หมึกในสมุดพ่อหยุดเขียนแล้ว แต่ประโยคสุดท้ายยังเหมือนขยับอยู่ในตาพฤกษ์
อคิราห์ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของปกรณ์ เขายังไม่แตะกล่องไม้ในตู้เหล็ก ไม่แตะสมุด ไม่แตะรูปถ่าย เหมือนของทุกชิ้นในห้องมีเข็มซ่อนอยู่
"คุณบอกว่าถ้าเปิดกล่อง ผมอาจรับหน้าที่โดยไม่รู้ตัว" พฤกษ์ถามอคิราห์ "แล้วการอ่านสมุดนี่ไม่ถือว่ารับไปแล้วหรือไง"
"ยัง" อคิราห์ตอบ "การรู้ไม่เท่ากับการยอมรับ"
"พูดเหมือนกฎสัญญา"
"มันเป็กฎสัญญา" อคิราห์พูดเสียงต่ำ "แค่ไม่ใช่แบบที่ศาลรับฟัง"
พฤกษ์มองกล่องไม้ในตู้ เห็นสัญลักษณ์วงกลมซ้อนสามชั้นบนฝา เส้นสลักคมและสงบ ต่างจากสัญลักษณ์หมึกบนแฟ้มวิเชียรที่สั่นเหมือนมือคนกลัว
เขาหยิบสำเนาภาพแผ่นโลหะจากศพกิตติภพออกมา วางข้างสำเนาแฟ้มวิเชียร แล้ววางสมุดพ่อเปิดหน้าที่มีตราเดียวกันไว้ใกล้กัน
"ของจริงเส้นมันเหมือนโครงใบ" พฤกษ์พูดกับอคิราห์ "ทุกเส้นมีแรงดึงไปทางเดียวกัน วงนอกไม่ใ่กลมสมบูรณ์ มันบิดนิดหนึ่งเหมือนเส้นรอบทรงพุ่ม ส่วนของหมึกบนแฟ้มวิเชียร เส้นกลางแทงผิดมุม"
อคิราห์มองสำเนา แต่ยังไม่แตะ "คุณเห็นจากรูปทรงพืช"
"คุณเห็นจากอะไร" พฤกษ์ถามอคิราห์
"จากครั้งที่มันทำงานผิด" อคิราห์ตอบ
พฤกษ์เงยหน้าขึ้น "ของเลียนแบบเคยทำงานผิดมาก่อน?"
อคิราห์หลบสายตาเขาเพียงนิดเดียว "ของที่วาดผิดไม่ใช่ของปลอดภัย มันแค่ควบคุมผลไม่ได้"
เสียงรถจอดหน้าบ้านตัดบทสนทนา
"ผมบอกแล้วว่าถ้าเจออะไรให้โทรก่อนแตะ" ธามพูดกับพฤกษ์
"ผมโทรหลังจากเจอ" พฤกษ์ตอบธาม
"นั่นไม่ช่วยให้ผมสบายใจขึ้น" ธามตอบ
อคิราห์พูดกับธาม "เขาไม่ได้เปิดกล่องไม้"
ธามหันไปมองอคิราห์ "และผมควรรู้สึกดีขึ้นเพราะคุณรับรอง?"
"ไม่" อคิราห์ตอบ "คุณควรรู้สึกดีขึ้นเพราะกล่องยังปิด"
ธามนิ่งไปหนึ่งจังหวะ ก่อนสั่งเ้าหน้าที่ถ่ายภาพทุกอย่าง
"ผมขอเวลาทดสอบสัญลักษณ์ก่อนส่งของบางชิ้นเข้าหลักฐาน" พฤกษ์พูดกับธาม
ธามหรี่ตา "ทดสอบแบบไหน"
"แบบที่ไม่ทำลายหลักฐาน" พฤกษ์ตอบ "ใช้สำเนา ภาพถ่าย และตัวอย่างพืชจากศูนย์วิจัย ผมอยากรู้ว่าของจริงกับของเลียนแบบมีผลต่างกันยังไง"
"ทำไมต้องรีบ"
"เพราะคนร้ายกำลังเรียนรู้วิธีวาดมัน" พฤกษ์ตอบธาม "ถ้าครั้งต่อไปเขาวาดถูกขึ้น คนตายอาจไม่ใช่แค่คนเดียว"
ธามมองอคิราห์ "คุณเห็นด้วย?"
