“แล้วทำไมกูต้องมากับตัวด้วยเนี่ย”
“หยุดบ่นกูช่วยมึงแล้วถึงคราวมึงต้องช่วยกูบ้าง”
ลูซี่ได้ถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยพร้อมกับกลอกตาอย่างเบื่อหน่ายทั้งที่เธอตั้งใจจะมาตามดูแลไทม์แท้ๆแต่ทำไมเธอต้องมาช่วยลุคขายข้าวมันไก่ด้วยเนี่ย
“ขอโทษด้วยนะคะคุณหนูที่ต้องทำให้มาลำบากแบบนี้”พี่ฮีซูถือถาดที่ใช้เสริฟพลางหันมาพูดกับเธอ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะแค่นี้เอง ถ้าเป็นพี่ฮีซูหนูพร้อมช่วยเต็มที่แต่ถ้าเป็นเรื่องไอ้ลุคหนูจะวิ่งหนีทันที”
“ไอ้สัสกูได้ยินนะ”ไม่พูดเปล่าลุคใช้ถาดเสิรฟอาหารเคาะหัวเธอก่อนลูซี่จะหันไปเตะขาพี่ชายเบาๆด้วยความหมั่นไส้ทำให้พี่ฮีซูที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับหัวเราะออกมา
วันนี้สองพี่น้องแห่งตระกูลวรลักษณ์แวะมาช่วยพี่ฮีซูช่วยคุณแม่ขายข้าวมันไก่เนื่องจากคุณแม่ของพี่ฮีซูป่วยและน้องสาวก็ต้องเรียนด้วยแถมของขายก็เตรียมเอาไว้หมดแล้วเธอเลยต้องกลับมาขายข้าวมันไก่แทน
ลูซี่หันกลับไปจัดข้าวมันไก่ใส่ห่อเพื่อเตรียมสำหรับลูกค้าที่สั่งกลับบ้านขณะที่กำลังทำหน้าที่อยู่นั้นเสียงแจ้งเตือนจากมือถือก็ดังขึ้นให้เธอต้องละสายตาหันไปมอง
มือเรียวใช้นิ้วก้อยที่ไม่เลอะกดแชทพบว่าคนส่งมาคือดีน
deankudou : อยู่ไหนเนี่ย
Lucyxx : ระยอง
Lucyxx : ทำไม
deankudou : ไปทำไรที่นั่น
Lucyxx : มาทำธุระ
deankudou : ไม่ใช่ว่าตามน้องมันไปไง
Lucyxx : รู้แล้วจะถามทำไม
deankudou : ยัยนี่
Lucyxx : แล้วสรุปมีไร
deankudou : ไอ้ตัวหัวหน้ามันหนีไปได้
Lucyxx : ไอ้พวกที่ไปกระทืบนายตอนนั้นอ่ะนะ
deankudou : ไอ้พวกนั้นต่างหากที่โดนกระทืบ
Lucyxx : จ้าๆ
Lucyxx : แล้วมันหนีไปไหน
deankudou : ระยอง
Lucyxx : ห๊ะ แถวไหน
deankudou : อำเภอเมือง
ข้อความของดีนทำเอาลูซี่ถึงกับวางมีดที่กำลังสับไก่อยู่หมายความว่าเจ้าพวกนั้นอยู่ที่เดียวกับพวกเธออย่างนั้นหรอเนี่ย
Lucyxx : กี่คน
deankudou : 4
deankudou : แล้วตอนนี้อยู่แถวไหน
Lucyxx : อำเภอเมือง
deankudou : กรรม
deankudou : เอาเป็นว่าระวังไว้ด้วยล่ะกัน
deankudou : เพราะพวกมันจ้องเล่นงานเธอด้วย
Lucyxx : เค
Lucyxx : มีอะไรอัพเดทให้ด้วย
deankudou : เค
