ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 115 มอบตัวให้ตระกูลหวงหลง
สมาชิกตระกูลหวงหลงทั้งห้าคน ทั้งที่เคยเจอและไม่เคยเจอคาลอสมาก่อนล้วนจ้องเขม็งมาที่คาลอส จิตสังหารบางเบาพุ่งเข้ามาเชือดเฉือนเข้าใส่ชายหนุ่มในชุดสีแดงลายเมฆ
โชคดีที่คาลอสมีจิตใจมั่นคง ไม่อ่อนไหวกับจิตสังหารเล็กน้อยเพียงเท่านี้ จึงจ้องตอบสายตาของผู้คนทั้งหมดได้สบายๆ พร้อมกับค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมา
“ยินดีที่ได้พบเหล่าสหายจากตระกูลหวงหลง ตระกูลพีไรซ์ส่งข้ามาเพื่อพบพวกเจ้า และข้าก็เชื่อว่าพวกเจ้าอยากจะเจอข้าด้วยเช่นกัน ทำไมยังไม่รีบพาข้าเข้าไปด้านในอีกเล่า?” คาลอสฉีกยิ้มแล้วพูดออกมาลอดไรฟัน โดยเฉพาะในตอนที่เขาบอกว่า 'เชื่อว่าพวกเจ้าอยากจะเจอข้า' คาลอสยิ่งเน้นคำพลางส่งสายตาไปหาชายสองคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมาก่อน
แม้พวกมันจะเป็นเพียงกลุ่มอเวกระดับหกที่ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรตอนที่เผชิญหน้ากันในเมืองปากัส แต่คาลอสก็จดจำใบหน้าของพวกมันทุกคนได้ดี เพื่อจะได้ชำระแค้นในอนาคต...และในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเวลานั้นจะใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว
ชายในชุดสีทองสองคนที่เคยรับภารกิจถล่มตระกูลพีไรซ์ขบฟันจ้องมองไปที่คาลอสเขม็ง สองมือของพวกมันกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ไม่รู้ว่าภายในใจคิดอะไรอยู่ แต่มันคงต้องอดทนอย่างมากเพื่อไม่ให้ปล่อยการโจมตีออกไป
สถานที่นี้เป็นที่สาธารณะในเมืองขนาดใหญ่ และตระกูลหวงหลงก็ใช่จะมีอำนาจสูงสุด การสร้างเรื่องต่อหน้าคนหมู่มากเช่นนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่และสร้างความเสียหายให้กับตระกูลของมันได้
ยิ่งในช่วงที่ตระกูลตกต่ำเช่นนี้ ต่อให้สมาชิกตระกูลมีนิสัยเย่อหยิ่งจองหองเพียงไรก็ไม่กล้าสร้างปัญหา เป็นเหตุว่าทำไมพวกมันจึงทำได้แค่ข่มใจ
คนจากตระกูลหวงหลงอีกสามคนที่เหลือสังเกตเห็นปฏิกิริยาของพรรคพวกทั้งสอง เข้าใจได้ทันทีว่าคนตรงหน้าเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่สร้างความคับแค้นใจให้ตระกูลหวงหลงเมื่อเร็วๆ นี้
ชายที่มีความอาวุโสมากที่สุดก้าวเท้าออกมาข้างหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกทั้งสองคนในตระกูลลงมือทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด ก่อนจะหันหน้าไปทางนายทหารที่ควบคุมดูแลในส่วนนี้
“พวกเจ้าทำเรื่องรับรองให้คนกลุ่มนี้เข้าไปภายในเมืองเสีย พวกเขาคือแขกของพวกเรา” ชายที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มคนทั้งห้าเปรยขึ้นด้วยเสียงที่ค่อนข้างหนักแน่น
เหล่าทหารกำลังจะผงกหัวรับ แต่คาลอสยกมือขึ้นปรามไว้ก่อน
“มีแค่ข้าเท่านั้นที่เป็นแขกของตระกูลหวงหลง คนในขบวนเป็นแค่คนที่มาส่งข้าเท่านั้น ข้าเห็นว่าทางการเข้มงวดในการคัดกรองคนอย่างยิ่ง เช่นนั้นให้พวกเขากลับไปเถิดจะได้ไม่เกิดเหตุวุ่นวายโดยไม่จำเป็น” คาลอสหยุดทหารเอาไว้
ไม่ใช่ว่าคาลอสเป็นพลเมืองดีอยากรักษาความสงบของเมืองแต่ประการใด อย่างไรเขาก็ต้องการมาสร้างความวุ่นวายให้ตระกูลหวงหลงอยู่แล้ว ซึ่งนั่นเท่ากับสร้างความวุ่นวายให้กับเมือง C-04 ด้วย แต่ที่เขาพูดขึ้นมาเพราะเขาไม่อยากให้คนที่มาส่งตนเองต้องพลอยลำบากไปด้วย
เจตนาในการมาครั้งนี้ของเขานั้นไม่ดี และตระกูลหวงหลงก็คงไม่ได้ปฏิบัติต่อเขาอย่างดีนัก การที่ขบวนรถจากสมาคมการค้าเข้าไปด้วย รังแต่จะทำให้คนทั้งหมดกลายเป็นเป้าหมายของตระกูลหวงหลง ถูกกาหัวเอาไว้ในฐานะศัตรู เขาจะให้คนเหล่านี้เข้าไปเกี่ยวโยงกับอันตรายได้อย่างไร?
