หนิงลู่ซือเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องปรุง ไหนจะเนื้ออีกหลายชั่ง เมื่อมาถึงบ้านก็เห็นท่านป้าหลินกำลังยืนอยู่หน้ารั้วบ้านของตน
“สวัสดีเ้าค่ะท่านป้า ท่านมาหาข้ามีธุระอันใดหรือไม่เ้าคะ”
หลินจูหันไปทางเสียงเรียกก็พบกับหนิงลู่ซือ นางกำลังเข็นรถเข็นมาทางตน ในรถเข็นมีร่างน้อยๆ ของหนิงลี่อินนอนหลับอยู่
“ป้าก็มาหาเ้านั่นแหละ พอดีเมื่อเช้าท่านลุงกับลูกชายป้าเข้าป่า ล่ากระต่ายป่ามาได้หลายตัว ป้าเลยทำน้ำแกงแล้วตักมาเผื่อเ้า”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านป้า เชิญท่านป้าเข้าบ้านก่อนเ้าค่ะ ข้ามีเื่อยากปรึกษาท่านป้าเ้าค่ะ”
เมื่อเข้ามาในบ้านเรียบร้อยแล้ว หลิงลู่ซือก็อุ้มหนิงลี่อินที่หลับปุ๋ยเข้าไปนอนในห้อง อืม เหมือนตัวน้องสาวนางจะหนักขึ้นเล็กน้อย
“เ้ามีอะไรจะปรึกษาป้าหรือ” หลินจูเอ่ยถาม
“ข้าอยากถามท่านป้าว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ทำนาปลูกข้าว เมื่อหมดฤดูเก็บเกี่ยวจะทำอะไรกันหรือเ้าคะ”
“อย่างที่เ้าพูด ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ก็ทำนาปลูกข้าว แต่ก็นั่นแหละขนาดปลูกข้าวเอง สุดท้ายยังต้องซื้อข้าวกิน เพราะกฎหมายเกี่ยวกับภาษี บ้านหลังไหนมีที่ดินมากก็เสียภาษีมาก ชาวบ้านอย่างเราจะเอาเงินที่ไหนมาเสียภาษี สุดท้ายก็กลายเป็ว่าต้องส่งข้าวที่เก็บเข้าคลังแทนการเสียภาษี” หลินจูกล่าวตอบ
“นี่ก็หมดฤดูเก็บเกี่ยวไปนานแล้ว แล้วอย่างนี้พวกเขาทำอะไรกันเ้าคะ” ่นี้เป็่ฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งแปลว่าผ่านฤดูเก็บเกี่ยวมาแล้ว
“่นี้บางบ้านก็เตรียมที่ดินในนาเพื่อปลูกข้าว บางบ้านก็เข้าป่าล่าสัตว์ บางบ้านก็ไปหางานในเมืองทำ แล้วเ้าถามป้าเื่นี้ทำไมหรือ” หลินจูถามด้วยความสงสัย
“ข้าจะซื้อที่ดินเพิ่มเ้าค่ะ คิดไว้ว่าจะจ้างชาวบ้านมาช่วยแผ้วถาง ข้าต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้แต่ละคนกำลังทำอะไร เพราะถ้าไม่มีใครว่างข้าจะได้เข้าไปว่าจ้างคนจากที่อื่นเ้าค่ะ”
“หืม เ้าจะซื้อที่เพิ่มหรือ” จางซูมี่ตอนนี้ลูกสาวของเ้ากำลังจะซื้อที่ดินเพิ่มด้วยนะ หนิงลู่ซือกับหนิงลี่อินกำลังจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เ้าอยู่บนนั้นก็ช่วยเป็กำลังใจให้พวกนางด้วยนะ หลินจูกล่าวบอกสหายในใจ
“ใช่เ้าค่ะ ข้าจะปลูกผักขายเ้าค่ะ”
“ดีๆ ถ้าเ้าอยากให้ป้าช่วยอะไรก็บอกได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”
“ข้าคงต้องรบกวนท่านป้าหลายอย่างเลยเ้าค่ะ”
