ท่านอ๋องทรงเงียบไปอีกครั้ง พระเนตรคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่แผนที่ แต่ในพระทัยกลับครุ่นคิดถึงแผนการที่ฮวาเสี่ยวซีเพิ่งเสนอมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแสงตะเกียงส่องสว่างบนพระพักตร์ที่แสดงออกถึงความสนใจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"แผนการของเจ้า..." จิ้นอ๋องตรัสเสียงต่ำราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความเป็นไปได้และความเสี่ยง "เป็นการใช้กำลังน้อยแต่หวังผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่... กล้าที่จะเสี่ยง แต่ก็มีเหตุผลรองรับ"
พระองค์ทรงหันพระพักตร์กลับมาทอดพระเนตรไปยังฮวาเสี่ยวซีด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคราวนี้มิได้มีเพียงความสนใจ หากแต่แฝงไว้ด้วยความชื่นชมและความประหลาดใจระคนกัน
"เจ้า... หมู่ซาน" จิ้นอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง"เจ้าเรียนรู้กลยุทธ์เหล่านี้มาจากที่ใด?"
ฮวาเสี่ยวซีชะงักไปเล็กน้อยนางมิได้คาดคิดว่าจิ้นอ๋องจะทรงถามถึงที่มาของความรู้ของนางโดยตรง
"ข้าน้อย... เพียงแต่ได้อ่านตำราพิชัยสงครามมาบ้างพ่ะย่ะค่ะ"นางตอบอย่างระมัดระวัง พยายามไม่ให้ดูมีพิรุธ"และจากการฟังเหล่าแม่ทัพปรึกษาหารือกันก็พอจะจับใจความได้บ้างเล็กน้อย"
จิ้นอ๋องทรงจ้องมองนางอย่างลึกซึ้งราวกับกำลังพยายามอ่านทะลุเข้าไปในจิตใจของนางแต่แล้วพระองค์ก็ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อยอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
"ตำราพิชัยสงคราม... และการฟังการปรึกษาหารือ?" พระองค์ทวนคำอย่างไม่เชื่อนักแต่ในน้ำเสียงกลับมิได้มีเจตนาตำหนิ "ช่างเป็นพลทหารที่ใฝ่รู้ยิ่งนัก"
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางประตู แม่ทัพใหญ่ฮวาและรองแม่ทัพฮวาหยางรอมแม่ทัพหลี่หมิง รองแม่ทัพจางเว่ยกลับมาถึงกระโจมแล้ว ทั้งสี่มองไปยังจิ้นอ๋องและฮวาเสี่ยวซีด้วยความสงสัย
"ท่านอ๋องทรงมีบัญชาเรียกพวกข้ากลับมาด่วน มีสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?"แม่ทัพใหญ่ฮวาถามด้วยความสงสัย
จิ้นอ๋องทรงหันพระพักตร์ไปยังเหล่าแม่ทัพแววในพระเนตรของพระองค์เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"ข้าได้ตัดสินใจแล้ว" จิ้นอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด"เราจะใช้แผนการที่หมู่ซานเสนอมา"
เหล่าแม่ทัพต่างหันมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจก่อนจะหันกลับมามองจิ้นอ๋องด้วยความสงสัยใคร่รู้
ท่านอ๋องทรงทอดพระเนตรไปยังเหล่าแม่ทัพที่ยืนรอฟังพระบัญชาด้วยความสงสัยใคร่รู้พระองค์ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อยอีกครั้งก่อนจะตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
"ข้ารู้ว่าพวกเจ้าอาจจะสงสัยในการตัดสินใจของข้า" จิ้นอ๋องตรัส"แต่ข้าเชื่อมั่นในความคิดของ... หมู่ซาน"
พระองค์ทรงหันพระพักตร์ไปยังฮวาเสี่ยวซีที่ยังคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า"จงอธิบายแผนการของเจ้าให้เหล่าแม่ทัพได้เข้าใจอย่างละเอียด"
ฮวาเสี่ยวซีเงยหน้าขึ้น มองไปยังเหล่าแม่ทัพที่ยืนอยู่ด้วยความประหลาดใจก่อนจะหันกลับมามองจิ้นอ๋องด้วยความรู้สึกตื้นตันใจนางไม่คาดคิดว่าแผนการของตนเองจะได้รับการยอมรับอย่างง่ายดายเช่นนี้
