CHESS:พลิกกระดานเทพ

    ตอนที่ 10.3 คำของ่ายๆ

    โจเซฟขึ้นเตียงไปนอนด้วยความเหนื่อยล้า ส่วนลีน่าค่อยๆ ย่อตัวลงข้างเตียงของอากิ ก่อนจะเอามือแตะที่หน้าผากของเขา


     


        'ลีน่า:ยังมีไข้อยู่... ฉันน่าจะเอาผ้ามาเช็ดตัวพี่เขา'


     


        เมื่อตัดสินใจได้ เธอจึงหยิบผ้าออกมาจากช่องเก็บของก่อนจะเดินไปในห้องน้ำแล้วเอาชุบน้ำก่อนบิดให้หมาด และออกมาก่อนจะค่อยๆมาเช็ดตามใบหน้าและลำตัวของอากิด้วยความระมัดระวัง โดยพยายามหลีกเลี่ยงบริเวณแผลเพราะกลัวว่าจะเกิดอาการแทรกซ้อน


        ขณะนั้นเอง อลิสก็ปลุกอากิขึ้นมา...


     


        [อลิส:ท่านอากิ ท่านอากิตื่นค่ะ]


     


        ลีน่าที่สังเกตว่าอากิตื่นแล้วก็ชะงัก ก่อนจะเอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วถามด้วยน้ำเสียงกังวล


     


        "ลีน่า:อะ! หนูเช็ดแรงไปเหรอคะพี่ถึงตื่น"


     


        อากิพยายามยกมือขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกอ่อนแรง


     


         "อากิ:ไม่ๆ พี่แค่หิ-"


     


        "โครก~~~"


     


        เสียงท้องร้องดังขึ้นขัดจังหวะ ทำให้ลีน่าหลุดขำออกมาเบาๆ ส่วนอากิได้แต่ถอนหายใจอย่างหมดคำแก้ตัว


     


        "ลีน่า:หึหึ งั้นเดี๋ยวหนูไปอุ่นซุปให้นะคะ ส่วนเช็ดตัวพี่ทำเองต่อได้ไหมคะ?"


     


        "อากิ:ได้"


     


        ลีน่ายิ้มรับก่อนจะวางผ้าในมือลง ห่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปที่กองไฟเพื่ออุ่นซุป ทิ้งให้อากินั่งพิงหัวเตียง เช็ดตัวเองต่ออย่างช้าๆ


        แต่ระหว่างที่กำลังเช็ดอยู่นั้น เสียงของอลิสก็ดังขึ้นในหัว


     


        [อลิส:ท่านอากิเราต้องใช้สมุนไพรสีม่วงแล้วนะค่ะ]


     


        *"อากิ:...เราต้องทำไงบ้าง"*


     


        [อลิส:อย่างแรก ค่อยๆ บิดลำต้นของสมุนไพรสีม่วงให้น้ำของมันออกมาหนึ่งหยดค่ะ จากนั้น ท่านเอาน้ำหยดนั้นไปทารอบๆ แผลเลยนะคะ]


     


        'อากิ:หนึ่งหยด? ฉันจะจับมันอยู่เหรอ?'


     


        อากิขมวดคิ้ว เขายังนึกภาพไม่ออกว่าจะควบคุมของเหลวจำนวนน้อยขนาดนั้นยังไง แต่พอลองบิดลำต้นสมุนไพรดู เขาก็เข้าใจทันที


        น้ำสีม่วงเข้มค่อยๆ ซึมออกมาจากลำต้น มันหนืดและเกาะติดกับปลายนิ้วของเขาอย่างคาดไม่ถึง


     


        *"อากิ:อลิส ทำไมมันหนืดขนาดนี้ล่ะ?"


     


        [อลิส:เพราะมันมีสารกลูโคส (Glucose), ฟรุกโตส (Fructose) และไกลโคไซด์ (Glycosides) ซึ่งทำให้มันมีความหนืดสูงค่ะ]


     


        'อากิ:กลูโคสรู้จักอยู่... แต่ฟรุกโตสกับไกลโคไซด์มันคืออะไร?'


