"ทหาร!" ท่านหญิงหลิงหยางตวาดเสียงต่ำไปยังป่าพลางชี้นิ้วไปยังกู้ชิงเฉิงและกู้จิ่งเซวียน "ฆ่าคนพวกนี้ซะ"
คำกล่าวเช่นนั้นแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมโหดและอำมหิตราวกับฮองเฮาผู้ทรงอำนาจนางทำตามฮองเฮาอย่างไม่มีผิดเพี้ยนท่านหญิงหลิงหยางเติบโตภายใต้การเลี้ยงดูของฮองเฮามาโดยตลอดช่างเติบโตมาได้อย่างผิดเพี้ยนยิ่งนัก
กู้ชิงเฉิงถอนหายใจนางพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดท่านหญิงหลิงหยางจึงโง่งมได้ถึงเพียงนี้
องครักษ์หลายนายกวัดแกว่งกระบี่พุ่งตรงเข้าหากู้ชิงเฉิงและกู้จิ่งเซวียนอย่างอุกอาจ ก่อนหน้านี้พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในป่า โดยมีรอยเลือดเปื้อนอยู่บนตัวไม่รู้ว่าสังหารผู้ใดในที่แห่งนี้ไปบ้างแล้วกู้ชิงเฉิงอดไม่ได้ที่จะมองเข้าไปในป่าอีกครั้ง
ที่นี่คือจวนตระกูลซูท่านหญิงหลิงหยางยังคงกล้าก่อความอุกอาจถึงเพียงนี้ แล้วในวังหลวงเล่านางจะเหิมเกริมเพียงใด
"ท่านแม่ ข้ากลัวเหลือเกิน" กู้จิ่งเซวียนโอบรอบคอกู้ชิงเฉิงใบหน้าเล็กซีดเผือด ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างสุดเสียง เสียงร่ำไห้นั้นดังไปทั่ว
"รีบฆ่าเจ้าเด็กสารเลวคนนี้ซะ" ท่านหญิงหลิงหยางพลันร้อนรนตะโกนลั่น เสียงร้องไห้เช่นนี้ ย่อมดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใกล้ได้อย่างรวดเร็วนางย่อมหวาดกลัวเป็นธรรมดา ดังนั้น นางจึงตะโกนออกไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง
องครักษ์หลายนายต่างเชื่อฟังพวกเขาจับกระบี่แน่นหมายจะสังหารกู้จิ่งเซวียนทันที
"รนหาที่ตาย" กู้ชิงเฉิงเอี้ยวตัวหลบคมกระบี่ที่ฟันเข้ามาก่อนพลางสะบัดมีดใบหลิวในมือ มีดใบหลิวบางเฉียบ นางไม่ได้ใช้พลังภายในแต่มีดใบหลิวกลับทะยานไปข้างหน้า พร้อมกับเสียงแหวกอากาศตรงไปยังลำคอขององครักษ์
กู้จิ่งเซวียนมององครักษ์นายหนึ่งล้มลงสิ้นใจตายอย่างไม่หลับตาดวงตาเบิกกว้าง ลำคอถูกปักด้วยมีดใบหลิวหลายเล่ม
เมื่อองครักษ์นายหนึ่งล้มลงองครักษ์ที่เหลือต่างแข็งค้างอยู่กับที่ ไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการ
"นี่..." ท่านหญิงหลิงหยางถึงกับตะลึงนางไม่อาจเชื่อได้เลยว่าคนของตนจะถูกจัดการได้อย่างง่ายดายเพียงชั่วพริบตา
กู้ชิงเฉิงวางกู้จิ่งเซวียนลง"ไปเถิด เจ้าไปเล่นอยู่ข้างๆ ซะ"
พูดจบนางก็หันไปกล่าวกับองครักษ์ที่เหลือ "มาสิมาต่อกันเลย"
สิ้นเสียงนางพลันมีใบไม้จำนวนมากร่วงโรยมาจากป่าเบื้องหน้าแล้วทะยานเข้าแทงลำคอองครักษ์แต่ละนายราวกับคมมีดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากใบไม้ที่ปลิววนไปจนถึงองครักษ์ที่ล้มลงใช้เวลาเพียงชั่วลมหายใจเท่านั้น
"องครักษ์เหล่านี้ไร้ความผิด แต่เพราะเจ้ามือของพวกเขาจึงแปดเปื้อนเลือดมากมายนัก ดังนั้น ตายไปก็สมควรแล้ว" แขนเสื้อของกู้ชิงเฉิงยังไม่ทันได้สัมผัสตัวองครักษ์ไม่แม้แต่จะแตะต้องใบไม้สักใบ ทุกสิ่งก็จบลงแล้ว ระหว่างที่กล่าวกู้ชิงเฉิงก้าวเดินตรงไปยังท่านหญิงหลิงหยาง
"เรื่องราวในอดีต พวกเราจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น แต่บัญชีแค้นในวันนี้ต้องชำระสะสางให้ชัดเจน" กู้ชิงเฉิงเห็นตอไม้ข้างทางนางจึงเดินไปนั่งลง พลางเลิกคิ้วมองท่านหญิงหลิงหยางที่ยืนตะลึง
"นี่... นี่มันเป็นไปไม่ได้ เจ้ามันปีศาจ เจ้าทำอะไรลงไปกันแน่?"ท่านหญิงหลิงหยางหวาดกลัวจนตัวสั่น คนที่นางพามาล้วนเป็นยอดฝีมือจากวังหลวงที่คนทั่วไปยากจะเข้าใกล้ได้
ก่อนหน้านี้มีบุตรสาวตระกูลสูงคนหนึ่งไม่มียางอายกล่าวว่าอยากแต่งงานกับองค์รัชทายาทนางก็สั่งให้องครักษ์ฆ่าคนผู้นั้นโดยตรง สังหารอย่างเด็ดขาดและไร้ความเมตตา
ผู้ที่กล้าแย่งชิงองค์รัชทายาทกับนางท่านหญิงหลิงหยาง ย่อมต้องตายทั้งหมด รวมถึงกู้ชิงเฉิงและกู้จิ่งเซวียนด้วยทันทีที่นางเห็นคนทั้งสอง นางก็อยากจะทำลายพวกเขาทิ้งอย่างไม่คิดชีวิต
‘เพียะ’ กู้ชิงเฉิงก้าวไปข้างหน้าตบเข้าที่ใบหน้าของท่านหญิงหลิงหยางฉาดใหญ่ "ฝ่ามือนี้เป็นเพราะเจ้าเคยด่าทอข้า สมควรโดน"
‘เพียะ’ อีกหนึ่งฝ่ามือฟาดลง "ฝ่ามือที่สองนี้ เป็นเพราะเจ้ากล้าด่าทอเซวียนเอ๋อร์"
‘เพียะๆๆ’ ตามด้วยอีกสามฝ่ามือติดๆ กัน "กล้าด่าทอเซวียนเอ๋อร์ ย่อมไม่พ้นต้องตายอย่างอนาถ"
กู้ชิงเฉิงตบจนใบหน้าของท่านหญิงหลิงหยางบวมเป่งราวกับหัวหมู
“ฮึกๆ... กู้ชิงเฉิง ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!” ท่านหญิงหลิงหยางถูกโจมตีจนถอยร่นไปหลายก้าวพลันเสียหลักสะดุดล้มลงนั่งบนร่างไร้วิญญาณของทหารองครักษ์ผู้หนึ่ง
บนลำคอของทหารผู้นั้นเต็มไปด้วยใบไม้หนาทึบประหนึ่งเม่นป่าดวงตาของเขายังเบิกกว้างอยู่ แลดูน่าพรั่นพรึงยิ่งนัก
“กรี๊ดดด!” วินาทีต่อมาท่านหญิงหลิงหยางก็กรีดร้องเสียงแหลมราวกับหมูถูกเชือดอีกครั้งนางหวาดกลัวจนแทบเสียสติ หมายจะวิ่งหนีไปให้พ้นแต่กลับพบว่าขาของนางถูกกู้ชิงเฉิงเหยียบตรึงไว้ ไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้นางได้แต่ดิ้นรนอย่างสุดกำลัง
ในยามนี้ท่านหญิงหลิงหยางรู้สึกราวกับตนเองตกลงไปในนรกขุมที่สิบแปด น่าหวาดผวายิ่งนักรัศมีที่แผ่ออกมาจากร่างของกู้ชิงเฉิงนั้นช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไปเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ก็ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนักนางแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้เห็นด้วยตาตนเอง