"น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง"ฮวาเสี่ยวซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น ความประหม่าเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้นบัดนี้ในใจของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้แผนการนี้สำเร็จลุล่วง
นางลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เผชิญหน้ากับเหล่าแม่ทัพด้วยสายตาที่แน่วแน่"แผนการของข้าพเจ้ามีหลักการง่ายๆ คือ ใช้ความคล่องแคล่วและความไม่คาดคิดสร้างความสับสนและถ่วงเวลาศัตรู"
ฮวาเสี่ยวซีเริ่มอธิบายแผนการอย่างละเอียด โดยชี้ไปยังจุดต่างๆบนแผนที่และอธิบายถึงวิธีการเคลื่อนกำลังพล การซุ่มโจมตี การสร้างข่าวลือ และการตัดกำลังสนับสนุนของทัพเป่ยหม่านนางอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและมั่นใจ ราวกับเป็นแม่ทัพผู้มากประสบการณ์
เหล่าแม่ทัพต่างตั้งใจฟังคำอธิบายของฮวาเสี่ยวซีอย่างละเอียดแม้ในตอนแรกจะมีความสงสัยแต่เมื่อได้ฟังแผนการที่ถูกอธิบายอย่างเป็นขั้นตอนและมีเหตุผลรองรับพวกเขาก็เริ่มมองเห็นความเป็นไปได้และความน่าสนใจของแผนการนี้
แม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นขมวดคิ้วมุ่นจ้องเขม็งไปยังใบหน้าของฮวาเสี่ยวซีอย่างไม่วางตาราวกับกำลังพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวบางอย่างในความทรงจำ ทันใดนั้นเองดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
นิ้วที่แข็งกระด้างของแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นชี้ตรงไปยังใบหน้าของฮวาเสี่ยวซีอย่างไม่ลังเล"เจ้า.....เจ้า...ใช่เจ้าจริงๆ ไอ้เด็กเปรต!เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน!" เสียงของแม่ทัพใหญ่ดังขึ้นด้วยความตกใจและประหลาดใจอย่างยิ่ง
บรรยากาศภายในกระโจมบัญชาการที่กำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียดและคาดหวังพลันหยุดนิ่งลงในทันที เหล่าแม่ทัพที่กำลังตั้งใจฟังแผนการของฮวาเสี่ยวซีต่างหันมามองแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นและฮวาเสี่ยวซีด้วยความงุนงงและสงสัย
จิ้นอ๋องเองก็ทรงเลิกคิ้วเล็กน้อยพระเนตรคมกริบจับจ้องไปยังทั้งสองคนด้วยความใคร่รู้ "ท่านแม่ทัพใหญ่ท่านรู้จักหมู่ซานหรือ?" พระสุรเสียงทุ้มต่ำตรัสถามด้วยความประหลาดใจ
ฮวาเสี่ยวซีเองก็ตกตะลึง นางไม่แน่ใจว่าบิดาจำตัวตนที่แท้จริงของนางได้หรือจำได้เพียงแค่ "หมู่ซาน" ทหารรับใช้ตัวน้อย นางได้แต่ยิ้มแหยๆให้กับผู้เป็นบิดา "ท่านแม่ทัพใหญ่ฮวา... ข้าเอง หมู่ซานดีที่ท่านยังจำข้าน้อยได้ ยินดีที่ได้พบท่านอีกครั้งนะขอรับ"
แม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นได้ยินคำทักทายที่แสนจะธรรมดาของ"เจ้าเด็กเวร" ที่กล้าพูดว่า "อีกครั้ง" ก็รู้สึกกระดากอายขึ้นมาเล็กน้อยเขาเกรงว่าเจ้าหมู่ซานตัวแสบจะพลั้งปากพูดอะไรที่เกินเลยความจริงออกไปจึงได้กระแอมกระไอเพื่อปรับท่าทีลดความดุดันและน้ำเสียงที่แข็งกร้าวลงอย่างรวดเร็วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
"อืม ข้าก็แค่แปลกใจที่เห็นเจ้าอยู่ที่นี่ข้าคิดว่าเจ้าหายไปไหนเสียอีก ในเมื่อเจ้าอยู่กับท่านอ๋อง ก็จงทำงานต่อไปให้ดีอย่าได้เกเร ซุกซนให้เป็นเรื่องเป็นราว เข้าใจหรือไม่?"