     


       อากิขมวดคิ้ว รู้สึกว่ามีบางสิ่งที่เขายังไม่เข้าใจ แต่ไม่อยากถามต่อเพราะรู้ว่าอลิสคงจะตอบได้อย่างละเอียดและอาจลากยาส เขาจึงเงียบไปสักครู่ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเอ่ยขึ้นเพียงเพื่อให้ตัวเองหายสงสัย


     


        *"อากิ:...งั้นแปลว่ามันหวานใช่ไหม"*


     


        อลิสที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดสวนในทันทีว่า


     


        [อลิส:อย่าได้ริอาจกินมันนะค่ะ]


     


        *"อากิ:มะ-ไม่ได้ว่าจะกินสักหน่อย แค่ถามดูเฉยๆเอง”


     


        [อลิส:...ส่งสติกเกอร์หลีตา ฉันจะเชื่อแบบนั้นแล้วกันค่ะ]


     


        *"อากิ:ฮ่า ฮ่า"*


     


        อากิหัวเราะออกมาเบาๆ เขารู้สึกว่าการพูดคุยกับอลิสทำให้สถานการณ์ดูผ่อนคลายขึ้นบ้าง แม้จะยังรู้สึกไม่ค่อยดีจากการที่ต้องเอาพิษทาตัวเองก็ตาม


        หลังจากนั้นอากิก็ค่อยๆ เปิดผ้าปิดแผลออก ก่อนจะทาพิษนั้นไปทั่วๆ


     


        [อลิส:ทำกับอีกแผลด้วยนะค่ะ]


     


        *"อากิ:อืม"*


     


        อากิพยักหน้าช้าๆ ขณะบิดต้นสมุนไพรสีม่วงอีกครั้ง เพื่อให้ได้ของเหลวอีกหนึ่งหยด ก่อนจะค่อยๆ ทามันไปบนแผลอีกข้าง. ความรู้สึกหนืดของมันยังคงชัดเจน แต่เขาก็ทำด้วยความระมัดระวัง


        ลีน่าที่มองอยู่ตลอดก็ถามขึ้นด้วยเสียงเบาๆ


     


        "ลีน่า:นั้นคือวิธียื้อเวลาที่ว่าเหรอค่ะ?"


     


        อากิหยุดชั่วขณะเมื่อได้ยินคำถาม ก่อนทีจะตอบกลับด้วยความมั่นใจ


     


        "อากิ:ใช่"


     


        "ลีน่า:แล้วพี่ต้องทาบ่อยแค่ไหนคะ"


     


        [อลิส:ทุก 4 ชั่วโมงครึ่งค่ะ ท่านอากิ]


     


        "อากิ:พี่ต้องทาทุก 4 ชั่วโมงครึ่ง"


     


        "ลีน่า:แบบนั้น...พิษจะไม่สะสมจนเป็นอันตรายเหรอคะ"


     


        [อลิส:...]


     


        หลังจากลีน่าถามแบบนั้นอลิสก็เงียบไปเลย อากิเลยเอ่ยถามออกไป


     


        *"อากิ:บอกมาเถอะ"


     


        [อลิส:มันจะไม่ทำให้ถึงตายแต่อาจจะทรมานค่ะ]


     


        คำตอบที่ได้ยินทำให้หัวใจของอากิเต้นแรงขึ้น เขาพยายามจะสงบจิตใจ แต่คำว่า "ทรมาน" มันทำให้เขารู้สึกกังวลไม่น้อย


        อากิถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดตอบไป


     


        "อากิ:ไม่หรอก พี่มีสกิลช่วยอยู่การทาทุก 4 ชัวโมงครึ่งเลยไม่มีปัญหา"


     


        "ลีน่า:งั้นเหรอค่ะ"


     


