จู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง

    ตอนที่ 47 ในยามคับขัน มีแค่นางที่ก้าวออกมา!

    หกวันแล้ว


    ตั้งแต่ฝนตกครั้งแรกจนถึงตอนนี้ หกวันแล้ว!


    แม้ว่าฝนตกหนักวันก่อนจะหยุดลงแล้ว แต่น้ำขังกลับยังไม่ลดลงแม้แต่น้อย คนในหมู่บ้านก่อไฟตั้งเตาไม่ได้ เตียงในบ้านล้วนจมน้ำหมด ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำได้แต่ยืนแช่อยู่ในน้ำและหิวโหยแบบนี้มาหลายวันหลายคืน


    หมู่บ้านเสี่ยวฮวงมีแค่บ้านจู้เจียงเจียงที่มีสองชั้น แต่ก็ไม่มีใครหน้าด้านกล้ามาก้มหัวขอร้องนาง


    โจวเหลียงเดินไปในทุ่งนาหนึ่งเที่ยว ตอนกลับมองเห็นแค่ใบหน้าเสียดายของเขา “แม่นาง พืชผลในนาเสียหายหมดแล้ว”


    “อืม” จู้เจียงเจียงไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้อะไร แค่เรื่องที่คิดเอาไว้แล้วเท่านั้น


    นางเปิดใจกว้างยอมรับได้แบบนี้ แต่โจวเหลียงกลับรับไม่ได้


    เพราะไม่มีงานในนาแล้ว ก็หมายความว่าพวกเขาต้องจากไปแล้ว


    ให้พวกน้องชายน้องสาวเก็บของเงียบ ๆ พับขากางเกงให้พวกเขา เก้าคนยืนอยู่ในลานบ้านที่ถูกน้ำแช่จนเป็นโคลนเฉอะแฉะ เงยหน้ามองตำแหน่งของชั้นสอง


    หลายวันนี้จู้เจียงเจียงอยู่ชั้นสองเป็นประจำ มองหมู่บ้านห่างไกล มองสภาพท้องนา น้อยครั้งนักที่จะลงมา


    “แม่นาง หลายวันนี้ขอบคุณท่านมากที่รับพวกเราเอาไว้...” โจวเหลียงสะอึกสะอื้น


    ก้มน้ำกลืนน้ำลาย หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ หายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเงยหน้าอีกครั้ง “พวกเราขอตัวก่อน ยังไม่รู้ว่าในวัดจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ได้แต่ต้องกลับไปดู วันหลังหากท่านมีงานอะไรก็ไปหาข้าได้ตลอดเวลา”


    พูดจบ หลายคนในลานบ้านก็จูงมือช่วยกันประคองกันฝ่าน้ำจากไป


    เพียงแต่เดินยังไม่ถึงประตูลานบ้านก็ถูกจู้เจียงเจียงเรียกเอาไว้ “หยุด”


    เมื่อมองดูความเสียหายที่เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่หลังพายุฝนทิ้งเอาไว้ในระยะไกล นางก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วพูดว่า “อย่าเพิ่งกลับไปเลย ออกไปดูสถานการณ์กับข้าเถอะ”


    หลังฝนหยุดตก จู้เจียงเจียงก็รอคนของที่ว่าการ กลับไม่เห็นแม้แต่นกสักตัว


    หมู่บ้านเสี่ยวฮวงตั้งแต่พืชผลในไร่นาเจอภัยพิบัติก็ร้องไห้คร่ำครวญ มาถึงตอนนี้ก็กลับกลายเป็นหมดหนทาง ไร้ซึ่งชีวิตชีวา


    คนในหมู่บ้านเข้าสู่ความสิ้นหวังระดับสูงสุด


    คิดแล้วก็คงไม่ได้มีแค่หมู่บ้านเสี่ยวฮวง หมู่บ้านอื่นก็คงพอ ๆ กัน มองไม่เห็นความหวังได้แต่นั่งรอความตายอยู่เช่นกัน


    การสื่อสารคมนาคมสมัยโบราณพื้นฐานใช้คน ข่าวคราวใช้เวลานานล่าช้า และเป็นไปได้ยากที่หากฝ่ายหนึ่งตกทุกข์ได้ยาก แล้วจะได้รับความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย


    สิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิตและกำลังคนเป็นไปได้มากว่าช่วยได้แค่ผู้ประสบภัยพิบัติในตัวเมืองเท่านั้น ตอนรอให้ความช่วยเหลือมาถึงพวกเขาที่อยู่ไกลหน่อย กลัวว่าทั้งหมู่บ้านจะหมดเนื้อหมดตัวไปนานแล้ว


    จู้เจียงเจียงรออยู่ไม่ทำอะไรแบบนี้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้พวกเขาต้องช่วยตัวเอง!


