เอี๊ยด โครม!
เอ้ง เอ้ง เอ้ง เอ้งงงง!
รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ปะทะเข้ากับร่างหมาน้อยตัวสีขาว กลางลำตัวมีเหล็กแหลมจากฟุตบาทง้างแทงบริเวณนั้น ส่งผลให้เืสีข้นไหลอาบขนนุ่มฟู ดวงตาที่น่าสงสาร มีหยาดน้ำเอ่อคลอก่อนจะสิ้นลมหายใจ ตายคาที่ต่อหน้าต่อตาเด็กชายวัยสิบขวบ ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“มันวิ่งมาปาดหน้ารถกูเองนะ กูไม่ได้ตั้งใจชน!”
เ้าของรถมอเตอร์ไซค์ รีบแก้ตัวด้วยความร้อนรน ก่อนจะขับหนีไปอย่างไร้ความเมตตา ทิ้งให้หมาน้อยนอนจมกองเือยู่ที่เดิม เด็กชายที่ยืนมองร่างไร้ิญญา หันมองซ้ายมองขวา ว่ามีผู้อื่นอยู่บริเวณที่ตนยืนอยู่หรือไม่
ปรากฏว่าไม่มีใคร เว้นเสียแต่ตนเองที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์เพียงลำพัง เด็กน้อยจึงตัดสินใจเดินข้ามถนน ไปยังจุดที่หมาน้อยนอนตาย แล้วหาทางเอาร่างไร้ิญญาออกจากเหล็กแหลมคมเพื่อนำไปฝังให้เรียบร้อย
ระหว่างที่เด็กชายกำลังอุ้มหมาน้อยเปื้อนเื เดินไปยังจุดที่สามารถฝังศพน้องหมาตัวนี้ได้ ชายที่เคยมาหาเมื่อวันก่อน ก็ปรากฏตัวขึ้น ในยามที่ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม
“พี่จิต?”
“จะเอามันไปไหน?”
ชายร่างอ้วนท้วนในชุดคลุมโทนสีดำทั้งตัวเอ่ยถาม
“ทายจะเอาน้องไปฝังครับ น้องโดนรถชนเมื่อตะกี้นี้” เด็กชายบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยแววตาเศร้าหมอง ปนสงสารที่หมาน้อยนั้น ต้องมาตายเพราะอุบัติเหตุ
“โดนชนจนเหล็กเสียบท้อง?”
“ใช่ครับ น้องน่าสงสารมากเลย”
ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองเด็กชาย ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวปลอบประโลม แล้วเสนอตัวพาไปช่วยฝังศพหมา
ทั้งสองเดินมาที่สวนร้างไร้เ้าของ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังโตของเพทาย พื้นดินร่วนซุยพอที่จะขุดหลุมฝังได้ ชายร่างท้วมจึงเริ่มหาทาง โดยการไปหยิบเสียบขุดเก่าๆ ที่วางอยู่แถวนั้นพอดิบพอดี มาขุดหลุมลึกข้างต้นไม้
“หลับให้สบายนะ เ้าหมาน้อย”
เด็กชายบอกกับหมาน้อยในอ้อมแขน ก่อนจะย่างกรายไปที่หลุม แล้ววางร่างไร้ิญญาลงไปนอนแน่นิ่งในหลุมลึก จากนั้นก็เดินถอยหลังให้ชายหนุ่มโกยดินกลบร่าง
“ขอบคุณนะครับ ที่มาช่วยผมฝังร่างน้องหมา”
“อืม”
ใบหน้าอวบอ้วนผงกหัวรับคำขอบคุณ สายตาจดจ้องเสื้อนักเรียนที่เด็กชายสวมใส่ ตอนนี้มันเปรอะเปื้อนไปด้วยเืสีแดงสด หากคนอื่นมาเห็นสภาพนี้อาจจะใ
“นายถอดเสื้อมาให้ฉัน”
“ครับ?”
