คำพูดของเผยฮ่าวนั้นราวกับคมมีดที่ทิ่มแทงหัวใจอย่างเจ็บแสบทำให้ประมุขหอทั้งหลายที่สนับสนุนเจียงชิงเอ๋อร์ต่างก็แสดงสีหน้าโกรธเคืองออกมา
สายตาของพวกเขามองไปทางหลี่ลั่วอย่างอดไม่ได้แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าสีหน้าของหลี่ลั่วไม่ได้แสดงความโกรธเคืองใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อยทำให้พวกเขารู้สึกโล่งใจ และในขณะเดียวกันก็รู้สึกทอดถอนใจด้วย ถึงแม้ว่าคุณชายน้อยผู้นี้จะไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิดแต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีจิตใจที่แข็งแกร่งไม่เลวเลย
เผยฮ่าวเองก็พบว่าหลี่ลั่วไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของเขาเลยเช่นกันจึงอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ แต่เพียงครู่เดียวก็เข้าใจ เห็นได้ชัดว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นใน่หลายปีที่ผ่านมาได้ทำให้หลี่ลั่วเข้าใจความจริงอันโหดร้ายเหล่านี้ได้เป็อย่างดีแล้ว
“พูดจบแล้วหรือ?”หลี่ลั่วถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เผยฮ่าวยิ้มบางๆ
“อันที่จริงข้าค่อนข้างสงสัยเหมือนกันทั้งที่สิ่งที่พ่อแม่ข้าทำให้เ้าน่าจะถือเป็บุญคุณใหญ่หลวง แต่เหตุใดเ้ากลับดูเหมือนจะเกลียดชังพวกเขา?”หลี่ลั่วถาม
เผยฮ่าวได้ยินดังนั้นก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วค่อยกล่าวเสียงเรียบ “อาจารย์กับอาจารย์แม่ก็ดีกับข้าไม่น้อยจริงๆแต่พวกเขารู้มาตลอดว่าสิ่งที่ข้า้าคืออะไร ข้าอยากเป็ศิษย์ที่แท้จริงของพวกเขาไม่ใช่แค่ศิษย์ในนาม”
“เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ข้าต้องทำงานหนักเพื่อคฤหาสน์ลั่วหลานไปมากมายเพียงใด แต่พวกเขากลับไม่เคยเอ่ยปากเลยสักครั้ง…เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเคยคาดหวังแต่สุดท้ายก็กลายเป็ผิดหวังมากี่ครั้งแล้ว?”
หลี่ลั่วยิ้มกล่าว“ดั่งคำกล่าว ความช่วยเหลือที่มากเกินไปกลับกลายเป็ภัยสินะ? แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าสิ่งที่พ่อแม่ข้าทำนั้นถูกต้องต่อให้พวกเขาจะรับเ้าเป็ศิษย์ที่แท้จริงแล้ว ข้าก็ไม่คิดว่าเ้าจะแก้ไขสันดานหมาป่าตาขาวได้อยู่ดี”
“การให้ตำแหน่งศิษย์ที่แท้จริงกับเ้ามีแต่จะยิ่งทำให้ความทะเยอทะยานของเ้ามากขึ้นเท่านั้น และจะทำให้เ้าแย่งชิงคฤหาสน์ลั่วหลานได้ง่ายขึ้นด้วย”
เผยฮ่าวส่ายหน้าเขาไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับหลี่ลั่วในเื่นี้มากนัก เพียงกล่าวอย่างใจเย็น “ดูท่าเ้าจะไม่สนใจข้อเสนอของข้าเท่าใดนักงั้นสินะ”
หลี่ลั่วพยักหน้า“เ้าอย่าเสียแรงเปล่าเลย เื่สัญญาหมั้นหมายเป็เื่ระหว่างข้ากับพี่ชิงเอ๋อร์มันจะไม่เปลี่ยนแปลงเพราะคำขู่ของเ้า”
