นานอยู่พอสมควรที่ท่านหมอชราได้ทำการรักษาให้กับจางเหวินเซียว เมื่อเห็นว่าจางเหวินเซียวมีอาการที่ดีขึ้นคนเป็หมอเองก็เบาใจขึ้นมา ท่านหมอชราแปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อได้เห็นอาการของคุณชายเหวินเซียว ไม่คิดว่าอาการป่วยของคุณชายเหวินเซียวจะมีอาการที่หนักหนาเช่นนี้ ท่านหมอชราได้ทำการรักษาและจับที่ชีพจรของเหวินเซียวนานอยู่พอสมควร กลับพบว่าเป็แค่อาการของคนนอนหลับและพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้น จึงทำให้ท่านหมอชราได้เบาใจขึ้นมาบ้างเมื่อได้รู้ว่าจางเหวินเซียว ไม่ได้เป็หนักอย่างที่ตนเองเห็นในครั้งแรก หมอชราจึงหันใบหน้าของตนเองไปยิ้มให้กับเ้าของจวน ที่ตอนนี้กำลังนั่งรอฟังอยู่และรอคำตอบว่า ท่านหมอชราจะพูดอะไรออกมาอย่างใจจดใจจ่อ
"เป็อย่างไรบ้างท่านหมอ ลูกชายของข้าเป็เช่นไรบ้าง" ฮูหยินจางถามหมอชราด้วยความรีบร้อน
"ฮูหยินจางคุณชายเหวินเซียวไม่เป็อะไรมากแล้ว ร่างกายของคุณชายเหวินเซียวยังไม่แข็งแรงมากพอ จึงทำให้มีอาการป่วยเช่นนี้ ข้าจะจัดยาบำรุงเอาไว้ให้กับคุณชายเหวินเซียวนะขอรับ"
"ขอบคุณท่านหมอมาก ส่วนค่ารักษาข้าจะให้พ่อบ้านหลิวเป็คนจัดการให้" นายทานจางพูดจบก็เดินไปที่เตียงนอนของบุตรชายทันที จึงเป็พ่อบ้านหลิวที่เดินเข้ามาหาท่านหมอชราเพื่อเอาค่ารักษาคุณชายเหวินเซียวมาให้
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อนนะขอรับนายท่านจาง" หมอชราพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าตนเองได้ทำการรักษาเสร็จสิ้นแล้ว
"เดี๋ยวข้าให้พ่อบ้านหลิวจัดรถม้าไปส่งท่านหมอก็แล้วกัน นี้ก็ดึกมากแล้ว" จางตงฉวนพูดจบก็หันไปหาพ่อบ้านหลิว ที่ได้ยืนอยู่ไม่ไกลจากตนเองมากนัก
"ขอบคุณขอรับนายท่านจาง" หมอชราพูดจบก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับพ่อบ้านหลิวทันที ภายในห้องตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่นายท่านจางตงฉวนและฮูหยินจางซีผิงเท่านั้น
"น้องหญิงนี้ก็ดึกมาแล้ว พี่ว่าเรากลับไปพักผ่อนที่เรือนก่อนเถิด"
"..." จางซีผิงไม่ได้ตอบอะไรออกไป นางยังคงนั่งมองดูใบหน้าของบุตรชายที่นอนอยู่อย่างนั้น จางตงฉวนที่เห็นว่าภรรยาของตนไม่ได้พูดอะไรออกมา จึงเดินเข้าจับที่ไหล่ของนางแล้วลูบเบาๆ
"เ้าค่ะท่านพี่" จางซีผิงมองหน้าบุตรชายอีกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องของจางเหวินเซียวไป ภายในใจของนางอยากจะนอนอยู่กับบุตรชายที่เรือนนี้เสียด้วยซ้ำ...
