เช้าวันรุ่งขึ้นมาเพราะด้วยความที่ไม่ใช่งานสำคัญอะไรเลยจัดงานตอนประมาณบ่ายกว่าๆเเละไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก ฉันก็หากินข้าวเช้าเเละข้าวเที่ยงเเต่งตัวสบายๆไปงานเลี้ยงเมื่อถึงเวลา
พอเดินออกมาจากประตูเรือนก็เห็นถึงความคึกครื้นเลย ดูทุกคนมีความสุขกันดี ซึ่งดีเเล้วละ ยุคาสมัยนี้การได้พักสักวันสองวันก็ทำให้มีความสุขเเล้ว
“อะ หยางหลิวมารอพี่หรอจ๊ะ”
“ขอรับ”
“พี่ว่าจะไปหาท่านพ่อของพี่หน่อยน่ะ ไปด้วยกันไหม”
“ข้าเข้าได้หรือขอรับ”
จะว่าไปในงานที่ท่านพ่ออยู่อาจจะมีท่านพ่อกับท่านเเม่ของหยางหลิวอยู่ก็ได้
“พี่ขอโทษนะ เอาอย่างงี้หยางหลิวอยากเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วยไหมจ๊ะ”
หยางหลิวถึงจะอายุน้อยเเต่ก็เป็เด็กที่ฉลาด
“อยากขอรับ...ข้าอยากเจอท่านพ่อท่านเเม่”
ถึงประโยคสุดท้ายจะเบาไปบ้างเเต่ฉันก็พอได้ยิน
“งั้นพวกเราไปกันเถอะ”
ฉันได้ถือวิสาสะไปจับมือหยางหลิวจูงเดินไปยังงานเลี้ยง พอถึงหน้าประตูก็หยุดให้หยางหลิวทำใจก่อน พอเห็นว่าน่าจะโอเคเเล้วก็ได้บอกให้ทหารเปิดประตูให้
เดินเข้าไปก็ได้พบว่าทุกคนกำลังนั่งที่กันอย่างเป็ระเบียบ เอิ่ม ฉันเข้ามาผิดเวลารึเปล่านิ
“ฟางเนมาเเล้วหรอลูก มาๆมานั่งก่อน”
“ขออนุญาตเ้าค่ะ”
ฉันได้จูงมือหยางหลิวไปนั่งข้างผู้หญิงคนหนึ่ง
“ท่านเเม่”
หยางหลิวได้พูดเบาๆ อีเน่ อีโง่มานั่งข้างใครไม่นั่งมานั่งข้างเเม่หยางหลิว จะลุกออกไปก็เสียมารยาทอีก
ฉันเลยเลือกนั่งข้างผู้หญิงคนนั้นเเทนเเล้วให้หยางหลิวนั่งข้างฉัน เมื่อกี้ที่เดินมาก็เผลอไปสบตาเเวบหนึ่ง
สายตามันคุ้นเหมือนเคยเจอที่ไหนเลยอะ จะว่าเหมือนเมย์ก็เหมือนนะ เเต่อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น
ฉันเลิกสนใจผู้หญิงข้างๆเเล้วหันไปสำรวจรอบๆแทน พวกเรานั่งกันเเบบเเบ่งพรรคเเบ่งพวกชัดเจน
พวกชนเผ่าจะนั่งตรงข้ามกับพวกเรา สาวชนเผ่านี้จะใส่เสื้อผ้าที่ค่อนข้างโชว์หลังกับขาหน่อย ส่วนผู้ชายก็โชว์หัวนมออกมาข้างหนึ่ง ใส่เหมือนพวกชุดกรีกโรมันสมัยก่อนเลย
ฉันเลิกสนใจชนเผ่าเเล้วหันมาสนใจคนของเราดีกว่า คนที่กำลังคุยกับหัวหน้าชนเผ่านั้นไม่ผิดเเน่หลางอ๋อง
โครตหล่อ ถ้าตัดผมหน้าม้าปัดข้างหน่อยต้องหล่อมากกว่านี้เเน่ ถัดมาก็น่าจะเป็เยี่ยนอ๋องเเละท่านพ่อ
ส่วนฟางไป๋ ซงหยวน เเละฟาฟาก็นั่งอยู่ด้วยกัน ถัดมาก็เป็ครอบครัวของนางร้าย เเล้วถัดมาอีกก็คือพวกฉัน
ซึ่งมีท่านเเม่ของหยางหลิว ฉันเเละหยางหลิว เเต่ทำไมท่านเเม่ของหยางหลิวไม่ไปนั่งใกล้เยี่ยนอ๋องอะ ตามนิยายเห็นรักเยี่ยนอ๋องมากเลยเเม้เเต่ผู้หญิงมองก็ไม่ได้นางจะจัดการทันทีเเต่นี้อะไร
ช่างเถอะคงเพราะอาจจะกำลังงอนกันอยู่ก็ได้มั้ง ฉันเลิกสนใจสิ่งรอบข้างเเล้วหันมาพูดคุยกับหยางหลิวเเทน
จนเวลาผ่านไปนานพอสมควร นี้ฉันร่วมงานมาจะ 3 ชั่วโมงละนะยังไม่เห็นจะทำอะไรกันเลย ฉันเริ่มจะหิวเเล้วน้า
โครก~~
อ่า ไม่ใช่เเค่ฉันที่หิวสินะ หยางหลิวก็หิวเหมือนกัน
“เริ่มหิวเเล้วใช่ไหม หยางหลิว”
“ขอรับ”
ฉันได้มองไปยังบุคคลสำคัญทั้งหลาย ดูเหมือนจะคุยกันยังไม่เสร็จด้วย