“จะกี่อย่างก็บอกป้าได้เลย แล้วเ้าได้ไปที่บ้านท่านผู้นำพูดเื่ซื้อที่ดินหรือยัง”
“ยังเลยเ้าค่ะ รออาอินตื่นก่อน ข้าค่อยไปเ้าค่ะ”
“เอาอย่างนี้เ้าไปบ้านท่านผู้นำก่อน เดี๋ยวป้าจะอยู่เป็เพื่อนอาอินเอง แล้วก็อย่าลืมพูดเื่ที่จะจ้างชาวบ้านมาแผ้วถางด้วยล่ะ” หลินจูแนะนำ
“เอาแบบที่ท่านป้าพูดก็ได้เ้าค่ะ งั้นข้าไปบ้านท่านผู้นำก่อนนะเ้าคะ” กล่าวจบหนิงลู่ซือก็เดินออกจากบ้านจุดมุ่งหมายคือบ้านของท่านผู้นำ
“ท่านผู้นำเ้าคะ ท่านผู้นำ” หนิงลู่ซือะโเรียกท่านผู้นำอยู่หน้ารั้วบ้าน
“ใครมาน่ะ” ชายชราเดินออกมาหน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงเรียก เห็นหญิงสาวที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตานักยืนอยู่นอกรั้วบ้าน
“คารวะท่านผู้นำเ้าค่ะ ข้าหนิงลู่ซือ เป็บุตรสาวของท่านแม่จางซูมี่เ้าค่ะ” แต่เมื่อหญิงสาวแนะนำตัว ‘ไฉเฉิน’ ก็พอจะนึกออก จึงเดินไปเปิดประตูรั้วบ้านให้หนิงลู่ซือเดินเข้ามา
“เข้ามาก่อนๆ เ้ามาหาข้ามีธุระอันใดหรือไหม”
“มีเ้าค่ะ”
“มีธุระอันใดไหนบอกข้าสิ” ไฉเฉินจำได้ว่าตอนนี้หญิงสาวตรงหน้าอยู่กับน้องสาวแค่สองคน ก็กลัวว่านางมีเกิดเื่อะไรหรือไม่ ถึงได้มาหาเขาเช่นนี้
“เื่แรกข้าอยากซื้อที่ดินเพิ่มเ้าค่ะ”
“ซื้อที่ดินเหรอ?” ไฉเฉินถามย้ำอีกครั้งด้วยกลัวว่าตนนั้นจะฟังผิดไป
“เ้าค่ะ ข้าจะซื้อที่ดินเพิ่มไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่เ้าคะ”
“ที่ดินหมู่บ้านเราราคาหมู่ละ 7 ตำลึง เดี๋ยวข้าไปเอาแผนที่มาให้เ้าดูว่าอยากได้ตรงไหน” ไฉเฉินเดินกลับเข้าบ้านแล้วออกมาอีกครั้งพร้อมแผนที่ของหมู่บ้าน
หนิงลู่ซือเห็นว่าที่ดินทั้งสองฝั่งของบ้านนางยังไม่มีเ้าของก็ตัดสินใจได้ในทั้นที “ข้าเอาที่ดินทางฝั่งขวาของบ้าน 10 หมู่ ทางฝั่งซ้ายของบ้าน 40 หมู่เ้าค่ะ”
ไฉเฉินได้ยินว่านางจะซื้อที่ดินเยอะขนาดนี้ก็ใจนพูดไม่ออก นางซื้อที่ดินถึง 50 หมู่!! “ได้ๆ ที่ดิน 50 หมู่ หมู่ละ 7 ตำลึง เป็เงิน 350 ตำลึง มีค่าดำเนินการอีก 25 ตำลึง”
หนิงลู่ซือหยิบเงินออกมานับและยื่นให้ท่านผู้นำหมูบ้าน ไฉเฉินไม่เคยได้จับเงินตำลึงมากมายขนาดนี้มาก่อนก็อดที่จะมือสั่นไม่ได้
“เดี๋ยวข้าจะไปวัดที่ให้เ้า แล้ววันพรุ่งจะรีบเข้าเมืองไปจัดการเื่ที่ดินให้ ไม่เกิน 3 วันข้าจะเอาโฉนดไปให้ที่บ้าน”
“ขอบคุณท่านผู้นำมากเ้าค่ะ เื่แรกจบแล้ว ข้ายังมีอีกเื่ที่อยากรบกวนท่านผู้นำเ้าค่ะ”
“ว่ามาได้เลย”
