าพวกเสือน่าจะเป็คนที่เห็นคนร้ายเขาจึงเข้าไปถามข้อมูล
"อาการเป็ไงบ้าง" หมอกเดินเข้าไปถาม
"ก็ยังอยู่ดี แล้วเพื่อนเอ็งเป็ไงบ้าง" เสือถามกลับ
"ต้องเข้าห้องผ่าตัดยังไม่รู้ว่าจะเป็ยังไง" หมอกตอบ
"อ่า ขอให้โชคดีแล้วกันนะ" พัดพูด แม้จะดูกวนประสาทแต่เขาก็เป็ห่วงจริงๆ เขาไม่ได้อยากให้ใครตาย
"ฟ้าบอกฉันว่านายวิ่งตามคนร้าย บอกฉันหน่อยได้ไหมว่าคนร้ายเป็ยังไง" หมอกเข้าเื่
"ก็เป็เด็กจากโรงเรียนสิงนครนั่นแหละ หลังจากมันยิงมันก็วิ่งหนี พวกฉันตามไปแต่ไปเจอเพื่อนของพวกมันอีก 4 คนเลยต้องสู้กันแบบ 3 ต่อ 5 สภาพเลยเป็อย่างที่เห็นนี่แหละ" ช้างพูด
"คนยิงมันชื่อ ดำ ฉันบังเอิญรู้จักมันตอนแก๊งฉันต้องไปแข่งรถกับแก๊งของมัน วันนี้ 1 ใน 4 คนนั้นก็เป็คนที่อยู่ในแก๊งแข่งรถนั้นด้วย" เสือพูดเสริม
"บอกลักษณะมันเพิ่มหน่อยได้ไหม" หมอกถาม
"ก็ผมยาวประบ่าแสกกลาง ตาตี่ ผิวเหลือง ตัวเล็กพอๆ กับไอ้พัดนี่แหละ แล้วก็มีรอยสักรูปประแจกับอักษรว่า สิง อยู่หน้าแขนซ้าย" เสืออธิบายเพิ่ม
"ขอบคุณมาก ถ้าไปแจ้งตำรวจพวกนายรบกวนไปให้ปากคำหน่อยได้ไหม" หมอกพูด
"..." พวกเสือมองหน้ากันไปมา สำหรับเด็กช่างที่ตีกันเป็ประจำแล้วตำรวจก็เป็เหมือนสิ่งที่ไม่อยากได้ยิน แถมคำขออีกฝ่ายยังให้พวกเขาเดินเข้าไปหาตำรวจซะอีก
"ก็ถ้ามันจำเป็อะนะ แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะว่าเด็กช่างอย่างพวกฉันไม่ได้ดูดีในสายตาตำรวจเท่าไหร่ บางทีมันอาจดูเป็ผลลบต่อคดีก็ได้นะ" เสือตอบอย่างเก้ๆ กังๆ
"ยังไงก็ขอบคุณล่วงหน้าละกัน" หมอกตอบ
หลังจากคุยกันทั้งสองฝ่ายก็แยกย้าย ที่หมอกกล้าเข้ามาถามพวกเสือเพราะหมอกเคยแอบดูเสือตอนเข้าไปช่วยคนที่ชื่อพัดโดนกระทืบอยู่หลังตึก จากบนชั้นสองของอาคาร สำหรับหมอกเสือไม่ได้เป็คนเลวร้ายขนาดนั้นจากครั้งแรกที่เขามีประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อกัน แต่สำหรับพวกเสือแล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันก็แปลกเหมือนกันเพราะครั้งแรกพวกเขาก็หาเื่อีกฝ่าย ถึงครั้งนี้เขาจะให้ความร่วมมือกับอีกฝ่าย แต่มันก็ยังรู้สึกแปลกสำหรับคนที่มีประสบการณ์แย่ๆ ต่อกันในครั้งแรก