“เสื้อตัวนั้น ถอดมาให้ฉัน”
“อ้อครับ”
เพทายทำตามอย่างว่าง่าย ถอดเสื้อนักเรียนส่งให้อีกฝ่ายเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวสะอาดที่ไม่มีคราบเื
“ว่าแต่ บ้านพี่อยู่แถวนี้เหรอครับ?”
“ไม่ ฉันอยู่ไกล”
“อ้าว แล้วแบบนี้…”
“คืนนี้ฉันจะเอาเสื้อมาคืนให้”
เสียงทุ้มต่ำชิงพูดสวนประโยค
“อันที่จริง พี่ไม่ต้องลำบากเอาไปซักให้ผมก็ได้นะครับ บ้านผมยังมีชุดนักเรียนอีกหลายตัวเลย แค่พี่มาหาผม มาเล่นกันผมก็พอแล้ว” เด็กชายส่งยิ้มสดใสให้ชายหนุ่มร่างท้วม ก่อนจะทำหน้านึกขึ้นได้ แล้วหยิบลูกอมรูปหัวใจมายื่นให้คนตรงหน้า พร้อมกับอวยพรด้วยเสียงน่ารัก
“สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับพี่จิต ถ้าพี่มีแฟน ก็ขอให้พี่กับแฟนรักกันนานๆ ถ้าพี่มีครอบครัวที่รออยู่ที่บ้าน ก็ขอให้ครอบครัวรักและห่วงใยพี่ เหมือนที่ผมรู้สึกนะครับ”
ชายหนุ่มก้มมองลูกอมรูปหัวใจภายในมือ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมอง เ้าของคำอวยพร แล้วระบายยิ้มจางๆ
“ฉันยังไม่มีแฟนหรอกนะ”
“ไม่เป็ไรครับ พี่ยังมีครอบครัว”
“ไม่ ครอบครัวฉันก็ไม่มีเหมือนกัน”
“อ้าว…” เด็กชายชะงักกับคำพูดนั้น
“แต่ฉันมีนาย”
ประโยคต่อมาทำให้เพทายคลี่ยิ้มกว้าง
“ครับ พี่มีผมอยู่ตรงนี้ทั้งคนนะครับ พี่จิต”
มือบอบบางคล้ายหญิงสาวจับมืออวบอ้วน ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นมาจุ๊บแก้ม แสดงความรักเหมือนที่ทำกับพี่สาวเป็ประจำ
ชายหนุ่มที่โดนจุ๊บยืนตัวแข็งทื่อ ผิวแก้มแดงซ่านอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ทั้งสองสบตากันในระยะประชิด เด็กชายมีแต่ความใสซื่อบริสุทธิ์
ทว่าชายหนุ่มกลับรู้สึกถึงก้อนเนื้อในอกข้างซ้าย ที่พองโตขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เมื่อยกมือขึ้นัั อวัยวะส่วนนั้น เกิดเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มสดใส ยิ่งรู้สึกดี
“คืนนี้เจอกันนะครับพี่จิต”
เด็กชายโบกมือล่ำลา ทั้งที่ชายหนุ่มยังไม่อยากแยกจากกัน ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยไขมันคว้าข้อแขนเรียวเล็ก ก่อนจะจ้องมองดวงหน้าอ่อนเยาว์ด้วยความรู้สึกเคอะเขิน
“อย่าเพิ่งไปได้ไหม?”