        ลีน่าตอบกลับเสียงที่แผ่วเบา ขณะนั้นยังคงเห็นความกังวลในแววตาของเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อก่อนที่เธอยื่นถ้วยซุปเนื้อโคลโบลที่ถืออยู่ให้เขาอย่างระมัดระวัง พร้อมกับพูดว่า


     


        "ลีน่า:นี้ค่ะ"


     


        "อากิ:ขอบคุณ"


     


        หลังจากรับถ้วยซุปมาแล้วอากิก็กินซุปทั้งหมดอย่างรวดเร็ว


     


        [อลิส:ท่านรับประท่านซุปโคลโบล 1 ถ้วย 300 มิลลิลิตร ได้รับค่าความหิว 90 หน่วย ได้รับค่าน้ำ 100 หน่วย


        สกิลดูดซับทำงาน ท่านได้รับมานา 35 หน่วย]


     


        ลีน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ มองอากิกินซุปหมดไปอย่างรวดเร็วก็รู้สึกตกใจเล็กน้อยเลยพูดถามออกไปว่า


     


        "ลีน่า:เอาอีกไหมค่ะ"


     


        เสียงของลีน่าฉายแววความแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอากิกินได้มากขนาดนี้ แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่าเขาคงหิวจริงๆ


        ส่วนอากิตอบกลับแทบจะทันที ราวกับไม่ต้องคิด


     


        "อากิ:ขออีกถ้วย!"


     


        เขาพูดพลางยื่นถ้วยเปล่าให้ลีน่า แววตาของเขาดูจริงจังอย่างมาก ราวกับว่านี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย


        ส่วนลีน่าก็กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะเบาๆ แล้วรับถ้วยจากมือของอากิ


     


        "ลีน่า:ค่ะ ค่ะ~"


     


        เธอตักซุปให้อีกถ้วยก่อนจะยื่นให้ อากิไม่รอช้า รีบรับมาพร้อมซดมันลงไปอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากถ้วยแรก ลีน่ามองภาพนั้นด้วยความทึ่ง


     


        [อลิส:ท่านรับประท่านซุปโคลโบล 1 ถ้วย 300 มิลลิลิตร ได้รับค่าความหิว 90 หน่วย ตึ่งความหิวเกินขีดจำกัดความหิวที่ได้รับส่วนเกินมาจะหายไป ได้รับค่าน้ำ 100 หน่วย ตึ่งความน้ำเกินขีดจำกัดความหิวที่ได้รับส่วนเกินมาจะหายไป


        สกิลดูดซับทำงาน ท่านได้รับมานา 35 หน่วย]


     


        อากิเอนตัวพิงกับกัวเตียงก่อนลูบท้องตัวเองเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจด้วยความพอใจ


     


        "อากิ:ฟูล~~ อิ่มสุดๆ ไปเลย"


     


        ลีน่ามองถ้วยเปล่าที่เคยเต็มไปด้วยซุปเนื้อโคลโบล แล้วหันไปมองอากิที่ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ


     


        "ลีน่า:ว้าว~ พี่กินได้เยอะมากๆ เลยนะคะ ปกติหนูกินถ้วยเดียวก็อิ่มแล้ว"


     


        อากิอมยิ้มขำก่อนจะตอบติดตลก


     


        "อากิ:พอดีพี่มีหลุมดำเล็กๆ ในท้องน่ะ"


     


        ลีน่าหัวเราะออกมาเสียงใส ส่ายหน้าไปมาอย่างช้าๆ


     


        "ลีน่า:ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้ามีจริงๆ หนูคงหาของกินไม่ทันแน่ๆ!"


     


        เธอแกล้งทำท่ากอดแขนตัวเองราวกับกำลังปกป้องเสบียงที่ไม่มีอยู่จริง อากิเห็นแล้วก็อดหัวเราะตามไม่ได้


     


        "อากิ:ฮ่าๆๆ"


     


        "ลีน่า:แล้วพี่จะเอายังไงต่อคะ?"


