รอรัก รอแค้น

    บบที่ 3 ความฝัน

    คืนนั้นศศิธรรีบอาบน้ำเข้านอนเร็ว“กลิ่นเหม็นอะไร”ร่างของหญิงสาวสะลึมสะลือตื่นกลางห้องนอนที่มือสนิทเพราะกลิ่นเหม็นสาบสางและกินอาจมของเสียลอยตลบอบอวลเธอกวาดสายตาตามความมืดภายในห้อง จนเธอไปสะดุดกับร่างของหญิงคนหนึ่ง ซึ่งนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกเธอสวมชุดไทยโบราณตรงช่วงเกาะอกด้านบนและผ้าถุงข้างล่างดูแล้วเป็นผ้าไหมที่ถูกถักทออย่างประณีตบรรจง“เธอเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง”หญิงคนนั้นยังคงหวีผมดำสลวยของตนไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจเสียงถามไทยเลยแม้แต่น้อย”“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร”ทุกอย่างยังคงเป็นเช่นเดิมในที่สุดศศิธรก็ทนต่อไปไม่ไหวเธอตรงเข้าไปกระชากผู้หญิงคนนั้นให้หันมาทางเธอแล้วก็ต้องถึงกับผงะกับภาพตรงหน้า“กรี๊ดดดดดดด”หญิงสาวรีบถอยหลังตามสัญชาตญาณหญิงคนนั้นมีใบหน้าเขียวช้ำเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกทำร้ายและ เธอยืนขึ้นค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาศศิธร“ไม่มีใครช่วยมึงได้กูจะฆ่ามึงอีกลิ่นแก้ว” เธอหัวเราะเสียงหัวเราะของหญิงคนนั้นดูสะใจและเครียดแค้นจนศศิธรขนลุกชันไปทั้งล่าง เธอถอยกลับไปชิดกำแพง“ไม่ฉันไม่เคยทำอะไรให้เธออย่ามายุ่งกับฉัน”“มึงลืมแล้วหรอว่ามึงเคยทำอะไรกับกูไว้ อีแพศยา”“ไม่ฉันไม่เคยทำอะไรให้เธอ”“ไม่”“ไม่!!!”ศศิธรสะดุ้งตื่นขึ้นภายในห้องมืดสนิทหญิงสาวรีบเปิดโคมไฟบนหัวเตียงกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดๆ เธอก็สบายใจขึ้น“ฝันว่าอะไรเนี่ย”ศศิธรนึกถึงฝันเมื่อสักครู่นี้ที่มันยังติดอยู่ในมโนสำนึกของเธอ มันเป็นความฝันที่สมจริงมากและน่ากลัวมาก ศศิธรมองนาฬิกาจากโทรศัพท์มือถือเห็นว่าเป็นเวลาเพียงแค่ตี 3 เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพลงกล่อมแล้วพยายามข่มตานอนไปอีกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ข่มตาหลับไม่ลง พอเช้าเธอไปอาบน้ำแต่งตัวและเมื่อเธอจะมานั่งแต่งหน้าทำผมไปทำงานเธอก็ต้องชะงักเพราะแปรงหวีผมของเธอที่เก็บใส่ลิ้นชักเอาไว้ถูกนำมาวางไว้ข้างนอกแถมที่แปรงยังมีเศษเส้นผมติดอีก ปกติหลังจากแปรงผมเสร็จแล้วเธอมักจะแกะเส้นผมทิ้งทุกครั้งเพราะเป็นคนรักสะอาด“เราลืมหรอ ใช่หรอ”ความฝันเมื่อคืนกลับมาอีกครั้งภาพของผู้หญิงคนนั้นกำลังแปลงผมอยู่ตรงนี้เด่นชัดขึ้น“ไม่ใช่หรอกจะเป็นไปได้ยังไง เธอลืมเองนั่นแหละไอรัก”“เธอเก็บเศษเส้นผมนั้นออก แล้วนั่งแปรงผมตัวเองแต่งหน้าแล้วออกไปทำงาน”คืนนี้เธอต้องเป็นเวรที่โรงพยาบาล บรรยากาศโรงพยาบาลในยามกลางวันยันกลางวันจะมีหมอพยาบาลผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยเดินกันเต็มไปหมด แต่ยามค่ำคืนเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงโรงพยาบาลเล็กๆ ของอำเภอที่ไม่เจริญมองไปทางไหนมีแต่ต้นไม้ต้นใหญ่ๆ ไร้ซึ่งแสงไฟนีออนมีเพียงแค่แสงไฟจากตัวตึกบังตึกเท่านั้น เดินลัดเลาะไปตามทางเดินกลับเข้าไปพักในห้องพักแพทย์เธอจะต้องเดินลงจากตึกเท่านั้น เธอเห็นหญิงในชุดผู้ป่วยยืนอยู่หน้าตึกผู้ป่วย“คุณค่ะทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้คนไข้ออกมาเดินในยามวิกาลนะคะ” เธอพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหาผู้ป่วยคนนั้นแทนที่ผู้ป่วยคนนั้นจะกลับเข้าติดไปพักผ่อนหญิงคนนั้นกับเดินออกนอกตัวตึกตรงไปยังประตูทางออกโรงพยาบาล“คุณค่ะเดี๋ยวก่อน” ศศิตาพยายามจะวิ่งตาม“คุณคะคุณจะออกจากโรงพยาบาลไม่ได้นะคะ”ผู้ป่วยคนนั้นเดินไปหยุดยังกลางถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาล ศศิธรเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้ารีบวิ่งตรงเข้าไปหาผู้ป่วยคนดังกล่าวแต่เมื่อเธอกำลังจะเอื้อมมือไปจับของผู้หญิงคนนั้นหญิงสาวคนนั้นก็หายไป เปลี่ยนเป็นแสงเจิดจ้าที่กำลังเข้ามาด้วยความเร็ว ศศิธรทำอะไรไม่ถูกเธอคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ๆ แต่แล้วก็มีแรงกระชากจากทางด้านหลังดึงให้เธอหลบรถคันนั้น ร่างของทั้งสองคนล้มลงริมถนน ศศิธรเงยหน้ามองคนที่ช่วยเธอแล้วจึงเห็นว่าเป็นเวทิศ“คุณเวทิศฉันขอบคุณคุณมากที่ช่วยฉัน”ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากคนตรงหน้า ศศิธรเริ่มใจเสียเมื่อเห็นว่าเวทิศยังนิ่งสนิทเธอจึงตบเข้าที่แก้มเขาเบาๆ เรียกสติ ตอนนั้นเองเธอรู้สึกว่ามือเธอเปียกเมื่อเธอยกมือขึ้นดูเธอจึงได้เห็นว่ามันคือสีแดงของเลือด“คุณเวทิศคุณเป็นอะไรหรือเปล่า คุณตอบฉันสิคุณนิ่งแบบนี้ฉันใจไม่ดีนะ”เขายังคงนิ่งเช่นเดิมศศิธรเริ่มใจเสียขอบตาเธอร้อนผ่าว แค่เพียงเธอคิดว่าเขาจะเป็นอะไรไปใจเธอแทบทนไม่ได้แล้วโอ๊ย~เวทิศตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรงก็แน่ล่ะสิ เมื่อคืนเขาหัวเขากระแทกกับพื้นถนนแรงขนาดนั้น“คุณตื่นแล้วหรอ” เสียงหวานๆ ใสๆ ดังมาจากข้างกายได้ยินแบบนี้แล้วความเจ็บความปวดเขาหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อคืนคุณดูแลผมทั้งคืนเลยหรอขอบคุณนะ เขาส่งสายตาหวานชื่นให้“เปล่า ฉันพาคุณมาทำแผลจากนั้นก็ไปเข้าเวรออกเวรถึงได้มาดูคุณนี่แหละ” เธอตอบด้วยสีหน้านิ่งนิ่ง แต่ความจริงแล้วคือเธอโกหกทั้งเพเมื่อคืนเธอเข้าเวรไปคอยแวะเวียนมาดูเขาแทบจะทุกครึ่งชั่วโมงเลยก็ว่าได้“โถ ผมอุตส่าห์ช่วยชีวิตคุณนะดูดำดูดีผมหน่อยก็ไม่ได้” เขาเชิดหน้าหนีอย่างอนๆ“เห้อ ยังไงฉันก็ขอบคุณที่คุณอุตส่าห์ช่วยชีวิตฉันเอาไว้และขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บตัว ถ้าครั้งหน้าคุณมีอะไรให้ฉันช่วยเหลือคุณก็บอกฉันฉันยินดีช่วยคุณเสมอ” ศศิธรยื่นมือมาจับแทนคำสัญญาและส่งยิ้มละไมให้“แบบนี้สิน่ารักที่สุด” เขายืนมาจับมือเธอแน่น“คุณปล่อยมือฉันได้แล้วมั้ง ฉันจะกลับไปพักผ่อนง่วงนอนจะแย่”เวทิศยอมปล่อยมือหญิงสาวออกถึงจะเสียดายก็ตาม“คุณก็พักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักคืน เผื่อมีอาการแทรกซ้อนแต่อาการโดยรวมแล้วคุณไม่น่ามีปัญหาอะไร”ว่าจบแล้วหญิงสาวเดินออกจากห้องไปแต่เพียงแค่หมุนตัวเท่านั้นร่างของเธอต้องซวนเซเพราะอาการมึนหัว แต่โชคดีที่เวทิศเข้ามาประคองร่างเธอเอาไว้ได้พอดี“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” เขาใช้มือข้างนึงจับชีพจรที่ข้อมือ “ผมว่าคนที่ควรพักที่โรงบาลน่าจะเป็นคุณมากกว่านะ”“ฉันไม่เป็นไรแค่ความดันต่ำเพราะนอนน้อยเท่านั้นแหละ” ศศิธรเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนเขา“นี่แหละนะหมอใหม่ๆ อดนอนคืนเดียวก็จะเป็นลมซะแล้ว” เขายิ้มเย้ย“คืนเดียวที่ไหน 3 คืนแล้วตั้งหากล่ะ” ศศิธรตอบปากยื่น“3 คืนคุณไปทำอะไรไม่หลับไม่นอน”“ฉันฝันแปลกๆ เห้อ ทำเอานอนไม่พอเลย”“ฝัน! คุณก็ฝันแปลกๆ เหมือนกันหรอ” เขาถามหน้าตาตื่น“ใช่ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ฉันฝันตลอดเลยคุณก็เป็นเหมือนกันหรอคุณฝันว่าอะไรล่ะ” เธอมองหน้าเขาอย่างตกอกตกใจ“ผมฝันเปียก” เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับมันเป็นเรื่องปกติแต่ศศิธรเนี่ยสิเงิบ“โอ๊ย คุณเป็นบ้าหรอ ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว”พูดจบแล้วหญิงสาวหมุนตัวเปิดประตูออกจากห้องพัก“เดี๋ยวสิ คุณฟะ”ปัง!เขาพยายามจะเรียกเธอเอาไว้ แต่เธอไปเสียแล้ว“งานนี้โดนสาวเกลียดอีกแล้วแกเนี่ยนะปากดีจริงๆ”เวทิศอยากจะตบปากตัวเองแรงๆ สองสามทีลงโทษที่พูดจาอะไรไม่ควรออกไป