ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 161 โง่และไร้ประโยชน์

       Chapter 161 โง่และไร้ประโยชน์


       สายฝนจับร่างฟีซิเลียเอาใว้จากนั้นก็เตะพื้นส่งตัวขึ้นไปบนกำแพงเมือง ต่อมาเขาก็ปล่อยร่างเธอ ก่อนมองไปทิศทางหนึ่งสุดระยะสายตาระดับสาม ทิศทางที่เขามองออกไปคือทิศที่พวกซอมบี้จำนวนมหาศาลอยู่ เหล่าทหารซึ่งอยู่บนกำแพงไม่ได้สั่งให้สายฝนลงจากกำแพงเมือง เพราะเขามีสัญลักษณ์ของสมาคมศาตราโลหิตตรงแขนซื้อข้างขวา


       “ท่านจะยิงธนูจากตรงนี้หรือ?” ฟีซิเลียถาม


       สายฝนนั่งลง เขานำคันธนูออกมาจากกล่องย่อขนาดซึ่งได้รับมาจากสมาคมศาตราโลหิตแบบฟรีๆ วินาทีต่อมาสายฝนก็ใช้มือลูบคันศรเบาๆขณะมองมันด้วยสายตาพอใจ เขาตอบเด็กสาวว่า “ใช่ ฉันศึกษาทักษะเพิ่มความสามารถด้านดวงตาจนใช้มันได้น่ะ” ตามจริงสายฝนศึกษาทักษะนี้เนื่องจากเขาต้องการใช้ขณะปาอาวุธ ทว่าก่อนที่จะได้ลองใช้กับการปาอาวุธ เขากลับได้ลองใช้ทักษะนี้กับการยิงธนูก่อน


       แตกต่างจากสายฝนในโลกความจริง โลกความฝันสายฝนได้รับการปรับแต่งร่างกาย ทำให้พรสวรรค์เขาเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะเล็กน้อยแต่มันก็ถือว่าเพิ่มขึ้น ด้วยความช่วยเหลือจากชายชราครีเทล สายฝนจึงสามารถใช้ทักษะตาเหยี่ยวได้โดยใช้เวลาแค่หนึ่งเดือน ความรู้และความเข้าใจของชายแก่ไม่ธรรมดา เช่นเดียวกับความแข็งแกร่งของมัน


       “ท่านไม่มีลูกธนูแล้วจะยิงได้อย่างไร? หรือว่าจะใช้ทักษะ? นั่นไม่กินเรี่ยวแรงและพลังงั้นหรือ?” เด็กสาวถามอย่างสนใจ เธออยากรู้ว่าสายฝนจะใช้วิธีการอะไรในการสังหารซอมบี้พันตัว ความกังวลก่อนหน้านี้ของเด็กสาวไร้ประโยชน์ สายฝนไม่ได้เข้าไปต่อสู้กับเหล่าซอมบี้ตรงๆ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาจะยิงซอมบี้จากบนกำแพงเมือง ด้วยวิธีนี้แทบจะไม่มีซอมบี้สามารถสัมผัสตัวสายฝนได้เลย เป็นวิธีที่ขี้ขลาดมาก!


       สายฝนส่ายหัว เขากล่าวขึ้น “ไม่ใช่ทักษะ เป็นเวทมนตร์”


       “ท่านถึงซื้อยาฟื้นฟูพลังเวทมนตร์จำนวนมากมาสินะ” ฟีซิเลียกล่าว


       “ใช่ ต่อจากนี้ฉันจะยิงพวกซอมบี้ เธอคอยมองด้านบนท้องฟ้าให้ฉันด้วย ถ้าเห็นอีกากระดูกหรือสิ่งมีชีวิตอื่น บอกฉันทันที” สายฝนกล่าวด้วยนํ้าเสียงจริงจัง จากที่ดูแล้วแม้อีกากระดูกจะเป็นแค่ระดับสาม แต่มันสามารถสังหารระดับสี่ได้ มันคือสิ่งมีชีวิตที่อันตราย สายฝนจำเป็นต้องใช้ไพ่ลับเพื่อต่อสู้กับมัน หากเขาไม่ใช้ ชีวิตน้อยๆของเขาจะหายไปภายในเวลาไม่ถึงสามนาที