“ผมก็อยากจะอยู่ต่อนะครับ แต่ผมต้องกลับบ้านไปรายงานตัวกับพี่สาว ถ้ากลับบ้านเกินหนึ่งทุ่ม มีหวังพี่เทียร์ได้โทรแจ้งตำรวจว่าน้องชายถูกลักพาตัวแน่ๆ ยังไงคืนนี้พี่จิตมาหาผมในสวนหย่อมนะครับ ผมจะลงมาหาแน่นอน ผมสัญญา”
เพทายพูดพลางยกนิ้วก้อยทำสัญญา
“อืม” นิ้วอวบยกขึ้นเกี่ยวก้อย
“แล้วเจอกันนะครับ”
เด็กชายโบกมือล่ำลา ก่อนจะรีบวิ่งกลับบ้าน ขณะที่ชายหนุ่มยังคงยืนจ้องมองแผ่นหลังอยู่ที่จุดเดิม ในมือข้างซ้ายมีเสื้อเปื้อนเืมือขวามีลูกอม
“ฉันอยากให้นายอยู่เคียงข้างฉัน ทุกลมหายใจ”
ชายหนุ่มพูดเสียงกดต่ำ ก่อนจะโยนลูกอมทิ้งไป
“อะ อือ”
สะโพกบางสั่นสะท้าน พลางกระตุกเกร็งระรัว
เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวครอบงำท่อนเอ็นนุ่มนิ่ม เข้าไปดูดรีดน้ำรักอย่างเอาเป็เอาตาย ใบหน้าหล่อคมจ้องมองขึ้นมายังใบหน้าแดงซ่าน ที่กำลังช้อนตาเหลือก ลิ้นห้อยน้ำลายยืด เหมือนหมาน้อยถูกผสมพันธุ์เป็เวลานาน
แขนขาเรียวเล็กถูกพันธนาการอย่างแ่า มีเพียงเสียงร้องครวญครางที่ยังมีอิสระในการเปล่งเสียงร้องหงิงๆ ออกมาจากลำคอ ร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นเทิ้มไร้การควบคุม ก่อนที่รูจีบจะถูกเอ็นแข็งใหญ่ยาวยัดกระแทก
“อ๊ะ!”
“นายเสียวไหม?”
“ผะ ผมแสบ อะ อ๊ะ!”
“ให้ตอบใหม่ นายเสียวไหม?”
“ผมเสียวครับ ผมเสียวมาก อ๊าาา~”
“ดีมาก ถ้านายเสียว ฉันจะทำให้นายมีความสุข แต่ถ้านายขัดขืน ฉันจะทำให้นายทรมาน เอาให้นายดิ้นพล่านเหมือนหมาร่านๆ ที่ถูกหมาตัวผู้หลายตัวรุมข่มขืน!”
ไม่พูดเปล่า แต่ยังบีบรัดต้นคอจนแดงก่ำ
“อะ อือ ผะ ผมยอมแล้ว”
ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยรอยกัด จับสองมือหยาบใหญ่ให้คลายแรงบีบ ก่อนจะจับนิ้วเรียวยาวทั้งสิบนิ้วขึ้นมาสลับดูดดุน โลมเลีย ปลุกเร้าอารมณ์สวาทให้อีกฝ่ายพอใจ
“หึ…ดูดเข้าไป เลียเข้าไป อีหมาร่าน”
ชายฆาตกรออกคำสั่งด้วยโทนเสียงกดต่ำ เอวสอบสันกระแทกรูจีบถี่รัว และรุนแรงกว่าที่ผ่านมาอย่างสุขสม เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่น เคล้าคลอกับเสียงคำรามของสัตว์ป่า ที่กำลังข่มขืนหมาน้อยน่ารัก ให้ร่างแหลกคาเก้าอี้
“โอ๊ย! กระแทกเบาๆ หน่อยครับ รูผมพังหมดแล้ว”
“ช่างหัวมันสิ ฉันจะเอาให้รูของนายโบ๋ไปเลย ซี้ด!”
สิ้นสุดประโยคนั้น สะโพกหนาก็เร่งอัดท่อนเนื้อใหญ่ยาว กระแทกกระทั้นรูจีบแดงเถือก ไม่มีจังหวะหยุดพัก มีแต่จังหวะซอยถี่ ซอยแรง และซอยหนักจนการเสียดสีลุกเป็ไฟ ที่สุมคนสองคนให้หมดสภาพความเป็มนุษย์
ลิ้นสากตวัดเลียร่างบอบช้ำที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ พลางออกแรงกดที่ซอกคอขาว ในจังหวะที่เสียวกระสันเกินต้าน แรงดันตัวตนอย่างป่าเถื่อน ทำให้หมาน้อยทนไม่ไหว เลยขบกัดซอกคอของอีกฝ่าย เป็การระบายอารมณ์
ในจังหวะสุดท้าย ทั้งสองจูบปาก แลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม แล้วประสานเสียงครางเมื่อได้ขึ้น์ชั้นดาวดึงส์
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก!
