บทที่ 11 โชคดีที่มีน้องสะใภ้เก้าอยู่ พวกเราจึงรอดพ้นหายนะครั้งนี้ได้
เฮ่อจือหร่านคาดการณ์ได้แล้ว ั้แ่มีคนมารายงาน
บ่าวรับใช้สองคนนั้นถูกยาพิษจากน้ำที่ดื่ม โจ๊กบนโต๊ะของพวกนางก็มีพิษด้วย เป็ไปได้มากที่สุดคือมีคนแอบใส่ยาพิษลงในบ่อน้ำ
“ท่านแม่ น้ำในห้องครัวเล็กมาจากที่ใดเ้าคะ”
“บ่อน้ำหลังเรือนของข้าเอง”
เฮ่อจือหร่านไม่รอช้า รีบเดินไปตรวจสอบ
ทันทีที่ตักน้ำขึ้นมาหนึ่งถัง นางใช้นิ้วััเบา ๆ ก่อนชิมรส
ทุกคนกลั้นหายใจมองท่าทางของเฮ่อจือหร่าน
จนกระทั่งนางวางถังไม้ไว้ข้าง ๆ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงถามว่า “ในน้ำนี้มีพิษหรือไม่”
ดวงตาเฮ่อจือหร่านฉายแววเคร่งเครียด “พิษมาจากบ่อน้ำนี้”
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเปลี่ยนไป
แม้จวนฮู่กั๋วกงจะต้องประสบหายนะไม่คาดฝันในเร็ว ๆ นี้ แต่สิทธิ์และอำนาจของนางในฐานะเ้าบ้านยังคงอยู่
“พวกเ้ารีบตรวจสอบเดี๋ยวนี้ ข้าจะดูว่าใครกันที่กล้าวางยาคนในจวน!”
บรรดาบ่าวรับใช้ในเรือนต่างลงมือปฏิบัติทันที ไม่นานก็มีคนกลับมารายงาน
“ฮูหยินผู้เฒ่า ป้าหลิวผูกคอฆ่าตัวตายในห้องของนางแล้วเ้าค่ะ”
เหล่าสะใภ้นำโดยฮูหยินผู้เฒ่ามุ่งหน้าไปยังห้องของบ่าวรับใช้
ศพของป้าหลิวแขวนอยู่บนคาน สิ้นใจไปแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งการให้นำศพของป้าหลิวลงมา
เฮ่อจือหร่านมองสถานการณ์ตรงหน้า ข้อสันนิษฐานแรกคือป้าหลิวอาจกลัวความผิดจึงชิงฆ่าตัวตายไปก่อน
หากเป็เช่นนั้น ผู้ที่อยู่เื้ัคงต้องเป็ศัตรูของจวนฮู่กั๋วกง
ในประวัติศาสตร์บันทึกว่า นอกจากองค์จักรพรรดิจะทรงระแวงตระกูลโม่แล้ว กลับไม่ได้ระบุว่ามีผู้อื่นเกลียดชังตระกูลโม่บ้าง
อีกทั้งองค์จักรพรรดิก็คิดเพียงจะเนรเทศคนตระกูลโม่ทั้งหมดเท่านั้น คงไม่อาจส่งคนมาวางยาพิษอีก
เช่นนั้น ผู้ที่อยู่เื้ัคือใครกันแน่
ขณะกำลังสับสน ฮูหยินผู้เฒ่าได้แสดงอำนาจผู้เป็ใหญ่ของจวน ออกคำสั่งให้คนค้นศพและที่พักของป้าหลิว
บนตัวของป้าหลิวมีเพียงเศษเงินไม่กี่เหวินเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ใต้เตียงของนางกลับพบห่อกระดาษเล็ก ๆ ห่อหนึ่ง
บ่าวรับใช้ส่งห่อกระดาษให้ฮูหยินผู้เฒ่า
ฮูหยินผู้เฒ่ารับมา ค่อย ๆ เปิดอย่างระมัดระวังต่อหน้าทุกคน
ภายในห่อกระดาษว่างเปล่า แต่ด้วยผงสีขาวที่หลงเหลืออยู่บ้าง จึงคาดว่าห่อกระดาษนี้คงจะเคยบรรจุผงยาบางอย่าง
หากเป็เมื่อก่อน ฮูหยินผู้เฒ่าคงเชิญหมอหลวงมาตรวจสอบ
