“พี่คิม ทำไมถึงได้มารับไนร่าคะ” ไนร่าถามด้วยความสงสัยหลังจากที่รถออกตัวมาได้ซักพัก
“พี่อาสามารับเองครับตอนแรกตะวันจะมา พี่เลยบอกยังไงพี่ก็ต้องผ่านโรงเรียนอยู่แล้ว จะได้ไม่เสียเวลาให้รอที่บ้านเลย”
“อย่างนี้นี่เอง”เธอพยักหน้าเข้าใจ
รถยนต์สีขาว เลี้ยวเข้าซอยในหมู่บ้านก่อนจะมาหยุดที่บ้านสองชั้น โดยมีสาวน้อยนั่งข้างๆ คนขับ เป็คนบอกทาง
“หลังนี้หรอครับ ไม่ได้มานานจำไม่ได้เลย”
“ใช่ค่ะ”
เด็กสาวเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินนำชายหนุ่มเข้าบ้าน ก่อนที่ตะวันจะรีบออกมาทักทายคิมอย่างคุ้นเคย พ่อและแม่ที่กำลังรดต้นไม้อยู่หน้าบ้านแสดงสีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นลูกสาวมีชายหนุ่มแปลกหน้ามาส่ง
“พ่อครับ แม่ครับนี่พี่คิม ที่ผมเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ”
“สวัสดีครับ คุณพ่อคุณแม่” คิมกล่าวคำทักทายแล้วยกมือขึ้นไหว้
“สวัสดีลูก” พ่อหันมารับไหว้
“สวัสดีจ้ะลูกแม่ก็นึกว่าหนุ่มที่ไหนมาส่งลูกสาวแม่”
แม่หัวเราะขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มที่มาส่งลูกสาวคือเพื่อนของลูกชายที่เขาชอบมาเล่าความเก่งในเื่ฟุตบอลให้ฟังบ่อยๆ
“ได้เจอกันซักทีนะลูกเมื่อก่อนตะวันชอบมาพูดเื่คิมให้แม่ฟังตลอดเลย”
สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วหัวเราะถึงแม้จะไม่ใช่เพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่กีฬาก็สร้างความสัมพันธ์พี่น้องให้พวกเขาได้ ตะวันจึงได้เล่าให้พ่อแม่ฟังว่าไนร่าและคิมรู้จักกันที่ค่าย
ก่อนขออนุญาตแม่ชวนน้องสาวไปด้วย
“เสร็จแล้วค่ะ” เสียงไนร่าดังมาแต่ไกล เมื่อเธอไปเปลี่ยนชุดนักเรียนเป็เสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวโปรดของเธอ
“นี่เปลี่ยนชุดเพราะกลัวกินไม่อิ่มใช่มั้ย?”ตะวันแซวน้องสาว
“หนูใส่ชุดไหนก็กินได้เหมือนเดิมแหละ” ทุกคนจึงหัวเราะให้ความขี้เล่นของเด็กสาว
“ดูแลน้องด้วยนะลูก”แม่บอกเด็กหนุ่มทั้งสองที่กำลังจะเดินขึ้นรถ
“ครับ”
ระหว่างทางตะวันและคิมต่างก็คุยเื่เก่าๆที่ทั้งคู่ชอบชวนกันไปเล่นฟุตบอลตามสถานที่ต่างๆไนร่าที่ไม่รู้เื่จึงเงียบฟังสองหนุ่มคุยกันและหัวเราะในความแย่งกันพูด เหมือนเด็กที่ต่างอวดว่าตัวเองมีความสุขมากขนาดไหนจนมาถึงร้านอาหาร
“ไนร่าอยากกินอะไรสั่งเลยนะ”คิมพูดและยื่นเมนูให้เธอ
“อย่าสั่งหมดร้านนะไนร่า”เสียงพี่ชายแซวน้องสาว
“ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุหรือป่าวคะ?”ไนร่าหันไปทำหน้าเ้าเล่ห์ใส่พี่ชาย
“สองพี่น้องนี่น่ารักกันดีนะ” คิมที่มองดูทั้งสองพูดขึ้น
“ไม่รักกันเลยค่ะ” ไนร่าเกาะแขนพี่ชายเอาหน้าเข้าไปซบไหล่แสดงท่าทีที่อ้อนเหมือนเด็กน้อย
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟเสียงบทสนทนาก็เริ่มหายไปก่อนที่จะสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้า เวลาผ่านไปไม่นาน จากกับข้าวที่น่าทานบนจานเหลือเพียงเศษผักที่นำมาตกแต่งจานเพื่อความสวยงามเท่านั้น
“อร่อยไหมครับไนร่า”คิมหันไปถามเด็กสาวที่กำลังดื่มน้ำ
“อร่อยมากๆ เลยค่ะ”
“วันนี้พี่ขอเลี้ยงน้องๆนะ”คิมหันไปมองที่ตะวันที่กำลังจะหยิบกระเป๋าใบสีดำขึ้นมา
“ไม่เป็ไรครับพี่ช่วยๆ กัน” ตะวันรีบตอบเพราะความเกรงใจ
“ไว้ครั้งหน้าค่อยช่วยกันนะวันนี้ขอเลี้ยงต้อนรับนายที่ไม่ได้เจอกันนาน”
“ครับ ขอบคุณครับพี่คิม”
“ขอบคุณค่ะ”
ขณะที่ทั้งสามจะเดินกลับไปที่รถเด็กน้อยผมเปียคนหนึ่งเดินถือดอกกุหลาบสีแดงใส่ตะกร้าสีชมพูกำลังเดินมาหาพวกเขา
“พี่ชายซื้อดอกไม้ไหมคะ?”