     


        "อากิ:พี่คงจะนอนต่อ เพราะตอนนี้การพักผ่อนสำคัญที่สุดสำหรับพี่"


     


        "ลีน่า:งั้นพี่ก็นอนเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูจะเอาถ้วยไปล้างเอง"


     


        ลีน่ากล่าวพลางยื่นมือมารับถ้วยจากอากิ แล้วหมุนตัวเตรียมเดินจากไป แต่ก่อนที่เธอจะเดินไปไกล อากิก็พูดขึ้นมาเบาๆ


     


        "อากิ:ขอบคุณที่ดูแลพี่นะ ถ้ามีอะไรที่อยากได้บอกพี่ได้เลยน่ะ"


     


        ลีน่าที่ได้ยินก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น


     


        "ลีน่า:งั้นหนูขอบ้างอย่างตอนนี้เลยได้ไหมคะ?"


     


        อากิเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มตอบ


     


        "อากิ:ได้สิ อยากได้อะไรล่ะ?"


     


        "ลีน่า:หนูอยากให้พี่สู้และอย่ายอมแพ้ หนูอยากให้พี่รอดให้ได้... ทำได้ไหมคะ?"


     


        ลีน่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังและความเป็นห่วง


        อากิที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มบางๆ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


     


        "อากิ:แน่นอน พี่จะทำให้ได้"


     


        คำพูดของอากิทำให้ลีน่าดูมีกำลังใจขึ้น เธอพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป


        อากิทอดสายตามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงนอน


     


        1 ชั่วโมงต่อมา


     


        [อลิส:ท่านติดสถานะ "พิษอ่อนแอขั้นที่ 1" – ร่างกายจะอ่อนแอลง


        ติดสถานะ "ติดเชื้อขั้นที่ 1" – การติดเชื้อโดนชะลอเนื่องจากโดนพิซอ่อนแอ


        ค่าสเตตัสลดลง 1%(ชั่วคราว) จากพิษอ่อนแอ


         ค่าสเตตัสทั้งหมดลดลง 5 หน่วย(ชั่วคราว)จากการติดเชื้อขั้นที่ 1


        ...ทำการซ่อนการแจ้งเตือนเหล่านี้


       ทำการปิดการแจ้งเตือนเกี่ยวกับสถานะเหล่านี้จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง]


     


        ในระหว่างที่อากิกำลังหลับ ระบบก็ขึ้นแจ้งเตือน อลิสที่เห็นรีบซ่อนพวกมันไว้ทันที


        เธอรู้ดีว่าถ้าอากิเห็น มันอาจส่งผลกระทบต่อกำลังใจของเขาในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอแบบนี้


     


        [อลิส:หลับให้สบายเถอะค่ะ ท่านอากิ...]


     


        อลิสพึมพำเบาๆ ก่อนจะเฝ้ามองดูเขาต่อไป


     


       สองชั่วโมงผ่านไป คริสค่อยๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า


     


       "คริส:..."


     


        อาการปวดหัวของเขาทุเลาลงไปมาก แต่ก็ยังรู้สึกมึนงงเล็กน้อยจากผลกระทบที่ได้รับ คริสที่ยังไม่ค่อยมีสติเต็มที่เหลือบมองไปรอบๆ


     


        "คริส:...นี่มัน ห้องพักเหรอ? เรากลับมาแล้วงั้นเหรอ?"


     


       เขากะพริบตาเล็กน้อย ก่อนจะรับรู้ได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน คริสมองไปรอบๆอีกครั้ง ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปที่กองไฟและค่อยๆ เติมคบเพลิงลงไปให้ไฟกลับมาอีกครั้ง แต่ในขณะที่กำลังใส่ไฟอยู่ เขาก็เหลือบไปเห็นลีน่าที่นอนหลับอยู่บนพื้น...


     


        "คริส:ทำไมถึงมานอนที่พื้นแบบนี้ล่ะ..."


