เสียงซุบซิบชื่นชมความงดงามของหญิงสาวจากเหล่าข้าราชบริพารที่ได้ยลโฉมดังแว่วถึงหูของเ้าชายอิสมินที่กำลังลงจากรถเขาเดินตามหลังพระบิดาและหญิงสาว ทิ้งระยะห่างนิดหน่อยเพื่อมองดูท่าทีของพระบิดาและหญิงสาวให้ชัดเจน
เหล่าราชองครักษ์เดินตามห่างๆเพื่อถวายอารักขาองค์พระประมุขและองค์รัชทายาท
กษัตริย์อัมมานสนทนากับทุกคนที่อยู่ในท้องพระโรงแล้วแนะนำหญิงสาวข้างกายให้เป็ที่รู้จัก “ขอบใจทุกคนมากที่มาคอยต้อนรับ นี่คือมิสลีอา มิยาโบวิทซ์เธอจะมาพักอยู่กับเราซักระยะนะช่วยกันดูแลเธออย่าให้บกพร่องล่ะ”
หญิงสาวยิ้มให้กับทุกคนและทักทายอย่างเป็กันเอง“ลีอารู้สึกยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ ขอฝากตัวด้วยนะคะ”
ทุกคนที่อยู่ในท้องพระโรงต่างยิ้มแย้มให้หญิงสาว
กษัตริย์อัมมานจึงสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองแล้วพาหญิงสาวไปด้านหลังของท้องพระโรงมีรถไฟฟ้าสีขาวคันใหญ่เหมือนกับรถที่ใช้ตามสนามกอล์ฟแต่คันใหญ่กว่าเพราะสั่งทำพิเศษให้มีที่นั่งกว้างขวางพร้อมพลขับจอดรออยู่หญิงสาวนั่งข้างหลังถัดจากพลขับ กษัตริย์อัมมานนั่งข้างๆ หญิงสาว
เ้าชายอิสมินรีบตามพระบิดาขึ้นไปนั่งบนรถด้านหลังหญิงสาวทำให้กษัตริย์อัมมานหันไปถามพระโอรสอย่างแปลกใจ“อ้าว...พ่อคิดว่าเ้าจะไปที่วังอัลบายาซะอีก?”
“ฮึ!เสด็จพ่อทรงไม่อยากให้ลูกอยู่ที่นี่เป็ก้างขวางคอล่ะซิครับถ้างั้นลูกกลับวังของลูกก็ได้ครับ” เ้าชายอิสมินตัดพ้อพร้อมกับจะก้าวลงจากรถ กษัตริย์อัมมานต้องรีบดึงแขนของพระโอรสเอาไว้“เฮ้ย...พ่อไม่ได้ว่าอย่างงั้นซะหน่อยก็เห็นทุกทีเ้าก็ไปที่วังอัลบายาไม่เห็นจะเคยมาอยู่ที่นี่เลยพ่อก็แค่แปลกใจเท่านั้นเอง”
“ฮึ!” เ้าชายอิสมินค้อนให้พระบิดาวงใหญ่ ๆพร้อมกับนั่งตามเดิม ทำให้หญิงสาวต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้เต็มที่แต่ก็ยังมีเสียงหลุดรอดถึงหูเ้าชายหนุ่มทำให้เขาหันไปขึงตาใส่เ้าหล่อนดุดันจนได้ยินพระบิดาถามกระเซ้าเย้าแหย่ว่า“แล้ววันนี้เ้าอยู่ที่นี่ไม่กลัวพวกนางสนมที่วังเหงารึไง?”
