ร่างท้วมของนางกำนัลาุโเดินตรวจตราการฝึกซ้อมร่ายรำของบรรดาหญิงงามผู้เป็เครื่องบรรณาการให้ทันก่อนวันเดินทางในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านางได้รับมอบหมายจากพระชายาแห่งองค์ชายรองให้ดูแลฝึกซ้อมศิลปะการร่ายรำเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่เ้าผู้ครองแคว้นม่งอู๋
“พระชายาเสด็จ!” ทุกคนในที่นั้นต่างหยุดหันมาทำความเคารพสตรีสูงศักดิ์ในชุดผ้าไหมพลิ้วสวยปักชายผ้าด้วยลายดอกเบญจมาศผู้เดินเยื้องย่างเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับเป็สถานที่ฝึกซ้อมพระชายาทรงประทับบนตั่งไม้ยกสูงพลางเอ่ยถามความคืบหน้าในการฝึกซ้อม
“พวกนางจดจำท่าร่ายรำได้ทั้งหมดแล้วเพคะ มิมีสิ่งใดให้พระชายาต้องเป็กังวลเพคะ” ผู้ที่ตอบคือนางกำนัลนามว่าซูปี้เป็คนสนิทที่พระชายาฟางซินให้ความไว้เนื้อเชื่อใจนางกำนัลผู้นี้เป็พี่เลี้ยงั้แ่ครั้งที่ยังดำรงฐานะเป็องค์หญิง
“พระชายาเพคะ ท่านซุนถงฉีขอเข้าเฝ้าเพคะ”นางกำนัลสาวเดินเข้ามารายงาน
“หือ...ท่านซุนกลับจากนอกเมืองแล้วงั้นรึ รีบเชิญเข้ามาได้” พระชายาไม่รีรอที่จะอนุญาตแสดงให้เห็นว่ารอการกลับมาของซุนถงฉีอยู่ก่อนแล้วเมื่อเห็นว่าพระชายามีธุระที่ต้องพูดคุยกับท่านซุนถงฉีนางกำนัลซูปี้จึงสั่งให้สาวงามทุกนางกลับออกไปเสียก่อนให้การซ้อมร่ายรำของวันนี้จบลงเพียงเท่านี้...
“ถวายบังคมพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”ซุนถงฉีเดินเข้ามาหยุดแล้วโค้งตัวคารวะด้วยความนอบน้อม
จุดประสงค์ในการเข้าพบครั้งนี้คือการถวายภาพวาดตามคำบัญชาของพระชายาที่้าตกแต่งตำหนักด้วยภาพวาดทิวทัศน์ธรรมชาติงดงามเสมือนจริงราวกับได้ไปเห็นที่แห่งนั้นมาด้วยตัวเองในมือของซุนถงฉีถือม้วนภาพวาดหลายขนาดเกือบสิบม้วนวางซ้อนกันอย่างเป็ระเบียบเตรียมมอบให้แก่พระชายา
“นี่หรือ...ภาพวาดที่ท่านตระเวนเดินทางวาดจากสถานที่จริง” พระชายาผู้ทรงมีความชื่นชอบศิลปะทุกแขนงเป็ทุนเดิม ทรงพอใจในผลงานการวาดภาพของซุนถงฉีที่เก่งหาตัวจับยากและครั้งนี้ก็เช่นกันที่ประสงค์ให้ช่างวาดภาพผู้นี้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ทรงโปรดที่จะเห็นภาพวาดสวยงามประดับประดาทุกจุดในตำหนัก
ในระหว่างที่พระชายากล่าวชื่นชมฝีมือการวาดภาพโดยให้เหล่านางกำนัลเปิดม้วนภาพวางเรียงเป็แถวอยู่นั้น
“องค์ชายรองเสด็จ!” บุรุษในอาภรณ์สีเทาอมฟ้าเป็องค์ชายรองลี่หยางผู้มีพระพักตร์ขาวซีดแต่ยังคงมีสง่าราศีกว่าคนทั่วไปก้าวเท้าเข้ามาในห้องที่บัดนี้เต็มไปด้วยภาพวาดทิวทัศน์ฝีมือจิตกรหลวง
