EP : 36 พี่ของข้าโมโหแล้ว
“ไปทำไมหรือขอรับท่านพี่” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ไอ้พวกนอกกรีตเวรนั่น มันจะจับลู่เซียนทำเมียนะสิ” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยบอกด้วยความโมโหมันเสียงดังพอที่ทำให้ชายอีกสี่คนที่เดินลงมาได้ยินเต็มๆ หู
“งั้นเราไปฆ่ามันกันเดี๋ยวนี้เลยขอรับ” เว่ยเหลียนฉางกล่าวบอกพลางเดินพุ่งออกจากบ้านไปทันที
“ข้าคงห้ามไม่ได้แล้วสินะ” เว่ยลู่เซียนพึมพำก่อนจะมองพี่ชายทั้งสี่ของนางที่พากันพุ่งออกไปนอกบ้านแล้ว
“แล้วพวกเขารู้ที่ตั้งพวกนั้นหรือ” ชายชราเอ่ยถามทันที เมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสี่รีบร้อนกันออกไป
“ข้าว่าเราตามไปกันเถอะ” หลิ่วหมิงจื่อก็พูดขึ้นเขาอยากจะไปถล่มที่พวกนอกกรีตกบดานอยู่จะแย่อยู่แล้ว กล้าดีอย่างไรมายุ่งกับท่านหมอของเขากัน
“ก่อนอื่นเลยข้าขอทานอะไรก่อนแล้วกัน” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกกับทั้งสองด้วยท่าทางเหนื่อยใจแผนที่วางเอาไว้พังหมดแล้ว
“ข้ารู้ที่อยู่พวกนั้นนะ” เสวี่ยซานเฟยเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งฟังมานาน พลางเงยหน้ามองเว่ยลู่เซียนที่กลอกตาไปมา
“เรารีบตามไปกันเถอะขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อพูดขึ้นด้วยท่าทีร้อนใจเพราะกลัวว่าจะตามไปไม่ทัน
“เฮ้อ พี่ของข้าคงไปไกลแล้วละ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้เมื่อได้เห็นท่าทีของหลิ่วหมิงจื่ออย่างน้อยพี่ชายของนางก็ออกจากเมืองนภาไปแล้วด้วย
“ขึ้นเรือเหาะตามไปก็ทัน” เสวี่ยซานเฟยเอ่ยบอกพลางมองเว่ยลู่เซียนที่กำลังถอนหายใจ
“งั้นเราไปกันเถอะขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อกล่าวขึ้นด้วยท่าทางเร่งรีบพลางดึงแขนเว่ยลู่เซียนออกไปข้างนอกไปด้วย
เว่ยลู่เซียนกลอกตาไปมาอย่างอดไม่ได้ นางอยากไปคนเดียว ไม่ได้อยากเอาใครไปด้วย ทำไมไม่มีใครเข้าใจนางบ้างเลยนะ
เพลียใจ
ทั้งหมดขึ้นบนเรือเหาะของเสวี่ยซานเฟยทันที เว่ยลู่เซียนได้แต่นั่งถอนหายใจอย่างหมดอารมณ์อยู่บนเรือเหาะ
“เห็นพวกเขาแล้ว!” หลิ่วหมิงจื่อร้องบอกทันทีเมื่อเห็นสี่พี่น้องที่กำลังมุ่งหน้าไปที่กบดานของพวกนอกกรีต
“ขึ้นเรือมาสิ” เสวี่ยซานเฟยเอ่ยบอกกับทั้งสี่ที่ขี่ดาบของตัวเอง
ทั้งสี่เห็นผู้มาใหม่ก็พากันกระโดดขึ้นเรือทันที แม้จะสงสัยว่าอีกฝ่ายตามมาทำไม
แต่พอเห็นว่าน้องสาวอยู่บนเรือเหาะด้วยก็พากันเดาว่าน้องรักของเขาอาจจะให้เสวี่ยซานเฟยตามพวกเขามาเป็นแน่
“เจ้าเป็นห่วงพี่หรือ” เว่ยเฉินเทียนเดินไปหาเว่ยลู่เซียนพลางถามไปด้วย