“ข้าจะว่าจ้างชาวบ้านให้มาแผ้วถางที่ดินที่เพิ่งซื้อ และให้พวกเขาปรับหน้าดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกเ้าค่ะ ค่าจ้างข้าจะให้เป็หมู่ โดย 1 หมู่ต่อหนึ่งครอบครัวทำเสร็จ 1 หมู่แล้วก็ไปทำหมู่ต่อไป ข้าจะให้ค่าจ้างหมู่ละ 100 อีแปะ มีข้าวกลางวัน 1 มื้อ แต่ถ้าทำงานแล้วี้เีหรือมีปัญหาข้าจะเลิกจ้างทันทีเ้าค่ะ ส่วนเื่คนทำอาหารเลี้ยงชาวบ้านข้าจะให้ท่านป้าหลินเป็คนหาเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือบอกความ้าแก่ท่านผู้นำ
“ได้ๆ ข้าจะจัดการให้” ทำงานในเมืองบางวันยังได้ไม่ถึง 30 อีแปะ แต่ทำงานแผ้วถางบ้านหนิงลู่ซือได้หมู่ละ 100 อีแปะ ถ้าใครโง่ยังก่อเื่เขาก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว
“อ๋อ สามารถพาเด็กๆ มาด้วยได้นะเ้าคะ มาช่วยหยิบกิ่งไม้เล็กๆ น้อยๆ ไม่มีค่าจ้างแต่มีข้าวกลางวันเลี้ยงเ้าค่ะ” เพราะบางครอบครัวมีลูกต้องคอยดูแลจึงไม่สามารถออกไปหางานทำได้ นางเลยให้เอาลูกมาเลี้ยงด้วยได้แถมมีข้าวให้อีก 1 มื้อ เด็กๆ จะได้กินอิ่ม นางเห็นเด็กหลายคนตัวเล็กกว่าน้องสาวของนางเมื่อก่อนเสียอีก
“ข้าขอบใจเ้าแทนชาวบ้านด้วยนะ แล้วเ้าจะให้เริ่มงานวันไหนหรือ ข้าจะได้เรียกชาวบ้านมาประชุม”
“อีก 3 วันก็ได้เ้าคะ” เมื่อตกลงเื่ทุกอย่างเสร็จแล้วหนิงลู่ซือก็เดินกลับบ้านมาปรึกษากับหลินจู ให้ท่านป้าหาหญิงสาวมาช่วยทำมื้อกลางวันแจกชาวบ้านที่มาทำงานในอีก 3 วันข้างหน้า และอยากรบกวนให้ท่านลุงมาช่วยคุมงานด้วย
หลินจูรับปากหนิงลู่ซือว่าจะจัดการให้ ทั้งเื่หาคนมาทำมื้อกลางวัน และเื่ที่ให้สามีของนางมาคุมคนงานที่จะมาทำงานในอีก 3 วันข้างหน้า
ยามโหย่วเสียงระฆังเรียกประชุมหมู่บ้านดังขึ้น ชาวบ้านทุกครัวเรือนต่างก็มาประชุมกัน บางบ้านก็มาทั้งครอบครัว บางบ้านก็ส่งตัวแทนมา
“ท่าผู้นำขอรับ วันนี้ท่านเรียกประชุมมีเื่อันใดจะแจ้งหรือขอรับ” ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้น เพราะไม่บ่อยนักที่ท่านผู้นำจะเรียกประชุมเช่นนี้
“วันนี้ที่ข้าเรียกพวกเ้ามาประชุมย่อมมีเื่จะแจ้งพวกเ้าอยู่แล้ว หนิงลู่ซือที่บ้านอยู่ท้ายหมู่บ้านได้ซื้อที่ดินเพิ่ม 50 หมู่ นาง้าจ้างพวกเ้าให้ไปแผ้วถางที่ดิน ให้ค่าจ้างหมู่ละ 100 อีแปะ โดย 1 ครอบครัวจะไปทำกี่คนก็ได้ แต่ต้องทำด้วยกัน มีข้าวกลางวันเลี้ยง 1 มื้อ” ได้ยินว่ามีคนซื้อที่ดินเพิ่มถึง 50 หมู่ พวกชาวบ้านต่างก็ใกันไม่น้อย พี่น้องตระกูลหนิงช่างร่ำรวยจริงๆ แต่เมื่อได้ยินว่านางจะจ้างพวกเขาแผ้วถางที่ดินอีกทั้งได้ค่าแรงถึงหมู่ละ 100 อีแปะ ต่างก็ดีใจและอยากจะไปทำงานที่บ้านหนิงกันทุกคน ที่สำคัญคือยังมีข้าวกินอีก 1 มื้อด้วย