“ช่างพวกนาง”
“พวกนางสนมของเ้าจะเหงาพ่อไม่กลัวหรอกนะพ่อกลัวว่าเ้าจะเหงาแล้วเที่ยวมาคว้านางกำนัลในวังพ่อไปกกไปกอดต่างหากล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ” กษัตริย์อัมมานกระเซ้าเย้าแหย่พระโอรสแล้วก็หัวเราะลั่นทำให้คนอื่นๆพากันกลั้นหัวเราะกันสุดฤทธิ์
“หึ!” เ้าชายอิสมินสะบัดหน้าพรึ่ด
กษัตริย์อัมมานจึงสั่งให้พลขับออกรถหลังจากแหย่พระโอรสพอหอมปากหอมคอแล้ว“เอาล่ะไปได้แล้ว”
พลขับค่อยๆขับรถเคลื่อนไปตามถนนในอุทยานกลางซึ่งมีไม้ยืนต้นให้ความร่มรื่นมากมายมุ่งตรงไปยังวังซาลาฮาดีนขององค์พระประมุขผู้ปกครองประเทศ
วังซาลาฮาดีนเป็อาคารเก่าแก่ก่อด้วยศิลาเหมือนกับทุกอาคารในบริเวณพระราชวัง เมื่อมาถึงแล้วกษัตริย์อัมมานก็สั่งให้นางกำนัลพาหญิงสาวไปพักผ่อนยังอาคารรับรองที่ได้เตรียมเอาไว้
เมื่อหญิงสาวเดินตามนางกำนัลไปแล้วจึงหันไปมองพระโอรสที่กำลังจะเสด็จไปยังห้องส่วนตัวซึ่งมักจะใช้เมื่อมาอยู่ที่พระราชวังเอจาอัลลา
“อิสมินเ้าไปพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนแล้วตอนเย็นพ่อจะบอกเ้าเกี่ยวกับเื่งานอภิเษกของพ่อเองเ้าไม่ต้องใช้ซาอิดไปหาข่าวให้เหนื่อยหรอกนะ” กษัตริย์อัมมานบอกแล้วก็เสด็จไปยังห้องทำงานที่อยู่ติดกับห้องนอนของเขาเองซึ่งยังมีงานที่ยังทำไม่เสร็จค้างอยู่ ปล่อยให้พระโอรสหงุดหงิดใจต่อไป
หญิงสาวเดินตามนางกำนัลไปยังอาคารรับรองซึ่งอยู่ทางซ้ายของวังซาลาฮาดีนมองเห็นอุทยานกว้างด้านหลัง บริเวณโดยรอบอาคารรับรองปลูกต้นแก้วออกดอกขาวเต็มต้นส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณกระเป๋าเดินทางใบเล็กใบเดียวของหญิงสาวได้ถูกนำมาไว้และจัดเรียงสิ่งของในกระเป๋าเข้าตู้ให้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
แล็บท็อปเครื่องเล็กจิ๋วของเธอถูกนำออกมาวางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือในห้องนอนกว้างใหญ่นางกำนัลสองนางกำลังนำเสื้อผ้าของหญิงสาวซึ่งมีไม่กี่ชุดนำไปรีดให้เรียบร้อยแล้วแขวนใส่ตู้รวมกับเสื้อผ้าของหญิงสาวที่องค์พระประมุขมีคำสั่งให้จัดหาไว้ให้หญิงสาวในห้องแต่งตัวติดกับห้องน้ำ
นางกำนัลที่รออยู่ในอาคารรับรองอีกห้านางช่วยกันเตรียมอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณให้หญิงสาวตามคำสั่งของกษัตริย์อัมมานที่สั่งให้ดูแลหญิงสาวเป็อย่างดีโดยไม่ขาดตกบกพร่อง