“มีสิ่งใดน่าสนใจงั้นหรือพระชายาเสียงหัวเราะครึกครื้นดังไปถึงด้านนอก” พระชายาฟางซินรีบลุกออกจากตั่งที่นั่งแล้วย่อตัวคำนับพระสวามี
สายตาองค์ชายรองเหลือบมองซุนถงฉีที่หลีกทางไปอยู่ด้านข้างและก้มลงถวายความเคารพพร้อมกับผู้อื่น
“เป็อย่างไรบ้างท่านซุนมาถวายงานแด่ชายาของข้าแต่เช้า เห็นว่าท่านกลับมาั้แ่เมื่อวานมิใช่รึ”
“เอ่อ...ใช่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกลับถึงเมืองหลวงจวนเวลาใกล้ตะวันตกดินแล้วจึงมิได้มาถวายงานโดยทันที เกรงว่าจะเป็การรบกวนเวลาพักผ่อนของพระชายาขอทรงให้อภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าได้ข่าวว่าท่านแวะเยี่ยมเยียนที่จวนแม่ทัพหวางก่อนที่กลับเรือนตนเองเสียอีกนะ”
ซุนถงฉีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยเขารู้ดีกว่าคำพูดเหน็บแนมขององค์ชายรองย่อมมีนัย เป็ที่รู้กันทั่วราชสำนักว่าองค์ชายรองลี่หยางไม่ใคร่จะพอพระทัยท่านแม่ทัพหวางชุนเทียนเท่าไรนักด้วยท่านอ๋องพระราชบิดาขององค์ชายรองให้ความสนใจในตัวแม่ทัพหนุ่มผู้นี้มากเป็พิเศษยิ่งใน่สองปีมานี้มักจะมีราชการลับจากท่านอ๋องส่งต่อให้แม่ทัพหวางอยู่เนืองๆไม่ว่าองค์ชายรองจะสักถามหรือขอเข้าร่วมระหว่างการปรึกษาหารือก็มักจะถูกผลักไสอยู่เสมอทำให้เกิดความรู้สึกว่าโดนดูถูกดูแคลนในความสามารถทั้งที่เป็ถึงองค์ชายรองของอ๋องแห่งแคว้นตงเยว่
องค์ชายรองลี่หยางผู้ไม่สนใจด้านการซ้อมรบของเหล่าทหารเพราะเห็นว่าแคว้นตงเยว่ตกเป็เมืองขึ้นของแคว้นม่งอู๋มานานหลายปีบ้านเมืองก็ดูสุขสงบดีเพียงแค่ส่งบรรณาการตามกำหนดก็ไม่เห็นว่าเป็ปัญหาใหญ่เหตุใดต้องหาเื่ใส่ตัวทนเหนื่อยยากไปฝึกการสู้รบยังกองทัพชายแดนเหมือนดั่งองค์ชายใหญ่ทรงกระทำอยู่ในขณะนี้ด้วยเล่า
ถึงกระนั้น สถานการณ์ในขณะนี้ออกจะพิลึกพิลั่นที่ในเมืองหลวงกลับมีแม่ทัพหวางชุนเทียนผู้ที่ควรอยู่ชายแดนมากกว่าองค์ชายใหญ่ลี่ิแต่ตามคำบัญชาขอท่านอ๋องที่ให้เขาอยู่ว่าราชการในราชสำนักและยู่ข้างกายท่านอ๋องส่งรองแม่ทัพเป็ผู้อยู่ดูแลองค์ชายใหญ่ที่กองทัพชายแดนแทน องค์ชายใหญ่นี่ก็กระไรยินยอมออกเดินทางไปชายแดนแต่โดยดีทั้งที่ถูกวางตัวให้เป็รัชทายาทแล้วแท้ๆเหตุไฉนไม่หาความสุขสำราญอยู่ในวังหลวง
“ว่าอย่างไรท่านซุนบอกข้าได้หรือไม่ ท่านไปคุยสิ่งใดกับแม่ทัพหวาง” ความริษยาขององค์ชายมีได้ทุกโอกาสนึกขัดเคืองที่มีชื่อแม่ทัพผู้นี้เกี่ยวข้องอีกแล้ว