เสียงหอบหายใจของทั้งสองเป็จังหวะเดียวกัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะปลดพันธนาการร่างไร้อาภรณ์ แล้วอุ้มไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกาย จากนั้นก็พากลับมานอนบนเตียงนุ่มนิ่ม พร้อมกับนอนซบบนอกขาวเนียน ฟังเสียงหัวใจดวงน้อยๆ ที่กำลังเต้นตึกตัก เหมือนเสียงหัวใจตนเองที่เต้นเป็จังหวะนั้นมาั้แ่แปดปีที่แล้ว
“ลูบหัวฉันหน่อยสิ”
เป็ครั้งแรกที่ชายฆาตกรร้องขอ ทว่าเด็กหนุ่มกลับหมดสติไป หลังจากมีเพศสัมพันธ์อย่างรุนแรง ฝ่ามือหนาจึงจับมือเล็ก มาลูบหัวตนเอง แล้วพรมจูบมือขาวนวล
“ตอนนี้นายได้มาอยู่เคียงข้างฉันทุกลมหายใจแล้วนะ ฉันจะเก็บนายเอาไว้ในอ้อมกอด ไม่ให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง หากใครคิดที่จะทำร้ายนาย ฉันจะควักลูกกะตามันทิ้ง แล้วหั่นมันเป็ชิ้นๆ ก่อนจะเอาไปบดให้ละเอียดเหมือนไอ้เลวนั่น นายคิดว่าไง ฉันทำดีไหม? ทำดีหรือยัง?”
ไร้การตอบกลับจากเด็กหนุ่ม มีเพียงเสียงลมหายใจแ่เบา ที่บ่งบอกว่าเ้าของร่างยังมีชีวิตอยู่ ชายฆาตกรแหงนคอมองหน้าอ่อนเยาว์ ก่อนจะกดจูบบริเวณซอกคอ หลังหู ปลายคาง ผิวแก้ม ปลายจมูก เปลือกตา หน้าผาก และจูบปากนุ่มหยุ่นเป็การจบวันอย่างสมบูรณ์
“แฮร่!”
เด็กหนุ่มะโพรวดพราดออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ในสวนหย่อม กะจะทำให้อีกฝ่ายใ แต่ผิดคาด เขากลับยืนนิ่ง มองตอบด้วยสายตาราบเรียบ เด็กหนุ่มจึงรีบแก้เขิน โดยการเข้าไปสวมกอดร่างอ้วนท้วนแล้วจิ้มแก้ม
“แก้มพี่ยังนุ่มนิ่มเหมือนเดิมเลย”
รอยยิ้มสดใส มาพร้อมกับการสบตากัน
“นายถึงเนื้อถึงตัวกับทุกคน แบบนี้เลยเหรอ?”
“พี่ไม่ชอบให้ผมกอดเหรอครับ?” เอียงคอถาม
“ไม่ใช่ ไม่ชอบ แต่นายยังเด็กนะ เด็กมากด้วย”
“เด็กก็รักเป็ไหมพี่ เดี๋ยวเด็กคนนี้มันก็โตแล้วป่ะ อยากจะบอกเอาไว้ และก็จำเอาไว้นะ นี่ไม่ใช่การปล้น แต่มาเป็แฟนผมซะ~”
เด็กชายร้องเพลงที่กำลังฮิตใน่นี้ พลางส่งสายตาขี้อ้อนให้ชายหนุ่มร่างอ้วม ที่เริ่มหน้าแดงกับเพลงจีบนั้น ฝ่ามืออวบยกขึ้นมาลูบหัว ดวงตาจ้องมองริมฝีปากสีเชอร์รี่ อยากจะกดจูบ แต่ก็ต้องหักห้ามใจเอาไว้
“ผมร้องเพลงเพราะไหมครับ?”
