“อึก...อื้อ...อื้อ”
เสียงร้องอู้อี้สลับกับเสียงสะอื้นจากการร้องไห้ดังระงมอยู่ในห้องที่มีเพียงแสงจากเทียนไขตรงกลางห้องมีผู้ชายและผู้หญิงอย่างละหนึ่งคนแต่มีเพียงฝ่ายชายเท่านั้นที่สามารถขยับตัวพลางฮัมเพลงในคอได้อย่างอิสระ
ชายผู้นั้นยืนหันหน้าเข้ากำแพงสีอ่อนป้ายของเหลวสีแดงส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งเป็รูปอักขระโบราณบนกำแพงด้วยสีหน้าเพลิดเพลินโดยเว้นที่ว่างตรงกลางเอาไว้ด้วยเหตุผลพิเศษบางอย่าง
“เคียะ...คึ...คึ”
ชายคนนั้นหันหน้ากลับมายังหญิงสาวที่นอนตัวสั่นถูกมัดมือมัดขาอยู่บนพื้นมือซึ่งถูกมัดไพล่หลังของหญิงสาวมีาแจากการถูกเสียดสีจนเืไหลออกมาช้าๆสติของเธอเลือนรางจากการเสียเืปริมาณมากที่ยังประคองสติอยู่ได้เพราะความกลัวล้วนๆจนเธอเองยังคิดว่าน่าจะสลบหรือไม่ก็ตายไปเร็วๆ ยังดีเสียกว่า
ยิ่งถ้าเทียบกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าแล้ว...เธอก็อยากจะตายไปเสียตอนนี้เลย
“อ้าว...ร้องไห้ทำไมล่ะ”
ชายคนนั้นด้วยรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวก่อนใช้ปลายนิ้วเปื้อนเืเช็ดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างแ่เบา
“เพราะดีใจสินะ” เขาสรุปกับตัวเองเช่นนั้น“ก็เธอจะได้ตายอย่างเป็ศิลปะขนาดนี้นี่นะ”
เขาพูดพลางหันมองอักขระเืบนกำแพงก่อนจะใช้มือข้างเดียวฉุดหญิงสาวลากไปตรงนั้นส่วนมืออีกข้างหยิบค้อนกับตะปูตัวใหญ่ชายผู้นั้นดันหญิงสาวเข้าหากำแพงยังจุดที่เว้นว่างเอาไว้ใช้มีดตัดเชือกที่มัดมือออก แล้วจับแขนกดตรึงไว้กับกำแพง
หญิงสาวเบิกตากว้าง น้ำตาไหลเป็สายเธอออกแรงดิ้นและส่งเสียงร้องอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นว่าชายโรคจิตผู้นี้กำลังจะทำอะไรกับเธอตะปูตัวโตถูกกดลงที่ฝ่ามือพร้อมกับมือข้างที่ถือค้อนเงื้อขึ้น ก่อนทุบลงไปสุดแรง!
ปึก!
โลหิตพุ่งจากาแกระเด็นเปื้อนใบหน้าของชายจิตวิปริตเขาแสยะยิ้ม ััจากเือุ่นๆ กับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวให้ความรู้สึกดีนักเขาตอกตะปูอีกตัวที่มืออีกข้างของเธอ
เมื่อการตรึงเหยื่อบนเวทีเสร็จเรียบร้อย...ของจริงจึงจะเริ่ม…
“เจ็บหรือเปล่า?”ชายหนุ่มก้มหน้ากระซิบข้างหูหญิงสาว “เจ็บสินะแต่ฉันจะทำให้เธอเจ็บยิ่งกว่านี้เป็ร้อยๆ เท่าเลย อ้อ ไม่ต้องร้องขอชีวิตนะเพราะฉันคงไม่ฟังเสียงนกเสียงกาเล็กๆ หรอก เคียะ...คึ...คึ”
ความพึงพอใจที่แลดูอันตรายฉายชัดบนใบหน้าเขาวางค้อนลงและหยิบมีดขึ้นมา จงใจโบกมันผ่านหน้าตวัดให้เฉี่ยวตาหญิงสาวไปไม่กี่เิเ
“เด็กไม่ดีก็ต้องถูกทำโทษ”เขาหัวเราะในคอเบาๆ
ยิ่งเห็นเหยื่อหลับตาแน่นชายหนุ่มยิ่งพึงพอใจ เขาไล่คมมีดเงาวับลงบนผิวขาวเนียนที่กำลังสะท้าน ฉับพลันแววตาหยอกล้อก็หายไป กลายเป็ลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความวิปริต
“อื้อ! อื้อ!”