“จริงหรือขอรับท่านผู้นำที่นางจะให้ค่าแรงหมู่ละ 100 อีแปะ และมีข้าวเลี้ยงอีก 1 มื้อ” ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ
“จริงสิ ข้าจะโกหกพวกเ้าทำไม” ท่านผู้นำยืนยัน
“แล้วจะเริ่มงานวันไหนขอรับ ข้าขอไปทำด้วย”
“ใช่ๆ ข้าก็ขอไปทำด้วยขอรับ”
“อีก 3 วัน วันนั้นพวกเ้าก็ค่อยไปเจอกันที่บ้านนาง” เมื่อแจ้งทุกอย่างแล้ว ท่านผู้นำหมู่บ้านก็เลิกการประชุม ทุกคนต่างก็แยกย้ายกลับบ้านของตน และตั้งใจว่าอีก 3 วันจะต้องไปทำงานที่บ้านพี่น้องตระกูลหนิงให้ได้
3 วันต่อมา
วันนี้เป็วันที่บ้านของสองพี่น้องตระกูลหนิงจ้างชาวบ้านมาแผ้วถางที่ดินที่ซื้อใหม่ เช้านี้หน้าบ้านหนิงลู่ซือจึงเต็มไปด้วยชาวบ้าน ดีที่ได้ท่านลุงเว่ยกับลูกชายทั้งสองมาช่วยดูแล ถ้าลำพังนางคงทำไม่ได้ นางจึงยกหน้าที่ดูแลชาวบ้านให้กับสามคนพ่อลูกไปเสียเลย
ส่วนเื่การทำมื้อกลางวันก็ได้ท่านป้าหลินมาคอยควบคุม มีหญิงชาวบ้านที่ท่านป้าหลินไปชักชวนมาทำอีก 6-7 คน เพราะต้องเลี้ยงชาวบ้านเกือบทั้งหมู่บ้าน หรืออาจจะทั้งหมู่บ้านเลยก็ว่าได้จึงต้องใช้คนเยอะ
เมื่อวันก่อนนางได้เข้าเมืองไปขายปลาและถั่วงอก จึงถือโอกาสซื้อของมาทำให้ชาวบ้านเยอะแยะมากมาย เมื่อหนิงลู่ซือซื้อของมาพร้อมแล้ว นางก็ไม่มีอะไรต้องทำอีก หน้าที่คุมคนในครัวจึงตกเป็ของท่านป้าหลิน
“เป็อย่างไรบ้างเ้าคะท่านลุง” หนิงลู่ซือที่ไม่มีอะไรทำจึงเดินออกมาดูชาวบ้านที่กำลังทำงานกันอยู่
“ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง ลุงให้ชาวบ้านมาลงชื่อเรียบร้อยแล้ว บ้านหนึ่งให้ลงชื่อแค่หนึ่งคน จะได้ไม่ยุ่งยากเวลาจ่ายค่าแรง”
“ดีเ้าค่ะ ท่านลุงแจ้งเื่การจ่ายค่าแรงหรือยังเ้าคะ ว่ามีทั้งจ่ายรายวันสำหรับคนที่้าค่าจ้างก่อน และจ่ายหลังเสร็จงาน หรือ 2-3 วันแล้วมาเบิกก็ได้” เพราะชาวบ้านต้องกินต้องใช้หนิงลู่ซือเลยมีตัวเลือกสำหรับจ่ายค่าจ้างให้ชาวบ้านได้เลือก
“ลุงบอกพวกเขาเรียบร้อยแล้ว ตรงนี้ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงหรอก เ้าก็เข้าบ้านเถิด” แดดเริ่มแรงแล้ว เว่ยสงไม่อยากให้หนิงลู่ซือต้องตากแดด
“ข้ามีเื่จะมาพูดกับท่านลุงให้ท่านลุงแจ้งกับพวกชาวบ้านหลังเลิกงานเ้าค่ะ”
“มีอะไรไหนว่ามา”
“ข้าอยากให้ท่านช่วยแจ้งชาวบ้านที่มาทำงานวันนี้ ว่าหลังจากเสร็จงานแผ้วถางแล้ว ข้ายังมีงานจ้างพวกเขาต่อเ้าค่ะ ข้าจะจ้างขุดบ่อเลี้ยงปลา โดยที่ดิน 5 หมู่สุดท้ายให้พวกเขาแค่แผ้วถาง แต่ไม่ต้องขึ้นแปลง ส่วนสตรีข้าจะจ้างให้ช่วยหยอดเมล็ดผักในแปลง ส่วนเื่ค่าจ้างค่อยมาตกลงกันอีกครั้งเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือพูดเื่ที่อยากให้เว่ยสงแจ้งแก่ชาวบ้านเย็นนี้ให้เขาฟัง “แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นข้าไม่อยากให้กระทบกับงานในแปลงนาที่พวกเขาต้องเตรียมสำหรับการเพาะปลูกนะเ้าคะ” เพราะชาวบ้านมีที่นาเป็ของตนเอง บางครัวเรือนก็เริ่มเตรียมที่ดินสำหรับเพาะปลูกแล้ว