เช้าวันต่อมาจางเหวินเซียนก็มีอาการดีขึ้นจนทำให้จางซีผิงได้เบาใจขึ้นมา นางอยู่พูดคุยกับจางเหวินเซียนอีกเพียงไม่นาน จางซีผิงจึงได้ออกจากเรือนของจางเหวินเซียนไป นางจะรีบไปทำของบำรุงมาให้กับบุตรชายของตนเอง ภายในห้องจึงเหลือแค่จางเหวินเซียนเพียงคนเดียวเท่านั้น ก่อนที่เ้าตัวจะนึกถึงภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่ตนเองได้เห็น และพอจะเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้นหลังจากที่ได้พูดคุยกับมารดาของร่างนี้นานอยู่พอสมควร จึงทำให้สันติมั่นใจได้ว่า คนที่ตนเองเข้ามาอยู่ที่ร่างนี้มันเป็ตัวร้ายอย่างจางเหวินเซียวแน่นอน จะไม่ให้สันติมั่นใจได้อย่างไรก็ในเมื่อตัวละครที่เขาเข้ามาอยู่ในตอนนี้ มันต้องตายในตอนจบของเื่ ในทีแรกสันติเองก็แทบจะไม่เชื่อเสียด้วยซ้ำว่าตนเองจะเข้ามาอยู่ในนิยายเื่นี้ ยิ่งสันติได้เห็นภาพและนึกถึงนิยายที่ตนเองรับจ้างแก้คำผิดมันก็ยิ่งมีเค้าโครงของเื่ที่ตรงกันมาก จึงทำให้ตนเองยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่
"เข้าร่างของใครไม่เข้า ดันมาเข้าร่างของตัวร้ายอย่างจางเหวินเซียนซะได้นะไอ้สันติ" สันตินั่งบนพึมพำอยู่คนเดียวภายในห้อง ก่อนที่เ้าตัวจะยกมือขึ้นมาลูบที่ค้างของตนเองเพียงเบาๆ สันตินึกถึงเนื้อเื่ของนิยายว่าจะดำเนินต่อไปเช่นไร และจะทำอย่างไรต่อไปไม่ให้ตนเองจะต้องตายในตอนจบของนิยายเื่นี้
"ก็แค่...ใช่แล้ว ก็แค่ไม่ต้องไปเจอตัวละครหลักก็หมดเื่แล้วไอ้ติ แกนี่มันฉลาดจริงๆ เลยไอ้ติ" สันติพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม อย่างกับตัวร้ายในละครหลังข่าวอย่างที่เขาได้ดูมา โดยที่เ้าตัวไม่ได้รู้เลยว่ามีคนยืนมองดูตนเองอยู่ตั้งนานแล้ว และไม่เข้าใจด้วยว่าคุณชายของตนเองเป็อะไร ถึงได้ทำท่าทางแปลกประหลาดออกมาเช่นนี้
"คุณชาย้าอะไรหรือขอรับ?" เสียวจินถามออกไปด้วยความสงสัยเ้าตัวไม่รู้ว่า คุณชายของตนเอง้าอะไรกันแน่ถึงได้ทำท่าทางเช่นนั้นออกมา ก่อนที่เสียวจินจะถือถ้วยยาและก้าวเดินเข้าไปคุณชายของตนทันที สันติที่เห็นว่ามีคนเดินเข้ามา เขาก็รีบเอามือลงจากค้างของตนเองและยิ้มออกไปให้เพียงเท่านั้น
"คุณชายขอรับ ทานยาก่อนนะขอรับ"
สันติมองไปที่ถ้วยยาเพียงเล็กน้อยแล้วก็ต้องใทันที นี่มันถ้วยยาหรือขันยากันแน่ทำไมมันถึงได้ใหญ่อะไรขนาดนี้ถ้าเกิดเขากินหมดนี้ไม่ตายก่อนหรือ สันติได้แต่คิดในใจและมองไปที่ใบหน้าของเสี่ยวจิน
"ข้าต้องกินหมดนี้เลยหรือ?"
"ขอรับคุณชาย"
"แล้วถ้าข้าไม่กินละ"
"ฮูหยินบอกว่า ถ้าคุณชายไม่ยอมกินยา ฮูหยินจะยกหม้อยาเอามาไว้ที่เรือนของคุณชายนะขอรับ"
สันติได้ยินที่เสียวจินพูดออกมาเ้าตัวจำใจต้องกินยาในถ้วยนั้นจนหมด และก็เป็อยู่หลายวันเลยทีเดียวที่สันติยังคงกินยาต้มแบบเดิมๆ อยู่ทุกวัน
นิยายเื่นี้อ่านสบายๆ ไม่มีดราม่า น้องก็จะมีความซนนิดๆ นะครับ