       “ได้เลย” ฟีซิเลียตอบตกลง เธอเคยเห็นความแข็งแกร่งของอีกากระดูกกับตาตัวเองมาแล้ว มันทรงพลังจนระดับสามสู้ไม่ได้ เพลิงทมิฬสามารถเผาร่างเธอได้อย่างง่ายดาย เด็กสาวไม่อยากตาย ไม่ว่าใครก็ไม่อยากตายทั้งนั้น น้อยนักที่สิ่งมีชีวิตปกติจะอยากตาย เพราะกลัวอีกากระดูกฟีซิเลียเลยตั้งใจมองท้องฟ้า ไม่กล้าละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว


       สายฝนลุกยืนขึ้น เขาพยายามเลียนแบบไรกอน ไรกอนเป็นนักธนูฝีมือดี มันเป็นเรื่องยากที่จะหลบลูกธนูมัน ในตอนนั้นหากไม่ได้สัญชาตญาณช่วยเอาใว้ สายฝนคงไม่สามารถหลบหรือป้องกันลูกธนูไรกอนได้ทัน สายฝนลองตั้งท่ายิงธนูคล้ายๆไรกอน น่าเสียดาย เขาทำได้ไม่ดีนัก การเลียนแบบใครสักคนนั้นยาก และไม่ว่าจะเลียนแบบได้ดีแค่ไหนสุดท้ายก็ไม่สามารถเลียนแบบได้สมบูรณ์ ผู้คนไม่ได้มีนิสัยเหมือนกัน ไม่ได้มีความคิดเช่นเดียวกัน มีพรสวรรค์ต่างกัน ดังนั้นจึงบอกว่าการเลียนแบบผู้อื่นได้อย่างสมบูรณ์มันเป็นไปไม่ได้


       สายฝนมีหน้ากากปลอมแปลง เขาเคยเลียนแบบคิง รูปร่างเขาอาจเหมือนมัน กลิ่นอายเขาอาจเหมือนมัน แต่สุดท้ายมันก็แค่เหมือน ไม่ใช่ของจริง ของปลอมไม่สามารถเป็นของจริงได้ ไม่งั้นจะไม่เรียกว่าของปลอม ด้วยนิสัยที่แตกต่างกันของเขาและคิง สายฝนคิดว่ารินน่าจะรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คิง เธอเพียงแค่ไม่ได้บอกออกมา หรือแสดงท่าทางอะไร 


       สุดท้ายแล้วสายฝนก็เลิกพยายามเลียนแบบไรกอน มีอยู่หลายเหตุผลที่ทำเช่นนั้น เหตุผลหลักๆคือสายฝนคิดว่าท่าทางพวกนั้นไม่เหมาะกับเขา ชายหนุ่มผมดำตั้งท่ายิงธนูที่คิดว่าดีที่สุด สายฝนรู้สึกว่าท่ายิงธนูเขามันประหลาดและน่าตลก ฟีซิเลียไม่ได้เห็นท่าท่างเขา เนื่องจากเธอเอาแต่มองท้องฟ้า หากเด็กสาวเห็น เธอจะต้องหัวเราะสายฝนอย่างแน่นอน ท่าทางการยิงธนูของเขาเป็นอะไรที่แม้แต่นักธนูฝึกหัดยังทำไม่ได้ มันตลกเกินไป!


       “การยิงธนูไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” สายฝนถอนหายใจ แค่ตั้งท่ายิงธนูยังมีปัญหาขนาดนี้ ต่อไปเขาจะมีปัญหาขนาดไหน? หลังจากถอนหายใจ สายฝนก็เริ่มทำความคุ้นเคยกับคันธนู สิ่งที่สายฝนจะทำในเร็วๆนี้จำเป็นต้องใช้ธนู อาจกล่าวได้ว่าหากสายฝนไม่ใช้ธนู เขาจะไม่มีทางสังหารซอมบี้หนึ่งพันตัวได้ภายในระยะเวลาหนึ่งวัน


       เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง สายฝนยังไม่ชินกับคันศรแม้เวลาจะผ่านมาสามสิบนาทีแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจหรืออะไร มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เขาไม่ใช่เทพแห่งธนูกลับชาติมาเกิด สายฝนไม่สามารถจับธนูและคุ้นเคยกับมันได้ทันที