“ได้ๆ ลุงจะแจ้งพวกเขาให้ เ้ามีเื่อะไรจะแจ้งพวกเขาอีกหรือไม่” ถ้าชาวบ้านมีงานทำอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ พวกเขาคงดีใจมากแน่ๆ
“ไม่มีแล้วเ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ” เว่ยสงมองตามร่างเล็กๆ ของลูกสาวสหายภรรยาตนเอง เขารู้สึกนับถือเด็กคนนี้ยิ่งนัก ถึงแม้จะอยู่กันสองคนพี่น้องแต่กลับสามารถซื้อที่ดินเพิ่มมากถึง 50 หมู่ ไหนจะจ้างชาวบ้านอีก
ทั้งที่ชาวบ้านบางคนยังพูดจาว่าร้ายนาง บางคนก็ไม่เคยพูดคุยกัน แต่นางก็เลือกที่จะรับทุกคน ถ้ายังมีชาวบ้านคนไหนว่าร้ายนางอีก เขาจะไปเผาบ้านมันเอง!
“เสือ! เสือ!” อยู่ๆ ก็มีเสียงชาวบ้านดังขึ้น ชาวบ้านหลายคนแตกตื่น อยู่ๆ ก็มีเสือมาอยู่ในบ้านของพี่น้องตระกูลหนิง
เ้าเสือ 2 ตัว วิ่งเล่นไม่ได้สนใจชาวบ้าน พวกมันเห็นคนมาที่บ้านหลายคนจึงอยากมาเล่นด้วย
“ต้าเป่า เสี่ยวเป่า หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงของหนิงลูซือดังขึ้น ทำให้เสือทั้ง 2 ตัวหยุดวิ่งทันที และชาวบ้านหลายคนก็มองมาที่นาง “พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่รึว่าวันนี้จะมีคนมาที่บ้าน อย่าออกมาวิ่งเล่นเช่นนี้” นี่หนิงลู่ซือคุยกับเสือรู้เื่ด้วยหรือ แล้วดูเ้าเสือสินั่งฟังอย่างเรียบร้อยเชียว
“ต้าเป่า เสี่ยวเป่า ไปเล่นกับพี่สาวกัน” หนิงลี่อินเข้ามาเรียกสัตว์ทั้งสองไปเล่นด้วย ต้าเป่า เสี่ยวเป่า ไม่รอช้าวิ่งไปทางหนิงลี่อินทันที เพราะไม่อยากโดนหนิงลู่ซือดุ
“ทุกท่านไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะ เ้า 2 ตัวนั้นเป็สัตว์เลี้ยงบ้านข้าเองเ้าค่ะ” ห้ะ สัตว์เลี้ยง มีบ้านไหนเขาเลี้ยงเสือไว้เป็สัตว์เลี้ยงบ้าง ชาวบ้านหลายคนคิด
“อาซือ เ้าเลี้ยงเสือหรือ” เว่ยสงเดินเข้ามาถามด้วยความเป็ห่วง ถึงจะบอกว่าเป็สัตว์เลี้ยง แต่อยากไรมันก็เป็สัตว์ดุร้าย
“เ้าคะ ข้าเข้าป่าแล้วเห็นมันอ่อนแรงไม่มีแม้แรงจะเดิน จึงเอามาเลี้ยงไว้รอจนมันแข็งแรงก็จะเอาไปปล่อยในป่าเช่นเดิมเ้าคะ แต่ข้าเคยเอาไปปล่อยแล้ว สุดท้ายพวกมันก็ตามกลับมาอยู่ดี”
“แต่มันอันตรายนะ”
“ข้าจะระวังเ้าค่ะ พวกท่านไม่ต้องกลัว ทำงานกันต่อเถิดเ้าค่ะ”