เผยฮ่าวได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ “หลี่ลั่ว ความโลภจะทำให้ต้องสูญเสียอย่างมหาศาล ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วเ้าไม่มีสิทธิ์เอาแต่ใจตัวเองอีกแล้ว”
หลี่ลั่วจ้องมองเผยฮ่าวถึงแม้ว่าตัวเขาจะด้อยกว่าอีกฝ่ายอย่างมาก แต่สิ่งที่แฝงอยู่ในสายตานั้น กลับทำให้เผยฮ่าวยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
“เผยฮ่าวข้าขอส่งคำพูดนี้กลับคืนให้เ้า” ตอนที่หลี่ลั่วกล่าวคำพูดนี้ออกมา สีหน้าของเขาดูจริงจังเป็อย่างมาก
เผยฮ่าวอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะกล่าว“หลี่ลั่ว เ้าคิดว่าศิษย์น้องเล็กจะปกป้องเ้าได้ตลอดไปจริงๆ หรือ? เ้ายังคงไร้เดียงสาเกินไปจริงๆ”
“แต่ในเมื่อเ้าไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของข้าเช่นนั้นก็ตามใจเถอะ เหมือนที่ข้าเคยพูดไปแล้ว ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปสามหอที่ข้าดูแลอยู่จะไม่ส่งเงินเข้าคลังกลางของคฤหาสน์อีกต่อไปและในขณะเดียวกัน คำสั่งใดๆ ที่ออกโดยคฤหาสน์… สามหอจะทำตามหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของข้าเข้าใจไว้ด้วย”
สีหน้าของประมุขหออีกหกคนที่เหลือในห้องโถงเริ่มเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ
ถึงแม้ว่าในบรรดาประมุขหอทั้งหกคนจะมีสองคนที่เป็กลาง แต่หากเผยฮ่าวคิดจะแบ่งแยกคฤหาสน์ลั่วหลานจริงๆ ละก็ ย่อมต้องกระทบต่อผลประโยชน์ของพวกเขาด้วยอย่างแน่นอน
หากเป็เช่นนี้พวกเขาก็คงต้องทำตามคำสั่งของเจียงชิงเอ๋อร์ เข้าปิดล้อมและยับยั้งสามหอและเผยฮ่าวแล้ว
แต่เมื่อถึงตอนนั้นการแตกแยกของคฤหาสน์ลั่วหลานก็จะถูกเปิดเผยต่อสายตาของขุมอำนาจต่างๆ ในอาณาจักรต้าเซี่ยทันที
“ทำไม?คิดจะลงมือกับข้าหรือ?” ดูเหมือนว่าเผยฮ่าวจะััได้ถึงความเ็าในสายตาของพวกเขาจึงหัวเราะออกมาเบาๆ
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเผยฮ่าวเหลยจางและประมุขหออีกห้าคนที่เหลือก็เผยแววตาครั่นคร้ามออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนหน้านี้เผยฮ่าวกล่าวถูกอยู่ประโยคหนึ่งใน่ที่คฤหาสน์ลั่วหลานเติบโตขึ้นมานั้น เผยฮ่าวมีผลงานอยู่ด้วยไม่น้อยจริงๆ คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งของคฤหาสน์ลั่วหลานจำนวนไม่น้อยล้วนแล้วแต่ตายด้วยน้ำมือของเผยฮ่าวทั้งสิ้น
เผยฮ่าวในตอนนี้อยู่ในระดับขุนพลโลกันตร์่ท้ายแล้วส่วนพวกเขาที่เป็ประมุขหอนั้น นอกจากเหลยจางที่อยู่ในระดับขุนพลโลกันตร์่กลางแล้วที่เหลือล้วนอยู่ใน่ต้นทั้งสิ้น
ในบรรดาผู้คนที่อยู่ในที่แห่งนี้เกรงว่าคงมีเพียงเจียงชิงเอ๋อร์ที่มีอัตลักษณ์แสงสว่างระดับเก้าเท่านั้น ที่จะสามารถต่อกรกับเผยฮ่าวได้
แน่นอนว่าที่สำคัญที่สุดคือเผยฮ่าวไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเขายังมีกองกำลังที่ภักดีต่อเขาด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่ประมุขหอทั้งสามที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อหน้าเขาเท่านั้น