อคิราห์ตอบธาม "ผมเห็นด้วยว่าของเลียนแบบอันตรายกว่าที่เห็น"
"งั้นผมไปด้วย" ธามตัดสินใจ "และทุกอย่างที่ทดสอบต้องบันทึก"
ศูนย์วิจัยตอนตีสองเงียบจนเสียงไฟนีออนในห้องทดลองดังชัด เมษากลับบ้านไปแล้ว พฤกษ์ดีใจที่เธอไม่อยู่ เพราะสิ่งที่จะทำคืนนี้ไม่ควรมีคนไม่เกี่ยวข้องยืนใกล้
หนึ่ง สำเนาภาพแผ่นโลหะจากศพกิตติภพ
สอง ภาพสัญลักษณ์หมึกบนแฟ้มวิเชียร
สาม ภาพตราบนกล่องไม้ของปกรณ์
ห้า กล่องใส่ดินเปล่าที่ไม่มีเกสรปน
ธามยืนกอดอกอยู่ปลายโต๊ะ เ้าหน้าที่ไอทีตั้งกล้องบันทึก อคิราห์ยืนใกล้ประตูมากกว่าใกล้โต๊ะ พฤกษ์สังเกตว่าเขายืนในตำแหน่งที่มองเห็นทุกคนและออกจากห้องได้เร็วที่สุด
"เริ่มจากของหมึก" พฤกษ์บอกทุกคน
เขาวางเศษใบพลูด่างห่างจากภาพสัญลักษณ์หมึกสิบเิเ
ธามพูดเสียงต่ำ "บันทึกไว้"
"บันทึกอยู่ครับ" เ้าหน้าที่ตอบธาม
พฤกษ์ไม่ได้มองกล้อง เขามองใบไม้ที่ตายเร็วเกินธรรมชาติ
"ของเลียนแบบไม่ได้สั่งมัน" พฤกษ์พูด "มันดูดอะไรบางอย่างออก"
"เหมือนเปิดทางผิดด้าน" อคิราห์พูด
ธามหันไปถามอคิราห์ "ผิดด้านจากอะไร"
"จากหน้าที่ของตรา" อคิราห์ตอบ แต่ไม่ขยายต่อ
พฤกษ์เปลี่ยนเป็สำเนาภาพแผ่นโลหะจากศพกิตติภพ เขาวางเศษใบใหม่ลงในระยะเท่ากัน
ช้า ๆ แต่ชัดเจน ปลายใบหันเข้าหาสัญลักษณ์ เหมือนต้นอ่อนหันเข้าหาแสง เส้นใบคลายตัว สีเขียวเข้มขึ้นนิดหนึ่ง
ธามก้มมองใกล้ขึ้น "นี่ตอบสนองคนละแบบ"
"ใช่" พฤกษ์ตอบธาม "ของจริงไม่ได้ฆ่ามัน"
"หรือยังไม่ฆ่า" ธามแก้
"ก็เป็ไปได้" พฤกษ์ตอบธาม
อคิราห์พูดกับพฤกษ์ "คุณเห็นแล้วใช่ไหม ของจริงไม่ใช่คำสาปอย่างเดียว"
"มันเป็คำสั่ง" พฤกษ์ตอบ "หรือขอบเขต"
อคิราห์มองเขาเหมือนพฤกษ์พูดถูกเกินไป
การทดลองที่สามคือภาพตราบนกล่องไม้ของปกรณ์ พฤกษ์ยังไม่กล้าแตะกล่องจริง จึงใช้ภาพถ่ายจากโทรศัพท์ของเ้าหน้าที่
ทันทีที่วางใบไม้ลงใกล้ภาพ หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบ เส้นวงกลมซ้อนสามชั้นปรากฏบนกระจกหน้าจอเหมือนรอยน้ำ แล้วหายไปในสามวินาที
"มือคุณ" อคิราห์พูดกับพฤกษ์
"ยังไม่มีอะไร" พฤกษ์ตอบเร็วเกินไป
"อย่าโกหกเื่ที่เกิดกับร่างกายคุณ" อคิราห์เตือน
ธามมองทั้งคู่ "มีอะไร"
อคิราห์ไม่ได้ดูโล่งใจ เขาดูเหมือนคนรู้ว่าสิ่งที่ไม่มีรอยตอนนี้ อาจไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไร
ธามสั่งให้เก็บหลักฐานทั้งหมด "พอแล้ว ผมจะไม่ให้ทดลองต่อจนกว่าจะมีห้องควบคุมที่ดีกว่านี้"
"เรายังไม่รู้ความหมายของตรา" พฤกษ์แย้ง
"แต่รู้แล้วว่ามันทำให้ใบไม้ตายในสิบห้าวินาที" ธามตอบ "ผมไม่อยากรอให้มันทำอะไรกับคน"
พฤกษ์กำลังจะสวน แต่อคิราห์แตะข้อศอกเขาเบา ๆ
พฤกษ์หันไปมองอคิราห์
อคิราห์พูดเสียงต่ำพอให้เขาได้ยินคนเดียว "ให้เขาเก็บของจริงไป แต่คุณต้องจำเส้นให้ได้"
"คุณจะให้ผมซ่อนหลักฐานในหัว?" พฤกษ์ถามอคิราห์
"หัวคุณเป็ที่เดียวที่สวนลบรูปไม่ได้ง่าย ๆ"
"นั่นเป็คำปลอบหรือคำขู่" พฤกษ์ถาม
"เป็ประสบการณ์" อคิราห์ตอบ
เขาหยุดไปเสี้ยวหนึ่ง แล้วพูดเบากว่าเดิม "และปกรณ์เคยบอกว่าคุณจำรูปใบไม้ที่เห็นครั้งเดียวได้ดีกว่าจำหน้าคนที่ไม่ชอบเสียอีก"
อคิราห์ทำเหมือนไม่เห็นสายตานั้น
ธามขมวดคิ้ว "สองคนคุยอะไรกัน"
อคิราห์หันไปตอบธาม "ผมบอกเขาว่าให้หยุดทดลอง"
พฤกษ์มองอคิราห์ ไม่แน่ใจว่าควรโกรธหรือขอบคุณ
ตอนเ้าหน้าที่เก็บภาพถ่ายและสำเนาใส่ซองหลักฐาน อคิราห์ขยับถุงมือบนโต๊ะให้บังสำเนาที่พฤกษ์วาดด้วยมือตัวเองจากการสังเกต เส้นดินสอเรียบง่าย ไม่ใช่ภาพถ่าย ไม่ใช่สำเนาหลักฐาน แต่เป็ความจำของเขา
"ทำไม" พฤกษ์ถามอคิราห์หลังธามเดินออกไปคุยโทรศัพท์หน้าห้อง
อคิราห์ตอบโดยไม่มองเขา "เพราะหลักฐานบางอย่างถ้าอยู่ผิดมือ จะกลายเป็เครื่องมือ"
"แล้วอยู่ในมือผมปลอดภัยกว่า?" พฤกษ์ถาม
"ไม่" อคิราห์ตอบตรงเกินคาด "แต่ตอนนี้คุณยังไม่รู้วิธีใช้มัน นั่นทำให้คุณอันตรายน้อยกว่าคนที่รู้"
"ขอบคุณสำหรับความไว้ใจ" พฤกษ์ประชด
"ผมไม่ได้ไว้ใจคุณ" อคิราห์พูด "ผมไว้ใจความลังเลของคุณ"
ประโยคนั้นควรทำให้พฤกษ์หงุดหงิด แต่กลับทำให้เขาเงียบ เพราะมันจริง
พฤกษ์กลับไปมองสัญลักษณ์ที่วาดไว้เอง วงนอก วงกลาง วงใน ก้านใบหนึ่งเส้นแทงขึ้นจากจุดกลาง เขาเขียนคำกำกับตามที่เข้าใจ
วงนอก: สวน / ขอบเขต
ธามกลับเข้ามาเห็นคำกำกับพอดี
"คุณแปลมันได้แล้ว?" ธามถามพฤกษ์
"ยัง" พฤกษ์ตอบ "ผมแค่เดาจากปฏิกิริยาพืชและบันทึกพ่อ"
"เดาแบบนี้ในรายงานไม่ได้" ธามพูด
"ผมรู้" พฤกษ์ตอบ
อคิราห์พูดกับธาม "แต่ใช้เป็สมมติฐานสืบสวนได้"
ธามมองเขา "คุณสองคนเริ่มเข้าขากันน่าห่วง"
"ผมก็ห่วง" พฤกษ์พูดก่อนคิด
อคิราห์หันมามองเขา
ธามส่ายหน้า "สรุปสั้น ๆ ให้ผมเข้าใจ"
พฤกษ์ชี้ไปที่วงนอก "ถ้าวงนอกคือขอบเขต สวนไม่ได้เป็แค่สถานที่ แต่มันคือพื้นที่ที่ตรานี้ควบคุม"