หมอกเดินมาหาฟ้าพร้อมกับเจอลุงแสง แสงเลยบอกให้หมอกช่วยพาฟ้ากลับบ้านที สำหรับแสงถึงเขาจะไม่ได้คิดอะไรแต่การที่ผู้ชายวัยกลางคนพาเด็กผู้หญิงนั่งรถไปสองต่อสองไม่ใช่ภาพที่ดีเท่าไหร่ในความคิดของเขา หมอกพยักหน้ารับก่อนจะบอกรายละเอียดทั้งหมดที่เขาคุยกับเสือให้แสงฟัง หลังจากนั้นหมอกก็พาฟ้าไปส่งบ้าน ส่วนแสงก็เดินไปขอพยาบาลขอข้อมูลการรักษาของพวกเสือกับพยาบาล ตอนแรกพยาบาลก็ปฏิเสธ เขาต้องเอาบัตรตำรวจปลอมที่เขาเคยให้ชาติปลอมไว้ให้เขานานแล้วให้เ้าหน้าที่ดู เ้าหน้าที่เลยให้ความร่วมมือด้วย สำหรับแสงเขารู้ดีว่าคดีเกี่ยวกับเด็กช่างนั้นตำรวจมักตัดสินในอคติว่าเป็เื่เด็กตีกันเสมอ จนทำให้บางครั้งพอเห็นเป็คดีเด็กช่างหลายครั้งตำรวจเลยมักไม่ให้ความสำคัญ หลังจากนั้นเขาก็โทรหาทไวท์ให้ช่วยบางเื่
หมอกขับรถพาฟ้ามาส่งถึงบ้านแล้วเขาเองก็อยากกลับไปอาบน้ำก่อนเหมือนกัน ทั้งคู่เลยตกลงกันว่าหลังจากอาบน้ำและทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว จะกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง หมอกขับรถออกจากบ้านของฟ้าก่อนจะกลับบ้าน พอตอนนี้เขาอยู่คนเดียวเื่ไม่เป็เื่ก็วิ่งมาใส่หัวเขา ทั้งที่เขาเห็นคนพวกนั้นก่อนที่สินจะโดนยิง เขาน่าจะกลับไปหาพวกสินก่อน ถ้าบางทีเขาทำแบบนั้นเื่มันอาจไม่ออกมาเป็แบบนี้ หรือถ้าเขาเข้าไปแย่งปืนตอนนั้น ไม่สิ ถ้าเป็แบบนั้นเขาก็ต้องเข้าไปแย่งปืนทุกคนที่เขาเจอ แบบนั้นคงไม่ใช่เื่ที่ถูกต้องนัก ถึงการพกปืนไปในที่สาธารณะจะเป็เื่ผิดกฎหมาย ตอนนี้สิ่งที่อยู่ในหัวของหมอกตีกันไปหมด หลังจากที่อาบน้ำเสร็จเขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่โทรศัพท์บ้านของเขาจะดังขึ้น
"หมอกนี่ลุงเองนะ"
"ครับลุง"
"เพื่อนเอ็ง..เสียแล้วนะ..เขาผ่าตัดแล้วแต่เหมือนมันมีอาการแทรกซ้อน เพื่อนเอ็งเขาสู้ไม่ไหว"
"......" หมอกได้แต่นิ่งเงียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ
"เอ็งไม่ต้องกลับมาโรงพยาบาลแล้วนะ พอลุงช่วยพวกเขาจัดการอะไรเรียบร้อยแล้วลุงก็จะกลับเหมือนกัน"
แสงรู้ดีว่าเื่นี้มันหนักสำหรับหมอกมาก หมอกสูญเสียครอบครัวไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เขาเสียคนที่เป็เพื่อนไปอีกหนึ่งคน สำหรับเด็กวัยรุ่นแบบเขามันคงยากเกินกว่าที่เขาจะทำความเข้าใจได้ว่าโลกของเขามันเกิดอะไรขึ้น หมอกหลังจากที่ลุงเขาวางสายเขาก็ขับรถออกไปเพื่อแจ้งข่าวกับฟ้า หลังจากที่บอกฟ้าไปแล้วเขาก็บอกฟ้าว่าวันนี้พักอยู่บ้านกันก่อน หลังจากนั้นเขาก็ขับรถออกไป ฟ้าช็อกกับเื่ที่เกิดขึ้น แม้ว่าเธออยากจะไปโรงพยาบาลเพื่อยืนยันเื่ที่เกิดขึ้น แต่เธอก็ไม่กล้าขอให้หมอกไปส่งด้วยเหมือนกัน เธอสับสนกับเื่ที่เกิดขึ้น กว่าจะรู้ตัวหมอกก็จากไปแล้ว
