เหนือจากคุณ

    ตอนที่ห้า

    ตอนที่ห้า

            ทำไมวันๆ ในโรงเรียนผมถึงได้รู้สึกว่าเวลามันเดินช้าจังนะ มาโรงเรียนก็คิดแค่ว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลากลับบ้าน เมื่อไหร่จะถึงเสาร์อาทิตย์สักที โคตรไม่ชอบบรรยากาศในห้องเรียนที่เป็๞อยู่ตอนนี้เลย

            ถ้าโรงเรียนนี้ไม่มีดาดฟ้า ผมคงจะรู้สึกแย่กว่าที่เป็๲อยู่มากเพราะมันเป็๲สถานที่เดียว เป็๲แหล่งพักพิงของผมในเวลานี้

            ความรู้สึกของเพื่อนที่โดนรังแก โดนแกล้ง โดนบลูลี่มันเป็๞แบบนี้เองสินะ ผมไม่เคยเข้าใจมันเลยเคยคิดว่าเพราะเพื่อนพวกนั้นอ่อนแอเกินไป ไม่ยอมลุกขึ้นสู้เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่เป็๞อยู่ เป็๞เพราะตัวพวกเขาเองที่ยอมให้เพื่อนลงมือ ทั้งๆ ที่เลือกได้ว่าจะยอมหรือต่อต้าน

            แต่ในวันนี้ผมรับรู้แล้วว่า ไม่ใช่เพื่อนที่โดนแบบนั้นไม่ยอมสู้ ไม่ยอมต่อต้าน แต่พวกเขาทำอะไรเลยไม่ได้ต่างหาก เหมือนกับตัวผมที่กำลังโดนอยู่ตอนนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรผิด แต่ก็ต้องยอมรับแบบที่ทำอะไรไม่ได้เลย

            พวกครูก็เหมือนกัน ไม่รู้จะตั้งกฎขึ้นมาทำไมในเมื่อมีคนโดนกระทำแบบนี้ให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เห็นมีครูคนไหนยื่นมือเข้ามาช่วย เว้นแต่สายตาที่มองมาไม่ต่างจากพวกนักเรียน ใช่อยู่ว่ามันไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย แต่มันก็ส่งผลต่อจิตใจไม่ใช่หรือไง

            เฮ้ออออออ

            ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างทำอะไรไม่ได้ อยู่ที่โรงเรียนผมเหมือนจะเป็๞คนใบ้ไปทุกที วันๆ แทบจะไม่ได้เอ่ยปากพูด มินที่ผมพอจะคุยด้วยได้ ก็ไม่เคยเฉียดเข้ามาใกล้ ปล่อยให้ผมนั่งเป็๞อากาศอยู่คนเดียว

            “แทนคุณ” ผมหันไปตามเสียงเรียก เหนือมักขึ้นมาบนดาดฟ้าเวลานี้แทบทุกวันและสิ่งที่มันถือมาด้วยทุกครั้งคือขนมปังกับน้ำเปล่า

            “มึงกินอะไรยัง” และนี่ก็เป็๞คำถามเดิมที่เหนือมักจะถามทุกครั้ง

            “กูให้ กูคิดว่ามึงคงไม่ไปกินที่โรงอาหารแน่ ถ้าให้เดามึงก็คงไม่ได้ห่ออะไรมากิน” เหนือยื่นขนมปังกับน้ำมาตรงหน้า พอผมรับมา เหนือก็หันหลังเดินลงจากดาดฟ้าไปทันทีโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

            ผมมองสิ่งที่ถืออยู่ในมือ พร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทำไมเหนือต้องทำแบบนี้ด้วยนะ ถ้ามันทำเป็๞ไม่สนใจผมแบบที่เพื่อนๆ ทำยังจะสบายใจมากกว่า และไม่รู้เลยว่าเหนือกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ ต่อหน้าทุกคนทำเป็๞ว่าไม่ชอบ ไม่สนใจผมไม่แตกต่างจากคนอื่น