“ไม่ต้อง! เราอาบเองได้พวกเธอไม่ต้องมาช่วยเราหรอก” เสียงหญิงสาวดังลั่นเมื่อเหล่านางกำนัลช่วยกันถอดเสื้อผ้าออกจากกายของเธอใบหน้างดงามแดงก่ำสองมือก็คอยปัดมือของเหล่านางกำนัลอย่างเอียงอายไม่ยอมให้พวกนางช่วยถอดเสื้อผ้าให้
“ไม่ได้เ้าค่ะเป็คำสั่งขององค์อัมมานให้พวกเราคอยดูแลรับใช้อย่าให้ขาดตกบกพร่องหากมีสิ่งใดบกพร่องไปพวกเราจะถูกทำโทษเ้าค่ะ” หนึ่งในเหล่านางกำนัลบอกกับหญิงสาวซึ่งกำลังพยายามปัดมือที่ช่วยกันถอดเสื้อผ้าออกจากกายของเธอ
“แต่ไม่ได้บอกให้มาช่วยกันอาบน้ำให้เรานะ!” หญิงสาวขัดขึ้นทันที ใบหน้างดงามแดงด้วยความเขินอายยกท่อนแขนปิดบังทรวงอกงามเอาไว้ ด้วยเสื้อผ้าและบราเซียถูกเหล่านางกำนัลถอดออกไปจนเหลือเพียงบิกินี่ลูกไม้ตัวจิ๋วสีเนื้อแนบกาย
“การดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่องของพวกนางน่ะรวมถึงการอาบน้ำและนวดด้วยน้ำมันหอมหลังอาบน้ำแล้วด้วย ปล่อยให้พวกนางทำให้เสร็จๆไปเถอะ แล้วก็เลิกเสียงดังโวยวายได้แล้ว ชั้นรำ...” เสียงห้าวกังวานจากเ้าชายอิสมินบอกกับหญิงสาวซึ่งขณะที่เขากำลังจะไปยังคอกม้าหลวงก็ได้ยินเสียงหวานใสดังลั่นออกมาจากอาคารรับรองของแขกส่วนตัวของพระบิดาจึงได้ไปมองดูที่มาของเสียง
เมื่อเขาผลักบานประตูไม้เข้าไปภายในห้องรับแขกก็ได้ยินเสียงหญิงสาวดังลั่นออกมาจากห้องนอน จึงเดินเข้าไปในห้องนอนแต่ก็ไม่พบเ้าของเสียงเขาจึงไปยังห้องแต่งตัวที่ได้ยินเสียงนางกำนัลกำลังพูดกับแขกส่วนตัวของพระบิดาพร้อมกับตอบแทนเหล่านางกำนัลแต่ภาพที่ปรากฏต่อสายตาเมื่อเดินไปถึงหน้าห้องแต่งตัวทำให้เขาต้องตาค้างทันควันเมื่อเห็นหญิงสาวยืนอยู่ท่ามกลางเหล่านางกำนัล แขนข้างหนึ่งปิดทรวงอกงดงามเอาไว้มืออีกข้างหนึ่งปัดมือเหล่านางกำนัลที่พยายามถอดบิกินี่ตัวจิ๋วอย่างไม่ยอมแพ้
“ว้าย! ออกไปนะ! อีตาเ้าชายลามก!” เสียงหวานใสร้องดังลั่นยิ่งกว่าเดิม เมื่อหันไปตามเสียงห้าวกังวานที่ตอบแทนเหล่านางกำนัล จึงเห็นเ้าชายอิสมินยืนตาค้างอยู่หน้าห้องแต่งตัว
โคร้ม! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!...
“เฮ้ย!”
ข้าวของแตกกระจายเมื่อหญิงสาวใช้มือข้างที่ว่างอยู่ขว้างปาสรรพสิ่งที่หาได้จากในห้องแต่งตัวใส่เ้าชายอิสมินที่รู้สึกตัวั้แ่ได้ยินเสียงร้องต่อว่าของหญิงสาวเขาจึงะโหลบสรรพสิ่งที่เธอขว้างใส่อย่างแม่นยำได้อย่างเฉียดฉิว แล้วรีบออกจากอาคารรับรองแทบไม่ทัน
“อ้า!” เหล่านางกำนัลซึ่งกำลังใกับการปรากฏตัวของเ้าชายอิสมินต่างรู้สึกตัวเมื่อเห็นหญิงสาวขว้างปาข้าวของใส่เ้าชายหนุ่มจึงช่วยกันห้ามปรามเอาไว้“คุณเ้าขา หยุ้ด...หยุดเถอะเ้าค่ะ!”