แต่ก็คงไม่ต่างไปจากครั้งก่อน เมื่อคืนโม่จิ่วเยี่ยถูกลงโทษจนสภาพเป็อย่างนั้น หมอหลวงยังไม่ยอมมาดูอาการเขาเลย ถ้าจะให้ไปตามตัวตอนนี้ย่อมไร้ประโยชน์
ท่ามกลางความคิดวุ่นวาย เฮ่อจือหร่านก้าวมาด้านหน้า
“ท่านแม่ ข้าเรียนรู้วิชาแพทย์มาบ้าง ขอให้ข้าตรวจสอบดูเถอะ!”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองนาง แววตาลังเลเล็กน้อยก่อนส่งมอบห่อกระดาษให้
“นี่อาจเป็ยาพิษ เ้าระวังตัวด้วย”
เฮ่อจือหร่านรับห่อกระดาษมาสูดดมกลิ่น และลิ้มชิมเล็กน้อย
นางเงยหน้ามองฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านแม่ นี่เป็ยาพิษที่ใส่ลงไปในบ่อน้ำ”
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินดังนั้นยิ่งกำมือแน่น “ป้าหลิวรับใช้ข้าั้แ่ยังสาว ข้าคิดว่าตนเองปฏิบัติกับนางได้ไม่เลว เหตุใดนางจึงทำเช่นนี้”
“ท่านแม่ ข้าคิดว่าเื้ัป้าหลิวยังมีตัวการใหญ่อยู่อีก”
เฮ่อจือหร่านเห็นฮูหยินผู้เฒ่าโกรธแค้นจึงเอ่ยเตือน
“แท้จริงแล้วมีใครที่เกลียดชังตระกูลโม่บ้าง”
ในตอนนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าก็คาดเดาไม่ออกว่าคนผู้นั้นคือใคร
ทว่านางรู้ดีอยู่แก่ใจว่ายามนี้แค่เื่จากราชสำนักก็แทบเอาตัวไม่รอดแล้ว ยังจะมีเวลาที่ไหนมาสืบเื่ราวเหล่านี้
ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ “เื่นี้คงต้องพักไว้ก่อน รอปรึกษาจิ่วเยี่ยอีกที”
จากนั้น ทุกคนก็ล้วนซาบซึ้งใจในตัวเฮ่อจือหร่าน
“น้องสะใภ้เก้า วันนี้ที่เราทุกคนรอดชีวิตมาได้ก็เพราะเ้าสังเกตเห็นพิษในอาหารได้ทัน ไม่เช่นนั้น พวกเราทั้งครอบครัวคงต้องตายไปแล้ว” เหล่าพี่สะใภ้เอ่ยขอบคุณนาง
“ใช่แล้ว โชคดีที่มีน้องสะใภ้เก้าอยู่ พวกเราจึงรอดพ้นหายนะครั้งนี้ได้”
“น้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้ต้องขอบใจเ้าจริง ๆ”
“น้องสะใภ้เก้า เ้าน่าชื่นชมมาก”
“…”
เฮ่อจือหร่านทำเช่นนี้ไปก็เพียงเพราะเป็เื่ที่ควรทำ ไม่ได้คิดเื่บุญคุณใด ๆ
เมื่อเหล่าพี่สะใภ้กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ นางจึงยิ้มกล่าว “พวกเราทุกคนเป็ครอบครัวเดียวกัน พี่สะใภ้ทั้งหลายไม่จำเป็ต้องเกรงใจเช่นนี้”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองกลุ่มลูกสะใภ้ที่ยังไม่รู้จักรสชาติของความยากลำบาก นางกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึม
“สะใภ้เก้าพูดถูกแล้ว ทุกคนล้วนเป็ครอบครัวเดียวกัน หากพวกเ้าซาบซึ้งจริง ๆ ต่อไปก็พิสูจน์มันด้วยการกระทำเถอะ”