“เพราะ”
“เพราะอะไรถึงร้องสินะ ฮ่าๆๆ”
เพทายหัวเราะร่าแล้วปล่อยกอดจากชายหนุ่ม ก่อนจะเปลี่ยนเป็จับมือ เดินตรงไปที่ชิงช้าให้เขาแกว่งให้
“ฉันไม่ได้เอาเสื้อนักเรียนนายมาด้วยนะ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมบอกแล้วไงว่าผมมีเยอะ”
เด็กชายตอบกลับ ขณะที่กำลังนั่งบนชิงช้า
“อยากให้ฉันแกว่งแรงๆ ไหม?”
“ได้ครับ ผมชอบแรงๆ ครับ”
“แรงเท่านี้พอไหม?” ยังออกแรงแกว่งปกติ
“แรงอีกครับพี่จิต ผมชอบแรงกว่านี้ ยะฮู้ววว~”
เพทายส่งเสียงร้องตื่นเต้น เมื่อชิงช้าแกว่งแรงขึ้น
“นายสนุกเวลาอยู่กับฉันใช่ไหม?”
“อะไรนะครับ ผมไม่ค่อยได้ยิน!?”
“นาย…อยากไปอยู่กับฉันไหม?”
เพทายหันหน้ามาขณะที่ชิงช้ากำลังแกว่ง สายตาของคนด้านข้าง จ้องมองมาที่เด็กชายด้วยความวิกลจริต คิดที่จะเอาเด็กคนนี้ไปอยู่ด้วย เพราะไม่อยากแยกจากกัน
“พี่ชวนผมไปอยู่กับพี่เหรอครับ?”
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบ มือล้วงกระเป๋าจับมีดคัตเตอร์ที่พกมาด้วย หากเด็กหนุ่มปฏิเสธ จะใช้ความรุนแรงสนองความ้าแล้วพาร่างไร้ิญญากลับไปอยู่ด้วย
พรึบ!
เพทายะโลงจากชิงช้าที่กำลังไกวอยู่อย่างช่ำชอง ก่อนจะเดินเข้าไปหาชายร่างท้วมที่ยืนล้วงกระเป๋า สายตาใสซื่อจ้องมองใบหน้าของคนตัวสูง ก่อนจับแนบมือ กับกระเป๋ากางเกงอีกฝ่าย พลางคลี่ยิ้ม เหมือนไม่เกรงกลัว
“ผมคงไปอยู่กับพี่ไม่ได้หรอกครับ ผมมีครอบครัว มีพี่สาว พวกเขาคงไม่อนุญาตให้ผมไปอยู่กับคนอื่น…”
เป็คำตอบที่น่าผิดหวัง ทว่าการกระทำของเด็กน้อยต่อจากนั้น หักห้ามความรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้น ริมฝีปากไร้มลทินแนบชิดริมฝีปากอวบนุ่ม นี่เป็จูบแรกของทั้งสอง
“ถ้าพี่รอได้ เรียนจบ ผมจะไปอยู่กับพี่นะครับ”
“นะ นายพูดจริงเหรอ?”
ชายหนุ่มถามต่อด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงซ่าน บ่งบอกถึงความเขินอาย ที่แทรกซ้อนความวิกลจริต ััแรกรักที่เด็กหนุ่มมอบให้ จะไม่มีวันลืม ให้ตายยังไง ก็จะไม่มีวันลืมเด็ดขาด
“พี่รอได้ใช่ไหม?”
“ระ รอได้ รอได้”
“ยิ้มตาหยี่แบบนี้ น่ารักจังเลยครับ”
เพทายส่งยิ้มหวาน พลางจิ้มแก้มยุ้ย
“เ้าจิ๋ว” ชายหนุ่มเปลี่ยนสรรพนามเรียก
“เมื่อตะกี้ พี่จิตเรียกผมว่าเ้าจิ๋วเหรอครับ?”