เมื่อเ้าชายอิสมินเสด็จไปแล้วหญิงสาวจึงหยุดปาข้าวของยืนหอบหายใจแฮ่กๆ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย “ปัดโธ่เอ้ย!...หลบไวชะมัดยาดเล้ย! คอยดูนะอีตาลามก ฉันจะให้นายชดใช้เป็ร้อยเท่าพันเท่าเล้ย!”
เหล่านางกำนัลรีบเก็บกวาดสรรพสิ่งที่แตกกระจายและจัดข้าวของเข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อยแล้วลงมือขัดสีฉวีวรรณให้หญิงสาวต่อ
ส่วนเ้าชายอิสมินหลังจากหลบรอดสรรพสิ่งที่หญิงสาวขว้างปาใส่มาได้อย่างฉิวเฉียดเขาก็รีบออกจากอาคารรับรองของหญิงสาวทันทีพร้อมกับบ่นไปด้วยตลอดทางที่ไปยังคอกม้าหลวง“โธ่โว้ย! วันซวยอะไรของฉันกันนะ?คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจนึกว่ามีเื่อะไรถึงได้ร้องเอะอะขนาดนั้นใครมันจะไปรู้ล่ะเฟ้ยว่ากำลังชีเปลือยอยู่ดันปาของใส่ซะอีกดีนะว่าหลบทันไม่งั้นหัวแตกแน่ๆ เลย ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้กริยามารยาทห่วยสิ้นดี! คอยดูนะฉันจะเอาคืนทบต้นทบดอกเล้ย!”
จนถึงคอกม้าหลวงเ้าชายอิสมินก็ควบม้าคู่ใจออกวิ่งในสนามกว้างสำหรับซ้อมฝีเท้าม้าและอูฐที่อยู่ถัดจากอุทยานด้านหลังวังซาลาฮาดีนเพื่อให้ลืมภาพหญิงสาวที่มองเห็นเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาเขารู้สึกร้อนรุ่มในใจยิ่งนัก แม้จะผ่านศึกรักกับหญิงสาวสวยมามากมาย ก็ยังไม่มีหญิงคนใดทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มได้เท่ากับแขกส่วนตัวของพระบิดาเลยซักคน
เขาควบม้าวิ่งอยู่นานจนใจเย็นลงแล้วจึงชักม้าบ่ายหน้ากลับคอกม้าหลวงหยิบแครอทและอาหารให้ม้าคู่ใจเป็รางวัลเสร็จแล้วจึงเสด็จกลับห้องส่วนตัวเพื่ออาบน้ำแต่งตัวไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับที่พระบิดาจัดให้ซึ่งเขารู้ว่าพระบิดาหาเหตุจัดงานให้เหล่าข้าราชบริพารได้สนุกสนานรื่นเริงกันต่างหาก
ณท้องพระโรง กษัตริย์อัมมานสนทนากับเหล่าข้าราชบริพารที่มาร่วมงานเลี้ยงอย่างคับคั่งเขาเดินสนทนาหยอกเย้ากระเซ้าเย้าแหย่ข้าราชบริพารอย่างเป็กันเอง ส่วนเ้าชายอิสมินก็กำลังสนทนาอยู่กับบรรดาเพื่อนๆซึ่งเป็ลูกหลานของข้าราชบริพารอย่างสนุกสนาน
จนกระทั่ง เสียงประกาศการมาถึงของแขกส่วนตัวของกษัตริย์อัมมานดังขึ้นทำให้ทุกคนในงานหันไปมองผู้มาใหม่กันเป็แถวแล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึงในความงดงามของหญิงสาวดั่งต้องมนต์สะกดกันถ้วนหน้า “อา...”
