บทที่ 16 พยานรัก
ยามราตรีมาเยือนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนผันจากแสงอาทิตย์สาดส่องกำลังเคลื่อนตัวต่ำลงดวงจันทราขึ้นมาแทนที่ส่องประกายงดงามบนท้องฟ้าประดับไปด้วยดาวหลายหมื่นดวงที่รายล้อม
เสิ่นเกาหลานเดินจากห้องตนเองหลังจากกินอาหารเย็นเสร็จสิ้นกำลังเดินไปหาเจี่ยฟาง แต่ทว่าระหว่างเดินอยู่เขากลับเหลือบไปเห็นสวี่หยางที่กำลังยืนทอดกายเชยชมดวงจันทราอยู่หน้าห้องของตน
"นางจะพึงพอใจหรือไม่นะ ! นางช่างเป็สตรีที่เดาใจยากเหลือเกินหากข้าไปหานางยามนี้คงจะได้รับคำพูดขอบคุณหรือไหมนะ หรือนางจะปาสิ่งที่ข้าให้คืนข้ากัน" เสิ่นเกาหลานพึมพำเท้าข้างขวาอยากเดินไปหาสวี่หยางอยากรู้ด้วยตนเองว่านางชอบสิ่งของที่เขาให้หรือไม่แต่ทว่าเท้าอีกข้างกลับหันไปทางห้องของเจี่ยฟาง เขาช่างใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าไปยังห้องของเจี่ยฟางเพราะเขาไม่อยากจะมีอารมณ์โมโหหรือต้องปะทะคารมกับสวี่หยาง
เจี่ยฟางประโคมผงหอมบนร่างกายแปลงผมอยู่หน้าคันฉ่องจ้องมองความงดงามของตนอย่างชื่นชม ครั้นประตูถูกเปิดเข้ามาจากด้านนอกนางรีบวางแปลงผมลงไว้ลุกขึ้นเดินไปหาเสิ่นเกาหลานด้วยความดีใจ
"ท่านพี่มาแล้วหรือเ้าคะ ? ท่านพี่ไม่อยู่เพียงสองคืนเจี่ยฟางเหงาเหลือเกินเ้าค่ะ เตียงที่เคยมีท่านพี่เคียงข้างกลับเย็นะเืมีเพียงความว่างเปล่าทำเอาข้านอนแทบไม่หลับเลย " เจี่ยฟางออดอ้อนยื่นมือโอบคอของเสิ่นเกาหลานแน่นเงยหน้าจ้องมองดวงตาของเขาเพื่อแสดงแววตาที่เชิญชวนเย้ายวนมีหรือที่เสิ่นเกาหลานจะไม่หลงเสน่ห์ เขาช้อนร่างบางของเจี่ยฟางมาไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดายพานางเดินตรงไปยังเตียงนอนด้วยความคนึงหา
"หากเป็เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะทำให้เ้าหลับสบายเอง เ้าช่างปากหวานหว่านเสน่ห์จนข้าลุ่มหลงโงหัวไม่ขึ้นเลยเจี่ยฟาง" เจี่ยฟางก้มหน้าลงแสร้งเหนียมอายซบลงบนอกแกร่งของเสิ่นเกาหลาน
"ท่านพี่กล่าวเกินไปแล้วนะเ้าคะ หากท่านพี่รักข้าั้แ่แรกเหตุใดไม่ให้ท่านพ่อของท่านไปขอข้าแทนที่เป็พี่สวี่หยางล่ะเ้าคะ ท่านพี่คงเป็ชายที่เ้าชู้วาจากระล่อนไปเรื่อยเช่นดั่งชายทั่วใต้หล้าคงมีเพียงแค่ท่านพ่อของข้าเท่านั้นที่สามารถเชื่อใจได้" เจี่ยฟางบีบน้ำตาเอ่ยวาจาสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ออกมา เสิ่นเกาหลานวางนางบนเตียงนอนใช้มือลูบใบหน้าของเจี่ยฟางให้เงยมองตนเอง
"เ้าอย่าเอ่ยมาเช่นนั้น ! ข้ารักเ้าด้วยใจจริง เ้าคงไม่รู้ว่าข้ารักเ้าั้แ่ที่ข้าไปเยือนที่เรือนของเ้ามานานหลายปี ยามนั้นข้าเข้าใจว่าเ้าคือสวี่หยาง ข้าจึงตกปากรับคำกับท่านพ่อหัวใจของข้าเฝ้ารอวันที่จะได้เข้าห้องหอกับเ้ามากเพียงใด แต่ผู้ใดจะไปคิดว่าคนที่ข้ารักมิใช่บุตรคนโตแต่ทว่าเป็บุตรคนรอง จนวันที่ข้าไปรับตัวสวี่หยางมาร่วมงานมงคลทุกอย่างมิอาจจะหวนคืนข้าจึงทำตามที่ทั้งสองฝ่าย้า เจี่ยฟางเ้าเชื่อข้าเถอะนะในใจของข้ามีเพียงเ้าเท่านั้น"
"จริงหรือเ้าคะ... หากท่านพี่อยากให้ข้ามั่นใจเช่นนั้นท่านช่วยมอบบุตรชายคนแรกของตระกูลบุตรชายคนแรกของท่านในท้องของข้าได้หรือไม่เ้าคะ "
"เหตุใดจะไม่ได้เล่าในเมื่อเ้าคือคนที่ข้ารัก" เสิ่นจิ้นก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากบางก่อนจะโน้มตัวลงมาขึ้นคร่อมร่างของเจี่ยฟางกดนางนอนราบลงบนเตียงเพื่อมอบพยานรักของเขาใส่ท้องของนางตามที่้า
เช้าวันต่อมาเจี่ยฟางตื่นขึ้นมาก่อนเสิ่นเกาหลานที่นอนสบายอยู่บนเตียง เสิ่นเกาหลานลืมตาสะลึมสะลือลุกขึ้นมากวาดสายตามองหาเจี่ยฟางแต่กลับไม่พบนางนอนเคียงข้างกาย
"ท่านพี่ตื่นแล้วหรือเ้าคะ ข้าให้ซื่อจินไปเตรียมอาหารเช้ามาให้แล้ว ท่านพี่ลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะเ้าคะ" เจี่ยฟางนั่งอยู่หน้าคันฉ่องได้เอ่ยขึ้นมา เสิ่นเกาหลานใช้มือปัดผ้าม่านคุมเตียงลุกขึ้นมาโอบกอดเจี่ยฟางจากด้านหลัง
"เหตุใดเ้าถึงได้ตื่นเร็วนักล่ะ หรือว่าเ้านอนไม่หลับอีกแล้วหรือ?"
