ภายในกระโจมแม่ทัพใหญ่ บรรยากาศในมื้ออาหารเที่ยงเป็ไปอย่างสงบสุข อาหารหลากหลายชนิดถูกจัดวางบนโต๊ะใหญ่ ทั้งเนื้อย่างรสเลิศ ซุปสมุนไพรกลิ่นหอม ผักสดที่เพิ่งเก็บมาจากสวนในค่าย และข้าวสวยร้อนๆ เหล่าแม่ทัพนั่งร่วมโต๊ะสนทนาไปพลางกินไปพลาง
แม่ทัพใหญ่หยิบจอกสุราขึ้นมาจิบเบาๆ ก่อนจะหันมามองรองแม่ทัพลู่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ข้ามีเื่สงสัย” แม่ทัพใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เจือความสงสัย “วันนี้ข้าได้ยินมาว่าเ้าเปลี่ยนไป ใจดีแปลกๆ ไม่เหมือนแต่ก่อน คนทั้งค่ายพากันสงสัยว่าเ้ากำลังเป็อะไร”
คำพูดนั้นทำให้คนรอบโต๊ะหยุดกินชั่วขณะ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่รองแม่ทัพลู่
รองแม่ทัพลู่เงยหน้าขึ้นมามองแม่ทัพใหญ่ สีหน้ายังคงนิ่งเรียบ “ข้าก็ปกตินี่ขอรับ” เขาตอบโดยไม่แสดงท่าทีผิดปกติ
เสียงช้อนตกลงจานเบาๆ จากใครบางคนที่เผลอทำหลุดมือ องครักษ์ทั้งสองของรองแม่ทัพลู่มองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตาในขณะที่ทุกคนรอบโต๊ะต่างคิดในใจ “ปกติของท่านนี่มันบ้าแล้ว!”
แม่ทัพใหญ่เลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างแปลกใจ ก่อนจะยิ้มบางๆ “เ้าบอกว่าปกติ? แต่วันนี้ข้ากลับได้ยินว่าลูกน้องของเ้า คนที่ทำงานดีเ้ายังชม คนที่ทำพลาดก็ให้โทษสถานเบา ข้าแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เ้านี้นะเป็คนใจดีั้แ่เมื่อไร ปกติคนที่ทำพลาดเ้าสั่งโบยจนทำอะไรไม่ได้เป็เดือน”
รองแม่ทัพลู่ยังคงสงบนิ่ง “งานก็ต้องมีบ้างที่คนทำพลาด ข้าเห็นว่าควรให้โอกาสพวกเขาเพื่อกระตุ้นให้พัฒนาตนเอง”
ประโยคนั้นยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องกินข้าวตึงเครียด แต่ไม่ใช่จากความอึดอัด หากเป็ความใที่ทุกคนไม่เคยเห็นรองแม่ทัพลู่พูดอะไรแบบนี้มาก่อน
แม่ทัพใหญ่หัวเราะในลำคอ “เ้านี่ช่างแปลกไปจริงๆ แล้วเย็นนี้หลังจากเสร็จจากงาน เ้าไปดื่มกับข้าสักจอกไหม?”
รองแม่ทัพลู่ส่ายหน้าเล็กน้อย “ขออภัยขอรับ เย็นนี้ข้าว่าจะขอลางาน”
แม่ทัพใหญ่ขมวดคิ้วด้วยความใ “ลางาน! เ้านี้นะ!ขนาดาเ็นอนอยู่บนเตียงยังขอทำงาน แต่อยู่ๆวันนี้มาขอลางาน”
รองแม่ทัพลู่ตอบเสียงเรียบเหมือนเล่าเื่ทั่วไป “พอดีว่าข้าเชิญหมอมาตรวจร่างกาย หมอบอกว่า่นี้อย่าหักโหมเกินไป ให้พักผ่อนให้มากๆ”
ทันใดนั้น องครักษ์ทั้งสองของรองแม่ทัพลู่หันไปมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร แต่ในใจต่างคิดว่า 'หมอมาตรวจั้แ่เมื่อไร? พวกข้าอยู่กับท่านทั้งวันก็ไม่เห็น!'
