“อนุจางท่านทำอะไรท่านอ๋อง!เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เปิดประตู!”บรรดาองครักษ์ด้านนอกพยายามทุบประตูเรียกอย่างร้อนใจ
จางลี่อิงเงยหน้ามองไปที่ประตูก่อนชำเลืองมองไปยังจวิ้นอ๋องที่กระอักเืจนตาย ด้วยแววตาเยือกเย็นไร้ซึ่งความสงสารไร้ซึ่งความรู้สึกผิด ก่อนจะค่อย ๆก้มลงอ่านจดหมายที่นางบรรจงเขียนแล้วคลี่ยิ้มออกมาราวกับคนสติปลาส
“เหตุใดยังเข้าไปไม่ได้อีกทหารจวนจวิ้นอ๋องไม่มีข้าวปลากินหรืออย่างไร ถึงได้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงกันเช่นนี้”เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้น”
จางลี่อิงจำเสียงนั้นได้ดีนั่นคือเสียงของอ๋องปีศาจหลี่จวินเหยียน เรี่ยวแรงของเขามีมากล้นประดุจาาพยัคฆ์ประตูนี้ไม่อาจขวางเขาเอาไว้ได้นานอย่างแน่นอน นางจึงวางจดหมายลงและคว้าจอกเหล้าผสมยาพิษชนิดเดียวกับที่จวนอ๋องได้รับขึ้นมาดื่มอย่างไม่นึกอาลัยชีวิต
โครม!
เมื่อประตูพังลงั์ตาสีแดงก็ฉายแววตื่นตระหนก เขารีบพุ่งเข้ามาคว้าจอกเหล้าไปจากมือของนาง
ทว่าช้าไปแล้ว!
“อึก... มันคือพิษงูทมิฬไม่มียาแก้หรอกเพคะ”
"เหตุใดเ้าจึงทำเช่นนี้สังหารสวามีแล้วฆ่าตัวตาย เ้าทำไปเพื่ออันใด"
“ท่านอ๋องไม่จำเป็ต้องรู้หรอกเพคะหม่อมฉันขอร้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้นได้โปรดส่งจดหมายลาตายของหม่อมฉันให้...อึก...ให้น้องสาวกับบิดาของหม่อมฉันด้วยเพคะ"
ิอ๋องหยิบจดหมายของนางขึ้นมาและพออ่านจบเขาก็มองนางด้วยสายตาคมกริบ
“จดหมายของเ้าซ่อนข้อความลับเอาไว้”
เมื่อจางลี่อิงได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้นแววตาของนางก็ฉายแววตื่นตระหนกและพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายแย่งจดหมายมาจากมืออีกฝ่าย
“คืนจดหมายให้หม่อมฉัน! คืนมา...อึก... เดี๋ยวนี้”
“จดหมายนี้จะเป็หลักฐานจากคนที่เกี่ยวข้องมารับโทษไหน ๆ เ้าก็ยิ่งกินยาตายแล้ว ก็จงตายไปอย่างสงบเถิด อย่าได้ดิ้นรนอีกเลย”ิอ๋องเอาจดหมายหลบมือนาง ส่งให้ผู้ติดตามคนสนิทเก็บรักษาและสะบัดชายแขนเสื้อจากไป
“ไม่... ไม่ได้ อย่าเอาไป คืนให้ข้า” จางลี่อิงพยายามวิ่งตามเพื่อแย่งจุดหมายแต่ยังไปไม่ถึงประตู พิษก็เล่นงานนางอย่างหนัก จนนางทรุดตัวลงไปที่พื้น
แต่ทว่า...
แววตาตื่นตระหนกก่อนหน้ากลับแปรเปลี่ยนเป็ยินดีสาสมใจ
กัวหลิงหรงน้องสาวต่างมารดาของนางจะต้องคาดไม่ถึงแน่ๆ ว่ายาพิษที่โยนมาให้ ยามนางไปร้องขอความเมตตาจะถูกนำมาใช้เช่นนี้
บิดาเืเย็นผู้นั้นก็จะต้องคาดไม่ถึงด้วยเช่นกันว่าคนอย่างนางจะกล้าเขียนจดหมายขึ้นมาใส่ร้ายตระกูลหลี่ของเขาทั้งตระกูลเช่นนี้
“พวกเ้า... ทำลาย อึก... ชีวิตข้าจนย่อยยับเช่นนั้นก็จงพินาศไป อึก... ด้วยกันเถิด อั่ก”
จางลี่อิงกระอักเืและทรุดลงกับพื้น แต่ถึงเช่นนั้นนางก็ไม่แยแสความเ็ป แต่กลับแย้มยิ้มก่อนจะสิ้นสมหายใจลง...