     


        คริสจ้องมองลีน่าที่นอนอยู่กับพื้น สีหน้าของเขาฉายแววกังวลเล็กน้อย ก่อนที่ความคิดต่างๆ จะเริ่มแล่นเข้ามาในหัว


     


        'คริส:ฉันควรทำยังไงดี... เอาผ้ามาห่มให้ดีไหม หรือจะอุ้มไปนอนที่เตียงดี...'


     


        เขายืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจว่า...


     


        'คริส:ฉันจะลองปลุกเธอดูก่อน... ถ้าไม่ตื่นก็คงต้องอุ้มไปเอง'


     


        คริสคิดในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ลีน่าแล้วสะกิดเบาๆ


     


        "คริส:ลีน่า... ลีน่า ได้ยินไหม?"


     


        เขาลองเรียกชื่อเธอซ้ำสองสามครั้ง แต่ก็ไม่มีการตอบสนอง ลีน่ายังคงหลับสนิท ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย


     


        'คริส:เธอคงจะเหนื่อยมากจริงๆ… งั้นพาไปนอนที่เตียงดีๆ ละกัน'


     


        คริสก้มลง ค่อยๆ สอดแขนเข้าไปใต้ตัวลีน่าอย่างระมัดระวัง ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมาอย่างนุ่มนวล


     


        'คริส:เอ๊ะ... เธอตัวเบากว่าที่คิดแฮะ'


     


        เขาเหลือบมองลีน่าที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน หายใจเข้าออกสม่ำเสมอเหมือนเด็กที่กำลังหลับสบาย คริสยิ้มบางๆ กับตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ วางเธอลงบนเตียงของตัวเองแทน เพราะเตียงของลีน่าอยู่ชั้นบนเหนือเตียงเขา และการอุ้มเธอขึ้นไปอาจเสี่ยงเกินไป


        คริสดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวลีน่าให้เรียบร้อย มองดูเธออีกครั้งก่อนจะพยักหน้าเบาๆกับตัวเอง


     


        "คริส:เอาล่ะ ห่มผ้าให้แล้ว..."


     


        จากนั้นเขาถอยหลังออกมาเงียบๆ เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของเธอ แล้วเดินไปนั่งใกล้กองไฟ ไออุ่นจากเปลวเพลิงช่วยบรรเทาความเย็นและทำให้เขาผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย


        ในขณะนั้นสายตาของเขาเหลือบไปเห็นหม้อที่วางอยู่ข้างกองไฟ เขาขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะเปิดฝาออก


        กลิ่นหอมของซุปอ่อนๆ ลอยขึ้นมาทันที ทันใดนั้นเอง—


     


        "จ็อก~~~"


     


        "คริส:ฮ่าฮ่า กำลังหิวพอดีเลย"


     


         คริสยกหม้อขึ้นวางเหนือกองไฟอีกครั้ง ปล่อยให้เปลวเพลิงอุ่นซุปจนไอร้อนลอยขึ้นมาเบาๆ กลิ่นหอมค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วห้อง เขารอจนแน่ใจว่าซุปอุ่นได้ที่แล้ว ก่อนจะหยิบถ้วยเปล่าข้างๆ มาตัก


        เขายกถ้วยขึ้นจิบคำแรก แล้วถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย


     


        "คริส::ฟู่ว~~ รู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งเลย"


     


        รสชาติอ่อนๆ แต่กลมกล่อมของซุปช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น เขาค่อยๆ ซดซุปทีละนิด จนกระทั่งหมดถ้วย


        หลังจากกินอิ่ม เขาก็ยกหม้อลงจากไฟ วางไว้ให้เย็น ก่อนจะเก็บถ้วยไปล้างอย่างเรียบร้อย


        เมื่อเสร็จเรียบร้อย คริสกลับมานั่งข้างกองไฟอีกครั้ง หลังจากกินอิ่มการนั้งรับไออุ่นจากเปลวไฟช่วยให้เขารู้สึกดีผ่อนคลายมากๆ


        เขาเอื้อมมือขึ้นไปแกะผ้าพันแผลที่พันหัวออกช้าๆ ลองจับบริเวณที่ถูกกระแทกก่อนหน้านี้


     


        "คริส:โห้... นานขนาดนี้แล้ว หัวยังโนอยู่เลยแฮะ..."