ยกเว้นก็แต่กษัตริย์อัมมานซึ่งเห็นเ้าหล่อนจนชินตาซะแล้วจึงไม่ได้ตะลึงในความงดงามของหลานสาวคนสวยเลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวสวมชุดราตรียาวสีน้ำเงินเข้มตัวเสื้อด้านหลังเว้าลงไปเกือบถึง่เอวอวดแผ่นหลังเนียนสวยอันเป็ชุดที่นางกำนัลเลือกให้แต่งตัวสำหรับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ประดับประดาด้วยเครื่องประดับไพลินล้อมเพชรน้ำงามแวววาวระยิบระยับสะท้อนแสงไฟเป็ประกาย เรือนร่างบางค่อยๆเยื้องย่างเข้ามาในงานอย่างสง่างาม เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นกษัตริย์อัมมานยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าข้าราชบริพาราุโหญิงสาวจึงตรงไปทักทายว่าที่น้าเขยทันที
“ถวายบังคมเพคะ”หญิงสาวย่อตัวทำความเคารพแล้วประชิดกายว่าที่น้าเขยพร้อมกับกระซิบกระซาบต่อว่าต่อขานเบาๆพอให้ได้ยินเพียงสองคน “ไหนว่างานเลี้ยงเล็กๆ ไงเพคะ?คนเยอะขนาดนี้ไม่เล็กแล้วนะเพคะ ลีอาโกรธแล้วด้วย!”
ใบหน้างดงามสะบัดพรึ่ดค้อนให้กษัตริย์อัมมานทีหนึ่งแล้วเ้าหล่อนก็ถอยห่างออกมานิดหนึ่ง กษัตริย์อัมมานจึงยิ้มให้คนหน้างอตรงหน้าพร้อมกับอธิบายให้เ้าหล่อนฟัง“ก็นี่แหละงานเลี้ยงเล็กๆ แขกที่มามีแต่คนสนิททั้งนั้น”
หญิงสาวเลยค้อนให้อีกวงจนกษัตริย์อัมมานต้องรีบต่อรองกับคนเกลียดงานเลี้ยงซะก่อนที่แม่เ้าประคุณจะแอบหนีหายไปดื้อๆ“เอาน่าๆ ไหนๆ ลีอาก็แต่งตัวสวยๆ มาแล้ว อยู่ร่วมงานเลี้ยงจนเปิดฟลอร์เต้นรำกับฉันก่อนนะแล้วหลังจากนั้นลีอาจะไปไหนก็ไปเถอะ ตกลงนะ”
“ก็ได้เพคะอยู่ถึงแค่เปิดฟลอร์เท่านั้นนะเพคะ”
เมื่อได้ยินหญิงสาวตกปากรับคำกษัตริย์อัมมานก็หยิกแก้มนุ่มเบาๆ “จ้า...แม่หลานสาวตัวแสบ”
เ้าชายอิสมินเห็นพระบิดาหยอกล้อกับหญิงสาวก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่พอใจแขกส่วนตัวของพระบิดามากขึ้นไปอีกยิ่งเห็นพระบิดาแนะนำตัวหญิงสาวกับบรรดาข้าราชบริพารแถมยังคอยเอาอกเอาใจเ้าหล่อนก็ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดใจมากยิ่งขึ้นแต่เพราะอยู่ต่อหน้าข้าราชบริพารจึงพยายามระงับอารมณ์เอาไว้