       ถึงจะไม่ชินทว่าสายฝนก็เริ่มใช้ธนูเป็นเล็กน้อย การอ่านหนังสือในห้องสมุดลับไม่ได้ช่วยให้สายฝนเป็นเทพแห่งธนู เขาจำเป็นต้องลองจับธนูของจริงหากต้องการใช้ธนูเป็น


       “ฉันจะลองสังหารซอมบี้อีกตัวก่อนเริ่มแผนการ” สายฝนใช้เวทมนตร์สร้างกระสุนลมขึ้นมาในรูปแบบลูกศร เขาเปิดใช้ทักษะตาเหยี่ยว ดวงตาคู่สีดำมีแสงสีขาวสว่างแวบ ฉับพลันมุมมองของสายฝนขยายออกหลายเท่า สิ่งต่างๆที่เขาเห็นคมชัดขึ้น การมองเห็นของเขาเวลานี้คล้ายกับเหยี่ยว ซึ่งผู้คนมักเรียกว่านักล่าแห่งเวหา


       สายฝนเล็งคันศรไปยังซอมบี้ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไป ต่อมาเขาก็ค่อยๆดึงสายธนูไปทางด้านหลัง ภาพในหนังสือปรากฏขึ้นในหัว ชายหนุ่มผมดำพยายามทำตามที่หนังสือบอกให้มากที่สุด เช่นเดียวกับตอนที่เขาเลียนแบบท่าทางไรกอน สายฝนไม่สามารถทำตามหนังสือได้หมด เขาทำตามได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น


       ปึง! กระสุนลมรูปแบบลูกศรยิงเข้าใส่ร่างซอมบี้ สายฝนต้องการยิงไปที่หัว แต่ทักษะตาเหยี่ยวไม่ได้ช่วยเพิ่มความแม่นยำการยิงให้เขา ความสามารถการยิงธนูของสายฝนตํ่าเกินไป


       กระสุนลมยิงเข้าแขนซ้ายซอมบี้จนมันเกิดบาดแผลเล็กๆบาดแผลหนึ่ง สายฝนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แผนการต่อไปนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถการยิงธนูที่แม่นยำอะไร ขอแค่ยิงโดนตัวซอมบี้ก็พอ


       ชายหนุ่มผมดำตัดสินใจเริ่มต้นแผนการ เขาเลือกจุดที่มีแต่ซอมบี้ ไม่ค่อยมีทหาร ต่อมาก็ยิงกระสุนลมรูปแบบลูกศรอีกครั้ง แตกต่างจากครั้งก่อน สายฝนไม่ได้ยิงใส่ซอมบี้ เขายิงขึ้นบนท้องฟ้า เมื่อกระสุนลมพุ่งสูงในระดับหนึ่ง มันก็แยกร่างออกเป็นหลายร้อยกระสุนลม แน่นอน การทำเช่นนี้ย่อมต้องทำให้มันความแข็งแกร่งลดลง สายฝนรู้ดี ทว่าเขาไม่ได้ต้องการความแข็งแกร่งของกระสุนลมอยู่แล้ว สายฝนไม่ได้มีความคิดใช้ความแข็งแกร่งของเวทมนตร์กระสุนลมสังหารซอมบี้นับพัน


       กระสุนลมหลายร้อยโค้งและตกลงสู่พื้น แม้จะมีกระสุนลมมากมายทว่ากลับมีซอมบี้ไม่กี่ตัวเท่านั้นที่โดน และพวกมันที่โดนกระสุนลมเข้าไปก็ไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย สายฝนเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เขายิงกระสุนลมแบบเดิมไปอีกรอบ รอบนี้ก็เป็นเหมือนเดิม มีซอมบี้โดนกระสุนลมไม่กี่สิบตัว แถมกระสุนลมก็ไม่อาจสร้างบาดแผลให้มันได้เลย


       การกระทำของสายฝนดูโง่ ตลก และไร้ประโยชน์ ทว่าในความเป็นจริงมันไม่ได้ไร้ประโยชน์ มีเพียงสายฝนเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเขากำลังทำสิ่งมหัศจรรย์




    คล้ายกับเรื่องประตูเส้นทางโบราณ ที่คุณอ่าน