หมอกขับรถไปหาทไวท์ ทไวท์แม้เขาจะรู้เื่บางส่วนจากแสง แต่พอเห็นหมอกเดินเข้ามาในร้านเขาก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น วันนี้ถึงลูกค้าจะไม่ได้เยอะมาก แต่ทไวท์ก็บอกสาให้พาหมอกไปหลังร้าน หมอกเดินตามสาไปหลังร้านก่อนจะนั่งลงอย่างคนหมดอะไรตายอยาก ทไวท์เดินเข้ามาพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เขาชงเหล้าวางลงหน้าตนเองหนึ่งแก้ว ก่อนที่จะชงอีกแก้วแล้ววางตรงหน้าของหมอก "นายจะไม่บอกลุงเื่นี้ในครั้งนี้แล้วกัน" หมอกมองดูก่อนจะยกขึ้นดื่มในทีเดียว ทไวท์อยู่เป็เพื่อนสักพักก่อนที่เขาจะออกไปแล้วให้สาคอยดูหมอกไม่ให้ทำเื่อะไรบ้าๆ แทน สากับทไวท์ผลัดกันมาคอยดูหมอกก่อนที่หมอกจะหลับไป ทไวท์โทรบอกแสงว่าวันนี้หมอกจะนอนที่ร้านของเขา แสงเข้าใจก่อนจะขอบคุณทไวท์ที่ช่วยดูหมอกแทนเขา
หลังจากข่าวร้ายของสิน หลังจากนั้น พ่อกับแม่ของสินต้องใช้เวลาหาตู้แช่ศพและทำเื่เอาศพออกจากโรงพยาบาล แสงคอยช่วยทั้งเื่งานศพและเื่ทำคดีของสิน แม้ว่าคดีของสินนั้นเป็เื่การตัดสินใจของครอบครัวแต่เขาก็อยากเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อน และแม้ว่างานศพจะจัดมาแล้วสามวันก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าคู่กรณีจะมางานศพเลย แสงรู้ดีว่ามันอาจดูใจร้ายสำหรับครอบครัวของสินแต่เขาก็เข้าไปถามว่าจะดำเนินคดีไหม เพราะตอนนี้เป็จังหวะที่ดีที่สุดในการดำเนินคดี พ่อแม่ของสินตัดสินใจดำเนินคดีแจ้งความข้อหาฆ่าคนโดยเจตนา แสงช่วยดำเนินการต่างๆ และดูท่าทีของคดี เขาถึงได้รู้ว่าคู่กรณีดันเป็ลูกตำรวจ แสงถึงกับปวดหัว พวกเขาส่งตัวแทนมาขอขมากับพ่อแม่ของสินในงานศพวันสุดท้ายก่อนวันเผาศพพร้อมกับเงินก้อนหนึ่งเพื่อขอให้ถอนคดี แต่พ่อกับแม่ของสินกลับปฏิเสธ พวกเขาอยากให้อีกฝ่ายชดใช้ตามกฎหมายแม้จะรู้ว่าคู่กรณีเป็ลูกของตำรวจก็ตาม
ใน่หลังจากดำเนินคดีนั้น แสงได้ข่าวจากทไวท์ว่ามีตำรวจไปที่โรงพยาบาลสองแห่ง ที่แรกเป็โรงพยาบาลที่สินเสียชีวิต แต่อีกโรงพยาบาลหนึ่งนั้นน่าสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นั่นทำให้แสงรู้ว่าพวกเขาขอข้อมูลคนไข้ที่มีเื่ทะเลาะวิวาทแถมมีอายุรุ่นเดียวกันกับพวกสิน แสงเลยคิดว่านั่นคงเป็คนที่เป็คู่กรณีกับพวกเสือ บางทีในกรณีเลวร้ายที่สุดเขาคงไม่อยากให้คดีนี้จบที่ฆ่าคนโดยไม่เจตนา หรือ ถ้าถอนคดีได้ก็ดี ถึงในความเป็จริงคดีนี้เป็คดียอมความไม่ได้ แต่ถ้าครอบครัวคู่กรณีไม่เอาเื่แล้ว การที่จะปรับเปลี่ยนคดีและปิดคดีไปเงียบๆ ก็ใช่ว่าตำรวจที่เป็คนในจะทำไม่ได้