    นางไม่ใช่พระเจ้า นางแค่ไม่อยากให้หลังผ่านภัยพิบัติ รอบข้างรายล้อมไปด้วยศพและโครงกระดูก ถ้าเกิดมีโรคระบาดอะไรขึ้นอีกครั้ง นางก็คงไม่รอดด้วย


    จู้เจียงเจียงแค่พาโจวเหลียงออกจากบ้านไปด้วย สถานที่แรกที่จะไปก็คือบ้านของสวี่เหล่าเกินหัวหน้าหมู่บ้าน


    แม้ว่าสวี่เหล่าเกินจะเก็บเกี่ยวพืชผลล่วงหน้ามาสองวัน ในบ้านเหลือข้าวอยู่บ้าง แต่ก็เสียหายไปไม่น้อย


    ตอนนี้เขากำลังยืนกังวลทุกข์ใจอยู่ในน้ำ พึ่งพิงข้างธรณีประตู เฝ้ารวงข้าวที่แขวนใต้คานในบ้านไม่กล้าจากไปแม้แต่ก้าวเดียว


    ต่อหน้าภัยพิบัติ คนในหมู่บ้านไม่รู้จะมาขโมยกินตอนไหน เขาจำเป็นต้องเฝ้าความมั่นใจสุดท้ายด้วยตัวเอง


    เห็นหน้าประตูมีคนมา สวี่เหล่าเกินแปลกใจมาก “สะใภ้เล็ก เจ้ามาได้ไง?”


    การมาของจู้เจียงเจียงเป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง


    เวลาแบบนี้ ตัวเองมีชีวิตรอดสำคัญที่สุด นางไม่เฝ้าบ้านตัวเองมาที่นี่ทำไมกัน?


    จู้เจียงเจียงยังมาทำอะไรได้ แน่นอนว่ามาปรึกษาหารือกับสวี่เหล่าเกินเรื่องช่วยกู้ภัย


    “ปู่สวี่ ข้ามาเพราะอยากถาม หมู่บ้านประสบภัย ปู่มีวิธีรับมืออะไรไหม?”


    เขาในฐานะผู้อาวุโสคนหนึ่งในหมู่บ้าน ในเวลานี้คงไม่ใช่ว่าไม่มีแผนอะไรกระมัง?


    แต่สวี่เหล่าเกินไม่มีแผนอะไรจริง ๆ!


    “สะใภ้เล็ก หมู่บ้านประสบภัยนั่นเพราะพระเจ้าไม่ให้พวกเราอยู่ดี ราชสำนักก็จนปัญญา ข้าจะมีวิธีอะไรได้...”


    กำลังพูดอยู่ดวงตาทั้งสองของสวี่เหล่าเกินก็หลุดลอย สติค่อย ๆ เลือนราง


    เพิ่งพูดเสร็จ คนทั้งคนล้มลงไปในน้ำ


    จู้เจียงเจียงกับโจวเหลียงสองคนรีบวิ่งเข้าใกล้ไปดึงเขาขึ้นจากน้ำ อยากจะประคองเขาเข้าบ้านพักผ่อน กลับพบว่ามีแค่โต๊ะตัวหนึ่งในบ้านที่ยังไม่จมน้ำ ด้านบนยังมีสวี่หลิวซื่อนอนอยู่


    “แม่นางไม่ต้องเป็นห่วง พวกเขาหมดสติไป น่าจะเพราะหลายวันนี้ไม่ได้กินไม่ได้นอน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” โจวเหลียงยื่นไปแตะลมหายใจที่จมูกของสองผู้เฒ่า แล้วมองสีหน้าของพวกเขาจึงได้ข้อสรุปออกมา


    “เจ้ายังรู้เรื่องการแพทย์?” จู้เจียงเจียงมองเขาอย่างตื่นเต้น


    ตอนนี้พวกเขาต้องการที่สุดคือคนที่รู้เรื่องการแพทย์!


    “ไม่รู้” โจวเหลียงทำลายความเพ้อฝันสวยงามของนาง “ข้าแค่หิวจนชิน เจ็บป่วยเรื้อรังก็กลายเป็นหมอ”


    “…” เอาเถอะ นางควรคิดได้นานแล้ว


    “ไว้ค่อยคุยกัน เจ้าแบกปู่สวี่ ข้าแบกย่าหลิว ให้พวกเขาไปพักผ่อนบ้านข้าก่อนเถอะ”


    จู้เจียงเจียงฝากสวี่เหล่าเกินกับโจวเหลียง ตัวเองเดินไปถึงหน้าโต๊ะ แบกสวี่หลิวซื่อขึ้นอย่างยากลำบาก


    โศกนาฏกรรมของสองผู้เฒ่าตระกูลสวี่ไม่ได้เกิดแค่ตระกูลสวี่ เดิมทีในหมู่บ้านส่วนใหญ่ล้วนเต็มไปด้วยคนแก่ผู้หญิงและเด็กอ่อนแออาศัยอยู่ จู้เจียงเจียงไปสำรวจแต่ละบ้านหลัง ก็ช่วยคนหมดสติสิบกว่าคนไว้อย่างไม่ตั้งใจ


    “สะใภ้เล็กเป็นคนดีจริง ๆ เมื่อก่อนพวกเรากล่าวโทษเจ้า วันหน้าคงไม่...”