เมื่อครั้งก่อนที่ชาวบ้านบุกรุกเข้าจวนองค์รัชทายาทกู้ชิงเฉิงปล่อยให้นางถูกทุบตีและดุด่า กล่าวได้ว่านางยอมรับมันได้แม้จะมีใบผักเน่าและไข่เน่าถูกโยนไปทั่วทุกหนแห่งก็ตามแต่ครั้งนี้กลับน่ากลัวถึงเพียงนี้
“ท่านหญิงหลิงหยาง เจ้ามีเรื่องอันใดกับข้าหรือ แล้วสตรีผู้นี้คือผู้ใดกัน?”ในขณะนั้น เสียงบุรุษผู้หนึ่งที่นุ่มนวลราวกับธารน้ำใสก็ดังขึ้นมาทว่าน้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจ
ฟู่อวี้บุตรชายของเสนาบดีฟู่ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ
เมื่อเขาเห็นกู้ชิงเฉิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าตอนที่เขาเห็นทหารองครักษ์นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
เขาเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นและร่ำเรียนมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ‘ภายในอกเปี่ยมด้วยความรู้อันลึกซึ้งดุจหุบเขาคุณธรรมและความงามย่อมสะท้อนออกมาจากภายใน’ คำกล่าวนี้กล่าวถึงฟู่อวี้ได้อย่างเหมาะสมยิ่ง
ความอ่อนโยนและถ่อมตนของเขานั้นงดงามโดดเด่นอย่างที่หาผู้ใดเปรียบได้และมันได้แผ่ออกมาจากกระดูกเลยทีเดียว
“หมอเทวดากู้?” ฟู่อวี้ตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “เป็นท่านจริงหรือ?”
“ฟู่อวี้ ท่านตาบอดแล้วหรือ? นางคือพระชายาสตรีต่ำต้อยเช่นนางจะเปรียบเทียบกับหมอเทวดากู้ผู้เลื่องชื่อในใต้หล้าได้อย่างไร!ฟู่อวี้ ท่านคือสามีในอนาคตของข้า นางผู้นี้คิดจะฆ่าข้า ท่านจงจัดการนางเสีย”ท่านหญิงหลิงหยางพลันกระตือรือร้นขึ้นมานางไม่ได้สนใจความเจ็บปวดบนใบหน้ายามกล่าววาจาแต่ยังคงกล่าวร่ายยาวออกมาในคราเดียว
ในดวงตานางเต็มไปด้วยความเกลียดชังและไม่ยินยอมท่าทางนั้นราวกับนางอยากจะพุ่งเข้าสังหารกู้ชิงเฉิงเสียให้สิ้น
“พระชายา กระหม่อมบังอาจยิ่งนัก ขอพระชายาทรงโปรดประทานอภัยให้กระหม่อมด้วย”ในดวงตาของฟู่อวี้ปรากฏความผิดหวังเล็กน้อยเขาเคยพบกู้ชิงเฉิงมาก่อน ดวงตาที่เปล่งประกายผ่านผ้าคลุมหน้าของนางราวกับสามารถพูดได้ เพียงชำเลืองมองครั้งเดียว เขาก็ไม่อาจลืมเลือนไปได้ชั่วชีวิต
ในยามนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง และมองกู้ชิงเฉิงด้วยความถี่ถ้วนมากขึ้นคล้ายคลึงกัน... คล้ายคลึงกันจริงๆ
กู้จิ่งเซวียนมองฟู่อวี้พลางกะพริบตาโต และชี้ไปที่ท่านหญิงหลิงหยางพร้อมเอ่ยว่า“สตรีชั่วผู้นี้คิดจะฆ่าข้ากับท่านแม่!”