“อิงอิงเป็อย่างไรบ้างยังปวดหัวอยู่หรือเปล่าลูก” น้ำเสียงอ่อนโยนที่ได้ยินทำให้ใจของจางลี่อิงสั่นสะท้าน
นานมากแล้วที่นางไม่ได้ยินเสียงนี้...
เสียงที่เป็เสียงของท่านแม่...
จางลี่อิงคลี่ยิ้ม์ไม่ได้ใจร้ายกับนางเกินไป อย่างน้อยก็ให้นางได้พบกับมารดาก่อนเดินทางไปปรโลก
“ท่านแม่...”นางลืมตาขึ้นก็เห็นมารดากำลังมองมาด้วยความห่วงใย ทำให้ใจของนางที่เคยหนาวเหน็บเริ่มรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
“เสียงของเ้าแหบมากตัวของเ้าก็ยังร้อนอยู่ เช่นนั้นเ้านอนต่อเถิด ยังไม่ต้องลุกขึ้นมา”อีกฝ่ายพูดหลังจากที่ใช้หลังมือวัดไข้ที่หน้าผากของนาง
"ไม่... ข้าจะไปกับท่านแม่"
"เ้านี่... เหตุใดถึงได้ดื้อนัก หัวไม่ปวดแล้วหรืออย่างไร"
"ไม่ปวดหัวเลยสักนิดข้าว่าข้าหายดีแล้วแหละท่านแม่"
“จริงหรือ...เช่นนั้นก็ตามใจเ้าแต่ถ้ารู้สึกไม่ดีต้องรีบบอก ห้ามฝืนตัวเองเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจ” จางลี่อิงพยักหน้ารับและรีบลงจากเตียง
ซึ่งนั่นทำให้นางรู้ว่าในยามนี้ร่างกายของนางหดเล็กลงเป็เด็ก ไม่ใช่หญิงสาวอายุยี่สิบอย่างก่อนที่จะตาย
จางลี่อิงรู้สึกสับสนเล็กน้อยเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่ตนประสบพบเจออยู่ในตอนนี้ เกิดจาก์เมตตาหรือเกิดจากจิตฟุ้งซ่านของคนที่เพิ่งตายกันแน่
“อิงอิงมานี่เร็ว แม่จะผูกผมให้”มารดากวักมือและมองมาด้วยแววตารักใครเอ็นดู ใจของจางลี่อิงค่อย ๆสงบลงจะเป็เพราะ์เมตตาก็ดี จะเป็เพราะจิตฟุ้งซ่านก็ไม่เป็ไรแค่ได้เห็นภาพมารดาชัด ๆ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
"ข้าอยากได้ซาลาเปาสองข้าง"นางขยับเข้าไปหา และเอ่ยขอเสียงใส
“จะกี่คราก็ทรงนี้ ไม่เบื่อบ้างหรือไรวันก่อนแม่ไปตลาดเห็นเด็กหญิงตัวน้อยปล่อยครึ่งหัวถักเปียม้วนเป็ทรงเขาแกละครึ่งหัว ดูน่ารักยิ่งลูกลองทำทรงนั้นดู ดีหรือไม่"
“ท่านแม่ว่าดี ข้าก็ไม่ขัด"
“วันนี้ว่าง่ายจริง”อีกฝ่ายคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู และเริ่มลงมือมัดผมให้
“จางชิวอิ๋ง ฟ้าจะสางแล้วไยไม่ออกมาทำกับข้าวอีก จะต้องให้ข้าเข้าไปลากใช่หรือไม่”เสียงแหลมดังลอยเข้ามามารดาของนางสะดุ้งใ และรีบเร่งมัดผมให้เสร็จ
"ไม่ค่อยสวยเลยเอาไว้แม่จะมัดให้ใหม่ทีหลังนะ"
“ท่านแม่อย่าคิดมากเลยเท่านี้ผมของข้าก็สวยกว่าทุก ๆ วัน”
“อืม เช่นนั้น รีบไปทำกับข้าวกันเถิดประเดี๋ยวน้าของเ้าเข้ามาตามถึงในนี้จะแย่เอา”
จางลี่อิงพยักหน้ารับและเดินตามมารดาออกจากห้องเก็บฟินที่ใช้อาศัยหลับนอนห้องนี้ไปที่ห้องครัว
ภาพมารดาสาละวนหยิบโนนหันนี้ดูเหมือนในความทรงจำไม่มีผิดเพี้ยนมันทำให้นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหูขึ้นมา ซะตาพวกนางสองแม่ลูกอาภัพไม่ต่างกัน
จางชิวอิ๋งสูญเสียมารดาั้แ่เด็กบิดาไม่ได้ใส่ใจดูแล ยิ่งแต่งงานใหม่ยิ่งละเลยกระทั่งเมียใหม่ลูกใหม่รังแกก็ไม่ได้ใส่ใจห้ามปราม
ที่แย่ไปกว่านั้นคือบิดายกให้จางชิวอิ๋งแต่งงานกับชายพลัดถิ่นพอนางตั้งท้อง ชายผู้นั้นก็ออกเดินทางตามหาครอบครัวและไม่หวนกลับมาอีก...