“พวกเราคงต้องรอก่อนเเหละ อดทนอีกนิดนะหยางหลิว พี่เชื่อพวกเราทำได้”
“ขอรับ”
“อะ จริงสิเวลาพูดถึงอาหารพี่นึกถึงเพลงนี้ตลอดเลย”
“เพลงอะไรหรือขอรับ”
“อยากฟังจริงหรอ มันเป็เพลงที่พี่กับเพื่อนพี่ชอบเอามาเล่นตอนหิวข้าวหรือหาอาหารกินน่ะ”
“ขอรับอยากฟังขอรับ”
“ได้เลย ทำตามพี่นะพี่จะสอนท่าก่อน โดยเราจะเอามือของเราทั้งสองข้างมาไว้ที่ท้องเเบบนี้ เเล้วลูบท้องไปมาจนถึงคำว่า ที่ไหน จากนั้นค่อยเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาเเล้วทำท่าโบกไม้โบกมืออย่างนี้จนจบประโยคของเพลง”
“ขอรับ”
“เอาละ ทำพร้อมพี่นะ หิวข้าวต้องกินที่ไหน ไม่รู้ๆ/ไม่รู้ๆ”
ฉันรีบหันขวับคอแทบเคล็ด ไปยังผู้หญิงที่นั่งข้างฉันทันทีเพราะนางพูดคำว่าไม่รู้ๆพร้อมฉัน ผู้หญิงข้างๆฉันก็หันมาพร้อมทำตาโตเท่าไข่หานเหมือนกัน
เพื่อความเเน่ใจอีกรอบ ฉันเลยได้กำมือขึ้นมาจ่อที่ปากเเล้วร้องเพลงอีกครั้ง
“หิวข้าวต้องกินที่ไหน”
เเล้วฉันได้ยืนมือที่กำเอาไว้ไปจ่อที่ปากของผู้หญิงคนนั้น
“ไม่รู้ ไม่รู้…”
ชัดเจนไม่ผิดเเน่ เป็เมย์เเน่ๆคนที่จะตบมุขนี้ให้ฉันมีเเค่เมย์คนเดียวเท่านั้น พวกเราสองคนมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
“กรี๊ดด!!!!/กรี๊ดด!!!!”
พวกเรา 2 คนยกมือขึ้นมาประสานกัน พร้อมได้สบตาเเละยิ้มเหมือนคนประดุจเมากัญชา
“เอ่อ ลูกไม่เป็อะไรนะ”
จนเสียงของท่านพ่อดังขึ้นเลยทำให้ฉันมีสติขึ้นมา
“อะ ฮาๆ ลูกไม่เป็ไรเ้าค่ะ คือลูกขอไปเดินเล่นยืนเส้นยืดสายสักครู่ได้ไหมเ้าคะ”
“อ๋อ ได้สิ”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
พูดจบฉันรีบลุกขึ้นเเละจูงมือเมย์ออกจากห้องทันที อะ ลืมหยางหลิวไว้เเต่ไม่เป็ไรหรอกยังไงในนั้นก็มีเยี่ยนอ๋องอยู่
พอพวกเราเดินมาที่ลับตาคนเเล้วก็เริ่มสนทนากันทันที
“อีดอกกเมย์ กูไม่คิดว่าจะได้เจอมึงนะนิ”
“อีเน่ กูก็ไม่คิด อีดอกพวกเราตายเเล้วใช่ไหมเเถมหลุดมาที่ไหนก็ไม่รู้”
“กูรู้นะ นิยายที่กูพึ่งอ่านไปอะ ที่หลางอ๋องอะ”
“ที่มึงบ่นตอนนั้นอะนะ”
“เออออ”
“เชี้ยมาก กูตื่นมากูก็มีผัว”
“กูก็ได้ทำกายภาพบำบัดใหม่ทั้งตัวเหมือนกันเเหละ”
“อีดอกก”
เเล้วพวกเราก็พลัดกันเล่าเื่ที่เจอมา จากที่ฟังๆของเมย์มานางบอกว่านางยังมีความทรงจำของร่างนี้อยู่
ร่างนี้คือนางรักเยี่ยมอ๋องมาก จนทำเื่โง่ๆจนไม่น่าให้อภัยเยอะแยะเลย เเล้วเหมือนว่าเื้ัความโง่ของร่างนี้คือสาวใช้ส่วนตัวเเต่เมย์บอกนางจัดการไปละ
“เออจะว่าไปอีเน่ กูพึ่งเคยเจอลูกกูนะนิ”
“เดี๋ยวมึงอยู่มานานขนาดนี้ยังไม่เคยเจอลูกอีกหรอ”
“ก็กูมัวเเต่จัดการปัญหาที่ร่างนี้มันสร้างไว้อะ เชี้ยเอ๋ยกูคิดเเล้วกูอายเเทนวะ เเล้วทำไมกูต้องมาอยู่ร่างโง่ๆนี้นิ”
“ดอกทำไงได้ละ ทำยังกับกว่าพวกเราเลือกร่างได้อะ”
“ควายเอ๋ย”
“เเล้วเอาไงต่อดี ทุกคนจะสงสัยไหมนิที่พวกเรามาทำตัวสนิทสนมกันเเบบนี้อะ”
“อ้างไปดิ ใช่ว่าทั้งสองร่างนี้จะไม่เคยเจอกันสักหน่อย ร่างของกูกับมึงเป็ยอดบุปผาทั้งคู่ยังไงก็เคยเจอกันในงานเเข่งหรืองานเลี้ยงเเหละ พวกเราก็อ้างๆไป”
“เยี่ยม”