แม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นเน้นคำพูดในช่วงท้ายด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความกังวลใจหากใครไม่สังเกตดีๆ ก็คงคิดว่าเขาเพียงแค่สั่งสอนทหารรับใช้คนหนึ่งเท่านั้นแต่ฮวาเสี่ยวซีรู้ดีว่าบิดาของนางกำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง
บรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยแต่ความสงสัยใคร่รู้ยังคงอยู่เต็มกระโจม เหล่าแม่ทัพต่างมองหน้ากันอย่างงงๆกับความสัมพันธ์ที่ดูแปลกประหลาดระหว่างแม่ทัพใหญ่กับพลทหารรับใช้ตัวน้อยของท่านอ๋อง
จิ้นอ๋องทรงเลิกคิ้วสูงขึ้นเล็กน้อยพระเนตรคมกริบจับจ้องมองทั้งสองคนอย่างพิจารณาพระองค์ทรงรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง แต่ก็ยังคงทรงเงียบรอฟังความต่อไป
ท่านอ๋องทรงสังเกตท่าทีที่แปลกประหลาดของแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นและหมู่ซานอย่างละเอียดพระเนตรคมกริบของพระองค์จับจ้องมองทั้งสองคนสลับกันไปมาราวกับกำลังพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่ไม่สมเหตุสมผลนี้
"ท่านแม่ทัพใหญ่" จิ้นอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความใคร่รู้ "ท่านเคยรู้จักกับหมู่ซานมาก่อนหรือ?"
แม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นรีบตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้"กระหม่อมเคยเห็นเด็กคนนี้แวบๆ ในค่ายทหารขอรับอาจจะเป็นเพราะหน้าตาคล้ายคนรู้จักเก่ากระหม่อมก็เป็นได้มิได้มีสิ่งใดพิเศษพ่ะย่ะค่ะ"
ฮวาเสี่ยวซีได้ยินคำแก้ตัวของผู้เป็นบิดาก็แอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกนางรีบเสริมด้วยน้ำเสียงนอบน้อม "ข้าน้อยเป็นเพียงพลทหารใหม่อาจจะมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับคนรู้จักของท่านแม่ทัพใหญ่ก็เป็นได้ขอรับ"
จิ้นอ๋องทรงพยักพระพักตร์เล็กน้อยพระองค์มิได้แสดงท่าทีว่าทรงเชื่อหรือไม่เชื่อในทันทีแต่สายพระเนตรของพระองค์ยังคงจับจ้องอยู่ที่ทั้งสองคนอย่างระมัดระวัง
"ถ้าเช่นนั้นก็ดีไป" จิ้นอ๋องตรัสในที่สุด "เอาล่ะในเมื่อทุกท่านพร้อมแล้ว เรามาฟังแผนการของหมู่ซานให้จบเสียทีเถิด"
จิ้นอ๋องทรงหันพระพักตร์กลับไปยังฮวาเสี่ยวซีเป็นสัญญาณให้นางอธิบายแผนการต่อไป
ฮวาเสี่ยวซีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งนางรู้ว่าสถานการณ์ยังคงไม่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แต่การที่บิดาของนางช่วยปกปิดความลับไว้ได้ในเบื้องต้นก็เป็นเรื่องที่ดีนางจึงตั้งสมาธิและเริ่มอธิบายแผนการที่วางไว้อย่างละเอียดอีกครั้งโดยพยายามไม่สบตากับบิดามากนัก