แม่ทัพใหญ่ฟังแล้วพยักหน้า “ถ้าหมอว่าอย่างนั้น เ้าก็ควรพักผ่อนจริงๆ งั้นข้าจะให้เ้าพักอีกสามวัน ค่อยกลับมาทำงาน”
“ขอบพระคุณขอรับ” กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับเื่ราวทั้งหมดที่เขาเพิ่งพูดเป็ความจริง
่เย็นเมื่อรองแม่ทัพลู่กลับมาถึงเรือน เขาเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกลิ่นอาหารที่ลอยมาแตะจมูก หลีิเฟยที่กำลังจัดโต๊ะอยู่หันมายิ้มให้อย่างสดใส
“ท่านรองแม่ทัพกลับมาแล้วหรือเ้าค่ะ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
รองแม่ทัพลู่หยุดยืนครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ ขณะมองดูอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตและเต็มไปด้วยความใส่ใจ
ในใจเขาคิดอย่างเงียบๆ 'การมีใครสักคนคอยรออยู่ที่เรือนเช่นนี้...ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ถือว่าคิดถูกแล้วกะมั้ง ที่ให้ทางเลือกนางอีกทาง คอยดูนางไปก่อนแล้วกันถ้าไม่ได้ทำผิดกฎก็เลี้ยงนางไว้ก็ไม่เสียหายอะไร' เขาลอบถอนหายใจอย่างผ่อนคลายก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะ
หลีิเฟยรีบจัดจานอาหารและเสิร์ฟให้ พลางสังเกตสีหน้าของรองแม่ทัพ เธอเห็นว่าท่าทีของเขาในวันนี้ไม่เคร่งขรึมเหมือนทุกครั้ง เธอยิ้มออกมาด้วยความหวังเล็กๆ
ระหว่างมื้ออาหาร บรรยากาศดูเรียบง่ายและเงียบสงบ แม้รองแม่ทัพจะไม่พูดอะไรมาก แต่ก็ไม่มีความเ็าเหมือนในอดีต นางรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาทีละน้อย
เมื่อทานเสร็จ รองแม่ทัพลู่ลุกขึ้นและเดินไปทางห้องหนังสือ เขาหันมามองหลีิเฟยที่กำลังเก็บจานและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ถ้าเ้าไม่มีอะไรทำหลังจากนี้ ก็ไปนั่งเล่นที่ห้องหนังสือกับข้าก็ได้”
หลีิเฟยเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เธอไม่ได้คาดคิดว่าจะได้รับคำเชิญเช่นนี้ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความดีใจ
“เ้าค่ะ ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้” นางตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบจัดการงานในมือและเดินตามเขาไป
ในห้องหนังสือ รองแม่ทัพลู่หยิบเอกสารรายงานกองหนึ่งขึ้นมาอ่าน ขณะที่หลีิเฟยเลือกหนังสือเล่มบางจากชั้นและนั่งลงที่มุมหนึ่งของโต๊ะ เธอพยายามไม่ส่งเสียงรบกวนเขา แต่ความสุขในใจยากจะซ่อน
สายตานางกลับจับจ้องเขาเป็ระยะ รองแม่ทัพลู่มองเอกสารตรงหน้า แต่ในใจกลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม แต่ก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น
ความเงียบในห้องหนังสือเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ต่างฝ่ายต่างรับรู้โดยไม่ต้องพูดออกมา
เวลาผ่านไปในความเงียบสงบ หลีิเฟยอ่านหนังสือไปด้วย ใจก็เต็มไปด้วยความคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น หัวใจของนางกลับเต้นแรงทุกครั้งที่ลอบมองรองแม่ทัพจากมุมโต๊ะ เขาดูเหมือนจะจดจ่ออยู่กับเอกสาร แต่ความรู้สึกของนางไม่ได้ต่างไปจากการนั่งอยู่ข้างคนสำคัญ ความรู้สึกนี้มันอบอุ่นและสงบไม่น้อย
ในขณะที่รองแม่ทัพลู่กำลังอ่านรายงานต่างๆ หน้าของเขายังคงแสดงความเคร่งขรึมเหมือนเช่นทุกวัน แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาและพบว่าหลีิเฟยยิ้มให้เขาอยู่ในมุมโต๊ะเล็กๆ นั้น เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตาของเขากลับอ่อนลงเล็กน้อย นางที่เห็นท่าทางนั้นรู้สึกดีใจ ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองไม่ดูเก้อเขิน ก่อนจะค่อยๆ เปิดหนังสือต่อไป
เวลาไม่นานก็ล่วงเลยไปจนถึงยามดึก ขณะที่รองแม่ทัพลู่เตรียมตัวจะกลับไปยังห้องนอนของเขา เขาหันมามองหลีิเฟยที่ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ดึกมากแล้ว เข้านอนกันเถอะ”
เงยหน้าขึ้นจากหนังสือแล้วมองรองแม่ทัพลู่ ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ ไม่มีคำพูดใดๆ ระหว่างทาง เมื่อทั้งสองเดินมาถึงห้องนอน รองแม่ทัพลู่เปิดประตูให้หลีิเฟยเข้าไปก่อนแล้วตามหลังเข้ามา เขาเดินไปยังเตียงและเตรียมตัวจะนอน แต่ไม่ลืมหันมามองหลีิเฟยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“มานอนได้แล้ว” เขาถามเสียงนุ่มๆ พร้อมกับตบไปบนที่นอน นางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเดินขึ้นไปบนเตียง ก็ถูกกอดจากคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว มือสองข้างของเขาลูปไปทั่วตัวนาง แล้วพูดข้างหูนางว่า "ข้าจะทำเบาๆ เ้าไม่ต้องกลัว"พูดจบก็ขบที่ติ่งหูของนาง มือที่ลูปไปทั่วตัวก็เริ่มถอดเสื้อผ้านางออกไปทีละชิ้น ปากก็ไล้จุมพิตลงมาเรื่อยๆ จนไปถึงประทุมถันสองลูกเมื่อดื่มด่ำจนพอใจ ก็วนกลับไปที่ริมฝีปากของนาง หลังจากนั้นในค่ำคืนที่เงียบสงบกับยังมีสองเสียงที่ดังประสานกันอยู่ทั้งคืน