“อาอิน มานั่งทำอะไรตรงนี้” หนิงลี่อินกำลังนั่งมองท่านป้าทั้งหลายทำอาหารอยู่บนแคร่ในครัว ข้างกันยังมีเ้าตัวป่วนนอนส่ายหางอย่างสบายใจ ไม่ได้รับรู้เลยว่าคนงานในครัวกลัวพวกมันมากเพียงใด
“ข้าจะเข้ามาช่วยเ้าค่ะ แต่ท่านป้าหลินบอกว่าไม่ต้องช่วย ข้าก็เลยมานั่งดูพวกท่านป้าเ้าค่ะ”
“พวกท่านป้าไม่อยากให้เ้าเหนื่อยอย่างไรเล่า” ในขณะที่ทุกคนมีงานทำ แต่สองพี่น้องตระกูลหนิงกลับว่างงาน
“พี่ใหญ่ข้าเบื่อจังเลยเ้าค่ะ” หนิงลี่อินที่นั่งแกว่งขาเล่นบ่นออกมา
“พี่ใหญ่ก็เบื่อเช่นกัน” ปกติจะขึ้นเขา ลงห้วย เข้าเมืองขายของ วันนี้กลับต้องมานั่งเฉยๆ นางเบื่อยิ่งนัก
“เราไปขึ้นเขาดีหรือไม่เ้าคะ เผื่อเจอสมุนไพรเราจะได้นำไปขาย พาต้าเป่ากับเสี่ยวเปาไปด้วย” เด็กน้อยชักชวนพี่สาว ครั้งก่อนที่พาต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าไปด้วย นางได้สมุนไพรล้ำค่ามาเชียวนะ
“พี่ใหญ่ก็อยากขึ้น แต่วันนี้คือวันแรกที่ชาวบ้านมาทำงาน เราต้องอยู่ก่อน ไว้วันพรุ่งเราค่อยขึ้นเขากันั้แ่เช้าดีหรือไม่” นางยังต้องหาเงินทำบ้านอีก ยังไงก็ต้องขึ้นเขาหาสมุนไพร ขอให้เจอ เห็ดหลินจือ โสมคนอายุ 1,000 ปี ด้วยเถอะ สาธุ
“ก็ได้เ้าค่ะ”
“อาซืออาหารเสร็จแล้ว” เสียงหลินจูดังออกมาจากห้องครัว
“เ้าค่ะท่านป้า เดี๋ยวข้าไปบอกให้ท่านลุงแจ้งชาวบ้านพักกินข้าวกันก่อนเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือเดินไปบอกกับท่านลุง ให้แจ้งชาวบ้านพักกินข้าวกันก่อน
ชาวบ้านที่ได้เห็นกับข้าวบ้านหนิงต่างก็ใกันไม่น้อย มีผัดผักใส่เนื้อหมู ต้มจืดหมูสับ ไหนจะข้าวสวยร้อนๆ อีก ที่สำคัญถ้าใครไม่อิ่มก็สามารถขอเพิ่มได้ ถ้าเหลือก็มาห่อกลับบ้านได้อีก ชาวบ้านต่างกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย
ส่วนเด็กๆ ก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อยไม่แพ้ผู้ใหญ่ อีกทั้งยังได้ขนมคนละ 1 ห่อใหญ่ด้วย เด็กๆ แต่ละคนก็เอาไปอวดท่านพ่อ ท่านแม่ ของตนกันยกใหญ่
วันที่เข้าเมืองครั้งล่าสุด หนิงลู่ซือพาหนิงลี่อินไปซื้อขนม และก็นึกถึงเด็กๆใ นหมู่บ้านจึงซื้อมาแจกเด็กๆ
ชาวบ้านหลายคนต่างก็ขอบคุณสองพี่น้องจนไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรแล้ว ดูสิไหนจะค่าจ้างหมู่ละ 100 อีแปะ เลี้ยงมื้อกลางวันที่มีทั้งเนื้อ ผัก ข้าวสวย และยังมีขนมมาแจกเด็กๆ อีก พวกเขาต้องตอบแทนด้วยการทำงานให้เต็มที่
**************************************************************
สองพี่น้องตระกูลหนิงเริ่มขยับขยาย สร้างตัวแล้วนะเ้าคะ เริ่มซื้อที่เพื่อทำการเพาะปลูก ต่อไปจะขึ้นเขาหาเงินสร้างบ้านเ้าค่ะ