จางลี่อิงนึกถึงสิ่งที่มารดาเล่าให้ฟังแววตาก็ฉายแววขึงขังขึ้นมาชายผู้นั้นสัญญาดิบดีว่าเมื่อเจอครอบครัวจะรีบมารับไปอยู่ด้วยกันแต่ผลสุดท้ายกลับแต่งงานกับบุตรีขุนนางใหญ่ใช้ชีวิตสุขสบาย
นี่ถ้าหลังจากมารดาตายชายผู้นั้นไม่นึกอยากจะใช้ประโยชน์จากนาง ก็คงลืมการมีอยู่ของพวกนางไปแล้วก็ได้
จางลี่อิงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
มาคิดดูแล้วนางก็ไร้เดียงสาไม่ต่างจากมารดา เชื่อคำลวงของชายผู้นั้น จนตกลงไปในขุมนรกเช่นกัน
“เสร็จหรือยัง” เ้าของเสียงแหลม ๆที่ะโเรียกให้ซุนลี่ออกมาทำกับข้าว เดินเข้ามาเท้าเอวถาม
จางลี่อิงย่นคิ้วเข้าหากันเหตุใดนางจึงเห็นใบหน้าคนที่นางเกลียดชัดเจนพอ ๆ กับมารดาเช่นนี้เล่าหรือเป็เพราะนางไม่ได้คิดบัญชีแค้นด้วย ใจนางจึงไม่ปล่อยวาง
"ยังเหลืออีกสองอย่าง"
“ไม่ต้องทำแล้วท่านพ่อท่านแม่เรียกเ้าให้เข้าไปหา”
“ท่านพ่อท่านแม่มีเื่อะไรหรือ”
“ไม่ต้องถามให้มากความ ปล่อยให้ลูกเ้าทำต่อตามข้ามา” จินเหยาออกคำสั่งเด็ดขาด
จางลี่อิงมองแผ่นหลังของผู้เป็น้าและมารดาด้วยความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักนางจึงทิ้งตะหลิวในมือ และตามทั้งคู่ไปอย่างรวดเร็ว
“นางมาแล้ว เป็อย่างไรงามจริงอย่างที่เขาร่ำลือกันหรือไม่” แม่ของจินเหยาตรงเข้ามาจับตัวจางชิวเหยาหมุนให้ชายรูปร่างอ้วนเชยชม
นั่นทำให้ดวงตาของจางลี่อิงเบิกกว้างด้วยความใ
นางคงตายตาไม่หลับเข้าแล้วจริงๆ ไปเช่นนั้นจะเห็นหน้าคนชั่วช้าสามานย์ อย่างติงเชาเช่นนี้ได้อย่างไร!
