จ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง

    ตอนที่ 91 ส่วนแบ่ง

    เสียงกรีดร้องที่ได้ยินทำให้จ้าวเฉิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อวานพวกตนขนสมบัติจวนโหลวลงไปซ่อนไว้ในห้องลับชั้นใต้ดิน ห้องนั้นถูกสร้างขึ้นอย่างแน่นหนา กลไกถูกติดตั้งอย่างซับซ้อนหากทะเล่อทะล่าเข้าไปโดยไม่มีกุญแจอยากที่จะมีชีวิตรอดกลับมา

    จ้าวเหม่ยอิงนั่งเหม่ออยู่ในรถม้าโดยมีสาวใช้ช่วยปรนนิบัติ เมื่อวานพวกตนนำศพของทารกน้อยไปฝังที่สุสานของสกุลโหลวจนแล้วเสร็จ วันนี้จำต้องละทิ้งจวนกลับไปบ้านเดิมของบรรพบุรุษสกุลจ้าวชั่วคราว

    “อยากพักระหว่างเดินทาง พวกเจ้าสามารถบอกข้าได้”

    หยางหนิงจินควบม้ามาหยุดอยู่บริเวณหน้าต่างรถม้าที่ด้านในมีจ้าวลู่ชิง โหลวเจินจู ซูเซียง และเด็กชายตัวน้อยอย่างโหลวมู่หรงนั่งอยู่

    “เจ้าควบม้าไปเถิด หากต้องการพักพวกข้าจะบอก”

    จ้าวลู่ชิงดึงผ้าม่านลงจนมิดชิดเมื่อเห็นสายตาของคุณชายหยางที่พยามแอบมองเข้ามาในรถม้า

    เฝิงเหล่าฮูหยินไม่เคยนั่งติดเก้าอี้ตั้งแต่วันที่สามีหายไปในยามค่ำคืน จิตใจนางเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด พยายามจะตามไปตัวจังหวัดแต่ถูกบุตรชายห้ามปรามเอาไว้ก่อน

    ดวงใจราวกับถูกแผดเผาเมื่อรู้ว่าเกิดเหตุบางอย่างกับบุตรสาวคนเล็ก สิ่งที่นางฝันช่างแม่นยำ ใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาร้องไห้มาหามันช่างบีบหัวใจให้นางทรมาน

    “ท่านแม่อย่าได้กังวลไป ท่านพ่อกำลังเดินทางกลับมา” จ้าวฮูหยินปลอบใจแม่สามี นางเพิ่งได้รับข่าวจากพลเงาว่าบิดาสามีกับบุตรสาวนางกำลังพาจ้าวเหม่ยอิงและบุตรเดินทางกลับมาที่ซานเป่ย

    “มันเกิดอะไรขึ้นกับบุตรสาวของข้า” ตบหน้าขาด้วยความเจ็บปวด ทำไมพวกนางต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้ายบ่อยครั้ง

    “สวรรค์พวกท่านช่างใจร้ายกับพวกข้านัก วิบากกรรมพวกนี้ข้าไม่อยากรับไว้ พวกท่านจงเอาคืนกลับไปเดี๋ยวนี้”

    จ้าวฮูหยินมองหญิงชราที่กล่าววาจาเลื่อนลอยราวกับคนเสียสติ ใจของนางพลันกระตุกกลัวว่าแม่สามีจะล้มป่วย

    นางรีบส่งสายตาให้บ่าวรับใช้ไปตามสามีมาที่ห้อง “ท่านอย่าได้วิตกกังวลมากเกินไปเลยนะเจ้าคะ อาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้”

    “เจ้าเห็นข้าแก่จนเลอะเลือนหรือ สามีข้ากับหลานสาวรีบเร่งเดินทางเข้าตัวจังหวัดยามค่ำคืน เจ้าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องล้อเล่นอย่างนั้นหรือ หากไม่มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นกับบุตรสาวข้าพลุเจ็ดสีจะถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างไร” นางรู้เรื่องสัญญาณพลุเป็นอย่างดี เพราะสามีบอกกับนางเรื่องนี้

    “น้องหญิงกำลังเดินทางกลับมา แสดงว่าไม่มีอะไรร้ายแรง ท่านแม่อย่าได้กังวลไปเลยนะขอรับ” จ้าวหยางเพิ่งก้าวผ่านประตูเข้ามาในห้องกล่าวปลอบใจมารดา

    “ท่านพ่อส่งข่าวมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่ากำลังเดินทางกลับ ตอนนี้ก็น่าจะเข้าเขตหลงซีแล้วกระมัง”