     


        ปลายนิ้วลูบเบาๆ บริเวณที่บวม แม้มันจะยังตุบๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เจ็บเท่าตอนแรกแล้ว


     


        "คริส:ยังดีที่มันไม่ค่อยเจ็บแล้ว..."


     


        คริสจับหัวที่โนของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืน ขณะที่ขยับตัว กลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยแตะจมูก ทำให้เขาขมวดคิ้ว


     


       "คริส:จะว่าไป... ตัวเราก็เริ่มมีกลิ่นแล้วแฮะ อาบน้ำหน่อยดีกว่า"


     


        15 นาทีต่อมา...


     


        เสียงน้ำหยุดลงพร้อมกับเงาของคริสที่ก้าวออกมาจากห้องน้ำ ผมยังคงชื้นอยู่เล็กน้อยจากละอองน้ำที่เกาะตามปลายเส้นผม


        เขาสูดลมหายใจลึกๆ รู้สึกสดชื่นขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน ก่อนจะหันไปมองเตียงของตัวเอง


        ลีน่ายังคงหลับสนิทอยู่ที่เตียงชั้นล่าง ลมหายใจสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเธอคงเหนื่อยล้ามากจริงๆ


        คริสยกยิ้มบางๆ ก่อนจะปีนขึ้นไปยังเตียงชั้นสอง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างผ่อนคลาย


     


        "คริส:อืม... สบายตัวขึ้นเยอะเลย..."


     


        เขาปิดเปลือกตาลง ปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อน ในขณะที่เสียงเปลวไฟยังคงลุกไหวอย่างเงียบสงบอยู่ในห้องพัก


     


        ผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง 15 นาที


        บรรยากาศเงียบสงบในห้องพักถูกทำลายลงด้วยเสียงปลุกจากอลิส


     


        [อลิส:ท่านอากิตื่นค่ะ... กริ่ง~~~ กริ่ง~~~ กริ่ง~~~]


     


        เสียงกริ่งดังซ้ำๆ อย่างไม่ลดละ ราวกับนาฬิกาปลุกที่ไม่มีปุ่มปิด อากิที่กำลังจมอยู่ในนิทราขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้ว เสียงนั้นยังคงดังไม่หยุด


     


        "อากิ:อืม... ขออีกห้านาที—"


     


        [อลิส:ท่านอากิ ได้เวลาตื่นแล้วค่ะ!]


     


        เสียงของอลิสฟังดูจริงจังขึ้นนิดหน่อย อากิครางต่ำในลำคออย่างอิดออด ก่อนจะยอมลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า เขายกมือขยี้ตาเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจ


     


        "อากิ:ตื่นแล้วครับ ตื่นแล้ว..."


     


        น้ำเสียงยังคงงัวเงีย แต่ในที่สุดเขาก็ยอมพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช่วยไม่ได้


     


        [อลิส:ถึงเวลาใส่พิษแล้วค่ะ]


     


        "อากิ:ครบเวลา 4 ชั่วโมงครึ่งแล้วเหรอ..."


     


        เขาพูดเสียงแหบต่ำ ดวงตายังคงปิดครึ่งหนึ่งจากอาการง่วง แต่ก็รู้ดีว่าต้องทำตามขั้นตอนนี้


     


        [อลิส:ใช่ค่ะ]


     


        อากิถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ยกตัวขึ้นจากเตียง ก่อนจะเปิดช่องเก็บของและหยิบเอาสมุนไพรสีม่วงออกมา ใบสมุนไพรมีเนื้อสัมผัสหยาบเล็กน้อยและส่งกลิ่นจางๆ ออกมา เขาค่อยๆ บิดมันเพื่อรีดเอาน้ำพิษออกมา แล้วแตะไปที่บาดแผลของตัวเอง ความรู้สึกเย็นวาบแผ่กระจายไปทั่วบริเวณที่สัมผัส ก่อนจะตามมาด้วยอาการแสบเล็กน้อย


     


        "อากิ:อืม... แสบชะมัด..."