“เจ้าค่ะ ข้าเป็นห่วงมากก็เลยรีบตามมาเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มซึ่งต่างจากที่อยู่กับอีกทั้งสาม
ชายหนุ่มอีกสามคนที่ขึ้นเรือมาเห็นท่าทางของเว่ยลู่เซียนที่พลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือก็ได้แต่พากันคิดว่าสงสัยอารมณ์นางคงแปรปรวนเป็นแน่ถึงได้เป็นเช่นนี้
“เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกพวกนั้นทำอะไรพวกพี่ไม่ได้” เว่ยหมิงหย่งเอ่ยบอกพลางเดินไปนั่งลงข้างกับน้องสาวของตัวเองทันที
“เจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนกล่าวตอบเพียงเท่านั้น พลางคิดว่านางจะต้องวางแผนเรื่องไปเอาดอกบัวสวรรค์ใหม่แล้วล่ะ
“เจ้าทานอะไรหรือยัง” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถาม
“ยังเลยเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนบอกพลางตวัดสายตาไปมองหลิ่วหมิงจื่อที่ขัดขวางการทานอาหารของนางไปด้วย ตอนนี้นางหิวจะแย่อยู่แล้ว
“พี่มีนี่เจ้าทานรองท้องไปก่อน” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยบอกพลางเอาหมั่นโถวสองก้อนให้กับน้องสาวของตัวเองไปด้วย
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนรับมาก่อนจะพูดบอกเบาๆ พลางจิบน้ำชาที่หลิ่วหมิงจื่อส่งมาให้ด้วยสีหน้าสำนึกผิด
“ข้าว่าพวกเจ้าแวะพักทานอาหารก่อนดีหรือไม่ จะได้มีแรงไปถล่มพวกนั้น” ชายชราเอ่ยถามพลางมองไปที่เว่ยลู่เซียนพยายามสื่อว่าเขาหมายถึงอะไร และดูเหมือนทุกคนจะรู้ดี
“ก็ดีเหมือนกันขอรับ ข้าเริ่มหิวขึ้นมาแล้ว” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วย เดินทางมาตั้งนานก็เกือบลืมไปเลย มัวแต่โมโห
“นั้นสินะ ตรงนั้นมีโรงเตี๊ยมพอดีเราแวะพักสักหน่อย” เว่ยเหลียนฉางพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะเอ่ยขึ้น
เมื่อถึงโรงเตี๊ยมทั้งแปดก็กระโดดลงจากเรือเหาะแล้วลอยตัวลงมาทันที ภาพที่ผู้คนเห็นราวกับว่าเทพเซียนลงมาเยือนพวกมนุษย์มันเจิดจ้าเกินกว่าที่ทุกคนจะทนดูได้
เสวี่ยซานเฟยเก็บเรือเหาะก่อนจะเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมตามคนอื่นๆ ทันที
“ข้ารู้สึกอิจฉานางยิ่งนักมีชายหนุ่มรูปงามอยู่ล้อมรอบตัวเช่นนั้น” หญิงสาวที่เห็นก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเพ้อฝัน
“อ่า ข้าอยากเป็นหนึ่งในผู้ชายที่อยู่ใกล้นางนัก” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเคลิบเคลิ้ม จนถูกสหายตัวเองตบเข้าที่หัวทันที
“ตื่นเถอะ! ดูหน้าเอ็งเสียก่อน” ชายหนุ่มเอ่ยจบก็เดินจากไปทันที
“แล้วพวกเจ้ามีแผนแล้วหรือ” ชายชรากล่าวถามเพราะแต่ละคนรีบร้อนกันออกมา เขาเลยไม่รู้ว่าได้วางแผนกันหรือไม่