เขาชี้วงกลาง "วงกลางอาจเป็ผู้รับฝาก คนที่ยืนระหว่างสวนกับสิ่งข้างใน"
เขาชี้วงใน "วงในคือสิ่งที่ถูกฝากไว้"
สุดท้ายเขาชี้ก้านใบ "และเส้นนี้คือทางออก หรือทางให้สิ่งที่ถูกฝากได้ร่าง"
ธามถามพฤกษ์ "ถ้าคนร้ายวาดเส้นนี้ผิด จะเกิดอะไร"
พฤกษ์มองใบไม้ที่เหี่ยว "มันอาจไม่เปิดทาง แต่มันดูดชีวิตออกจากสิ่งที่อยู่ใกล้"
เขาพูดจบ ใบที่ถูกทดลองด้วยสัญลักษณ์หมึกก็บิดอีกครั้ง ปลายใบปริออกเป็เส้นใยบาง ๆ ยางไม้สีคล้ำซึมตามรอยแตก กลิ่นคาวอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นเขียวสดในห้องทดลองจนไม่มีใครพูดต่อทันที
อคิราห์เสริม "หรือทำให้คำสาปรั่วออกนอกขอบเขต"
ธามสบถเบา ๆ "แปลว่าคนร้ายกำลังฝึกวาดประตู"
คำว่า ประตู ทำให้พฤกษ์เย็นไปทั้งหลัง
เขานึกถึงกิตติภพ นึกถึงวิเชียร นึกถึงณัฐพลที่เคาะประตูสามครั้งเหมือนคนละเมอ นึกถึงพ่อที่เขียนว่าอย่าเปิดประตู
"ใช่" พฤกษ์ตอบธาม "และทุกครั้งที่เขาวาดผิด จะมีคนจ่ายแทน"
ธามเงียบไปนานพอให้ประโยคนั้นตกลงกลางห้อง
หลังธามเก็บหลักฐานกลับไป อคิราห์ยังอยู่ในห้องทดลองกับพฤกษ์ ฝนข้างนอกหยุดแล้ว เหลือแต่กลิ่นดินชื้นจากสวนหย่อมหลังอาคาร
"คุณควรล้างมือ" อคิราห์บอกพฤกษ์
"ผมไม่ได้แตะของจริง" พฤกษ์บอก
"ล้างเถอะ" อคิราห์ย้ำ
พฤกษ์เดินไปที่อ่างล้างมือ เปิดน้ำเย็นให้ไหลผ่านฝ่ามือ น้ำใสสะท้อนแสงไฟเป็เส้นขาว เขาถูสบู่ครั้งหนึ่ง สองครั้ง
ตอนเงยหน้าขึ้นมองกระจก เขาเห็นอคิราห์ยืนอยู่ด้านหลังในเงาสะท้อน
อคิราห์ไม่ได้มองหน้าเขา
เขามองมือพฤกษ์
พฤกษ์ก้มลง
บนฝ่ามือขวาของเขา มีรอยวงกลมซ้อนสามชั้นจาง ๆ โผล่ขึ้นใต้ผิว เส้นกลางคล้ายก้านใบแทงขึ้นจากใจกลางวง
รอยนั้นไม่ได้เป็หมึก
ไม่ได้เป็แผล
มันเหมือนเส้นใบไม้ที่เพิ่งงอกใต้ิั
พฤกษ์หยุดหายใจ
อคิราห์ก้าวเข้ามา แต่ไม่แตะมือเขา
"อย่าขยี้" อคิราห์บอกเสียงต่ำ
"มันขึ้นมาได้ยังไง" พฤกษ์ถามอคิราห์
อคิราห์มองรอยนั้น สีหน้าเขาซีดลงกว่าตอนเห็นศพ "มันไม่ได้ขึ้นมา"
"แล้วมันคืออะไร" พฤกษ์ถาม
เสียงใบไม้จากสวนหย่อมหลังอาคารดังขึ้นพร้อมกัน ทั้งที่ไม่มีลม
พฤกษ์ได้ยินคำกระซิบชัดเจนราวกับมีคนยืนอยู่ข้างหู
ผู้รับฝากคนใหม่
อคิราห์หลับตาสั้น ๆ
พฤกษ์มองรอยบนฝ่ามือตัวเอง แล้วรู้ว่าอคิราห์ไม่ได้ตอบ เพราะคำตอบมาถึงก่อนเขาแล้ว