รุ่งเช้าของวันถัดมา หลินซูตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น แสงอรุณแรกของวันใหม่ส่องผ่านหน้าต่างเล็กๆ ของห้องพักเข้ามาอย่างอ่อนโยน ทำให้บรรยากาศในห้องดูอบอุ่นและเงียบสงบ นางนอนหลับไม่สนิทตลอดคืน เพราะใจคิดถึงการบำเพ็ญเพียรที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และความหวังที่จะช่วยมารดาให้หายป่วย
เสียงระฆังเบาๆ ดังขึ้นจากห้องโถงใหญ่ เป็สัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันใหม่ในอาราม หลินซูลุกขึ้นจากเตียงไม้เรียบง่าย แล้วเดินไปยังหน้าต่างเพื่อมองดูทิวทัศน์ภายนอก ขุนเขาที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกขาวดูสวยงามและลึกลับ อากาศเย็นสบายและบริสุทธิ์ ทำให้นางรู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา
ชิงชิงที่นอนอยู่บนเตียงข้างๆ ก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน "คุณหนูตื่นแต่เช้าเลยเ้าค่ะ หลับไม่หลับหรือเปล่า?" นางถามด้วยความเป็ห่วง
"หลับได้บ้างเ้าค่ะ แต่ใจคิดมากเื่การบำเพ็ญเพียร" หลินซูตอบด้วยความจริงใจ "ข้าตื่นเต้นและกังวลปนกันไป"
"เข้าใจเ้าค่ะ แต่คุณหนูไม่ต้องเป็ห่วงมากนัก ท่านนักพรตจ้าวหลงเป็ผู้ที่มีเมตตาและปัญญาสูง เขาจะดูแลคุณหนูให้ดี" ชิงชิงปลอบใจด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
ทั้งสองช่วยกันจัดเตรียมตัวสำหรับวันใหม่ หลินซูสวมเสื้อผ้าเรียบง่ายสีขาวที่เตรียมมาสำหรับการบำเพ็ญเพียร แล้วมัดผมให้เรียบร้อยด้วยผ้าโพกหัวสีขาว นางมองตัวเองในกระจกเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าที่สะท้อนกลับมาดูซีดเซียวเล็กน้อย แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความศรัทธา
เมื่อทั้งสองเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ก็มีเสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น หลินซูเดินไปเปิดประตู พบกับศิษย์นักพรตหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีน้ำตาลเรียบง่าย ใบหน้าของเขาสงบเยือกเย็น ดวงตาเต็มไปด้วยความเคารพ
"คารวะคุณหนูหลิน" ศิษย์นักพรตคำนับด้วยความเคารพ "ท่านนักพรตจ้าวหลงให้ข้ามาเชิญคุณหนูไปยังห้องโถงเพื่อรับประทานอาหารเช้า แล้วจะเริ่มการบำเพ็ญเพียรในเวลาต่อมา"
"ได้เ้าค่ะ ข้าพร้อมแล้ว" หลินซูตอบด้วยความเคารพ แล้วหันไปมองชิงชิง "เ้าไปด้วยกันไหม?"