“ผู้มาส่งก็ล้วนเป็นแขกที่ทางตระกูลหวงหลงต้องรับรอง ทำไมไม่มานั่งพักจิบชาร้อนๆ ด้วยกันก่อนเล่า?” ชายที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มคนทั้งห้าประสานมือมาทางคาลอสก่อนจะกล่าวด้วยท่าทางใจเย็น
“ได้ที่ไหนๆ ตระกูลหวงหลงมีเรื่องต้องคุยกับข้าตั้งมากมาย กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่คนของข้าเสียด้วย จะให้มาเสียเวลารอกันข้าก็เกรงใจ หรือตระกูลหวงหลงไม่ต้องการพบข้าแล้ว? เช่นนั้นจะทำตามมาตรการของเมือง กันคนที่ไม่เกี่ยวข้องเช่นข้าออกไปเลยไม่ดีกว่าหรือ” คาลอสตอบกลับ เขาพยายามกันกลุ่มคนด้านหลังออกจากเรื่องนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่คนของตนเพื่อป้องกันอันตรายที่จะไปตกถึงคนเหล่านั้น ทั้งยังขู่ว่าหากไม่รีบพาตนเข้าไป เขาอาจจะออกจากเมืองไปเมื่อไหร่ก็ได้
“เอ่อ...” นายทหารสามคนยืนนิ่งไม่กล้าตัดสินใจอะไร มองคาลอสสลับกับสมาชิกตระกูลหวงหลงทั้งห้าคน ตระกูลหวงหลงก็นับเป็นกองกำลังอันยิ่งใหญ่ แต่เหตุใดถึงดูไร้อำนาจเมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่มผู้นี้กัน? ชายหนุ่มผู้นี้มีความเป็นมาอย่างไรกันแน่?
เหล่าทหารได้แต่คิดสงสัย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครให้คำตอบ
ชายที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มคนทั้งห้าหรี่ตามองชายหนุ่มอยู่พักใหญ่ ลำดับความสำคัญในสิ่งที่ต้องทำ ก็รู้ว่าสิ่งที่ควรคว้าเอาไว้ก่อนคือคาลอส อย่างอื่นไม่ใช่สิ่งจำเป็น
“ได้ เจ้าจะเป็นแขกคนเดียวของเรา ข้าขอยืนยันตัวตนเขาในฐานะแขก ส่วนคนอื่นให้กลับไปได้” ชายคนเดิมกัดฟันพูดตกลงให้กับคำขอของคาลอส หลังจากนั้นจึงหันไปสั่งทหารทั้งสามคนให้ทำเรื่องอนุญาตทันที
“ขอรับ” เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของคนจากตระกูลหวงหลง นายทหารก็พยักหน้ารับแล้วเดินไปส่งเอกสารให้กับส่วนกลางทันที
ไม่นานหนังสือรับรองสำหรับคาลอสก็ออกมา ส่วนคนในขบวนรถก็ต้องกลับออกไป
คาลอสกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาส่ง จากนั้นจึงเดินผ่านส่วนตรวจสอบเข้าไปด้านในกับสมาชิกตระกูลหวงหลงทั้งห้าคน
คนจากตระกูลหวงหลงทั้งห้าเข้าล้อมหน้าล้อมหลัง พาตัวคาลอสเข้าไปด้านในทันทีที่หนังสือรับรองถูกส่งมอบถึงมือ ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะหลบหนีไปหรือเล่นตุกติกบางอย่าง พวกมันจึงไม่อาจปล่อยให้คาลอสมีโอกาสทำเรื่องเหล่านั้น
คาลอสไม่ได้สนใจว่าพวกมันจะทำอะไร อยากจะล้อมเขาไว้ก็ทำไปเถอะ อย่างไรเป้าหมายของเขาก็คือการเข้าไปภายในคฤหาสน์ตระกูลหวงหลงอยู่แล้ว จึงเดินตามทั้งห้าไปแต่โดยดี