“ใช่ นายเป็เ้าจิ๋วของฉันนะ จำเอาไว้ให้ดี”
เพทายอมยิ้มขวยเขิน แล้วพยักหน้าตอบรับ
“ผมจะเป็เ้าจิ๋วของพี่คนเดียว ผมสัญญา”
ทั้งสองยกนิ้วเกี่ยวก้อยทำสัญญา ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยหัวใจที่พองโตั้แ่ตอนนั้น ทว่าอีกฝ่ายกลับทนความคิดถึงไม่ไหว จนต้องแอบปีนขึ้นไปนั่งมองอยู่ตรงระเบียงห้องนอนส่วนตัวของเด็กหนุ่ม แค่ได้มองคนรักนอนหลับหัวใจดวงนี้มันก็อิ่มเอิบจนไม่อยากจะทำอะไร
เช้าวันต่อมา
“ลูกไปโรงเรียนแล้วค่ะคุณ”
“งั้นเราเอาของขวัญไปวางเซอร์ไพรส์เอาไว้ในห้องนอนของลูกไหม ลูกจะได้ดีใจที่ได้ของขวัญ แล้วเราก็กลับมาทันฉลองวันเกิดของลูกด้วย”
บทสนทนาดังมาจากหน้าห้องนอน ดึงดูดสายตาของคนที่ผล็อยหลับอยู่ตรงระเบียงให้เอียงข้าง. ดูพฤติกรรมของคนในครอบครัวนี้
“ลูกต้องดีใจมากแน่ๆ เลย”
ผู้เป็แม่มองกล่องของขวัญ ที่สามีนำมาวางไว้บนเตียงให้ลูกชายคนเล็ก เพื่อเซอร์ไพรส์ในวันเกิด พอชายหนุ่มรู้ว่าวันนี้เป็วันสำคัญ เขาก็รีบปีนลงจากระเบียงบ้านหลังใหญ่ ทว่าร่างที่อ้วนท้วนกลับเป็เื่ยากที่จะหลบซ่อนจากสายตาคนในตอนเช้า ทำให้แม่บ้านที่กำลังกวาดเศษใบไม้ ในสวนหย่อมเห็นเข้า แล้วส่งเสียงกรีดร้อง
“กรี๊ด! มีโจรบุกรุกเข้าบ้านค่ะ คุณท่าน คุณหญิง!”
เสียงะโนั้นเรียกคนขับรถ กับเ้าของบ้านให้ชะเง้อคอลงมาดู ชายหนุ่มถูกจับตัวได้ในนาทีต่อมา พร้อมกับถูกข่มขู่ว่าจะจับส่งตำรวจ เพราะพกมีดคัตเตอร์มาด้วย
“อายุยังน้อย ริอาจจะเป็โจรนะมึง ไอ้หมูตอน!”
คนขับรถหัวหงอกเหยียดหยามด้วยคำพูดคำจาที่น่ารังเกียจ สร้างความไม่พอใจให้เด็กหนุ่ม จนเ้าตัวตวัดศอกแข็งงัดปลายคางไปหนึ่งทีเป็การสั่งสอนตาแก่ปากดี
“อั๊ก!”
“เรียกตำรวจเลยไหมคะคุณ เด็กคนนี้น่ากลัวมาก”
“ผมโทรเรียกแล้ว อีกเดี๋ยวตำรวจก็คงมารับตัวไป”
“ไม่ ผมเป็แฟนเพทาย ผมจะรออวยพรวันเกิด!”
เสียงตะคอกตอกกลับอย่างไร้มารยาท แววตาฉุนเฉียวคล้ายหมาบ้า เป็อีกหนึ่งอาการที่มาจากสมองผิดปกติ ตามร่างกายสั่นเทิ้ม หายใจหอบหนักอย่างรุนแรง
“เด็กคนนี้ต้องบ้าแน่ๆ เลยคุณ ลูกของเรายังเด็กมาก จะไปเป็แฟนกับเด็กอ้วน หน้าตาน่าเกลียดได้ยังไง”
“นั่นสิ แบบนี้เป็โจรโรคจิตวิปริตผิดเพศชัดๆ เพทายเป็ผู้ชาย ไม่มีทางไปรักกับผู้ชายด้วยกันเด็ดขาด ลุงสิงจัดการนำตัวไปส่งโรงพักเลย เดี๋ยวเราจะตามไปเอาเื่ให้ถึงที่สุด”
สิ้นสุดประโยคนั้น ชายหนุ่มก็ถูกชายฉกรรจ์สามคนล็อกตัวพาไปส่งโรงพัก ระหว่างนั้นก็ถูกคำด่าทอ เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา เหยียดเพศต่างๆ นาๆ
ทำให้ผู้ที่ได้ฟังสติแตก ไร้การควบคุม จึงฉวยโอกาสหยิบมีดคัตเตอร์ที่ถูกยึดไป จวกแทงลำคอของคนด้านข้าง ซ้ายขวา จนเืสีแดงสดซาดกระเซ็นเต็มเบาะหลัง จากนั้นก็ขึ้นมาปาดคอคนขับรถ แล้วแทงเข้าปากจนเนื้อเหวอะหวะ
“ปากดีกันนักใช่ไหม ไอ้พวกเหี้ย ฉึก ฉึก ฉึก!”