หากทั้งสองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้กันจริงๆละก็ มันก็ไม่ต่างอะไรจากการประกาศให้คนทั่วหล้าได้รู้ว่า คฤหาสน์ลั่วหลานเกิดความแตกแยกภายในขึ้นซึ่งมันจะทำให้สถานการณ์ของคฤหาสน์ลั่วหลานในอาณาจักรต้าเซี่ยยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
“ทุกท่านข้ามาที่นี่ในวันนี้ ไม่ใช่เพื่อมาโต้เถียงกับพวกท่าน เป้าหมายของข้าก็คือทำให้คฤหาสน์ลั่วหลานยังคงยืนหยัดอยู่ในอาณาจักรต้าเซี่ยต่อไป”
“หากศิษย์น้องเล็กยินดีถอนหมั้นกับคุณชายน้อยหากเราสองร่วมมือกัน คฤหาสน์ลั่วหลานในอนาคตจะต้องยิ่งใหญ่กว่าเดิมอย่างแน่นอน” เผยฮ่าวมองไปรอบๆพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“การที่ต้องมาถึงจุดนี้ก็มีแต่ต้องโทษคุณชายน้อยของพวกเราที่โลภมากเกินไปหน่อย…”
“แต่ข้าไม่คิดจะยอมถอยหรอกนะ”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้เผยฮ่าวก็หยิบตราคำสั่งอันหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ บนตราคำสั่งสลักตัวอักษรคำว่า “โม่”เอาไว้ และเมื่อประมุขหอทั้งหลายเห็นสิ่งนี้ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างอดไม่ได้
“นี่มันตราคำสั่งของท่านผู้าุโโม่?!”เหลยจางอุทานออกมาด้วยความใ
ภายในคฤหาสน์ลั่วหลานนอกจากประมุขหอทั้งเก้าคนแล้ว ยังมีตัวตนอย่างผู้าุโทรงคุณวุฒิอยู่อีกสามคน พวกเขานับว่าเป็กำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดของคฤหาสน์ลั่วหลานรองจากหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานเท่านั้น
ผู้าุโทรงคุณวุฒิทั้งสามล้วนแล้วแต่เป็ระดับขุนพล์
แต่ผู้าุโทรงคุณวุฒิทั้งสามท่านนี้ปกติแล้วจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุระของคฤหาสน์ลั่วหลาน พวกเขาจะลงมือก็ต่อเมื่อคฤหาสน์ลั่วหลานเผชิญหน้ากับศัตรูภายนอกนี่คือข้อตกลงที่หลี่ไท่เสวียนเคยทำไว้กับพวกเขา
ท่านผู้าุโโม่ผู้นี้เป็หนึ่งในผู้าุโทรงคุณวุฒิทั้งสามคน
แต่ไม่ว่าใครก็คาดไม่ถึงเลยว่าตราคำสั่งประจำตัวของคนที่ควรจะตั้งตนเป็กลางอย่างเด็ดขาดที่สุดในคฤหาสน์ลั่วหลานกลับไปปรากฏอยู่ในมือของเผยฮ่าว ความหมายในนั้นไม่ต้องบอกก็รู้
“ในอดีตตอนที่ท่านอาจารย์เชิญผู้าุโทรงคุณวุฒิทั้งสามท่านมา ท่านเคยกล่าวไว้ว่า พวกเขามีอำนาจในการตรวจสอบดูแลดังนั้นในพิธีไหว้คฤหาสน์ปีหน้า หากมีใครได้รับการสนับสนุนจากผู้าุโทรงคุณวุฒิสองคนและประมุขหอสี่คนเช่นนั้นผู้นั้นก็จะมีสิทธิ์แย่งชิงตำแหน่งประมุขคฤหาสน์ลั่วหลานได้ทันที”
เผยฮ่าวยิ้มบางๆแล้วกล่าว “ดังนั้น พวกท่านไม่ต้องกังวลว่าข้าจะแบ่งแยกคฤหาสน์ลั่วหลานหรอก เพราะสิ่งที่ข้า้าคือคฤหาสน์ลั่วหลานที่สมบูรณ์แบบ”