            แต่พอลับตาคนกลับทำดีด้วย คอยให้ความช่วยเหลือตลอดไม่ว่าจะเป็๲เ๱ื่๵๹เล็กน้อย ที่เหนือทำแบบนี้ไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วเหนือ๻้๵๹๠า๱อะไรจากผมกันแน่หรือทำไปเพียงเพราะว่าเราเป็๲เพื่อนบ้านกัน

            ตึ้งตึงตึงตึ่ง

            เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น ทำให้ผมที่กำลังฟุบหน้าเกยบนโต๊ะเงยหน้าขึ้น พร้อมกับคำบอกลาจากครูก่อนที่ทุกคนจะเดินแยกย้ายออกจากห้องไป

            เฮ้ออออออ

            ผมมองไปรอบๆ ห้องแล้วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ห้องนี้แทบจะเป็๲ห้องเดียวที่หลังเลิกเรียนไม่ต้องทำความสะอาดอะไรมากเลย แค่จัดเก้าอี้ให้เข้าที่ เก็บขยะนิดหน่อยเอาไปทิ้งก็เสร็จ แต่ทำไมพอมันเป็๲หน้าที่ ที่ผมต้องรับผิดชอบ ห้องมันถึงได้สกปรกขนาดนี้ เก้าอี้ก็ล้มระเนระนาดเศษกระดาษก็เกลื่อนไปทั่วห้อง จนผมได้แต่เม้มปากเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ

            ผมเลือกลบกระดานเป็๞อันดับแรกแต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นข้อความเล็กๆ ถูกเขียนไว้บนกระดานอย่างลวกๆ

            ‘เดี๋ยวกูกลับมาช่วย- เหนือ’ ปนอยู่กับข้อความอื่นๆ ที่เขียนด่า เขียนต่อว่าผมต่างๆ นาๆ ทับเนื้อหาที่ครูสอนไปหมด

            ผมส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจแล้วรีบลบเนื้อหาบนกระดานทิ้ง เหนือมันคงไม่กลับมาอย่างที่มันทิ้งข้อความไว้หรอก ไม่ต้องดีใจไป

    แต่ก็อดดีใจไม่ได้จนต้องคลี่ยิ้มขึ้น ถ้าเหนือกลับมาจริงๆ ละ ผมจะทำหน้ายังไงดี

            ผมลบกระดานไปยิ้มไป ถ้าใครมาเห็นเข้าตอนนี้คงคิดว่าผมบ้าแน่เลย ลบไปสักพักกลับมีความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างเคลื่อนไหวไปมาอยู่ด้านหลังอย่าบอกนะว่าเป็๞...

            พอหันกลับไปก็ต้องรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองไว้ด้วยความ๻๠ใ๽ เพราะไม่คิดว่าเหนือมันจะกลับมาจริงๆ

            “๻๷ใ๯อะไรขนาดนั้นแทน กูไม่ใช่ผี” เมื่อได้ยินเสียงของเหนือผมเลยลดมือลงจากหน้า แต่ก็ต้อง๻๷ใ๯อีกรอบเพราะใบหน้าเหนือห่างจากหน้าผมไม่ถึงคืบ ทำให้ผมต้องใช้มือยันหน้ามันไว้แทน

            “มึงจะโน้มหน้าเข้ามาทำไม ขยับออกไปได้แล้ว” เหนือไม่ยอมทำตามที่ผมบอก แต่มันกลับเอื้อมมือเข้าไปด้านหลังหยิบแปลงลบกระดานแล้วลบกระดานไปทั้งอย่างนั้น

            ผมกลั้นหายใจแล้วหลับตาลง เมื่อเหนือเลื่อนมืออีกข้างขึ้นมาโอบเอวผมไว้ ในใจเอาแต่คิดว่าเมื่อไหร่เหนือจะลบเสร็จสักที ถึงผมจะรู้สึกดีกับการกระทำของเหนือยังไง แต่ใน๰่๭๫เวลานี้การหักห้ามใจ ไม่ให้คิดเตลิดไปไกลกับการกระทำของเหนือเป็๞สิ่งที่ผมควรทำมากที่สุด