     


        เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเก็บสมุนไพรเก็บเข้าที่เดิม จากนั้นก็เอนตัวกลับลงไปนอนทันที ร่างกายที่ยังล้าอยู่ทำให้เขาไม่ต้องคิดอะไรมาก    


        เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 1 วันครึ่ง ระหว่างนั้นเขาก็ยังคงตื่นขึ้นมาเจอเพื่อนๆ บางคนและคุยกันไปตามปกติเพื่อแก้เบื่อ และสร้างบรรยากาศที่ทำให้ช่วงเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ


     


        เรื่องราวนะอีกด้าน...


     


        เมิ่งซินที่วิ่งต่อเนื่องเกือบ 14 ชั่วโมงเต็มๆ รู้สึกถึงความหนักหน่วงของร่างกายที่ไม่สามารถฝืนไปได้อีกแล้ว ก่อนที่เธอจะถึงขีดจำกัดของตัวเองและหยุดวิ่งลง


     


        "เมิ่งซิน:แฮ็ก~ หือ แฮ็ก~ หือ"


     


        'เมิ่งซิน:ถ้าวิ่งไปมากกว่านี้ ร่างกายอาจบาดเจ็บ ฉันต้องพักแล้ว'


     


        เมิ่งซินที่วิ่งมาอย่างยาวนานในที่สุดก็หยุดพักครั้งแรกหลังจากวิ่งติดต่อกัน เธอหยิบเนื้อปิ้งที่ลีน่าเอามาให้ขึ้นมากินพร้อมกับดื่มน้ำให้สดชื่น ระหว่างที่กินอยู่นั้น เธอก็เห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบที่ขึ้นมา เธอเปิดมันอ่านด้วยความสนใจ


     


        [ระบบ:ท่านวิ่งไกลถึงระยะที่กำหนดได้รับ ฉายานักวิ่ง(F-) เมื่อท่านเริ่มวิ่งท่านจะวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มสูงสุดได้ 10% และท่านจะเหนื่อยยากขึ้นในการวิ่ง 5%


        ท่านได้รับสกิลควบคุมลมหายใจ(F-⁽ᴰ⁾) สกิลแบบแอ็คทีฟ เมื่อเปิดใช้งานสกิลนี้จะช่วยในการหายใจและทำให้ท่านเหนื่อยยากขึ้น ลดการลดลงของค่าความเหนื่อยล้าลง 5% เสียค่าความหิวและค่าน้ำไวขึ้น 2%]


     


        "เมิ่งซิน:มาได้ถูกจังหวะเลยนะเนี่ย แบบนี้ฉันก็วิ่งได้เร็วขึ้นและไกลขึ้นแล้ว"


     


        เมิ่งซินยิ้มออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าระบบเพิ่งมอบสกิลใหม่ให้เธอ เธอรู้สึกดีที่สามารถใช้มันได้ในเวลานี้ เพราะมันจะช่วยให้เธอวิ่งต่อได้อีกไกลโดยไม่รู้สึกเหนื่อยง่ายๆ


        หลังจากกินเสร็จ เมิ่งซินก็หยิบผ้าห่มที่โจเซฟให้มาออกมาเตรียมตัวนอน ร่างกายที่เหนื่อยล้าแทบจะไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการพักผ่อน


     


        "เมิ่งซิน:หวังว่าคงไม่มีตัวอะไรมาเจอฉันคืนนี้นะ..."