“กระหม่อมได้รับคำแนะนำจากท่านแม่ทัพว่าภูมิทัศน์ธรรมชาติของหมู่บ้านหนิงอันสวยงามมากหากเดินทางไปยังหมู่บ้านนี้ กระหม่อมจะไม่เสียเวลาเดินทางไปสถานที่อื่นจึงได้ผลงานที่สวยงามหลายภาพพ่ะย่ะค่ะ ดังนั้น จึงมอบภาพให้แก่แม่ทัพหวาง...เพื่อเป็การตอบแทน…”เสียงของซุนถงฉีเบาลง ไม่กล้าสบตาฝ่ายตรงข้าม
“บังอาจ!! การเดินทางไปนอกเมืองครั้งนี้ เ้าได้รับคำสั่งจากชายาของข้า ฉะนั้นผลงานของเ้าแม้แต่ชิ้นเดียวจะตกเป็ของผู้อื่นไม่ได้!” องค์ชายรองตบโต๊ะดังปัง! จนพระชายาที่นั่งฟังอยู่ข้างๆต้องสะดุ้ง
ซุนถงฉีบังเกิดความกลัวจนหน้าถอดสีไม่กล้าจะพูดอธิบายอันใดอีกต่อไป ได้แต่คุกเข่าลงก้มหน้าติดพื้นพร้อมโขลกศีรษะเพื่อขอให้องค์ชายรองอภัย
“ฝ่าาโปรดประทานอภัยให้ซุนถงฉีผู้นี้ด้วยเถิดเพคะรูปภาพดังกล่าวคงมิได้งดงามเท่ากับบรรดาภาพที่อยู่ตรงหน้าหรอก เป็จริงอย่างที่ข้าพูดใช่หรือไม่...ท่านซุน”
“ช่ะ...ใช่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไหนพูดมาสิภาพนั้นมีลักษณะเป็เช่นไร มีความสำคัญเพียงใดถึงกับต้องมอบให้แก่แม่ทัพผู้นั้น”
“อะ..เอ่อ..ภาพนั้นเป็ภาพเดียวที่มีหญิงสาวและเด็กหญิงนั่งอยู่ใต้ต้นกุ้ยหญิงผู้นั้นกำลังเป่าขลุ่ยในบทเพลงที่ข้าไม่เคยได้ยินท่วงทำนองลักษณะนี้มาก่อน กระหม่อมลงมือวาดโดยกะทันหันมิได้ตั้งใจแต่อย่างใดพ่ะย่ะค่ะแล้วอีกประการหนึ่งคือกระหม่อมเห็นว่าท่านแม่ทัพหวางเคยรักษาอาการาเ็อยู่ที่หมู่บ้านนั้นน่าจะรู้จักหญิงสาวในภาพก็เป็ได้”
ความเป็จริงที่ซุนถงฉียังกล่าวไม่หมดเขารู้ดีว่าอย่างไรเสียพระชายาคงไม่โปรดรูปภาพหญิงงามให้อยู่ในตำหนักแห่งนี้อยู่แล้วใครเล่าอยากให้สามีของตนได้เห็นรูปผู้หญิงอื่นในสถานที่ของตนเองทำให้เขาไม่กล้าที่จะถวายภาพที่มีหญิงงามสวยสะคราญให้แก่พระชายา
“เห็นไหมล่ะ...ไม่ใช่ภาพที่ตั้งใจวาดั้แ่แรกความงดงามย่อมน้อยกว่าภาพอื่นเป็ไหนๆ ฝ่าาอย่าใส่พระทัยเลยเพคะ”
“เ้าคิดเช่นนั้นรึฟางซิน” แม้จะทำหน้าเหมือนยอมรับแต่ก็แสร้งทำเป็ถามความเห็นจากชายาของตนเมื่อองค์ชายรองเพ่งพินิจภาพทั้งหมดที่เรียงรายอยู่บนฉากทำให้องค์ชายรองเห็นถึงความแตกต่างที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น... ภาพวาดที่มีอยู่ในห้องนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตในภาพแม้แต่ภาพเดียว
การให้ความสำคัญกับสิ่งสวยงามและรังสรรค์ผลงานให้บังเกิดบนผืนผ้าย่อมมาจากจิติญญาของนักวาดภาพอยู่แล้วแสดงให้เห็นว่าหญิงสาวผู้ที่ซุนถงฉีได้เห็นนั้นย่อมมีความงามมากพอ มิเช่นนั้นมีหรือจิตรกรหลวงผู้นี้จะเปลืองแรง...