“ท่านแม่... นี่หมายความว่าอย่างไร” จางชิวอิ๋งถามมารดาเลี้ยง
“ท่านหยวนผิงได้ยินมาว่าเ้ารูปงามก็เลยอยากจะขอเ้าไปเป็ภรรยา”
“แม้ข้ารูปงามแล้วอย่างไรอย่าลืมสิว่าบางเป็ดาวไม้กวาด ท่านยายอยากให้ท่านหยวนผิงพบกับความวิบัติฉิบหายเช่นนั้นหรือ”จางลี่อิงะโเข้าไปดึงมารดาออกมา หมายจะพาหนีออกไปจากห้องนี้ แต่จินเหยารีบะโมาขวางเอาไว้
“เ้าเด็กอกตัญญูเ้าพูดว่าร้ายมารดาของเ้าได้อย่างไร ท่านหยวนผิงอย่าไปฟังนางดาวไม้กวาดอะไรไม่มีทั้งนั้น"
“เหตุใดจะไม่มีท่านน้าพูดอยู่เสมอว่าท่านแม่เป็ดาวไม้กวาด ท่านยายแท้ ๆ ของข้าตายไปก็เพราะท่านแม่ท่านตาทำการใดไม่เจริญรุ่งเรืองก็เพราะท่านแม่ท่านพ่อของข้าจากบ้านไปตายก็เพราะท่านแม่ตัวท่านเองต้องเลิกกับสามีก็เพราะท่านแม่อีกเช่นกันนี่ยังไม่รวมคู่สามีภรรยาในหมู่บ้าน ที่มักจะทะเลาะกันเพราะท่านแม่อีก"
สิ่งที่จางลี่อิงพูดทำให้จินเหยาทำหน้าเลิ่กลั่ก ความจริงจางชิวอิ๋งไม่ได้เป็ดาวไม้กวาดแต่เป็เพราะทุนที่เกิดมางดงามเกินไป นางทนมองให้จางชิวอิ๋งได้ดีกว่าไม่ได้จึงพูดจาให้ร้ายไปทั่ว จนส่งผลให้นอกจากคนต่างถิ่นอย่างบิดาของจางลี่อิงแล้วไม่มีชายอื่นมาสู่ขอทุนไปเป็ภรรยาเลย
“ข้าก็แค่พูดเล่นให้เ้าฟังเท่านั้นแม่ของเ้าไม่ได้เป็ดาวไม้กวาด พ่อของเ้าก็ยังไม่ได้ตายเขาแค่ทิ้งพวกเ้าแม่ลูกไปก็เท่านั้น เ้าอย่าสร้างปัญหาปล่อยให้แม่เ้าแต่งงานใหม่เถิด ท่านหยวนผิงเป็เศรษฐีเ้าจะมีชีวิตอยู่สุขสบายขึ้นแน่นอน” พูดกล่อมแต่แววตาของผู้ฟังกลับดุร้ายขึ้น
“ข้าหรือพวกเ้าที่จะมีชีวิตสุขสบายเ้าไม่รู้หรือแสร้งไม่รู้ ถึงเขาผู้นี้จิตวิตถารหญิงที่ถูกซื้อไปเป็อนุถูกทรมานจนตายกันแทบทุกคน”
“จางลี่อิง!”
เพี๊ยะ!
จินเหยาตบหน้าจางลี่อิงเต็มแรงทำให้ร่างเล็ก ๆ ถลาไปกระแทกกับเสาบ้าน
“อิงอิง” จางชิวอิ๋งรีบเข้าไปโอบกอดลูกเอาไว้ทันที
“เจ็บยิ่งนัก” จางลี่อิงย่นคิ้วเข้าหากันแต่ความคิดฟุ้งซ่านก่อนตาย ใยเจ็บเหมือนจริงเช่นนี้
หรือว่า!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นจากนั้นก็เงยหน้ามองหน้ามารดาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา และหันไปมอง
ใบหน้าของรอบข้างที่จ้องเขม็งมาที่นาง
นี่ไม่ใช่ความคิดฟุ้งงานก่อนตายของนาง
นี่ไม่ใช่ภาพที่์เมตตาให้เห็นก่อนไปปรโลก!