    นั่งกุมมือมารดาที่คอยกังวลเรื่องของบุตรสาวคนเล็ก

    รถม้าห้าคันพร้อมกับม้าอีกสี่ตัววิ่งมุ่งตรงมายังหมู่บ้านกลางหุบเขาอย่างซานเป่ย หยางหนิงจินควบม้าตามขบวนมาไม่ห่าง ผ่านตัวอำเภอมาแล้วก็ไม่ยอมกลับบ้าน

    “คุณชายหยางอยู่หมู่บ้านเดียวกับเจ้าหรือ” โหลวเจินจูสงสัยจึงถามขึ้น

    “เปล่าเจ้าค่ะ คุณชายหยางเป็นบุตรชายนายอำเภอชิงเหอ”

    “พวกเราผ่านอำเภอชิงเหอมานานแล้วมิใช่หรือ ทำไมเขาถึงตามพวกเรามา”

    “สงสัยกลัวรถม้าหายกระมัง”

    ซูเซียงรีบปิดปากกลั้นขำทันทีกับคำกล่าวของคุณหนู คนอย่างคุณชายหยางน่ะหรือจะกลัวรถม้าหาย คนขับรถม้าก็เป็นคนที่เขาหามาให้ พอส่งพวกนางเสร็จคนของเขาค่อยนำกลับไปก็ได้ 

    รถม้าวิ่งมาหยุดหน้าประตูบ้านหลังใหญ่ นายประตูรีบเปิดประตูให้รถม้าเข้าไปจอดในลานอย่างรู้หน้าที่

    บ่าวรับใช้ที่อยู่แถวนั้นต่างวิ่งไปเรียนฮูหยินผู้เฒ่าว่านายท่านผู้เฒ่ากลับมาแล้ว

    เฝิงเหล่าฮูหยินรีบวิ่งมายังลานหน้าบ้านโดยไม่สนอายุ ทำให้บ่าวรับใช้กับลูกสะใภ้ตามไม่ทัน

    จ้าวเหม่ยอิงถูกประคองลงจากรถม้าเห็นมารดาวิ่งมาทางตนก็น้ำตาไหล

    “ท่านแม่”

    “บุตรสาวข้า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” สวมกอดบุตรสาวที่มีใบหน้าซีดเซียว ไม่เหมือนบุตรสาวคนเดิมที่สดใสและงดงาม

    “สบายดีเจ้าค่ะ ท่านแม่อย่าได้วิ่งแบบนี้อีกนะเจ้าคะ เกิดหกล้มขึ้นมาจะทำเช่นไร อายุท่านก็มิใช่น้อย ๆ แล้ว”

    “แม่แค่เป็นห่วงเจ้า เกิดอันใดขึ้นกับเจ้ากันแน่” ลูบหน้าบุตรสาวด้วยความห่วงใย

    “เจ้าอย่ามัวแต่ถามให้มากความพาบุตรสาวเข้าไปในเรือนก่อนเถิด” จ้าวเฉิงเอ็ดภรรยา เห็นภาพที่นางวิ่งราวกับยังเป็นสาวเขาแทบกุมขมับ หกล้มขึ้นมาจะไม่กลายเป็นยายแก่พิการหรอกหรือ

    “เจินจูคารวะท่านยาย ท่านลุง ท่านป้าสะใภ้เจ้าค่ะ” โหลวเจินจูรีบพาน้องชายมาคารวะญาติทางฝั่งมารดา

    “เจินจูของข้าโตเป็นสาวแล้ว”

    “ท่านยาย” โหลวมู่หรงรีบวิ่งเข้ามาเกาะขาท่านยายของตน

    “ไม่เจอกันแค่ปีเดียวมู่หรงของยายโตขึ้นเพียงนี้แล้วหรือ” ลูบศีรษะหลานชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู

    จ้าวฮูหยินขยับเข้ามาหาบุตรสาว ก่อนจะจูงมือไปยังเรือนของนาง แล้วคาดคั้นให้บุตรสาวบอกมาว่าเกิดอันใดขึ้น

    คำบอกเล่าของบุตรสาวทำให้นางยกมือขึ้นทาบอก นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว เหตุใดถึงได้มีอสรพิษร้ายอยู่ในจวน นางเคยได้ยินว่าการวางยาเกิดขึ้นบ่อยครั้งในตระกูลชั้นสูงที่ชอบยื้อแย่งอำนาจกัน 

    ยกมือขึ้นลูบอก ยังดีที่นางแต่งเข้ามาอยู่ในตระกูลที่มีกฎระเบียบเรื่องคู่ครองเข้มงวด สามีของนางเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวจึงไม่ต้องกังวลเรื่องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นระหว่างพี่น้อง

    “คุณหนูเจ้าคะ” ซูเซียงรีบมากระซิบข้างหูจ้าวลู่ชิง

    “จริงหรือ”