หลังจากทำพิธีเผาศพ ได้มีตำรวจมาบอกกับครอบครัวของสินว่าไม่พบอาวุธสังหาร ทำให้คดีของสิน มีแต่หลักฐานจากพยานแวดล้อมเท่านั้น เมื่อหมอกได้รู้เื่ทั้งหมดจากลุงแสง มันยิ่งทำให้หมอก รู้สึกสิ้นหวังกับระบบยุติธรรมที่เขาเจอ เขาเคยได้ยินว่ามีคนพูดว่ายอมปล่อยคนผิดร้อยคนดีกว่าจับคนผิดหนึ่งคน นี่เขาต้องยอมรับหรอว่าคดีของเพื่อนต้องโดนปัดตกเป็หนึ่งในร้อยคนที่ต้องเสียสละ ทั้งที่เห็นอยู่ชัดเจนว่าการดำเนินคดีมันไม่ได้ทำอย่างที่ควรจะเป็แต่ต้น ส่วนแสงเขารู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันแย่แค่ไหน ก่อนที่เขาจะออกจากตำรวจเขาเคยเจอเื่แบบนี้หลายครั้ง มันถึงเป็หนึ่งในเหตุผลที่เขาลาออกมา ถ้าให้พูดเขาเองก็เป็คนที่ยอมแพ้ในการพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ เขาต่างจากน้องของเขาที่ยังเชื่อว่าจะเปลี่ยนอะไรได้แต่ถึงแบบนั้นน้องของเขาก็ไมู่อยู่อีกแล้ว แม้ว่าคดีนี้ยังไม่สิ้นสุดแต่เพราะหลักฐานสำคัญหายไปน้ำหนักของคดีก็เบาลงมาก และั้แ่การจัดงานศพจนถึงเผาศพคู่กรณีของสินก็ไม่เคยโผล่มาหาพ่อกับแม่ของสินเลยสักครั้ง
หมอกหมดความอดทน เขารู้ว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องแต่ถ้าเขายังปล่อยเื่นี้ผ่านไป เขาคงไม่กล้าไปเยี่ยมหลุมศพของเพื่อนเขาแน่ หมอกเดินทางไปหาเสือ เขาขอให้ช่วยพาเขาไปหาแก๊งแข่งรถที่ดำอยู่ หมอกใส่เสื้อกันหนาวมิดชิดและใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า พร้อมกับใส่หมวกแก๊ป และถุงมือสีดำ เขาให้พวกเสือไปส่งเพียงแต่ให้พวกเสือหยุดรถก่อนที่จะเจอกับแก๊งของดำ เขาไม่อยากให้คนอื่นมาเกี่ยวข้องกับเื่นี้ เสือกับพวกก็ชั่งใจว่าจะปล่อยหมอกไปคนเดียวดีไหม ยังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะมีกี่คนแถมไอ้ดำวันนี้จะอยู่ไหมก็ไม่รู้ หมอกเดินเข้าไปหาแก๊งของดำก่อนะโเรียกชื่อ ดำาาา!! ทั้งแก๊งเกือบยี่สิบคนหยุดนิ่งก่อนจะหัวเราะ ดำเดินออกมาอย่างไม่ได้กลัวอะไร
"มีอะไรมึงเรียกหาพ่อมึงอ่อ" ดำเริ่มยั่วยุ
"เหมือนมึงจะทำอะไรไว้แล้วไม่ยอมรับผิดชอบนะ"
"...อ่อ ไอ้คนที่ถูกกูยิงทิ้งอะหรอ" ดำนึกออกก่อนจะโชว์รอยสักประแจให้หมอกดู ก่อนที่เขาจะชี้นิ้วไปที่ขีดสี่ขีดที่ด้ามประแจ
"มึงรู้ไหมว่าแก๊งกู มีกฎเข้าร่วมแก๊งอยู่ พอเข้าแก๊งจะต้องสักลายประแจ แล้วหลังจากนั้นตำแหน่งในแก๊งจะดูตามจำนวนขีด"
"...."