     


        เธอพูดพลางเหลียวมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง แม้ในใจจะพยายามไม่คิดมาก แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ยังคงทำงานอยู่ เธอห่มผ้าแล้วเอนตัวลงกับพื้น พยายามข่มตาหลับ


        แต่แล้ว...บางสิ่งบางอย่างก็เกิดขึ้น


        แสงสลัวสีฟ้าอ่อนๆ ปรากฏขึ้นรอบตัวเธอ ก่อนจะก่อตัวเป็นกำแพงโปร่งแสงรูปร่างเหมือนม่านหมอก มันค่อยๆ โอบล้อมเธอไว้จนทั่วราวกับฟองสบู่ เมิ่งซินที่สัมผัสถึงความผิดปกติทันทีลืมตาขึ้นแล้วรีบลุกขึ้นนั่ง


     


        "เมิ่งซิน:นี่มัน...อะไรเนี่ย..."


     


        เมิ่งซินที่เห็นกำแพงโปร่งแสงสีฟ้านั้นก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือไปแคะเบาๆ


     


       "ก๊อกๆ"


     


        เสียงเคาะเบาๆ ดังขึ้นจากผิวของบาเรียที่แข็งราวกับผลึกแก้ว เธอเคาะอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะพึมพำเบาๆ


     


        "เมิ่งซิน:แข็งมากเลย... แบบนี้มันน่าจะเรียกว่าบาเรียหรือป่าว..."


     


        เธอถอยหลังนิดหนึ่ง ดวงตาเริ่มไล่สำรวจรอบๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มมองมือตัวเองและอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่กับตัว


     


        'เมิ่งซิน:แต่ฉันไม่ได้ใช้สกิลอะไรนี่นา... แล้วก็ไม่ได้ใช้ไอเทมอะไรเลยด้วย...'


     


        จังหวะนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว


     


        'เมิ่งซิน:ไอเทม... หรือว่า...'


     


        เธอรีบหันขวับไปมองผ้าห่มที่ห่มอยู่ พลิกมันดูอย่างเร็ว


     


        "เมิ่งซิน:อย่าบอกนะ... ผ้าห่มนี้คือไอเทม!"


     


        เธอขมวดคิ้วแน่น แต่สายตากลับเป็นประกายอย่างสนใจ ขณะที่มือค่อยๆ ลูบผ้าห่มอย่างระมัดระวัง


     


        'เมิ่งซิน:หลังจากห่มมัน... บาเรียก็ปรากฏขึ้นทันที แบบนี้มันต้องใช่แน่ๆ!'


     


        เธอหลุดยิ้มขำปนหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะบ่นพึมพำเสียงเบา


     


        "เมิ่งซิน:ไอ้แก่นั่น... แอบซ่อนของดีไว้นี่หว่า ถ้ากลับไปฉันจะบ่นเข้าให้เลย..."


     


        'เมิ่งซิน:แต่ก็ดีล่ะ... แบบนี้นอนหลับสบายไม่ต้องกลัวโดนอะไรลอบกัดแล้ว...'


     


        เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาแนบตัวอีกครั้งเหมือนหวงสมบัติ ก่อนจะเอนหลังนอนลงอย่างผ่อนคลาย


     


        "เมิ่งซิน:ฉันจะใช้นายอย่างทะนุถนอมเลยนะ... เจ้าผ้าห่ม..."


     


        เมิ่งซินเอนตัวลงไปนอนอย่างสบายใจ...


     


     


     


     


     


     


     


                        จากผู้แต่ง


        10.3 ก็จบแบบนี้ล่ะกัน ตอนหน้าจะไปผจญต่อ แต่จริงๆว่าจะแบ่งเป็น 10.3.1 กับ 10.3.2 แล้วแต่พอเขียนไปเนื้อหามันเยอะเกินกว่าจะเป็นตอนที่ 10.3 เลยตัดไปเริ่ม 11.1 เลยละกัน ไว้เจอกันตอนหน้าคัฟ

    คล้ายกับเรื่องCHESS:พลิกกระดานเทพ ที่คุณอ่าน