ทำให้องค์ชายรองใคร่รู้ว่าหญิงนางนั้นมีความสำคัญอะไรกับแม่ทัพหวางชุนเทียนกันแน่...
“ทรงคิดอะไรอยู่หรือเพคะ”หลังจากที่องค์ชายรองกลับออกไปแล้ว พระชายาทำหน้าตาไม่สู้ดี รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกจนนางกำนัลซูปี้ต้องกล่าวถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้าไม่ไว้ใจสถานการณ์ในขณะนี้เลย เหตุไฉนสามีข้าต้องสนใจภาพนั้นนักหนาก็แค่ภาพไร้สาระภาพเดียว!”
“พระชายาทรงเห็นว่าเป็อย่างไรหรือเพคะ”
“ข้าย่อมรู้นิสัยขององค์ชายรองสามีของข้าดี หากสามีของข้า้าแย่งชิงสิ่งที่น่าสนใจจากแม่ทัพหวางเพื่อเป็การหักหน้าย่อมลงมือทำไม่รีรอในครานี้ก็เช่นกัน...เป็ไปได้ว่าสามีข้าจะไปนำตัวหญิงผู้นั้นมาที่นี่สนมในตำหนักก็มีตั้งมากมายแล้วหากยังรับสนมมาเพิ่มอีก ข้าคงทนไม่ได้เป็แน่”
“หากทรงหมายถึงหญิงงามแห่งหมู่บ้านหนิงอัน เื่นี้จัดการไม่ยากเพคะ”
พระชายาฟางซินหันมองหน้าซูปี้อย่างฉงนสงสัย“เ้ามีวิธีหรือซูปี้”
“หม่อมฉันเห็นควรว่า หากเราจับนางผู้นั้นมาซ่อนตัวไว้ก่อน พอถึงเวลาก็ส่งตัวนางไปแคว้นม่งอู๋พร้อมหญิงสาวงามบรรณาการทั้งหมดเสียเพียงเท่านี้ก็จะไม่มีใครได้เห็นหน้านางอีกไม่ว่าจะเป็แม่ทัพหวางหรือองค์ชายรองเพคะ”
นางกำนัลวัยกลางคนเ้าเล่ห์ผู้นี้ช่วยคิดหาหนทางกำจัดสิ่งกวนใจทั้งหลายให้แก่นายหญิงของนางโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องส่วนพระชายาฟางซินเองก็มีนิสัยใจคอร้ายกาจไม่ต่างจากนางกำนัลซูปี้ผู้เป็พี่เลี้ยงที่ดูแลนางมาั้แ่เด็กนางจึงเห็นด้วยกับความคิดนี้
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าแสดงความพอใจในแผนการร้ายที่แเี
นางกำนัลซูปี้จึงได้รับคำสั่งให้เดินทางไปหมู่บ้านหนิงอันโดยเร็วที่สุด!