จนกระทั่งเสียงเพลงในงานเปลี่ยนเป็เพลงเต้นรำกษัตริย์อัมมานจึงโค้งเชิญหญิงสาวไปเต้นรำเปิดฟลอร์ก็ยิ่งทำให้เ้าชายอิสมินหงุดหงิดยิ่งนัก เมื่อพระบิดาเต้นไปครบรอบ เขาจึงคว้าแขนนางกำนัลสาวที่อยู่ใกล้ๆไปเต้นรำกับเขาด้วยทันที ทำให้นางกำนัลนางนั้นร้องบอกเ้าชายหนุ่มเบาๆ “ว้าย! ฝ่าาเพคะหม่อมฉันเต้นรำไม่เป็เพคะ”
“เต้นไม่เป็ก็มาเหอะน่าแค่ก้าวตามฉันให้ดีอย่าเหยียบเท้าฉันล่ะกัน!” เขาดุแถมด้วยสายตาดุดันทำให้นางกำนัลนางนั้นรีบสงบปากสงบคำก้าวเท้าตามเ้าชายอิสมินอย่างเก้ๆกังๆ จนเมื่อเต้นไปใกล้ๆ พระบิดาเ้าชายหนุ่มก็ขอเปลี่ยนคู่เต้นกับพระบิดาทันที “เสด็จพ่อครับลูกขอเต้นรำกับมิสมิยาโบวิทซ์หน่อยครับ”
กษัตริย์อัมมานมองพระโอรสแล้วปฏิเสธทันควัน“เสียใจ เื่อะไรพ่อจะให้คาสโนว่าอย่างเ้าเข้าใกล้ลีอาของพ่อล่ะ เมินซะเถอะ”
แล้วเขาก็พาหญิงสาวเต้นรำออกห่างพระโอรสทันทีเ้าชายอิสมินจึงได้แต่มองตามพระบิดาพร้อมกับเข่นเขี้ยวในใจ เชอะ! ‘ลีอาของพ่อ’ งั้นรึ เสด็จพ่อนะเสด็จพ่อ หลงหัวปลักหัวปำเลยล่ะซิ
เ้าชายหนุ่มสะบัดหน้า เดินจากไปโดยไม่สนใจคู่เต้นรำแม้แต่น้อยทิ้งให้คู่เต้นรำของตัวเองยืนเดียวดายอยู่กลางฟลอร์คู่เต้นรำจำเป็จึงรีบหลบออกจากฟลอร์ไปทันที
เมื่อจบเพลงเปิดฟลอร์แล้วหญิงสาวจึงย่อตัวถวายความเคารพก่อนจะเอ่ยลาว่าที่น้าเขย“เพลงจบแล้วเพคะ งั้นลีอาขอตัวก่อนนะเพคะ กูดไนท์เพคะเสด็จลุง”
หญิงสาวเขย่งตัวหอมแก้มฟอดใหญ่กษัตริย์อัมมานจึงลูบศีรษะสวยได้รูปเอ่ยตอบ “นอนหลับฝันดีนะจ๊ะหลานรักแล้วพรุ่งนี้ฉันจะพาไปเที่ยวนะ กูดไนท์จ้ะ”
เขาประทับจุมพิตราตรีสวัสดิ์ลงบนหน้าผากเนียนทีหนึ่งแล้วหญิงสาวก็ย่อตัวถวายความเคารพอ่อนช้อยอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากงานเลี้ยงโดยมีสายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่มาร่วมงานมองตามเ้าหล่อนกันตาปรอยแต่ไม่มีใครหาญกล้าเข้าไปทำความรู้จักแขกส่วนตัวขององค์พระประมุขกันซักคนใครจะกล้าล่ะก็องค์อัมมานเล่นคุมแจซะขนาดนั้นขืนเจ๋อเข้าไปคุยกับเ้าหล่อนมีหวังคงได้ถูกย้ายไปประจำอยู่แนวชายแดนแหงๆ
จากสายตาขององค์พระประมุขใครเห็นก็ดูออกว่าหวงหญิงสาวมากเพียงไรชนิดผู้หญิงข้าใครอย่าแตะยังชิดซ้ายไปเลยแล้วใครจะกล้าหาเื่เดือดร้อนใส่ตัวกันล่ะ เหอๆๆๆ...