หลังจากคุยกับดีนเสร็จลูซี่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาทั้งที่ตอนแรกคิดว่าทุกอย่างจะจบแล้วดันต้องมาคอยระแวงไอ้พวกบ้านั่นอีก
“เป็นไร”ลุคหันไปถามขณะที่มือของเขาถือถาดเสริฟเปล่า“ไอ้ตัวหัวหน้ามันหนีมากบดานอำเภอเดียวกับเรา”
ลุคเลิกคิ้วก่อนจะวางถาดดูเหมือนว่าลูกค้าในร้านจะเริ่มน้อยลงจนเกือบจะหมดแล้ว
“แล้วมึงจะเอาไงตามล่าพวกมันมั้ย”
“แน่นอนแต่ตอนนี้ต้องหาตำแหน่งที่แน่นอนของพวกมันก่อน”
“แล้วจะหาพวกมันยังไง”ลูซี่มองหน้าคนเป็นพี่พลางใช้ความคิดก่อนจะยกมือถือโทรหาใครบางคน
[ครับคุณหนู]
“พี่ครามยังอยู่ระยองใช่มั้ยคะ”
[ครับมีอะไรให้ผมทำหรอครับ]
“ช่วยหาตำแหน่งของพวกสยามหน่อยค่ะดีนบอกว่าพวกนั้นกบดานอยู่ที่ระยอง อำเภอเมืองค่ะ”
[รับทราบครับถ้าเจอแล้วให้จับพวกมันเลยมั้ยครับ]
“ค่ะจับพวกมันได้เลยค่ะ”
[รับทราบครับ]
วางเสร็จเก็บมือถือลงกระเป๋าลูซี่ถอนหายใจออกมารอยที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ยอมรับว่าเธอค่อนข้างกังวลไม่ใช่เพราะที่ไอ้พวกหัวหน้าสยามแก๊งค์ที่เคยมีเรื่องกับดีนเมื่อตอนนั้นหนีไปแต่กลัวว่าพวกนั้นจะลอบทำร้ายไทม์มากกว่า
พอยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดพี่ฮีซูที่เห็นเจ้านายทำสีหน้าไม่ดีจึงหันไปถามไถ่“มีอะไรรึเปล่าคะคุณหนู”
“แค่กังวลเรื่องแก๊งค์สยามน่ะค่ะเหมือนว่าหัวหน้ากับพวกมันอีกสองสามคนจะหนีมาดานที่ระยองนี่”
“ให้พี่ช่วยค้นหามั้ยคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะวันหยุดพี่ทั้งทีจะให้พี่มาทำงานได้ไง อีกอย่างพี่ต้องดูแลคุณแม่ด้วยเดี๋ยวทางนี้ให้พวกหนูกับพี่ครามจัดการดีกว่าค่ะ”
“เรื่องนี้หนูกับพี่ครามจัดการเองค่ะ”
พี่ฮีซูมองลูซี่ด้วยสีหน้าจริงจังเป็นการบ่งบอกว่าเธอจะไม่ยอมทำตามที่ผู้ที่เป็นเจ้านายบอก
“คงไม่ได้หรอกค่ะพี่เป็นบอดี้การ์ดของตระกูวรลักษณ์ต่อให้ต้องปิดร้านถาวรพี่ก็ต้องทำหน้าที่ของบอดี้การ์ดจนกว่าร่างกายจะแตกสลายค่ะ”
ลูซี่รู้อยู่แล้วว่าพี่ฮีซูต้องพูดแบบนี้เธอรักงานของเธอและทำงานของตัวเองได้ดีมาตลอด ไม่มีการขาดงานเลยแม้แต่น้อยมีแค่ครั้งที่นี้ที่แม่ป่วยลุคเลยอนุญาตทำให้เธอสามารถหยุดมาดูแลแม่ได้
“แล้วคุณแม่กับน้องล่ะคะ”
“ตั้งแต่วันพรุ่งนี้น้องหยุดค่ะน้องสามารถมาดูแลแม่แทนได้”
ลูซี่ถอนหายใจกับความดื้อรั้นกับพี่ฮีซู“ก็ได้ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