หากแต่มันคือความจริง
นางย้อนกลับมาและโศกนาฏกรรมกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง
“ท่านแม่หนีเร็วคนตระกูลจินกำลังจะขายท่านให้เศรษฐีชั่ว”
"เ้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นอย่าลืมสิ เ้ากับลูกเ้ากินข้าวบ้านนี้ไปตั้งมากมาย จะไม่ตอบแทนไม่ได้” ถังเหลียนพูดทวงบุญคุณขึ้นมา
“ถังเหลียน เ้ากล้าดีอย่างไรมาพูดทวงบุญคุณกับข้า บ้านหลังนี้และกระทั่งที่ฝันที่เ้าทำกันล้วนเป็สมบัติตระกูลจางที่แม่ข้าทิ้งไว้ให้ ท่านพ่อ ท่านเลอะเลือนจนต้องให้ข้าเตือนความจำให้แล้วหรือว่าท่านแต่งเข้าตระกูลจาง ท่านอาศัยสมบัติตระกูลซุนกินอยู่เลี้ยงลูกเลี้ยงภรรยาใหม่นี่ท่านยังจะขายช้ากินอีกหรือ ความเป็คนของท่านยังมีอยู่หรือไม่!” จางชิวอิ๋งพูดออกมาอย่างคับแค้นใจ และนั่นส่งผลให้จินสุ่ยโกรธจนมือไม้สั่น
"ชิวอิ๋ง หุบปากของเ้าเดี๋ยวนี้ตอนนั้นเ้ายังเด็ก เ้าจะรู้อะไร ตอนแม่เ้าป่วยใช้เงินไปตั้งมากมายจะมีอะไรเหลือไว้ให้เ้าอีก"
“จริงอย่างที่ท่านพ่อพูด... ชิวอิ๋ง ยามสามีของเ้าทอดทิ้งเ้าไป ท่านพ่อไม่เพียงไม่ขับไล่ไสส่งเ้าลูกของเ้าท่านพ่อก็อ้าแขนรับ เ้าจะไม่สำนึกบุญคุณไม่ได้”จินเหยาได้ทีพูดทวงบุญคุณอีกยกใหญ่ และนั่นทำให้จางลี่อิงรู้สึกทนไม่ได้ขึ้นมา
“เ้าเองก็หย่าร้างกลับมาอาศัยพ่อแม่กินเหมือนกันไม่ใช่หรือใยเ้าไม่ตอบแทนบุญคุณด้วยการขายตัวเองบ้างเล่า ทำมาเป็ยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างเ้ามันก็แค่คนชั่ว อยากจะขายพี่สาวกินเท่านั้น!!"
"ปากดีเช่นนี้ต้องถูกกำราบขายนางมาพร้อมกับมารดาของนางเลยเป็อย่างไร" หยวนผิงพูดแทรกขึ้นทำให้ถังเหลียนกับจินเหยาตาเป็ประกายขึ้นมาทันที
“หากท่านยิ่งเขาเมตตารับนางทั้งสองคนพร้อมกันข้าก็ไม่ขัดเ้าคะ”
“ไม่ได้นะ ขายลูกข้าไม่ได้ อิงอิงลุกเร็วลูก” จางชิวอิ๋งพยุงลูกให้ลุกขึ้น หมายจะหนีแต่จินเหยากับคนของหยวนผิงขวางทางไม่ปล่อยไปง่าย ๆ
“อย่าคิดหนี พวกเ้ายอมไปกับท่านหยวนผิงดี ๆเกิด"
“จืนเหยา ข้าเป็พี่สาวเ้า อิงอิงก็เป็หลานเ้า อย่าทำพวกเราเช่นนี้" จางชิวอิ๋ง พยายามอ้อนวอนน้องสาวต่างมารดา
“ข้าไม่เคยผิดว่าเ้าเป็พี่สาวข้าเลยสักนิดจับตัวพวกนางไปเร็วเข้า” จินเหยาไม่เพียงตัดเยื่อใยนางยังออกคำสั่งเด็ดขาดให้คนของหยวนผิงเข้ามาจับตัวสองแม่ลูกไปด้วย
“ท่านพ่อ! ช่วยพวกข้าด้วย ท่านพ่อ” จางลี่อิงหันไปะโขอความช่วยเหลือจากบิดาแต่อีกฝ่ายยังคงผูกใจเจ็บกับคำพูดของนางเมื่อครู่ จึงสะบัดหน้าไปอีกทางไม่ยอมสนใจใยดี
ใจของจางชิวอิ๋งทรุดลงคิดไม่ถึงว่าบิดาจะเืเย็นถึงเพียงนี้นางหันมามองลูกที่พยายามดีดดิ้นขัดขืนก็ยังรู้สึกเ็ปใจ
อิงอิงของนางชะตาอาภัพไม่เพียงไร้บิดาปกป้อง ยังถูกกดขี่ข่มเหงเพราะมีมารดาอ่อนแออย่างนางั้แ่เกิดและเติบโตขึ้นมาไม่เคยได้กินดีอยู่ดี บัดนี้อายุสิบขวบก็ยังแคระแกร็นตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน
ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าตนติดค้างลูกไม่น้อยฉะนั้นจะยอมให้ลูกถูกขายไปพร้อมกันไม่ได้เด็ดขาด
“ท่านพ่อ ไม่ช่วยข้าก็ได้แต่ช่วยอิงอิงด้วยเถิด ชายผู้นี้มองนางอย่างไร ท่านก็เห็นอย่าให้นางต้องโดนกระทำชั่วช้าด้วยอายุเพียงเท่านี้เลย”นางตัดสินใจอ้อนวอนขอความเมตตาจากจินสุ่ยอีกครา
แต่อีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉยทำเหมือนไม่ได้ยิน
จางชิวอิ๋งรู้สึกคับแค้นใจแต่ก็หมดหนทางจะต่อสู้ดิ้นรน นางจึงยกเอาชีวิตของตนเองมาอาฆาต!