    “จริงเจ้าค่ะ”

    “พวกเจ้ากระซิบกระซาบอันใดกัน”

    เห็นบุตรสาวกับสาวใช้ข้างกายกระซิบเหมือนมีอะไรปิดบังก็เอ่ยถามทันที ยิ่งดวงตาของบุตรสาวเบิกกว้างนางยิ่งสงสัย

    “ท่านแม่เจ้าคะ ข้ามีอะไรอยากจะบอก” ยื่นปากเข้าไปกระซิบข้างหูของมารดา

    จ้าวฮูหยินตาโตกับคำบอกเล่าของบุตรสาว รีบวิ่งออกไปลานด้านหน้าบ้าน แล้วจัดเตรียมเส้นทางขนเงินเข้าบ้านโดยไม่ให้คนในบ้านรู้

    “พวกท่านขนอ้อมมาทางนี้” จ้าวฮูหยินเป็นคนนำทางขบวนกล่องเงินอ้อมมายังเรือนของนาง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจับได้ว่าเงินพวกนี้มาจากที่ใด

    หยิบกุญแจห้องเก็บทรัพย์สินที่ห้อยอยู่บนเอวมาเปิดประตู แล้วเดินเข้าไปด้านใน

    “พวกท่านวางไว้ตรงนี้” ยิ้มหน้าบานมองกล่องเงินที่ถูกขนเข้ามาโดยคนของหยางหนิงจิน

    “ท่านให้พวกข้ามากไปหน่อยกระมัง” จ้าวลู่ชิงขมวดคิ้วเมื่อหยางหนิงจินแบ่งเงินให้นางไม่น้อย

    “ข้าไม่ได้ให้เจ้ามากเกินไปหรอก ในนั้นมีส่วนของสาวใช้ข้างกายเจ้าอยู่ด้วย”

    ซูเซียงตกใจเมื่อรู้ว่าในนั้นมีส่วนแบ่งของนางอยู่ด้วย “ข้าไม่ได้ทำอันใดเลยนะเจ้าคะ จะมีส่วนแบ่งของข้าได้อย่างไร” รีบปฏิเสธ

    “เอาล่ะ ข้าขอบใจท่านมาก วันนี้บ้านข้ายุ่งเล็กน้อย วันหลังเชิญคุณชายมาเยี่ยมเยียนใหม่” จ้าวลู่ชิงตัดบทส่งแขกกลับบ้านจนลับตาจึงหันมองหน้าสาวใช้ที่ยังสับสน

    “เงินที่เป็นส่วนแบ่งของเจ้า จะเก็บไว้เองหรือให้ท่านแม่ของข้าเก็บไว้ให้ ยามเจ้ากับพี่สาวออกเรือนจะได้ใช้เป็นสินเดิม”

    “คุณหนูเจ้าคะ บ่าวมิสมควรได้รับส่วนแบ่ง” นางไม่ได้ทำอันใดเลยเพียงแค่ติดตามคุณหนูจะมีส่วนแบ่งของนางได้อย่างไร เกิดมาไม่เคยพบเจอ

    “ในเมื่อคุณชายหยางให้เจ้าแล้ว เจ้าก็อย่าได้ปฏิเสธ ไปหาท่านแม่กันเถิด”

    ซูเซียงรู้ว่าที่คุณชายหยางแบ่งเงินให้นางด้วยเป็นเพราะอยากให้คุณหนูมากกว่า คุณหนูของนางมีความสามารถเป็นผู้บอกให้ประมูลหินหยกก้อนนั้นจนนำพาให้ได้เงินหนึ่งล้านก้วนมาครอบครอง

    ทั้งสองผลักประตูเข้าไปในห้องที่เก็บทรัพย์สินของบ้านจ้าว สิ่งที่เห็นทำให้พวกนางทั้งสองอ้าปากค้าง

    จ้าวฮูหยินนั่งลงกับพื้นเอาใบหน้าหนุนอยู่กับแท่งทองคำที่อยู่ในกล่อง ใบหน้าเคลิบเคลิ้มราวกับล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์

    “เจ้ามาแล้วหรือ” ลืมตาขึ้นผละออกจากกล่องทองคำแท่งแล้วเข้ามากอดบุตรสาว

    “บุตรสาวข้า ช่างเก่งกาจยิ่งนัก”

    จ้าวลู่ชิงได้ยินคำชมประโยคนี้จนชินชา พี่ชายของนางก็คงชินชาเช่นเดียวกัน

    “ในนี้ยังมีส่วนแบ่งของซูเซียงกับพี่หญิงเจินจูอยู่ด้วย ไม่ใช่ของข้าเพียงผู้เดียวนะเจ้าคะ”