"ถ้ามึงกระทืบเด็กนร.ได้คนหนึ่งมึงจะได้หนึ่งขีด ถ้าคนนั้นเข้าไอซียูจะได้ 2 ขีด แต่ถ้าแม่งมันเผลอตายจะได้ 3 ขีด วันนั้นวันเดียวกูได้มา 4 ขีด แล้วมึงรู้ไหมว่าขีดจะได้เฉพาะงานแรกเท่านั้น" ดำโชว์รอยสักอย่างภูมิใจ
"ตอนนี้กูเทียบเท่ารองหัวหน้ากลุ่ม ต้องขอบคุณคนที่ตายไปกับไอ้หน้าโง่ที่พยายามวิ่งไล่ตามฉันล่ะนะ"
"ดูท่าแล้วคงไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิดเลยสินะ" หมอกถาม
"กูไม่รู้นะมึงเป็ใคร แต่น่าจะเป็คนรู้จักกับไอ้ที่ตายไป แต่มึงรู้อะไรไหม..." ดำควักปืนขึ้นมาโชว์หมอก
"นี่ปืนกระบอกเดียวกับที่กูยิงคนในวันนั้น พ่อกูเป็ตำรวจยังไงพ่อก็ต้องช่วยกู" ดำพูดราวกับว่ากฎหมายไม่ได้มีความหมายกับเขา
"ดูท่าจะเป็กระบอกเดียวกันจริง"
ทันใดนั้นหมอกเตะกลับหลังใส่มือของดำจนปืนหลุดกระเด็นก่อนจะชกใส่ท้องของดำจนดำจุกแล้วนั่งกองลงกับพื้น คนอื่นในแก๊งเห็นแบบนั้นก็กรูกันเข้ามาใส่หมอก หมอกชกใส่กลางหน้าคนแรกที่วิ่งเข้ามาจนหงายหลัง ก่อนที่จะใช้เข่าพุ่งใส่อกคนต่อไปให้ไปชนกับคนด้านหลังไม่ให้คนที่กรูเข้ามามีมากเกินไป ดำพยายามลุกขึ้นมาจะต่อยหมอกแต่ก็โดนหมอกแทงเข่าใส่ท้องอีกสองครั้งจนล้มลงไปกองอีกครั้ง พร้อมคนอื่นพุ่งเข้ามาอีกครั้งเขาก็ชกเข้าที่คาง หลังจากนั้นก็มีคนสามคนพุ่งชาร์จเข้ามาจับตัวหมอก คนที่เหลือพยายามจะวิ่งเข้ามากระทืบเขา แต่หมอกใช้เข่ากระแทกท้องคนหนึ่งจนจุกก่อนจะดึงตัวขึ้นมาเป็เหมือนโล่รับสหบาทาแทนเขา ก่อนที่คนอื่นๆ จะพยายามดึงตัวคนที่โดนหมอกใช้เป็โล่ออกแต่เพราะแบบนั้นหมอกเลยหลุดออกมาจากวงล้อมได้
ทั้งสองฝ่ายพักหายใจดูเชิงกันครู่หนึ่งก่อนที่แก๊งของดำจะพุ่งใส่หมอกอีกครั้ง คราวนี้หมอกถีบและชกใส่หน้าทุกคนที่กรูกันเข้ามาไม่ยั้ง เดิมทีเขาอยากทิ้งรอยแผลช้ำที่อาจระบุตัวเขาได้ให้น้อยที่สุดแต่ตอนนี้ถ้าเขายังยั้งมือเขาคงไม่รอด หมอกถีบและเตะเข้าข้อพับบริเวณเข่า จนอีกฝ่ายล้มก่อนที่เขาจะถีบและเตะใส่หน้าคนที่กำลังล้มอยู่จนหมดสติไป คนอื่นที่เข้ามาหมอกก็โจมตีใส่จุดตายต่างๆ ทั้งอก ลิ้นปี่ ลูกกระเดือก คาง และกล่องดวงใจ ในเวลาไม่นานคนก็ล้มลงไปสิบกว่าคน เหลืออีกสี่ห้าคน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะชกออกมา หมอกใช้ทั้งสองแขนรับไว้ แต่ก็กระเด็น ความเจ็บที่พุ่งเข้ามาทำให้หมอกถึงกับแขนชา ไอ้เวรนั่นมันใช้สนับมือ โชคดีที่หมอกใส่ปลอกแขนถ่วงน้ำหนักไว้ แขนของเขาเลยรอดจากการหักมาได้ พอหมอกมองไปที่แขนด้านในฝั่งซ้ายก็เห็นว่าอีกฝ่ายมี 5 ขีด
"นึกว่าจะไม่ออกมาแล้วซะอีก" หมอกพูดพร้อมกับอาการหอบ เขาไม่เคยสู้ตอนสวมหน้ากากมาก่อน มันทำให้เขาหายใจยากแถมเหนื่อยเร็วกว่าปกติมาก
"พอดีเห็นแล้วคันไม้คันมือ"
"สนับมือไม่เอาเปรียบไปหน่อยรึไง"
"ฉันก็ไม่ได้ห้ามให้แกไม่ใช้นี่"
"ไม่มีข้ออ้างเวลาแพ้แล้วนะ ไอ้ 5 ขีด"
หมอกถอดที่ถ่วงน้ำหนักออกจากขาและแขนทั้งสองข้าง ส่วนอีกฝ่ายก็เอาสนับมือมาใส่อีกข้าง เ้า 5 ขีดพุ่งเข้าใส่หมอกก่อนจะชกออกมา ทันใดนั้น หมอกรู้ทันที ไอ้เวรนี้เป็มวยนี่หว่า หมอกถอยทิ้งระยะออกมา อีกฝ่ายสูงกว่าเขาเกือบสิบเซ็นต์ การทิ้งระยะแบบนี้ไม่ได้เป็ผลดีนัก แต่การพุ่งเข้าไปโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายที่ยังประเมินฝีมือไม่ได้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเหมือนกัน เ้า 5 ขีดโยกตัวน้อยมาก วิธีวางขาแบบมวยไทย เหมาะสำหรับการยืนและเตะได้อย่างมั่นคง คราวนี้หมอกพุ่งเข้าไประยะประชิด เ้า 5 ขีดชกหมัดขวาออกมา หมอกหลบแล้วใช้แขนซ้ายบล็อกอีกฝ่ายจากด้านข้าง เขาชกหมัดขวาออกไปก่อนจะเปลี่ยนเป็ท่าจับทุ่มของยูโด อีกฝ่ายะโถอยหลังก่อนที่หมอกจะคว้าจับได้ เขาเปลี่ยนเท่ายืนเป็แบบมวยสากลก่อนจะชกออกมาในสไตล์นักชกวงนอกจากระยะชกที่ยาวกว้าง หมอกรีบยกแขนขึ้นมาบล็อกแต่เพราะสนับมือแขนซ้ายของหมอกก็ยกขึ้นเหนือไหล่ไม่ได้ซะแล้ว อีกฝ่ายยิ้มอย่างภูมิใจที่เขาสามารถหลอกอีกฝ่ายได้ว่าเขาเป็แค่มวยไทย ถึงจะมีเสียวไปบ้างตอนที่เกือบโดนจับทุ่มแต่พอทำให้อีกฝ่ายใช้แขนซ้ายไม่ได้ก็คุ้มค่าที่เสี่ยงแล้ว