หญิงสาวทำได้เพียงส่งเสียงในลำคอทุกครั้งที่ชายหนุ่มตวัดมีดลงบนผิวเนื้อยิ่งพยายามดิ้นเท่าไร คมมีดก็ยิ่งบาดลึกลงไปเท่านั้นน้ำตาจากความเ็ปไหลรวมกับเืสีแดงสดละเลงลงบนไปบนพื้นอาบย่อมให้กระเบื้องกลายเป็สีแดงฉาน
เขายิ้มให้ภาพที่ดูราวกับงานศิลปะแล้วสับมีดลงไปบนร่างของหญิงสาวอย่างบ้าคลั่งและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนร่างนั้นมีสภาพเหวอะหวะ แม้ในตอนที่เหยื่อหมดลมหายใจแล้วมือของเขาก็ยังคงกวัดแกว่งมีดไม่ยอมหยุด…
ราวกับเพลิดเพลินในการกระทำนั้น...
……………………………………………………………….
‘คุณผู้ชมคะตอนนี้ดิฉันอยู่ที่หน้าหอพักแห่งหนึ่งซึ่งเป็หนึ่งในสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมโหดเมื่อคืนที่ผ่านมาเนื่องจากเช้าวันนี้มีจดหมายส่งถึงทีมข่าวแจ้งให้เดินทางไปยังสถานที่สามแห่ง โดยลงชื่อผู้ส่งว่า ‘จีระจอมเชือด’และเมื่อทีมข่าวเดินทางมาถึงสถานที่แห่งแรกซึ่งระบุในจดหมายก็พบกับภาพที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ค่ะ…’
‘จีระ’ฆาตกรที่ตอนนี้เป็ที่้าตัวอันดับหนึ่งของประเทศกำลังนั่งดูข่าวพร้อมเหยียดยิ้มในความมืดในตอนนั้น...หน้าจอถูกตัดเป็สองช่อง โดยช่องใหญ่เป็ภาพจากสถานที่เกิดเหตุเหลือพื้นที่เล็กๆ ให้เป็ภาพนักข่าวของสถานีฯภาพจากจอใหญ่ฉายให้เห็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมซึ่งถูกเซนเซอร์จนกลายเป็เพียงภาพเบลอสีแดงเข้มแผ่กระจายเต็มพื้นที่ราวกับพื้นห้องทั้งหมดถูกทาด้วยสีแดงสด
แม้จะน่าเสียดายที่ภาพความตายอันเป็ศิลปะชั้นเลิศถูกบดบังด้วยการโมเสกภาพ...แต่เขาก็รู้ดีว่าในห้องนั้นเคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน
‘ทีมข่าวของเราได้เดินทางไปยังสถานที่อีกสองแห่งตามจดหมายระบุไว้ซึ่งก็พบว่าเกิดเหตุฆาตกรรมในลักษณะเดียวกันนี้’
ผู้ประกาศสาวบรรยายเหตุการณ์ต่อ
‘และอีกสิ่งหนึ่งที่เหตุการณ์ทั้งสามมีเหมือนกันก็คือสาเหตุการเสียชีวิตของเหยื่อแต่ละรายเกิดจากการถูกของมีคมฟันทั่วร่างในการชันสูตรศพเบื้องต้น แพทย์พิสูจน์แล้วว่าผู้เสียชีวิตทั้งสามเสียชีวิตในเวลาประมาณยี่สิบสองนาฬิกาถึง ยี่สิบสี่นาฬิกาที่ผ่านมา’
ภาพข่าวตัดจากสถานที่เกิดเหตุจากนั้นกล้องก็ซูมเข้ามายังผู้สื่อข่าวสาวที่ยังคงรายงานข่าวต่อไปด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง
‘คุณผู้ชมคะอีกครั้งแล้วที่เกิดคดีฆาตกรรมเช่นนี้ขึ้น ต่างสถานที่ แต่ใน่เวลาเดียวกันและในวันรุ่งขึ้นก็จะมีจดหมายส่งมายังสำนักข่าว ในตอนนี้ชื่อว่า ‘จีระจอมเชือดฆาตกรคุณไสย’ ได้กลายเป็ฝันร้ายของคนทั้งประเทศไปแล้วค่ะ’
“อื้ม พูดได้ดี” เขาพูดพลางตบมือเบาๆ
‘เราลองไปฟังความเห็นของคนที่พักอาศัยอยู่ในละแวกนี้ว่าพวกเขามีความรู้สึกอย่างไรต่อจีระกันนะคะ’
กล้องจับสลับไปยังภาพของหญิงสูงวัยคนหนึ่งโดยทำการเซนเซอร์ใบหน้าเอาไว้ คงกลัวว่าถ้าเกิดพูดผิดหูออกสื่อ จีระจะตามไปเคาะถึงประตูห้องนอน
‘กลัวค่ะ’ หญิงคนนั้นพูด
‘เป็ห่วงลูกๆ ต้องมารอรับเขาที่โรงเรียนตอนกลางคืนก็ไม่ให้ออกนอกบ้าน พอเกิดเื่ใกล้ๆ บ้านอย่างนี้ก็ใจสั่นนอนไม่หลับเลย’
‘มันน่ากลัวตรงที่ไม่ได้ตายทันทีนี่แหละ’ภาพตัดไปที่ผู้ชายผิวเข้มคนหนึ่ง ‘ได้ยินว่าไอ้ฆาตกรคนนี้มันจะค่อยๆเชือดให้ตายช้าๆ อย่างทรมาน น่ากลัวที่สุดเลย’
แน่นอนถ้าตายเร็วก็น่าเบื่อแย่สิ คึ คึ
เขาโต้ตอบคำพูดในใจ เลื่อนสายตาลงมอง SMSที่ผู้ชมทางบ้านส่งมาแสดงความเห็น
‘ไอ้คนชั่ว! ไอ้คนวิปริต!’