พี่ฮีซูยกยิ้มพอใจกับคำตอบก่อนจะหันกลับไปทำงานของตัวเองต่อลูซี่กลับมาทำงานของตัวเองพลางนึกคิดและตีกับความคิดของตัวเองอยู่ในหัวพวกแก๊งค์สยามมันเล็งเธอและดีนทำให้ลูซี่มีความกังวลและห่วงว่าไอ้พวกที่เหลือมันจะไปทำร้ายไทม์
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นเป็นห่วงไอ้ไทม์รึไง”
“อือ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่าไอ้ไทม์มันไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย”
“รู้”แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงเป็นกังวลอยู่ดี
ครืด~~~
เสียงสั่นจากโทรศัพท์ให้เธอออกจากความคิดหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อของไทม์ พอเห็นแบบนั้นเธอเห็นแบบนั้นก็รีบกดรับทันที
“ฮัลโหลค่ะ”
[พี่นี่ผมเองนะ] เสียงอันคุ้นหูที่ไม่ใช่ไทม์แต่เป็นติมเพื่อนสนิทของไทม์
“ว่าไงแล้วไทม์ล่ะ”
[ไทม์กับไอ้บูมหายไปไหนไม่รู้ทิ้งข้าวของเอาไว้ตอนนี้พวกผมกำลังหาอยู่]
“แล้วตอนนี้ได้เบาะแสอะไรมั่งมั้ย”
[ไม่เลยพี่เพราะตรงหาดที่พวกผมไปนั่งเล่นมันไม่มีใครเลย เลยไม่มีใครเห็น]
“ส่งโลเคชั่นให้หน่อยเดี๋ยวพี่ไป”
[ได้พี่]
หลังจากวางสายไม่นานติมก็ส่งโลเคชั่นมาให้ลูซี่กดเช็คตำแหน่งพบว่าตำแหน่งที่พวกเด็กๆอยู่มันอยู่ค่อนข้างไกลจากตรงที่พวกเธออยู่กว่า 20 โลแต่ก็ไม่ได้ไกลจนทำให้เธอไปไม่ได้
ลูซี่หันไปดึงเสื้อคนเป็นพี่ชายที่กำลังมีความสุขกับการช่วยพี่ฮีซูขายข้าวมันไก่
“อะไร”ลุคหันมองน้องสาวด้วยใบหน้าที่บ่งบอกว่ากำลังถูกขัดจังหวะ “ไปช่วยหาน้องก่อน”
“ห๊ะ? หาทำไม”
“ไทม์กับบูมหายไปไหนไม่รู้ตอนนี้ติมกับเพื่อนกำลังตามหาอยู่”ลุคที่ได้ยินก็ขมวดติ้วอยู่ครู่ก่อนจะหันไปบอกกับพี่ฮีซู“เดี๋ยวผมไปหาน้องก่อนนะครับ พอดีน้องหายไปไหนไม่รู้”
“เดี๋ยวพี่ไปด้วยค่ะ”พี่ฮีซูหยิบเสื้อคลุมเหมือนเตรียมจะไปด้วย “ไม่ต้องเลย พี่รออยู่นี่แหละ”
“ไม่ค่ะหน้าที่อารักขามันหน้าที่ของพี่”
“พี่เจ็บอยู่ผมจะให้พี่ไปได้ไง”ประโยคของลุคทำให้ลูซี่ที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้ว พี่ฮีซูไปบาดเจ็บตอนไหนเนี่ย
“แต่ม้นคือหน้าที่ของพี่พี่เป็นบอดี้การ์ดพี่จะปล่อยให้หัวหน้าตัวเองไปเผชิญอันตรายได้ไง”