หญิงสาวเดินออกจากงานเลี้ยงเพียงลำพังไม่ได้เรียกนางกำนัลรับใช้เลยซักคนปล่อยให้พวกนางสนุกสนานกับงานเลี้ยงอันแสนสนุกในความคิดของพวกนางแต่สำหรับหญิงสาวแล้วเป็งานที่น่าเบื่อที่สุด
ร่างบางในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มค่อยๆเดินกลับอาคารรับรองไปตามทางเดินปูด้วยแผ่นหินผ่านพระราชอุทยานกลางเหลียวซ้ายแลขวาชื่นชมต้นไม้ใบหญ้าไปตลอดทางเสียงเพลงจากงานเลี้ยงค่อยๆ หายไปทีละน้อยๆตามระยะทางที่เดินจากมาจนไม่ได้ยินเสียงเพลงแล้วเหลือเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรร้องระงมยามค่ำคืนหญิงสาวหยุดยืนแหงนหน้ามองดูดาวบนท้องฟ้าพร้อมกับเอื้อมมือขึ้นไปทำท่าจะเก็บดาวระยิบระยับเอาไว้ในมือ
กลิ่นหอมของดอกไม้หอมโชยตามลมกรุ่นกลิ่นอยู่รอบๆ ตัว หญิงสาวจึงเลิกมองดาวบนฟากฟ้าแล้วหันมามองหาที่มาของกลิ่นหอมที่รวยรินมาให้ชื่นใจท่ามกลางแสงไฟสลัวภายในอุทยานเธอก็เห็นต้นไม้ต้นหนึ่งเป็พุ่มหนาสูงราวสองเมตรออกดอกสีขาวเต็มต้นอันเป็ที่มาของกลิ่นหอมจึงเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วยื่นหน้าไปใกล้สูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวเต็มแรง
“หอมจังดอกอะไรเนี่ย?” มือน้อยๆไล้ไปตามใบยาวรีใหญ่และช่อดอกอันเต็มไปด้วยดอกสีขาวนวลเล็กๆ เต็มช่อ เธอสูดกลิ่นหอมของดอกไม้อีกครั้ง
“ดอกราตรียิ่งดึกก็ยิ่งหอม” เสียงห้าวที่ดังอยู่ข้างหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้งใเล็กน้อย “อุ้ย!”
เมื่อหันกลับมามองคนพูดหญิงสาวก็เชิดหน้าใส่เดินหนีทันที “เชอะ!”
แต่ยังช้ากว่ามือใหญ่ที่ฉวยคว้าข้อมือเล็กๆได้ทัน “จะหนีไปไหนล่ะ?”
“ปล่อย!” เสียงหวานใสตวาดใส่เ้าของมือใหญ่พร้อมกับบิดข้อมือตนเองออกจากมือคนหน้าบูดยิ่งทำให้เ้าชายอิสมินกำรอบข้อมือเล็กๆ แน่นขึ้นแล้วกระชากเข้าหาตัวเองรวดเร็ว
“ว๊าย! โอ้ย!”เรือนร่างบางถลาตามแรงกระชากปะทะกับอกกว้างล่ำสันอย่างไม่ทันตั้งตัว มืออีกข้างโอบรัดหญิงสาวเอาไว้ทันทีเสียงหวานใสยิ่งตวาดใส่เสียงดังยิ่งกว่าเดิม “ปล่อนนะอิสมินหน้าบูด!”
“ชิ! กล้ามากนะที่เรียกฉันอย่างนี้น่ะ ฉันจะให้เธอชดใช้ให้สาสมเลยที่กล้าเรียกฉันอย่างนี้!” เสียงห้าวเอ่ยเข่นเขี้ยวพร้อมกับปากได้รูปแนบสนิทปิดปากหญิงสาวทันที
“อี้!” ใบหน้างดงามหันหนีทันควัน แต่ใบหน้าคมเข้มก็ตามติดอย่างไม่ลดละท่อนแขนแข็งแรงยิ่งรัดเรือนร่างบางแน่นขึ้น แถมมือใหญ่ยังจับท้ายทอยล็อคเอาไว้ไม่ให้เ้าหล่อนหันหน้าหนีได้ริมฝีปากบางแดงระเรื่อจึงเม้มสนิทไม่ยอมให้ถูกรุกราน สองมือน้อยๆทุบรัวใส่เ้าชายหนุ่มไม่ยั้ง ตุบ! ตุบ! ตุบ!...
แต่เ้าชายอิสมินหาได้สนใจไม่ประทับริมฝีปากรูปกระจับบดขยี้บนเรียวปากนุ่มรุนแรงหวังจะให้เ้าหล่อนยอมเปิดปากแต่เรียวปากนุ่มก็ยังเม้นแน่นมือใหญ่ที่รัดเรือนร่างบางจึงลูบไล้แผ่นหลังเนียนอย่างจาบจ้วง
“อ่ะ!”