"คุณหนูไปก่อนเถอะเ้าค่ะ ข้าจะจัดเตรียมข้าวของให้เรียบร้อย" ชิงชิงตอบด้วยรอยยิ้ม "ข้าจะรอคุณหนูอยู่ที่นี่"
หลินซูพยักหน้า แล้วตามศิษย์นักพรตออกจากห้อง พวกเขาเดินผ่านทางเดินยาวที่ตกแต่งด้วยภาพเขียนเทพเซียนต่างๆ บนผนัง บรรยากาศในอารามเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ เสียงเพียงเสียงฝีเท้าที่เดินไปบนพื้นไม้และเสียงลมที่พัดผ่านใบไผ่ภายนอก
ห้องโถงที่ใช้รับประทานอาหารเป็ห้องขนาดกลางที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีโต๊ะไม้ยาวตัวหนึ่งวางอยู่ตรงกลาง บนโต๊ะมีอาหารเช้าที่เรียบง่ายแต่ดูน่ารับประทาน ได้แก่ ข้าวต้มใส น้ำชาร้อน ผักดองเปรื้อย และขนมปังข้าวโพด
จ้าวหลงนั่งอยู่ที่ปลายโต๊ะในท่าทางสงบเยือกเย็น เมื่อเห็นหลินซูเข้ามา เขาก็ยิ้มบางๆ และสั่งให้นางนั่งลงข้างๆ "หลินซู มานั่งรับประทานอาหารเช้าเถิด การบำเพ็ญเพียรต้องใช้พลังงานมาก เ้าต้องกินให้อิ่มหนำสำราญ"
"ขอบคุณท่านนักพรตเ้าค่ะ" หลินซูนั่งลงด้วยความเคารพ แล้วเริ่มรับประทานอาหารอย่างช้าๆ อาหารมีรสชาติอ่อนๆ แต่อร่อย ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นและมีแรง
ขณะรับประทานอาหาร จ้าวหลงเริ่มอธิบายเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียรที่จะเริ่มขึ้น "หลินซู การบำเพ็ญเพียรเจ็ดวันเจ็ดคืนนั้นไม่ใช่เื่ง่าย เ้าต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน แต่ละขั้นตอนมีความหมายและจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือเ้าต้องมีใจที่บริสุทธิ์และเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่"
"ข้าพร้อมแล้วเ้าค่ะท่านนักพรต ข้าจะทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง" หลินซูตอบด้วยความมุ่งมั่น
"ดีมาก ขั้นตอนแรกของการบำเพ็ญเพียรคือการชำระล้างมลทินจากโลกภายนอก" จ้าวหลงอธิบายด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "เสื้อผ้า ความคิด และแม้แต่ร่างกายของเ้าล้วนติดไออัปมงคลจากโลกภายนอกมาด้วย หากไม่ชำระล้างให้สะอาด การบำเพ็ญเพียรจะไม่สัมฤทธิ์ผล"
หลินซูฟังด้วยความตั้งใจ แม้จะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่นางก็รู้สึกถึงความสำคัญของสิ่งที่จ้าวหลงกำลังอธิบาย "ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ท่านนักพรตจะสอนข้าได้อย่างไร?"
"เ้าจะรู้เอง" จ้าวหลงตอบด้วยรอยยิ้มลึกลับ "ความบริสุทธิ์นั้นต้องมาจากภายในจิตใจ ไม่ใช่เพียงแค่ภายนอกเท่านั้น"
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ จ้าวหลงลุกขึ้นจากโต๊ะ "มาเถิด เราจะเริ่มขั้นตอนแรกกันเลย" เขาเดินนำหน้าออกจากห้องโถง หลินซูตามไปด้วยความตื่นเต้นและความกังวลปนกัน
ระหว่างทางที่เดินไปยังสถานที่บำเพ็ญเพียร หลินซูสังเกตเห็นศิษย์นักพรตหลายคนที่กำลังทำกิจกรรมต่างๆ ในอาราม บางคนกำลังกวาดใบไม้ บางคนกำลังดูแลสวน บางคนกำลังนั่งสมาธิใต้ต้นไผ่ใหญ่ ทุกคนดูสงบและมีความสุข บรรยากาศทั้งหมดเต็มไปด้วยความเงียบสงบและความศักดิ์สิทธิ์
เมื่อพวกเขาเดินผ่านสวนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ หลินซูก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกบัวที่บานสะพรั่งในสระน้ำเล็กๆ กลิ่นหอมนั้นทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายและสงบใจ
"ดอกบัวเป็สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์" จ้าวหลงเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตเห็นว่าหลินซูกำลังมองดอกบัว "แม้จะเติบโตขึ้นจากโคลนเลน แต่ก็สามารถบานเป็ดอกไม้ที่สวยงามและบริสุทธิ์ได้ เช่นเดียวกับจิตใจของมนุษย์ที่สามารถชำระล้างมลทินและกลับสู่ความบริสุทธิ์ได้"
คำพูดของจ้าวหลงทำให้หลินซูรู้สึกประทับใจและเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น นางพยักหน้าด้วยความเข้าใจ "ข้าจะพยายามให้จิตใจบริสุทธิ์เหมือนดอกบัวเ้าค่ะ"
หลังจากเดินผ่านสวนบัว พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่เงียบสงัดและแยกออกจากส่วนอื่นของอาราม ที่นี่มีศาลาเล็กๆ ที่ล้อมรอบด้วยไผ่สูงใหญ่ เสียงลมพัดผ่านใบไผ่สร้างเสียงเศร้าโศกอันไพเราะ บรรยากาศดูลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น
"ที่นี่คือสถานที่ที่เ้าจะเริ่มต้นการบำเพ็ญเพียร" จ้าวหลงอธิบายขณะที่เดินเข้าไปในศาลา "ก่อนอื่นเ้าต้องเตรียมจิตใจให้พร้อม การชำระมลทินไม่ใช่เพียงแค่การทำความสะอาดร่างกาย แต่เป็การชำระล้างจิติญญาด้วย"
หลินซูมองไปรอบๆ ศาลาด้วยความประทับใจ ภายในศาลามีแท่นบูชาเล็กๆ ที่วางรูปปั้นเทพเซียน เทียนไขหลายเล่มจุดอยู่รอบๆ แท่นบูชา ส่งแสงไฟอ่อนๆ ที่สร้างเงาเต้นระบำบนผนัง กลิ่นธูปหอมๆ ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ทำให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบ
"ขั้นตอนแรกของการบำเพ็ญเพียรคือการสวดมนต์เพื่อเตรียมจิตใจ" จ้าวหลงเอ่ยขึ้นขณะที่เดินไปยังแท่นบูชา "เ้าจงคุกเข่าลงตรงนี้ แล้วปิดตาสวดมนต์ตามข้า"
หลินซูคุกเข่าลงบนเสื่อผ้าที่วางไว้หน้าแท่นบูชาด้วยความเคารพ นางปิดตาและพยายามทำใจให้สงบ จ้าวหลงเริ่มสวดมนต์ด้วยเสียงที่เบาและไพเราะ หลินซูพยายามท่องตามแม้จะไม่เข้าใจความหมาย แต่เสียงสวดมนต์ทำให้นางรู้สึกสงบและผ่อนคลาย
การสวดมนต์ดำเนินไปประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นหลินซูรู้สึกราวกับว่าจิตใจของนางค่อยๆ ปลดปล่อยออกจากความกังวลและความกลัว นางคิดถึงมารดาที่นอนป่วยอยู่ที่บ้าน คิดถึงใบหน้าที่ซีดเซียวและลมหายใจที่แ่เบา ความรักและความกตัญญูที่มีต่อมารดาทำให้นางมีกำลังใจที่จะผ่านการทดสอบทุกอย่าง
เมื่อการสวดมนต์จบลง จ้าวหลงให้หลินซูลุกขึ้น "ขั้นตอนต่อไปคือการชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "เ้าต้องเข้าใจว่าการบำเพ็ญเพียรนั้น้าความบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ ทั้งกาย ใจ และวาจา"
หลินซูพยักหน้าด้วยความเข้าใจ แม้จะยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่นางก็พร้อมที่จะทำตามคำสั่งของจ้าวหลง
"ตอนนี้เ้าต้องกลับไปพักผ่อนและเตรียมตัว" จ้าวหลงกล่าวต่อ "ในตอนบ่ายเราจะเริ่มพิธีชำระมลทินอย่างแท้จริง เ้าต้องเตรียมจิตใจให้พร้อม เพราะมันจะเป็การทดสอบที่ไม่ง่าย"
หลินซูรู้สึกตื่นเต้นและกังวลปนกัน นางไม่รู้ว่าพิธีชำระมลทินจะเป็อย่างไร แต่นางก็มั่นใจว่าจะทำทุกอย่างเพื่อมารดา "ข้าจะเตรียมตัวให้พร้อมเ้าค่ะท่านนักพรต"
หลินซูเดินกลับไปยังห้องพักด้วยใจที่เต็มไปด้วยความคิดมากมาย ชิงชิงรออยู่ในห้องด้วยความกังวล เมื่อเห็นหลินซูกลับมา นางก็รีบถามทันที "เป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะคุณหนู? ท่านนักพรตพูดอะไรบ้าง?"