"มิใช่เ้าค่ะ ! ข้านอนหลับสบายต่างหาก จึงตื่นมารับแสงแดดยามเช้าอย่างอารมณ์ดีเช่นนี้ " เจี่ยฟางกอดแขนของเสิ่นเกาหลานที่โอบกอดนางอยู่แต่ทว่าสายตาของเสิ่นเกาหลานกลับเหลือบไปเห็นกำไลหยกที่เขานำมาให้สวี่หยางแต่เหตุใดถึงยังอยู่ที่ห้องของเจี่ยฟางกัน เสิ่นเกาหลานคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยสงสัย
"กำไลหยกเหตุใดยังอยู่ที่นี่ ! หรือว่าเ้ายังไม่ได้นำไปให้พี่ของเ้าอย่างนั้นหรือ ?"
"มิใช่เ้าค่ะ ! มื้อวานหลังจากที่ท่านพี่กลับห้องเพื่อไปพักผ่อนข้าได้นำกำไลหยกอันนี้ไปให้พี่หยางทันที แต่ทว่าพี่หยางไม่ชอบมันเ้าค่ะ แถมยังไม่ยอมรับมันอีกด้วยข้าไม่รู้จะทำเช่นใดจึงนำมันกลับมาเ้าค่ะ พี่หยางยังเอ่ยอีกว่าอย่านำของชิ้นนี้ไปให้นางเห็นอีก" เจี่ยฟางใเล็กน้อยรีบอธิบายให้เสิ่นเกาหลานฟัง
"ฮึ ! นางไม่ชอบของที่ข้านำมาให้อย่างนั้นหรือ ดี ! เช่นนั้นเ้าก็เก็บเอาไว้เถิด หากนางไม่้าข้าจะไม่นำสิ่งใดไปให้นางอีก "ดวงตาของเสิ่นเกาหลานแข็งกร้าวน้ำเสียงทุ่มต่ำข่มอารมณ์โมโห ถึงแม้รู้ว่านางไม่ชอบเขาแต่นางไม่เห็นต้องทำถึงเพียงนี้เลยด้วยซ้ำ
เจี่ยฟางปรายสายตาไปมองเสิ่นเกาหลานลอบรำพึงในใจไม่ว่ายามนี้นางจะเอ่ยอันใดท่านพี่ย่อมเชื่อนางเสมอ
สองวันถัดมา
หลังจากที่เสิ่นเกาหลานกลับมาจากรับสินค้าเขาไม่เคยมาเยือนที่ห้องของสวี่หยางเลยแต่นางก็มิได้สนใจ ดีเสียอีกนางจะได้ไม่ต้องต่อปากต่อคำกับคนเช่นเขาให้เหนื่อยหัวใจ นางลอบมอบกำไลทับทิมที่อยู่ในหีบด้าย ทำให้นางครุ่นคิดถึงเขาขึ้นมาไม่รู้ว่าการให้กำไลทับทิมแก่นางเขามีความหมายอะไรกันแน่ หากจะไปเอ่ยถามด้วยตนเองก็หาใช่เื่ !
ก๊อก ๆ!!! เสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอกสวี่หยางที่ใจลอยเพราะครุ่นคิดเื่กำไลสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยตนเอง นางมาอยู่ที่เรือนนี้นานหายวันแต่ก็ยังไม่มีสาวใช้นางใดกล้ามารับใช้ข้างกายมีเพียงเข้ามาทำความสะอาดอย่างเร่งรีบและพากันกลับไปโดยเร็ว หากนางเดาไม่ผิดพวกสาวใช้คงกลัวนางจนตัวสั่น
ครั้นสวี่หยางจะเปิดประตูออกไปแต่ทว่าประตูกลับถูกเปิดเข้ามาในเวลาเดียวกัน หากเป็สาวใช้คงเอ่ยบอกว่าเป็ผู้ใดประสงค์เข้ามาหานางเพราะเหตุผลอันใด แต่เมื่อนางเห็นใบหน้าของคนหลังประตูกับต้องตกตะลึงคิดไม่ถึงว่าเขาจะมาหานางในยามนี้