“อันที่จริงพวกข้าว่าจะไปถล่มพวกมันเลยไม่มีแผนอะไร” เว่ยเฉินเทียนพูดบอกเพราะพวกเขาเดินทางมาก็ยังไม่ได้ปรึกษาอะไรกันเลยด้วยซ้ำตอนนั้นโมโหมากก็เลยรีบออกมา
“พวกนั้นมีพัน ไม่สิ สองพันเกือบสามพันคน” เว่ยลู่เซียนพึมพำออกมาก่อนนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองไม่ควรพูดมันออกไป แต่ก็ไม่ทันแล้วเมื่อพี่ชายของนางนั้นพากันจ้องมองมาที่นางใหญ่เลย
“เจ้ารู้ได้อย่างไร” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถามเสียงนิ่ง พลางคิดว่าน้องสาวของเขาคงไม่คิดจะไปที่นั่นคนเดียวโดยที่ไม่คิดจะให้เขารู้ใช่หรือไม่
“เอ่อ” เว่ยลู่เซียนพูดไม่ออกไปเมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของเว่ยเซี่ยวป้อ
“หรือว่าเจ้าจะให้พี่ใช้มัน” เว่ยหมิงหย่งเอ่ยขึ้นพลางจ้องมองน้องสาวของเขาอย่างจับผิด
“ท่านพี่” เว่ยลู่เซียนกล่าวเสียงอ่อยทันที แต่ดูท่าครั้งนี้จะใช้ไม่ได้ผลเมื่อท่านพี่พวกนางไม่ยอม และนางไม่ยอมถูกเว่ยหมิงหย่งใช้สิ่งนั้นกับนางเป็นแน่ เดี๋ยวพี่ชายของนางรู้ความลับหมด
“บอกมาน้องรักของพี่” เว่ยเหลียนฉางเอ่ยบอกยิ้มๆ พลางจ้องกดดันน้องสาวของเขาที่มีเรื่องปกปิดพวกเขาอยู่
“ฮื่อ ทำไมพวกท่านพี่ต้องบังคับให้ข้าพูดด้วย” เว่ยลู่เซียนรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา ไม่น่าเผลอพูดออกมาเลย
“ลู่เซียน” เว่ยเฉินเทียนพูดเสียงเข้มเมื่อเห็นท่าทีที่นางกำลังเบี่ยงเบนเรื่องทั้งหมด
“ก็ได้ๆ ข้าแค่จะไปจัดการพวกนั้นหลังจากที่ท่านพี่กลับไปแล้วเท่านั้นเอง” แล้วในที่สุดนางก็ยอมบอก แต่ไม่ยอมบอกทั้งหมด
“แค่นั้น” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถาม
“เจ้าค่ะ ท่านพี่จะให้มีอะไรอีกหรือเจ้าคะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบก่อนจะมุ่ยหน้าพลางหันหน้าหนีทั้งสี่คนไปด้วย
“มันอันตรายรู้หรือไม่ พี่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับเจ้าเหมือนตอนนั้นอีก” เว่ยเซี่ยวป้อกล่าวบอกเขารู้ดีว่านางดื้อรั้นเพียงใด เรื่องไหนที่นางคิดจะทำแล้วจะไม่มีทางล้มเลิกไปได้ เขาไม่อยากเห็นนางความจำเสื่อมอีกครั้ง
“ข้ารู้ๆ ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนตอบพลางถอนหายใจออกมาแรงๆ เมื่อทำอะไรไม่ได้อย่างที่ใจคิด
“มีเรื่องเดือดร้อนอะไรต้องบอกพี่เข้าใจหรือไม่” เว่ยหมิงหย่งเอ่ยบอกทันทีเมื่อเห็นท่าทีของเว่ยลู่เซียน
“ช่วงนี้ข้าไม่มีเงินใช้เลยเจ้าค่ะ”
พรวด!
แค่ก!
“ขออภัยขอรับน้ำชามันร้อนไปหน่อย” หลิ่วหมิงจื่อกล่าวตอบพลางรีบหันหน้าหนีทันทีเมื่อเจอสายตาพิฆาตของเว่ยลู่เซียน
ถ้านางไม่มีเงินใช้เขาคงเป็นยาจกแล้วล่ะ