ทว่าในสายตาของทหารประจำการที่มองคนทั้งหมดเดินจากไป มันเต็มไปด้วยความสงสัย บุคคลผู้นี้เป็นใครกัน? ทำไมถึงมีความสำคัญมากถึงขนาดที่ตระกูลหวงหลงต้องส่งสมาชิกห้าคนมาอารักขา ล้อมหน้าล้อมหลังชนิดที่ว่าคนอื่นแทบไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลยขนาดนี้
ต้องบอกว่าพวกมันเข้าใจผิดจากความจริงไปไกลมาก แต่ก็อย่างว่า ตระกูลหวงหลงดูให้ความสำคัญกับบุคคลรายนี้จริงๆ ...ใครเล่าจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นหนึ่งในศัตรูคนสำคัญที่ตระกูลหวงหลงอยากฆ่าแทบตาย ทว่าอีกฝ่ายก็ยังกล้าเดินดุ่มๆ เข้ามาให้ตระกูลหวงหลงเชือดถึงที่
…
สมาชิกตระกูลหวงหลงทั้งห้าพาคาลอสเดินผ่านสถานที่ต่างๆ คาลอสหันซ้ายแลขวามองบ้านเรือนอันเจริญหูเจริญตาภายในเมืองขนาดใหญ่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ จนกระทั่งเดินทางมาถึงรั้วกำแพงสูงที่ประดับประดาไปด้วยรูปปั้นมากมาย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรูปปั้นสัตว์เลื้อยคลานมีปีก สร้างภาพอันน่าหวั่นเกรงให้ผู้พบเห็น
“เปิดทาง พวกเราได้ตัวสมาชิกตระกูลพีไรซ์มาแล้ว จะพามันไปหาผู้อาวุโส” ชายชุดทองด้านหน้าสุดพูดเสียงดังใส่ยามเฝ้าหน้าประตู
เมื่ออีกฝ่ายเห็นสมาชิกตระกูลหวงหลงห้าคนยืนล้อมรอบคนแปลกหน้าตรงกลาง ก็ผงกหัวให้ทันทีก่อนจะเบี่ยงตัวเปิดทางให้คนทั้งหกเข้าไปภายใน
“ไป!” สมาชิกตระกูลหวงหลงที่อยู่ด้านหลังผลักคาลอสให้เดินเข้าไป น้ำเสียงของมันดูไม่พอใจเท่าไหร่นักที่ต้องคอยเก็บอารมณ์โกรธมาตลอดทาง
คาลอสเซไปด้านหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับล้มลง ค่อยๆ หันหน้ากลับมา ส่งสายตาเย็นชามองคนที่อยู่ด้านหลัง
“มองอะไรไอ้บัดซบ!” ชายคนเดิมตะโกนด่าพร้อมกับเงื้อมือฟาดเข้าที่ใบหน้าของคาลอส
ผั่วะ
ใบหน้าของชายหนุ่มในชุดแดงหันไปตามแรงตบ แต่เพราะอีกฝ่ายมีระดับพลังที่ต่ำกว่าตนอยู่หนึ่งขั้น แรงตบนี้จึงไม่ได้แรงมากเท่าไหร่
คาลอสยังคงหันกลับมามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา แต่ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป ตอนนี้เขาอยู่ภายในเขตของศัตรู อาจจะมียอดฝีมือเร้นกายอยู่ใกล้ๆ นี้ก็เป็นได้ และนั่นอาจเป็นเหตุผลให้อีกฝ่ายกล้าลงมือกับเขา
“ยังจะกล้ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นอีกหรือ? เชื่อหรือไม่ว่าข้ากล้าควักลูกตาของเจ้าออกมาขยี้ให้มันแหลกเละเสียในตอนนี้!” ชายคนเดิมพูดด้วยความเดือดดาล ตอนนี้มันอยู่ภายในเขตตระกูลของตนเอง ความรู้สึกมีอำนาจเริ่มกลับมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้มันอดกลั้นมานาน ยิ่งเห็นสายตาที่ไม่เห็นมันอยู่ในสายตาเช่นนั้นยิ่งทำให้มันโกรธ!