หลังคำพูดของแม่สามี เหล่าพี่สะใภ้จึงรีบปิดปากฉับ
ฮูหยินผู้เฒ่ามองรอบ ๆ “จัดการศพของป้าหลิว จากนั้นตักน้ำจากบ่อน้ำเรือนอื่นมาทำอาหารเช้าใหม่เสีย”
นางคิดว่า หากต้องถูกเนรเทศในวันนี้ การได้กินอาหารอย่างอิ่มหนำสำราญอีกสักครั้งก็คงกลายเป็เื่ยาก ดังนั้น ทุกคนจึงต้องกินให้อิ่มท้องมากที่สุด
บ่าวรับใช้รับคำสั่งรีบปฏิบัติตาม
ฮูหยินผู้เฒ่านำกลุ่มสะใภ้กลับมาที่ห้องรับรอง
“เมื่อคืนพวกเ้าเตรียมสิ่งใดไปบ้าง” ฮูหยินผู้เฒ่าซักถาม ขณะบ่าวรับใช้กำลังจัดเตรียมอาหารเช้าชุดใหม่
“ท่านแม่ ข้าทำตามที่น้องสะใภ้เก้าบอก ตัดเย็บถุงเสื้อตัวใน ใช้นุ่นห่อตั๋วเงินแล้ว”
“ข้าเองก็เตรียมเสร็จแล้ว”
“ข้าก็เช่นกัน”
สะใภ้ทั้งแปดต่างเอ่ยบอก
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “ดีมาก หากมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ พวกเ้าทั้งหลายต้องรอบคอบเข้าไว้”
โม่หานเยี่ยกลับไม่เข้าใจสิ่งที่มารดาและพี่สะใภ้กำลังพูดคุยกัน
“ท่านแม่ พี่สะใภ้ พวกท่านเตรียมอะไรกัน”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองบุตรสาวไร้เดียงสาของตนเอง ไม่กล้าบอกความจริง
“หานเยี่ย เ้าเป็เด็ก ไม่ต้องถามอะไรมากนัก”
โม่หานเยี่ยรู้สึกไม่พอใจ ทว่าก็สังเกตได้ว่าอารมณ์ของมารดาในวันนี้ไม่สู้ดีนัก เพื่อไม่ให้มารดาต้องโกรธ นางจึงได้แต่ก้มหน้าเงียบ
ไม่นานนัก สาวใช้ก็นำอาหารเช้าชุดใหม่ที่จัดเตรียมเรียบร้อยแล้วเข้ามาวาง
เฮ่อจือหร่านตรวจสอบก่อนพบว่าไม่มีปัญหาอะไร จึงให้ทุกคนเริ่มทานได้
เพียงแต่ บรรยากาศการกินอาหารมื้อนี้ช่างแปลกประหลาด
ทุกคนล้วนห่อเหี่ยว เสมือนกำลังทานอาหารมื้อสุดท้ายก่อนต้องเดินทางไกล
เฮ่อจือหร่านไม่กล่าววาจาใด รีบกินโจ๊กจนหมดถ้วย จากนั้นผุดลุกขึ้น
“ท่านแม่ ข้าขอแบ่งอาหารไปให้ท่านพี่นะเ้าคะ”
เวลานี้ นางใจร้อนอยากพบโม่จิ่วเยี่ย เพราะคนที่อยู่เื้ัให้ป้าหลิววางยาพิษยังคงเป็ปริศนา
บางทีโม่จิ่วเยี่ยอาจมีคำตอบก็เป็ได้
เมื่อกลับถึงเรือนหอ โม่จิ่วเยี่ยยังคงนอนคว่ำหน้าในท่าเดิม
เมื่อเขาเห็นเฮ่อจือหร่านกลับมาแล้ว จึงเอ่ยถาม “ข้างนอกมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่”
เฮ่อจือหร่านวางอาหารบนโต๊ะไม่ไกลจากหัวเตียง
“ยังไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก แต่มีคนวางยาพิษลงในบ่อน้ำเรือนของท่านแม่ โชคดีที่ข้าพบเข้าเสียก่อน ไม่เช่นนั้นคนทั้งจวนคงต้องจบสิ้นแล้ว”