    ตอนจู้เจียงเจียงพาพวกโจวเหลียงไปช่วยคน พวกชาวบ้านที่ยังไม่หมดสติก็ตามมาที่บ้านตระกูลเผยด้วย


    ตอนพวกเขายกเท้าที่เต็มไปด้วยดินโคลนก้าวเข้าบ้านตระกูลเผย ก็ถูกจู้เจียงเจียงขวางไว้ “ท่านป้า ข้าไม่ใช่คนดีอะไร ท่านยายของท่านป้าอาศัยกินข้าวบ้านข้า หลายวันนี้ข้าจดบัญชีไว้หมดแล้ว”


    ขณะที่พูด ๆ อยู่ นางก็ชี้ไปที่เด็กผู้ชายที่อยู่ลำดับที่ห้าในกลุ่มขอทานน้อยในบ้านที่รับผิดชอบช่วยจดบัญชี


    โชคดีพวกโจวเหลียงรู้หนังสือทุกคนช่วยเหลือนางได้ไม่น้อย


    “หา? ยังต้องจดบัญชี!”


    ป้าคนนั้นตกใจจนต้องหดขาเก็บกลับไป พลางจ้องจู้เจียงเจียงเขม็ง


    เห็นท่าทางไม่เหมือนพูดเล่น ถึงพูดขึ้นอย่างน่าเวทนา “สะใภ้เล็ก เจ้าก็รู้ พืชผลในนาบ้านข้าเสียหายหมด ไม่มีอะไรหักลบกลบหนี้ได้จริง ๆ เจ้าช่วยหน่อยได้ไหม? น้ำใจของเจ้าข้าจะจำไว้ในใจไปจนวันตาย”


    เหอะ! บอกว่าจะจำไว้ในใจก็จบเรื่องแล้วหรือ?


    ถึงแม้นางบอกว่าวันหลังจะคืนน้ำใจนี้ แต่จู้เจียงเจียงก็จะคิดเล็กคิดน้อยกับนางตอนนี้


    ถ้าบอกว่าคนในหมู่บ้านกันนางออกนอกกลุ่มเพราะคล้อยตามข่าวลือ ถูกคนที่ไม่ชอบนางที่แท้จริงล้างสมอง


    ถ้างั้นครั้งนี้ นางก็ถือว่ารู้จักเห็นนิสัยของทุกครัวเรือนในหมู่บ้านเสี่ยวฮวงหมดแล้ว


    “โจวเหลียงยกคนกลับไปเถอะ” จู้เจียงเจียงเอ่ยปากแสดงท่าทีไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย


    ถึงแม้ว่าป้าคนนั้นจะแก้ต่างขอโทษ ขัดขวางถึงขั้นด่านาง โจวเหลียงกับน้องรองก็พาคนไปส่งที่เดิมอย่างแข็งขัน ให้คนบ้านนั้นเป็นไปตามยถากรรม


    พวกชาวบ้านที่อยู่ในบ้านตระกูลเผยถูกดูแลอย่างดี เห็นแบบนี้ล้วนเลือกที่จะเงียบไม่พูดจา ทำเหมือนมองไม่เห็น


    ผ่านเรื่องครั้งนี้ พวกเขาถือว่ารู้นิสัยของจู้เจียงเจียงแล้ว


    แบ่งแยกความรักและความเกลียดไว้อย่างชัดเจน!


    นางช่วยพวกเขาไว้จริง แต่กลับไม่ได้ทุ่มเทอย่างเสียสละ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม


    จะว่านางแล้งน้ำใจ แต่ในช่วงเวลาเป็นตายแบบนี้ ก็มีแค่นางที่ก้าวออกมา


    จะว่านางมีน้ำใจ นางพูดว่าไม่ช่วยคือไม่ช่วย ใครห้ามก็ไม่มีประโยชน์


    จู้เจียงเจียงเป็นคนแบบไหนกันแน่ คนในหมู่บ้านมองไม่ออก แต่มีเรื่องหนึ่งที่พวกเขาแน่ใจนั่นก็คือ อย่าทำให้นางโกรธอีกเด็ดขาด!


    คล้ายกับเรื่องจู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138