“ไม่ครับน้อง” ตะวันหันไปตอบเ้าของเสียง
“ดอกละยี่สิบบาทเองค่ะพี่มีแต่ดอกสวยๆ”
“ช่วยหนูซื้อหน่อยนะคะซื้อให้พี่คนสวยก็ได้” เด็กน้อยส่งสายตามาทางไนร่า
“งั้นเอาห้าดอกแล้วกันครับ” เสียงคิมพูดขึ้น
เขายื่นเงินจ่ายเด็กน้อยที่ยืนยิ้มแล้วรับดอกกุหลาบมาวางไว้ในรถ ระหว่างทางสองหนุ่มก็ยังคุยกันไม่หยุด ไนร่าจึงเงียบเป็ผู้ฟังที่ดีอีกตามเคยแม้จะมีบาง่สองหนุ่มโยนคำถามมาให้เธอบ้าง แต่เธอก็ชอบที่จะเป็ผู้ฟังเสียมากกว่า
เมื่อมาถึงหน้าบ้าน ทั้งสองต่างก็ขอบคุณคิมที่อาสามารับและยังเป็เ้ามือในการเลี้ยงอาหารมื้อนี้
“ขอบคุณอีกรอบนะครับ”
“ขอบคุณค่ะพี่คิม”
“พี่ยินดีครับ” เขายิ้มตอบ
ขณะที่ตะวันกับไนร่าเดินเข้าบ้าน คิมก็เรียกไนร่าที่กำลังเดินตามหลังพี่ชาย
“ไนร่า พี่มีอะไรจะให้”
“อะไรหรอคะพี่คิม?”
คิมยื่นดอกกุหลาบที่ซื้อมาจากร้านอาหารให้ไนร่า
“พี่ช่วยซื้อเพราะสงสารน้องเค้า ดึกแล้วยังไม่ได้กลับบ้านแต่ก็ไม่รู้จะเอาไปทำไมให้ไนร่าคงจะดีกว่า”
“โห พ่อพระจริงๆ เลย” ไนร่าแซวผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า
“ไนร่าพี่ถามอะไรหน่อยสิ” คิมที่แสดงสีหน้าจริงจัง
“คะ?”
“ไนร่ามีแฟนหรือยังครับ”
“เอ่อ..ยังไม่มีค่ะ”
สีหน้าของคิมจึงได้คลายความกังวลลง
“ถ้าพี่จะขอจีบไนร่าจะได้ไหมครับ?”
“คือ…..”
“ไนร่ากลับไปคิดก่อนก็ได้ครับพี่รอคำตอบได้”
“ดึกแล้ว เข้าบ้านได้แล้วครับ”เขายิ้มและมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ
“ฝันดีนะนะครับ ไนร่า”
“ฝันดีค่ะ”
ไนร่าเดินเข้าบ้านด้วยความงุนงง ร่างเล็กได้ะโขึ้นเตียงเธอทบทวนสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ตอนแรกเธอแค่คิดจะแกล้งสกายโดยการดึงคิมเข้ามาเฉยๆเพราะยังไงคิมก็เป็เพื่อนของพี่ชายเธอ เขาก็คงคิดกับเธอแบบพี่น้อง คงไม่มีอะไร แต่ตอนนี้เขากลับขอจีบเธอ ทำให้แผนการที่วางไว้ก่อนหน้าได้พังลงไปเื่สกายยังไม่จบยังมีพี่คิมเข้ามาอีก จะทำยังไงต่อนะไนร่า