ดวงตาใสบริสุทธิ์ของเด็กน้อยเป็นประกายราวลำธารน้อยๆที่ใสสะอาด ทำให้ผู้คนเชื่อถือได้ในทันที
“หลิงหยาง เจ้ายังคงโหดเหี้ยมเช่นเดิม ทำความชั่วมามากมายแม้ฝ่าบาทจะทรงบังคับให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะไม่ยอมรับเจ้าเข้าจวนเด็ดขาด!” ฟู่อวี้สะบัดแขนเสื้อ และตวาดเสียงดัง
เขารู้สึกขยะแขยงท่านหญิงหลิงหยางอย่างมากจากก้นบึ้งของหัวใจแต่ในช่วงหลายวันนี้ ฮ่องเต้และฮองเฮาทรงกดดันเสนาบดีฟู่เขาจึงจำต้องยอมรับนางเข้าจวน
ที่เขามาร่วมงานในวันนี้ก็เพราะต้องการพูดให้ชัดเจนว่า หากเขาแต่งนางเข้าจวนนางก็จะเป็นเพียงสตรีที่ถูกเลี้ยงดูไว้ในเรือนด้านหลังเพิ่มอีกเพียงหนึ่งที่นั่งเท่านั้นแต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมาพบเห็นนางกำลังฆ่าคนอยู่ที่นี่ นางไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ
เขายกมือขึ้นจับข้อมือของท่านหญิงหลิงหยาง“ไป! ไปสารภาพผิดต่อหน้าฮองเฮา”
เขาเหลือบมองกู้ชิงเฉิงอีกครั้งและยังคงรู้สึกว่าคล้ายคลึงกันยิ่งนักแต่ในเมื่ออีกฝ่ายกล่าวว่าเป็นพระชายาแห่งตำหนักบูรพาในตอนนี้เขาก็ไม่อาจเข้าไปพัวพันได้อีก
“ข้าไม่ไป! ข้าไม่ได้ฆ่าคน ข้าไม่ได้ฆ่าคน!คนพวกนี้ล้วนเป็นสตรีชั่วผู้นี้สังหาร นางเป็นคนฆ่า!” ท่านหญิงหลิงหยางกล่าวด้วยความโกรธจัดดวงตานางแดงก่ำราวกับจะหลุดออกมาจากเบ้า
ผู้คนที่นางพามาล้วนสิ้นใจและนางยังถูกโจมตีอย่างสาหัสเช่นนี้ ย่อมไม่อาจปล่อยให้กู้ชิงเฉิงลอยนวลไปได้
“ท่านแม่ ท่านไม่กลัวสตรีชั่วผู้นี้จะสลับขาวเป็นดำสับเปลี่ยนเรื่องถูกเป็นผิดหรอกหรือ?” กู้จิ่งเซวียนดึงชายเสื้อของกู้ชิงเฉิงและกล่าวเสียงเบา
กู้ชิงเฉิงรวบกู้จิ่งเซวียนขึ้นมาอุ้ม“เซวียนเอ๋อร์สามารถกล่าวสำนวนได้สองคำติดกันเลยทีเดียว ไม่เลวๆ!”
นางใช้นิ้วจิ้มไปที่จมูกเล็กๆของเขา“เซวียนเอ๋อร์วางใจเถิดคุณธรรมของคุณชายฟู่อวี้เป็นที่ประจักษ์ทั่วหล้า คำพูดของเขาคือพยานหลักฐาน”