“หากท่านไม่ช่วยอิงอิง ข้าจะกัดลิ้นตายตรงนี้ จะเป็ผีตามหลอกหลอนรังควานท่านและคนที่ท่านรักไปทุกชาติภพท่านจะเอาเช่นนั้นใช่หรือไม่"
“เฮือก” จินสุ่ยสะดุ้งเฮือก!
มิใช่ว่าเขากลัวคำขู่ของนางแต่เป็เพราะเห็นใบหน้าของภรรยาคนแรกที่ตายไปซ้อนทับกับใบหน้าของบุตรสาวผู้นี้ขึ้นมาต่างหาก
ภรรยาผู้นั้นเคยบอกไว้ยามจะตายว่าตระกูลจางของนางมีสายเืผู้บำเพ็ญเพียรตบะแก่กล้าไหลอยู่ในกายตัวบุตรสาวเองก็เช่นกันให้เลี้ยงดูให้ดี สักวันจะนำพาโชควาสนามาให้
จินสุ่ยคิดว่าเป็คำพร่ำเพ้อไร้แก่นสารของผู้ที่กำลังใกล้ตาย จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
แต่ทว่า...
ยามจนกล่าวคำอาฆาต เขาต้นเห็นใบหน้ามารดาของนางที่ลืมเลือนไปแล้วขึ้นมาอย่างชัดเจนเขารู้สึกเหมือนมันเป็ลางบอกเหตุ คำขู่ของนางอาจจะเป็จริงขึ้นมาได้ เขาไม่ควรปล่อยให้มันเกิดขึ้น
"ไม่ขายเด็ก”ในที่สุดเขาก็ออกจากช่วยจางลี่อิง
“ท่านพี่จะเก็บนางเอาไว้ทำไมนางนิสัยเยี่ยงนี้ ควบคุมไม่ได้” ถังเหลียนพยายามพูดหว่านล้อม
“อย่างไรนางก็ยังเด็กอย่าโเี้กับนางนักเลย ถือว่าข้าขอ” พอจินสุ่ยออกปาก ถังเหลียนก็ชักสีหน้าไม่พอใจแต่ถึงอย่างนั้นก็โบกมือบอกให้ปล่อยจางลี่อิง เพราะนางกลัวว่าจะทำให้สามีไม่พอใจ จนไม่ยอมขายใครสักคนเอาได้
“ท่านแม่ก็ไม่ขาย ปล่อยท่านแม่ของข้านะ” จางลี่อิงที่ะโเข้าซื้อยุดกับคนของติงเชาหมายจะช่วยมารดาแต่จินสุ่ยลุกขึ้นมาจับยึดนางเอาไว้
“อย่าสร้างปัญหา”
“ท่านตาท่านแม่เป็ลูกของท่านอย่าทำกับท่านแม่เช่นนี้เลย” นางพยายามอ้อนวอนแต่อีกฝ่ายกลับทำเป็ไม่ได้ยิน
“พานางไปเถิด”เขาบอกให้หยวนผิงพาจางชิวอิ๋งไปอย่างไร้เยื่อใย
"อิงอิง... ใช้ชีวิตให้ดีไม่ต้องห่วงแม่"
จางลี่อิงได้ยินคำร่ำลาจากมารดาน้ำตาก็ไหลทะลักออกมา.....
ยังเป็คำเดิมเหมือนชีวิตก่อนไม่มีผิด!