"ท่านนักพรตบอกว่าจะมีพิธีชำระมลทินในตอนบ่าย" หลินซูตอบขณะที่นั่งลงบนเตียง "ข้ายังไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่ข้าพร้อมแล้ว"
"คุณหนูไม่ต้องเป็ห่วงมากนัก ท่านนักพรตเป็ผู้ที่มีเมตตา เขาจะไม่ทำร้ายคุณหนูแน่นอน" ชิงชิงปลอบใจ "ข้าเตรียมอาหารกลางวันมาแล้ว คุณหนูกินให้อิ่มเพื่อจะได้มีแรงสำหรับการบำเพ็ญเพียร"
ทั้งสองรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน ซึ่งเป็ข้าวผัดผักและน้ำชาร้อน อาหารมีรสชาติอ่อนๆ แต่อร่อย หลินซูพยายามกินให้มาก แม้จะไม่ค่อยหิวเพราะความตื่นเต้น
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ หลินซูนอนพักผ่อนเพื่อเก็บแรงสำหรับพิธีในตอนบ่าย นางหลับตาและพยายามทำใจให้สงบ แต่ใจกลับคิดไปต่างๆ นานา คิดถึงมารดา คิดถึงหลี่ิ และคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในตอนบ่าย
เมื่อเวลาผ่านไปถึงตอนบ่าย ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หลินซูลุกขึ้นไปเปิดประตู พบกับศิษย์นักพรตคนเดิมที่มาเชิญเธอในตอนเช้า
"คุณหนูหลิน ท่านนักพรตจ้าวหลงให้ข้ามาเชิญคุณหนูไปยังโถงพิธีเ้าค่ะ" ศิษย์นักพรตกล่าวด้วยความเคารพ
หลินซูพยักหน้า แล้วหันไปมองชิงชิง "ข้าไปแล้วนะ"
"ข้าจะรอคุณหนูอยู่ที่นี่เ้าค่ะ ขอให้ทุกอย่างเป็ไปด้วยดี" ชิงชิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
หลินซูได้รับการบอกกล่าวจากศิษย์นักพรตว่าถึงเวลาที่ต้องเข้าพิธีชำระมลทินแล้ว ชิงชิงพยายามจะตามไปด้วย แต่ศิษย์นักพรตกลับบอกว่าพิธีนี้ต้องกระทำเพียงลำพังกับท่านนักพรตจ้าวหลงเท่านั้น เพื่อให้จิตบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
หลินซูเดินตามศิษย์นักพรตไปยังโถงพิธีลับที่อยู่ลึกเข้าไปในอาราม โถงแห่งนี้เงียบสงัดและเย็นเยียบ ผนังหินแกะสลักเป็รูปเทพเซียนต่างๆ บรรยากาศดูขรึมขลังและศักดิ์สิทธิ์ ตรงกลางโถงมีสระน้ำขนาดใหญ่ที่ส่งไอน้ำจางๆ ขึ้นมาเบื้องบน น้ำในสระใสสะอาดราวกับกระจกสะท้อนแสงเทียนที่ส่องสว่างอยู่รอบๆ
จ้าวหลงยืนรออยู่แล้วในชุดนักพรตสีขาวสะอาดตา ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง ทว่าดวงตาคมกริบกลับจ้องมองมาที่หลินซูราวกับจะทะลุปรุโปร่งไปถึงจิติญญา
"หลินซู" จ้าวหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจ "เสื้อผ้าจากโลกภายนอกนั้นมีไออัปมงคลติดมาด้วย หากเ้า้าให้การบำเพ็ญเพียรสัมฤทธิ์ผล เ้าต้องชำระล้างมลทินเ่าั้ออกไปเสียก่อน"
หลินซูพยักหน้ารับคำด้วยความเข้าใจ จ้าวหลงยื่นชุดคลุมสีขาวบางเบาที่ทำจากผ้าไหมเนื้อดีให้นาง "จงเปลี่ยนเป็ชุดนี้ แล้วลงไปแช่ในสระน้ำทิพย์กลางโถงนี้เถิด"
หลินซูรับชุดคลุมมาด้วยมือที่สั่นเทา นางมองชุดคลุมที่บางเบาจนแทบจะมองทะลุปรุโปร่งแล้วก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ทว่าเมื่อเห็นแววตาที่จริงจังของจ้าวหลง นางก็ไม่กล้าขัดขืน นางเดินไปยังฉากกั้นเล็กๆ ที่จัดเตรียมไว้ แล้วค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนออก
ผิวพรรณขาวผ่องของหลินซูเปล่งประกายภายใต้แสงเทียน ร่างกายที่ผลิบานเกินวัยนั้นดูเย้ายวนใจยิ่งนัก ทรวงอกอวบอิ่มที่ตั้งชัน สะโพกผายกว้าง และเอวคอดกิ่ว ทุกส่วนสัดล้วนสมบูรณ์แบบราวกับเทพธิดาที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมา
เมื่อสวมชุดคลุมสีขาวบางเบาแล้ว หลินซูก็เดินออกมาจากฉากกั้น ชุดคลุมที่เปียกน้ำเล็กน้อยแนบชิดไปกับเรือนร่างของนาง เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจน นางก้มหน้าลงต่ำด้วยความเขินอาย ไม่กล้าสบตาจ้าวหลง
"จงลงไปในสระน้ำทิพย์เถิด" จ้าวหลงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
หลินซูค่อยๆ ก้าวลงไปในสระน้ำทิพย์ น้ำเย็นเฉียบซึมซาบเข้าสู่ิั ทำให้นางรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วร่าง ชุดคลุมสีขาวที่เปียกน้ำแนบชิดไปกับเรือนร่างของนางจนแทบจะกลายเป็เนื้อเดียวกัน เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
จ้าวหลงเดินเข้ามาใกล้สระน้ำ เขายืนอยู่เบื้องหน้าหลินซูที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ในน้ำ เขามองสำรวจเรือนร่างของนางด้วยสายตาที่ลึกล้ำยากหยั่งถึง ก่อนจะหยิบขันทองเหลืองขึ้นมาตักน้ำในสระ
"พิธีชำระมลทินนี้ต้องขัดล้างไออัปมงคลจากทางโลกออกไปให้หมดสิ้น" จ้าวหลงเอ่ยขึ้นพลางตักน้ำรดลงบนไหล่บอบบางของหลินซู น้ำเย็นเฉียบไหลรินไปตามแผ่นหลังของนาง ทำให้หลินซูสะดุ้งเฮือก
จ้าวหลงวางขันลง แล้วใช้มือใหญ่ของเขาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของหลินซูอย่างช้าๆ นิ้วมือของเขาัักับิัที่เนียนนุ่มของนางอย่างแ่เบา ทว่ากลับสร้างความรู้สึกวาบหวามไปทั่วร่างของหลินซู นางรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วสรรพางค์กาย
"มลทินจากทางโลกนั้นมักจะเกาะกินอยู่ตามจุดต่างๆ ของร่างกาย" จ้าวหลงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย "ข้าต้องตรวจหาจุดบกพร่องของดวงชะตา เพื่อให้การบำเพ็ญเพียรของเ้าสัมฤทธิ์ผล"
มือของจ้าวหลงเลื่อนต่ำลงมาตามแผ่นหลังของหลินซู ก่อนจะอ้อมมาด้านหน้า นิ้วมือของเขาัักับเนินอกอวบอิ่มของนางอย่างจงใจ หลินซูสะดุ้งเฮือกอีกครั้ง ใบหน้าของนางแดงก่ำไปถึงใบหู หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
นี่คือััแรกจากบุรุษเพศที่นางได้รับ หลินซูรู้สึกหวาดหวั่นและสับสน นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความกลัวระคนความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางไม่เคยััมาก่อน
"ท่านนักพรต..." หลินซูพยายามจะเอ่ยปากทว่าเสียงของนางกลับแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
"จงอย่าได้ขัดขืน" จ้าวหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "หากเ้า้าให้มารดาของเ้าหายป่วย เ้าต้องเชื่อมั่นในตัวข้า และปล่อยให้ข้าชำระล้างมลทินเ่าั้ออกไปให้หมดสิ้น"
คำว่า "มารดา" ดังก้องอยู่ในหัวของหลินซู ความกตัญญูที่มีต่อมารดาทำให้หลินซูต้องอดทนและไม่กล้าขัดขืน นางหลับตาลงแน่น ปล่อยให้มือของจ้าวหลงลูบไล้ไปตามเรือนร่างของนางอย่างจาบจ้วง ความรู้สึกหวาดหวั่นปะปนกับความวาบหวามที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนาง
จ้าวหลงยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เขารับรู้ถึงปฏิกิริยาของหลินซูได้เป็อย่างดี เขารู้ว่าหญิงสาวผู้นี้แม้จะดูหัวอ่อน แต่ก็มีไฟปรารถนาซ่อนเร้นอยู่ภายใน และเขาก็พร้อมที่จะปลุกไฟนั้นให้ลุกโชนขึ้นมา