    “คุณหนู” ซูเซียงดึงแขนเสื้อคุณหนูไม่ให้ดับฝันฮูหยิน

    “ไม่เป็นไร แบ่งออกก็ยังเหลือมากมาย” รอยยิ้มไม่จางหายไปจากใบหน้าแม้จะรู้ว่าทองพวกนี้ต้องแบ่งสามส่วน

    “ข้าจะเป็นคนเก็บไว้ให้เจ้าเอง พอเจ้ากับพี่สาวออกเรือน พวกมันต้องเป็นสินเดิมของพวกเจ้า” ตบไหล่สาวใช้ข้างกายบุตรสาว

    “มานี่ แม่จะเอาเงินให้พวกเจ้าไปใช้” กุลีกุจอเข้าไปหยิบบัญชีออกมาเบิกเงินให้กับทั้งสอง

    “พวกเจ้าเอาไปคนละสองร้อยก้วน” ยื่นถุงเงินให้กับทั้งสองคน

    จ้าวลู่ชิงรับมาอย่างไม่อิดออด ส่วนซูเซียงยังไม่กล้ารับแต่จ้าวลู่ชิงยัดถุงเงินใส่มือให้นางแล้วกระซิบบอกว่า

    “เหอเปาพวกเราจะได้ตุง ๆ”

    “ขอบคุณฮูหยินกับคุณหนูมากเจ้าค่ะ”

    “ขอบคุณอะไรกัน พวกเจ้าไปซนแต่หาเงินหาทองมาได้มากถึงเพียงนี้” พยายามให้ถ้อยคำหลีกเลี่ยงเรื่องที่บุตรสาวไปพนันหินหยก

    “ท่านแม่จะทำอันใดเจ้าคะ” เห็นมารดานอนลงบนตั่งตัวยาวที่อยู่ในห้อง

    “แม่จะนอนสูดกลิ่นเงินทองสักหน่อย” หยิบพัดขึ้นมาโบกคลายความร้อน หลับตาพริ้มกับความสุขที่ได้รับ

    ห้องเก็บทรัพย์สินของครอบครัวยามนี้มีหีบวางเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ

    ห้องนี้สะอาดจนหาฝุ่นไม่เจอเพราะว่ามารดาของนางเข้ามาทำความสะอาดทุกวัน ยามกลางวันท่านแม่กับท่านย่าชอบมานั่งเล่นนอนเล่นอยู่ห้องข้าง ๆ เพื่อเฝ้าทรัพย์สิน กลัวว่าพวกมันจะถูกขโมยไป

    ผู้ใดจะกล้าเข้ามา เพียงก้าวเท้าเข้ามาข้างเดียวก็ถูกพลเงาที่ซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ ตัดขาทิ้ง

    “ท่านแม่ ข้ามีของสวย ๆ งาม ๆ มาฝากท่านด้วยเจ้าค่ะ”

    “เจ้ามีอันใดอีก” รีบผุดลุกขึ้นนั่งทันใด บุตรสาวนางบอกว่าของสวย ๆ งาม ๆ ตาสอดส่องหา มองถุงผ้าที่ถูกดึงออกมาจากหน้าอก

    “ถุงพวกนี้ มันคืออะไร?”

    “หยกเจ้าค่ะ ข้าไม่รู้ว่าพวกมันมีราคาแพงหรือไม่”

    จ้าวฮูหยินรีบเปิดถุงผ้าทันที ก้อนหยกที่เห็นทำให้นางอ้าปาก จากนั้นก็เปิดทุกถุงออกดู

    หยกสีเขียวมรกตก้อนเดียวดึงดูดใจนางเป็นเป็นอย่างมาก

    “ชิงเอ๋อร์ของแม่” ดึงศีรษะบุตรสาวมาจุมพิตก่อนจะดึงศีรษะของซูเซียงมาจุมพิตเช่นเดียวกับบุตรสาว

    ซูเซียงเกาแก้มแก้เก้อกับการกระทำของฮูหยิน

    “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหยกพวกนี้มีมูลค่าไม่ใช่น้อย ดีที่เจ้านำกลับมาไม่ได้ขายออกไป แม่จะหาร้านที่ไว้ใจได้แล้วนำพวกมันไปแปรรูปเป็นเครื่องประดับให้พวกเจ้า”

    ชื่นชมหยกจำนวนหกก้อน “แม่จะเก็บไว้เอง พวกเจ้าออกไปได้แล้ว ระวังอย่าให้ท่านปู่กับท่านพ่อเจ้ารู้เชียว”

    “เจ้าค่ะ” จ้าวลู่ชิงยื่นถุงเงินให้ซูเซียงนำไปเก็บ จากนั้นนางก็เดินไปยังเรือนใหญ่

    คล้ายกับเรื่องจ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663