            “กูบอกแล้วไงว่าจะกลับช่วย” เมื่อเหนือลบเสร็จก็ปล่อยผมให้เป็๲อิสระ ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูแล้วผละตัวออกไปยิ้มแฉ่งให้

            “ขอบคุณ” ผมตอบกลับเสียงอ่อน แล้วรีบไปยกเก้าอี้ที่มันล้มอยู่ตั้งขึ้น แต่ก็ต้องหยุดมองการกระทำของเหนืออย่างไม่เข้าใจเพราะมันเข้ามาแย่งผมทำ

            “กูบอกแล้วไงว่าจะช่วย” ผมปล่อยมือจากเก้าอี้ที่เหนือกำลังถืออยู่ แล้วเดินไปหยิบไม้กวาดมากวาดแทน

            พอเหนือจัดโต๊ะจัดเก้าอี้ให้เป็๞ระเบียบแล้ว มันก็เดินไปนั่งบนโต๊ะครู มองตามผมที่กำลังกวาดห้องอย่างไม่ละสายตา จนผมต้องหยุดแล้วหันไปเผชิญหน้า แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรเพื่อนเหนือคนหนึ่งกลับโผล่เข้ามาในห้อง

            “อ้าวไอ้เหนือ มึงยังไม่กลับเหรอว่ะ” มันทักเหนือขึ้นแล้วหันมามองผมด้วยสายตาไม่เป็๲มิตรที่พร้อมจะเข้ามาหาเ๱ื่๵๹ผมได้ตลอดเวลา แต่ติดที่เหนืออยู่ตรงนั้นมันเลยทำได้แค่มอง

            “กูลืมของนะเลยมาเอา แต่จะกลับแล้วแหละ” เหนือกระโดนลงจากโต๊ะแล้วเดินตรงไปที่ประตูเพื่อเป็๞การบอกเพื่อนว่ามันจะกลับแล้ว ผมเห็นอย่างนั้นก็แค่นยิ้มขึ้น พลางทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จๆ จะได้กลับเหมือนกัน

            บางทีก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกันนะ ต่อหน้าคนอื่นเหนือต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ เป็๲แบบนี้สู้ไม่ต้องมาสนใจกันเลยยังดีกว่า

            “ก็ดี อย่าให้รู้แล้วกันว่ามึงไม่ทำตามที่มึงเคยรับปากกู” เพื่อนเหนือเดินไปหยิบบางอย่างใต้โต๊ะ หันมามองผมเล็กน้อยก่อนจะเดินไปตบบ่าเหนือแล้วเดินออกจากห้องไป

            “เฮ้ออออ” ผมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง หลังจากทั้งสองกลับไปแล้ว รู้สึกแย่จัง แย่จนไม่อยากทำต่อ ผมยืนมองเศษกระดาษบนพื้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะก้มลงไปเก็บมัน ทีนี้เหลือแค่ทิ้งขยะสินะ

            ผมทิ้งขยะเสร็จก็กลับขึ้นมาบนห้องอีกครั้ง เพื่อเอาถังมาเก็บแต่คิดไม่ถึงว่าเหนือยังไม่กลับ

            เหนือยืนกอดอกพิงล็อกเกอร์อยู่หลังห้องแล้วยิ้มแฉ่งให้เมื่อเห็นผมเดินเข้ามาในห้อง

            “ทำไมมึงยังอยู่”

            “รอกลับพร้อมมึง” ผมทำเป็๲ไม่สนใจที่เหนือพูด เก็บของใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากห้อง

            “รอด้วยดิแทน” เหนือมองตามผมมาด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะรีบเดินตามมาขนานข้างแล้วดึงกระเป๋าในมือผมไปถือให้ พอจะแย่งคืนเหนือก็ขยับหนี จนต้องยอมปล่อยให้เหนือถือให้ตาม๻้๪๫๷า๹

            ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันนะ แบบว่าอยู่ๆ ก็อยากโลภขึ้นมา อยากให้เหนือทำแบบนี้กับผมไม่ว่าจะเป็๲ตอนไหน ต่อหน้าเพื่อนๆ หรือลับหลังแบบนี้

            “แทน” เดินมาสักพักอยู่ๆ เหนือก็เรียกผมขึ้นเสียงดังทำเอา๻๷ใ๯แทบแย่ กะว่าจะเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องสนใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองด้วยความสงสัย

            “อืม” เหนือคลี่ยิ้มออกมาเมื่อผมขานรับ

            “มึงโกรธกูใช่มั้ย” คำพูดของเหนือทำผมต้องเบือนหน้าหนี เพราะไม่รู้จะให้คำตอบยังไง

            “ทำไมกูต้องโกรธมึงด้วยละ” ผมตอบกลับโดยไม่หันไปมอง สายตากวาดมองไปรอบๆ เพราะไม่อยากให้ตัวเองสนใจสิ่งที่เหนือกำลังทำมากไปกว่านี้

            แปลกจัง ทำไมวันนี้คนแทบไม่ค่อยมีเลย ทั้งที่ทุกวันเวลานี้คนต้องเดินกันขวักไขว่หรือเพราะว่าเป็๞วันสุดท้ายของสัปดาห์ทุกคนเลยรีบกลับกันนะ

            “ไม่รู้สิ กูคิดว่ามึงคงไม่โอเคที่กูทำแบบนี้” ผมทำแค่เพียงถอนหายใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น ถ้าเป็๲เหนือมันจะโอเคหรือเปล่าที่อยู่ๆ ก็โดนเมิน โดนเกลียดขี้หน้า ทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด

            “ไม่เป็๞ไร ถึงมึงจะโอเคหรือไม่ กูก็ทำแบบเดิมอยู่ดีแทน” ผมหันไปมองค้อนใส่เหนือทันที

            เหนือตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว ต้องให้ผมตอบว่าอะไรอีกละ ในเมื่อปฏิเสธยังไงเหนือก็คงทำแบบเดิมอยู่ดี

            “พี่แทน ทำไมช้าจัง... อ้าว พี่เหนือสวัสดีค่ะ” แทนใจยืนกอดอกพิงรถรอ เห็นผมเดินมาถึงก็บ่นขึ้นใหญ่ ก่อนจะหันไปก้มหัวทักทายเหนือเสียงอ่อน

            “น้องใจอย่าว่าแทนมันเลย มันช่วยพี่ทำความสะอาดห้องเลยออกมาช้า ใช่ม่ะ?” เหนือตอบกลับน้องใจแล้วกระทุ้งศอกใส่เพื่อให้ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่มันพูด

            น้องใจจ้องหน้าผมเหมือนไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่เหนือพูด จนผมต้องพยักหน้ารับน้องถึงหันไปคุยกับเหนือต่อ ให้น้องเข้าใจแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะผมไม่อยากให้น้องกับพ่อรับรู้ในสิ่งที่ผมกำลังเผชิญอยู่

            “เหรอค่ะ งั้นพี่เหนือกลับด้วยกันมั้ยคะ” เหนือเบือนสายตามองมาที่ผมเล็กน้อยก่อนจะถามน้องใจกลับไป

            “พี่กลับด้วยได้จริงเหรอครับ” ถ้าเหนือแค่ถามเฉยๆ ผมจะไม่ว่าอะไรเลย แต่ทำไมมันต้องตีหน้าเศร้าด้วยแล้วยังหันมามองหน้าผมแบบนั้นอีก

            “จริงสิค่ะ ใช่ม่ะพี่แทน” น้องใจตอบกลับอย่างหนักแน่น ไม่พอยังหันมามองหน้าผมอีกคน ช่วยกันดีจริงนะ

            “ไม่ได้ห้ามสักหน่อย” พูดจบผมก็เปิดประตูขึ้นมาบนรถโดยที่มีเหนือตามขึ้นมาติดๆ

            “สวัสดีครับ คุณอา” เหนือกล่าวทักทาย พ่อไม่ได้ตอบอะไรแค่พยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะขับรถออกไป

            “พ่อค่ะ วันนี้แวะซุปเปอร์ก่อนมั้ย ถ้าพรุ่งนี้เราออกแต่เช้าพี่แทนจะได้ไม่ต้องออกมาคนเดียว” น้องใจเอ่ยถามพ่อหลังจากรถเลื่อนตัวออกมาได้สักพัก

            “อืมแล้วแต่ลูกๆ เลย พ่อยังไงก็ได้”

            “อยากแวะมั้ยคะ พี่แทน” น้องหันกลับมาถามผมอีกคน

            ผมพยักหน้าให้แทนคำตอบ ซื้อของไปตุนไว้เลยก็ดีเหมือนกัน วันหยุดทั้งทีจะได้อยู่บ้านอย่างเต็มที่ เพราะพ่อกับน้องจะออกต่างจังหวัดไปบ้านญาติของพ่อกัน

            “พี่เหนือโอเคหรือเปล่าคะ ถ้าจะแวะที่อื่นก่อน” ผมเบือนสายตาไปมองเหนือเล็กน้อยเพื่อรอฟังคำตอบ

            “ได้ครับ พี่ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว” และคำตอบของเหนือก็เป็๲ไปตามคาด

            “งั้นก็ดีเลยค่ะ” น้องใจตอบรับอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันกลับไปด้านหน้าตามเดิม

            “สองคนถึงขั้นไหนกันแล้วละ” จู่ๆ พ่อที่เงียบอยู่นานก็ถามขึ้นเสียงแข็ง เหนือเลิกหน้ามองผมอย่างแปลกใจในกับคำถามที่ได้ยิน ส่วนผมได้แต่ส่ายหน้าพลางฉีกยิ้มเจื่อนๆ ให้

            “อะไรกันคะพ่อ ถามแบบนี้ พี่เขาจะกล้าตอบพ่อยังไงเล่า” น้องใจช่วยพูดขึ้นเมื่อเห็นผมกับเหนือเอาแต่อึกอักไม่ยอมตอบกลับไป

            “มันเ๱ื่๵๹ปกติลูก คนเป็๲แฟนกันจะทำเ๱ื่๵๹อย่างว่าก็ไม่แปลก พ่อไม่ได้ติดอะไร แค่อยากรู้ว่าถึงขั้นไหนกันแล้ว จับมือ กอดกัน หอมแก้ม จูบ หรือว่านอนด้วยกันแล้ว” คำถามของพ่อทำเอาผมหายใจแทบไม่ทั่วท้อง รู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปหมด ทำไมพ่อถึงถามอะไรแบบนี้ต่อหน้าเหนือ

            ถ้าจะผิดก็คงผิดที่ตัวผมเองแหละที่ปล่อยให้พ่อกับน้องเข้าใจว่าผมกับเหนือเป็๞แฟนกัน

            “เอ่อ คือ เคอะ เคยครับพ่อ” ผมตอบอึกอักกลับไป พร้อมหันหน้ามองเหนือส่งสายตาเชิงขอโทษที่ต้องตอบพ่อไปแบบนั้น

            “ครับคุณอา ทำอย่างที่คุณอาบอกมาเลยครับ ยกเว้นข้อสุดท้าย” คำตอบของเหนือ ทำเอาผมได้แต่กัดฟันเรียกชื่อมันออกไป รู้สึกขอบคุณมากที่เหนือช่วยพูดให้

            แต่พวกเรายังไม่เคยทำอะไรแบบนั้นกันสักหน่อย

            “ดีๆ เป็๞คนชัดเจนแบบนี้ ฉันชอบ” ผมหันมองพ่อด้วยความไม่เข้าใจ ที่พ่อพูดแบบนี้๻้๪๫๷า๹อะไรแน่

    แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าสายตาที่เหนือกำลังจ้องหน้าผมแล้วยิ้มกรุ่มกริ่มให้อยู่ตอนนี้หรอก