ชายหนุ่มกระหน่ำแทงปาก จนเศษชิ้นเนื้อกระจุยกระจายเต็มพวงมาลัยรถ เมื่อแน่ใจว่าสามชีวิตหมดโอกาสพูดจาบั่นทอนคนอื่นแล้ว ชายหนุ่มก็รีบะโลงจากรถทั้งรถยังเคลื่อนตัวอยู่ กลิ้นเข้าไปในป่าข้างทางด้วยสภาพสะบักสะบอมแขนซ้ายหักงอขาทั้งสองข้างบิดผิดรูป
“จะ เ้าจิ๋ว ต้องไปอวยพรวันเกิดเ้าจิ๋ว…”
เสียงแ่เบาพูดเตือนความทรงจำ ว่าจะต้องไปอวยพรวันเกิดคนรักให้ได้ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น กลับกลายเป็ว่าชายหนุ่มถูกคนในครอบครัว พาไปอยู่ในที่ที่หนึ่ง เป็ห้องสี่เหลี่ยม มีผ้ามัด มือมัดเท้า และมีหมอมาทำศัลยกรรม เปลี่ยนั้แ่หัวจรดเท้า เพื่อหลบหนีจากคดีฆาตกรรมสามศพ ยังไม่รวมสิบกว่าศพที่ถูกเผาก่อนหน้านี้
“ถ้าไอ้สัตว์นรกนี้ยังไปสร้างเื่ มรดกอีกกี่แสนล้านกูก็ไม่สน ถ้ามึงเป็ห่วงเงินของมันมาก มึงก็พามันไปรักษาอาการบ้าซะ!”
ผู้เป็พ่อตะคอกใส่หน้าลูกชายคนโต
“พูดอย่างกับพ่อไม่เป็ห่วงเื่เงินเลยนะครับ”
“กูให้มึงไปจัดการ ไม่ได้ให้มึงมาย้อนความใส่กู!”
“ครับ ผมจะจัดการให้เอง พ่อไม่ต้องเป็ห่วง”
“ทำให้ได้เหมือนที่ปากพูดแล้วกัน จนกว่ามันจะยอมเซ็นสัญญายกมรดกของอีแก่นั่นให้กู อย่าปล่อยให้มันถูกตำรวจจับ หรือถูกฆ่าตาย เข้าใจไหม ไอ้ราชสีห์!?”
ออกคำสั่งกำชับ ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าไม่สนใจเื่เงินทอง กลืนน้ำลายตัวเองง่ายๆ จนลูกชายเอือมระอา
“เข้าใจแล้วครับ”
แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องตกปากรับคำบุพการี ที่เป็ถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ ภายใต้ความน่าเชื่อถือ น่ายกย่อง กลับมีลูกชายไร้นามในสังคม เป็ฆาตกรโรคจิต ที่ปลิดชีวิตคนมาไม่ต่ำกว่าสิบศพ
‘ไมยราพ' เป็บุคคลที่ป่วยทางจิตอย่างรุนแรง และแสดงออกชัดเจนในวัยที่มากขึ้น หากไม่มีชื่ออยู่ในมรดกคุณย่า ก็คงถูกฆ่าตายไปตั้งนานแล้ว...