ชายหนุ่มชุดทองที่กำลังโมโหยกมือขึ้นเตรียมจะโจมตีอีกรอบ ก็ถูกชายที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มขัดเอาไว้
“พอแล้ว การชำระโทษของมันเป็นหน้าที่ของผู้อาวุโส ก่อนหน้านั้นเราจำเป็นต้องรีดเค้นข้อมูลจากมันให้ได้มากที่สุด หากเจ้าเล่นงานมันจนทางตระกูลไม่ได้ข้อมูลอะไร ข้าเชื่อว่าเหล่าผู้อาวุโสจะต้องไม่พอใจเจ้าแน่ๆ” น้ำเสียงที่ดูสุขุมทำให้ชายหนุ่มในชุดทองระงับอารมณ์ของตนลง แน่นอนว่ามันไม่อยากถูกลงโทษ
“รีบเดินตามข้ามา ผู้อาวุโสรอพวกเราอยู่ พวกท่านอยากจะรู้ว่าเจ้ามีแผนการอะไรกันแน่” ชายที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินนำหน้าไปและไม่หันกลับมามองอีก
คาลอสกำหมัดแน่นพร้อมกับเดินตามไป ในเมื่ออยู่ในถิ่นศัตรูเขาก็ทำได้เพียงยอมทำตามไปก่อนก็เท่านั้น แต่หากถึงทีของเขาเมื่อไหร่ เขารับรองว่าพวกมันจะต้องเสียใจแน่
ชายหนุ่มชุดแดงเดินตามเข้าไปถึงส่วนในของตระกูลหวงหลง เขาคิดว่าจะเริ่มแผนการเมื่อเข้าไปลึกมากพอ จะได้สะดวกต่อท่านบรรพชนในการลากคอชนชั้นผู้นำของตระกูลหวงหลงมาจัดการเสียให้หมด
“ยึดอาวุธมันมา!”
คาลอสเดินมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นโถงทางเดินกว้างๆ สุดทางเป็นประตูบานใหญ่ที่ถูกปิดเอาไว้ ชายหนุ่มตระกูลพีไรซ์เดาว่ามันคงเป็นห้องประชุมของชนชั้นนำภายในตระกูลหวงหลง
ตอนนี้เขาถูกกลุ่มคนเดินเข้ามารุมล้อม ยึดอาวุธและพยายามตรวจค้นร่างกายของเขา ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจุดที่ไกลที่สุดที่เขาจะเข้ามาได้แล้วโดยที่ไม่มีท่านบรรพชน...คงถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำตามแผน
“อยู่นิ่งๆ สิวะ!” เสียงดังมาจากหนึ่งในคนที่เข้ามาค้นตัวคาลอส ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงกระแทกอย่างรุนแรง
ปึง!
หน้าแข้งของชายคนหนึ่งหวดเข้าใส่ข้อพับของคาลอสอย่างเต็มแรง จนชายหนุ่มไม่สามารถฝืนยืนต่อไปได้ ล้มลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น
เห็นสภาพเช่นนั้น คนตระกูลหวงหลงที่ยืนอยู่รอบนอกก็ฉีกยิ้ม หัวเราะกันด้วยความสะใจ
พวกมันมองตนเองเป็นกลุ่มคนระดับสูงมาโดยตลอด เมื่อใดกันที่อนุญาตให้คนชั้นต่ำมาลูบคมพวกมัน ถึงกับกล้าสร้างความอับอายให้ตระกูลหวงหลง และในยามที่ตระกูลตกต่ำเช่นนี้ การลงมือก็ไม่สะดวก จึงทำได้แต่เพียงกัดฟันอดทนกล้ำกลืนความแค้นไว้ก่อน รอคอยเวลาที่จะได้จัดการกับตระกูลเล็กจ้อยนี่ทีหลัง
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเสนอตัวเข้ามาหาพวกมันเอง ทั้งยังถูกกดให้อยู่ในสภาพไร้อำนาจเช่นนี้ พวกมันต่างรู้สึกสาสมใจยิ่งนัก
คาลอสฟังเสียงหัวเราะ และเหลือบมองกลุ่มคนชุดทองรอบตัว ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา ค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ
“นั่นอะไร! ส่งมันมาให้ข้า!” ชายที่อยู่ประชิดตัวคาลอสยื่นมือมาคว้ากล่องใบเล็กไปจากมือคาลอสทันทีที่เห็น
คาลอสใช้โอกาสนั้นดึงฝากล่องให้เปิดออก ขวดแจกันสีขาวใบน้อยพลันหลุดร่วงลงมาจากผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงิน
มันค่อยๆ ร่วงลงจนกระทบพื้น แรงปะทะทำให้ตัวแจกันแตกออกทั้งใบ กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกองอยู่ที่พื้น และเมื่อนั้นใบหน้าเย็นชาของคาลอส ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุก.......