“นี่คือคำสั่งอยู่พักที่นี่และห้ามไปไหนเด็ดขาด” ลุคออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มเขาจะไม่ยอมให้พี่ฮีซูไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด
“คงไม่ได้ค่ะพี่ต้องขอโทษนะคะที่ต้องปฏิเสธแต่อย่างที่บอกไป มันเป็นหน้าที่ของพี่ค่ะไม่ว่ายังไงพี่ก็จะไป” ลุคถอนหายใจเฮือกใหญ่ส่วนลูซี่ก็ได้แต่มองสถานการณ์ที่มันดูแปลกๆ
“เฮ้อ~ ก็ได้แต่เกิดอันตรายผมจะส่งพี่กลับทันที”
“ขอบคุณค่ะ”
หลังจากคุยตกลงกันเสร็จลูซี่ก็ออกมารอลุคกับพี่ฮีซูที่ด้านนอกร้านขณะนั้นเองติมก็ได้ส่งโลเคชั่นใหม่มาให้พร้อมกับข้อความส่งมา
tim????: ส่งโลเคชั่น
tim????: ผมเจอเบาะแส
tim????: มีคนบอกว่าเจอพวกไอ้ไทม์อยู่กับพวกผู้ชายแถวโรงแรม
Lucyxx : โอเคค่ะ
Lucyxx : เดี๋ยวพี่ไป
คุยเสร็จเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงพลางถอนหายใจเพื่อคลายความเครียดตอนนี้ในใจของเธอไม่อยู่เป็นสุขได้แต่ภาวนาว่าให้ไทม์ปลอดภัยด้วยเถอะ
ดวงตาค่อยๆลืมเห็นภาพตรงหน้าที่เบลอจนแทบจะมองไม่เห็นไทม์พยายามขยับตัวเพื่อสำรวจแต่กลับขยับไม่ได้มือทั้งสองถูกมัดไขว้หลังและรู้สึกจุท้องที่โดนต่อยก่อนจะโดนจับตัวมา
ไทม์กวาดสายตาสำรวจรอบๆเห็นเพียงลางว่าเหมือนเป็นห้องมืดๆ แล้วก็เหมือนจะมีคนนอนอยู่ข้างๆคิดว่าน่าจะเป็นบูม
ไทม์ค่อยๆไถตัวเองไปยังคนที่นอนอยู่ก่อนจะใช้หัวเข่าเขี่ยตัวเพื่อทำการปลุก
“บูมๆๆ”
“อืม…”บูมค่อยๆ ขยับก่อนจะเด้งตัวขึ้นมา “ทะ-ที่นี่ที่ไหนอ่ะ แล้วเรามาอยู่นี่ได้ไง”
“คงโดนพวกนั้นจับตัวมาแหละ”
“เดี๋ยวนะแว่นมึงหายไปหนิ แล้วมองเห็นหรอ” ไทม์ส่ายหัวเล็กน้อย “ไม่ค่อยเห็นอ่ะ”
ปัง!!!!
เสียงเปิดประตูดังลั่นให้สองหนุ่มต้องหันไปมองก่อนจะพากันเขยิบตัวหนีเพื่อป้องกันตัวเอง
“ตื่นสักทีนะ”ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินตรงมาหาพวกเขาก่อนจะเดินมากระชากแขนไทม์ให้ลุกขึ้น
“จะเอาเพื่อนฉันไปไหน-อั่ก!!!”ยังไม่ทันพูดจบหนึ่งในชายฉกรรจ์ก็ยกเท้าถืบท้องบูมจนเขาจุกก่อนจะลงไปนอนกองกับพื้น
“บูม!!แกทำอะไรเขา!!”ไทม์พยายามจะเข้าไปช่วยเพื่อนแต่ด้วยแรงอันน้อยนิดทำให้เขาไม่สามารถจะหลุดพ้นจากการจับกุมจากชายฉกรรจ์อีกสองคนที่ล็อคตัวเขาเอาไว้ทำให้เขาทำได้แค่ดิ้นเท่านั้น
“หุบปาก!!รำคาญ!!”ชายคนหนึ่งตะโกนด่าไทม์ก่อนจะลากตัวเขาออกไปจากห้องโดนไม่สนคำโวยวายของเขาเลยแม้แต่น้อย“ปล่อยนะเว้ย! ปล่อย!”