‘ยังมีความเป็มนุษย์อยู่หรือเปล่า’
‘ขอให้ตำรวจจับแกให้ได้แล้วเอาไปปะาเลยยิ่งดี’
แน่นอนว่าข้อความตัวอักษรมักรุนแรงกว่าสิ่งที่ปากพูด เขาหัวเราะเยาะกับข้อความสุดท้ายพอดีกับที่ผู้สื่อข่าวเปลี่ยนคนสัมภาษณ์ไปเป็กลุ่มนักศึกษา
‘ขอให้ตำรวจจับคนชั่วมาลงโทษให้ได้เร็วๆ’
ฮึ!ตำรวจไร้น้ำยาพวกนั้นเหรอจะจับฉันได้
เขาคิดแล้วก็กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
แล้วคนชั่วที่แท้จริงคือพวกตำรวจต่างหากแค่นี้มันยังไม่พอหรอก
มันต้องมากกว่านี้ฉันจะทำให้ตำรวจเลวๆ พวกนั้นต้องเป็บ้าตายด้วยชื่อจีระนี่แหละ
‘เราจะไปฟังความเห็นของสารวัตรที่รับผิดชอบคดีนี้นะคะ’
เอาสิฉันก็อยากรู้นักว่าตำรวจจะพูดยังไงกับคดีเมื่อคืน
เขายิ้มเยาะมั่นใจว่าต่อให้ทางตำรวจพยายามกันเต็มที่ แต่สุดท้ายก็จะสืบเอาความจริงอะไรไม่ได้และหวาดกลัวต่อฆาตกรคุณไสยคนนี้ในที่สุด
‘เื่คดีจีระขอให้ประชาชนทุกคนไม่ต้องวิตกเกินไป’สารวัตรท่าทางขึงขังพูด ‘ใน่นี้ขอให้ทุกคนระมัดระวังตัวอย่าอยู่ในที่เปลี่ยวตามลำพัง...ผมขอให้คำมั่นอีกว่าอีกไม่นานเราจะต้องจับตัวจีระมาลงโทษตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน’
เขาขมวดคิ้ว แทบลุกจากเก้าอี้
เป็ไปไม่ได้!?!
เขาคิดเมื่อมองเห็นสีหน้าของสารวัตรคนนั้นว่าไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำเป็เข้มแข็งแม้แต่น้อยแต่เป็สีหน้าของคนที่มั่นใจในบางสิ่งเหมือนได้ไพ่ตายไว้ในมือ
เขากลั้นใจฟังคำสัมภาษณ์ต่อ
‘เพราะตอนนี้นักสืบที่ได้สมญานามว่า ‘เชอร์ล็อกโฮล์ม’ แห่งศตวรรษที่ 21 ได้ลงมือสืบคดีด้วยตนเองแล้ว’
นี่เองคือที่มาของความมั่นใจนั้นเขาหัวเราะในลำคอ ดวงตาเปล่งประกายลุกโชน
ถ้าความมั่นใจนี้ถูกทำให้หายไปด้วยชื่อจีระพวกตำรวจก็จะเป็เหมือนแมลงสาบที่ถูกตัดหัว
“โฮล์มแห่งศตวรรษที่ 21 งั้นเหรอ…งั้นฉันจะเตรียมฉากฆาตกรรมที่แกไม่เคยนึกฝันว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ให้เอง”
เสียงประกาศนั้นดังกึกก้องเป็คำสาบานที่มีเจตนารมณ์แจ่มแจ้งว่ายังมีอีกหลายชีวิตที่ต้องสังเวยให้กับฆาตกรอย่างเขา