ทันทีที่หญิงสาวใอ้าปากร้องลิ้นอุ่นร้อนที่รอจังหวะอยู่แล้วก็รุกรานไปทั่วปากนุ่มหอมหวาน พร้อมกับมือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเนียนแทบทุกตารางนิ้วส่วนมืออีกข้างก็ละจากท้ายทอยลงไปคลึงเค้นสะโพกงามงอนอย่างเมามันรสจุมพิตดุดันค่อยๆ เปลี่ยนเป็อ่อนหวานเรียกร้องให้หญิงสาวตอบสนอง ทำให้อาการดิ้นหนีอย่างเอาเป็เอาตายค่อยๆสงบลง สองมือที่ทุบตีผลักใสเ้าชายหนุ่มเป็พัลวันก็ค่อยๆ หยุดลงตามไปด้วย
ปากบางแดงระเรื่อค่อยๆตอบสนองจุมพิตของเ้าชายอิสมินอย่างไร้เดียงสาด้วยความเผลอไผลลืมตัวสร้างความพอใจให้เ้าชายหนุ่มยิ่งนักเขาเกี่ยวสายเสื้อชุดราตรีที่ร้อยด้วยไข่มุกออกเผยให้เห็นปทุมถันงามไร้ซึ่งบราเซียรัดรึงมือใหญ่ค่อยๆ เลื่อนจากแผ่นหลังเนียนเข้าปทุมถันงามทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือกรู้สึกตัวทันที“อ่ะ!”
สองมือน้อยๆจึงผลักเ้าชายอิสมินเต็มแรงพร้อมกับกำปั้นน้อยๆ ประเคนใส่ใบหน้าคมเข้มเต็มเหนี่ยวเสียงดังสนั่นพลั่ก!
“โอ้ยยยยย!!!!!” เขาเห็นดาวเห็นเดือนทันที ร่างกายล่ำสันค่อยๆทรุดลงไปนอนนับดาว วิ๊ง! วิ๊ง! วิ๊ง!...
เสียงหวานใสพยายามสรรหาคำด่ามาประเคนด่าเ้าชายหนุ่มเป็ชุดเท่าที่จะนึกออก“คนบ้า! คนเฮงซวย! นายมันร้ายกาจที่สุดเล้ย อิสมินหน้าบูด!”
มือน้อยรีบรั้งสายเสื้อชุดราตรีขึ้นแล้ววิ่งหนีไปทันทีไม่แม้จะหันกลับมามองคนนอนนับดาวแม้แต่น้อยส่วนคนนอนนับดาวแม้จะเจ็บจนมึนไปครู่ใหญ่แต่ก็ยังยิ้มออกมาได้เมื่อนึกถึงัันุ่มๆของเรือนร่างบางงดงาม กลิ่นหอมอ่อนหวานที่ยังติดจมูกและรสจุมพิตหวานละมุนที่ฉกฉวยจากเ้าหล่อนยังติดตรึงใจจนยากที่จะลืมเลือนได้“อือ...”
หญิงสาววิ่งหนีไปจนถึงอาคารรับรองแล้วปิดประตูล็อคแ่า
“คนเฮงซวยเอ้ย!” มือเรียวนุ่มยกหลังมือเช็ดปากแรงๆหวังจะให้ลืมรสจุมพิตอุกอาจของเ้าชายอิสมินแต่มันก็ยังติดแน่นอยู่ในความรู้สึกของเธอ ไออุ่นจากเรือนกายล่ำสันยังแผดเผาผิวเนื้อนุ่มให้รู้สึกร้อนวูบวาบไม่หายยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธเ้าชายหนุ่มเป็ทวีคูณจนเผลอเตะตู้รองเท้าข้างประตูระบายอารมณ์เต็มแรง“อิสมินหน้าบูดเอ้ย! ปึง! โอ้ย!อูยยยยยย...”
ผลก็คือหญิงสาวต้องกุมเท้าตัวเองด้วยความเจ็บเลยยิ่งอาฆาตแค้นเ้าชายอิสมินมากขึ้น
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