หมอกพุ่งเข้าไปอีกครั้ง เ้า 5 ขีดชกแย็บซ้ายออกไป หมอกหลบแล้วใช้ไหล่ขวาบล็อกด้านข้างแขนซ้ายอีกฝ่ายก่อนใช้แขนขวาพุ่งเข้าไปจะจับทุ่ม อีกฝ่ายะโถอยหลังอีกครั้ง แต่คราวนี้หมอกเหวี่ยงหมัดซ้ายออกหมัดฮุก เ้า 5 ขีดได้แต่หัวเราะใส่หมอกเพราะเขารู้ดีว่าแขนซ้ายของหมอกยกไม่ขึ้นแล้วไม่มีทางชกโดนตัวเขา แต่ที่หมอกเล็งไปกลับเป็เข่าขวาของอีกฝ่าย เพราะแขนซ้ายยกไม่ขึ้นเขาเลยเหวี่ยงหมัดเล็งไปในส่วนที่ต่ำกว่าปกติ ผัวะ อีกฝ่ายะโอ๊ากกก! แต่เขาก็เหวี่ยงหมัดสวนออกมา หมอกะโถอยออกมา
"ว่าไงเ้า 5 ขีด เสมอกันแล้วนะ" หมอกยั่วยุอีกฝ่าย ก่อนหมอกจะพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
เ้า 5 ขีดชกออกไปหมอกหลบออกมาก่อนเตะใส่ข้อพับของขาอีกข้างของอีกฝ่าย ผัวะ เ้า 5 ขีดล้มลงคุกเข่ากับพื้น หมอกไม่ได้จู่โจมเ้า 5 ขีดต่อ เขาเดินไปเก็บปืนของดำใส่ถุงใส ก่อนจะเดินไปเก็บที่ถ่วงน้ำหนัก เอาไปใส่ไอ้ดำทั้งแขนและขาพร้อมกับมัดแขนทั้งสองข้างไขว้หลัง หลังจากนั้นเขาก็เอาผ้ามาปิดปากปิดตาไอ้ดำ เขาค่อยๆ พาตัวไอ้ดำเดินออกไป เขาเดินกลับไปหาพวกเสือ แต่ก่อนที่เสือจะพูดอะไรหมอกก็ให้สัญญาณให้เงียบ บอกเขาให้พาไอ้ดำไปส่งที่บ้านของสิน
พอพ่อกับแม่ของสินกลับมาบ้านหลังจากที่พวกเขาไปลอยอัฐิสิน เขาก็เห็นคนคนหนึ่งถูกมัดทิ้งไว้หน้าบ้านของพวกเขาพร้อมกับซองใส่ปืนวางไว้ใกล้ๆ ส่วนหมอกกลับไปพักที่ร้านของทไวท์ สาเข้ามาทำแผลให้หมอก ส่วนทไวท์ก็ได้แต่ถอนหายใจพอรู้ว่าหมอกไปทำอะไรมา เขาหมดปัญญาที่จะแก้ตัวให้หมอก เอาเถอะยังไงซะคนโดนบ่นก็ไม่ใช่เขา ส่วนเ้าตัวปัญหาอย่างหมอกก็นอนหลับด้วยความเหนื่อยล้า แม้จะไม่ใช่เื่ที่ถูกต้องแต่นี่ก็ถือเป็ชัยชนะครั้งแรกของเขา
มุมมองนักเขียน
ในที่สุดพระเอกของเราก็เริ่มฉายแววแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าตอนต่อไปเขาจะโดนลุงของเขาบ่นอะไรใส่บ้าง หลังจากนี้การต่อสู้ในแต่ละครั้งคงจะยิ่งเข้มข้นมากขึ้นอีก ผมยังหวังจะได้นำเสนอมันในอนาคต สัปดาห์นี้ขอบคุณครับ