ภายในห้องโถงเหลยจางและประมุขหอคนอื่นๆ ต่างก็แสดงสีหน้าใระคนโกรธขึ้ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คิดเลยว่าเผยฮ่าวจะวางแผนแบบนี้
และดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วก็มีโอกาสทำสำเร็จอยู่ด้วยเห็นได้ชัดว่าเผยฮ่าวได้วางแผนเตรียมการไว้ั้แ่ตอนที่ประมุขทั้งสองท่านหายสาบสูญไปแล้ว
เผยฮ่าวมองเจียงชิงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าเ็าครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองหลี่ลั่วแล้วกล่าวอย่างใจเย็น “ดังนั้น ก็จงใช้เวลาหนึ่งปีที่เหลือนี้ให้คุ้มค่าเถอะเมื่อถึงวันพิธีไหว้คฤหาสน์ เ้าคงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคฤหาสน์ลั่วหลานอีกแล้ว”
“เมื่อถึงตอนนั้นเ้าจะสูญเสียทุกอย่างไปอย่างแท้จริง”
กล่าวจบเผยฮ่าวก็หันหลังเดินจากไปทันทีประมุขหอทั้งสามรีบตามเขาไปติดๆ
การจากไปของเผยฮ่าวทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดในห้องโถงผ่อนคลายลงแต่ทุกคนต่างก็มีสีหน้าวิตกกังวล
ถึงแม้ว่าจะมีการคาดเดาถึงสถานการณ์นี้เอาไว้บ้างแล้วแต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริงๆ ก็ทำให้ผู้คนปวดหัวอย่างมากอยู่ดี
แต่ตอนนี้เจียงชิงเอ๋อร์กลับแสดงท่าทีสงบนิ่งนางปลอบประโลมประมุขหอทั้งหกคนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน จากนั้นก็ออกคำสั่งจำนวนหนึ่งถึงค่อยให้พวกเขาถอยออกไป
หลังจากทุกคนออกไปห้องโถงก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
สายตาของหลี่ลั่วจ้องมองไปยังพื้นตรงหน้าจนกระทั่งมีขาเรียวยาวคู่หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาถึงได้สติกลับมา เงยหน้าขึ้นมองจากนั้นก็เห็นเจียงชิงเอ๋อร์กำลังก้มหน้าลง มองเขาอย่างเงียบงันด้วยดวงตาสีทองคู่นั้น
“ดูท่าทางถึงแม้ว่าภายนอกเ้าจะดูสงบแต่ในใจก็ยังโกรธมากอยู่ดีสินะ” เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
หลี่ลั่วยิ้มเจื่อนๆ“ข้าจะไม่โกรธได้อย่างไร?”
เผยฮ่าวในวันนี้ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยจริงๆคำพูดที่บอกให้เขาถอนหมั้น มันก็เหมือนกับการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาจนจมดิน
“แต่เ้าก็ทำได้ไม่เลวไม่ได้แสดงอาการมากเกินไป” เจียงชิงเอ๋อร์แย้มยิ้มบางๆ ในน้ำเสียงของนางมีความชื่นชมแฝงอยู่
หลี่ลั่วถอนหายใจกล่าว“อันที่จริงหากทำได้ ข้าอยากจะอัดมันให้ตายคามือ ช่วยชำระมลทินแทนท่านพ่อกับท่านแม่”
ที่เขาไม่ได้แสดงอาการมากเกินไปเป็เพราะเขาทำอะไรไม่ได้จริงๆ
ตอนนี้หลี่ลั่วได้เข้าใจถึงความสำคัญของพลังอย่างชัดเจนอีกครั้งคุณชายน้อยเช่นเขา หลังจากที่ไร้ซึ่งพ่อแม่แล้ว อันที่จริงเขาก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษอีกเลย
แน่นอนว่าเขาเองก็เข้าใจดีเหมือนกันสาเหตุสำคัญที่สุดก็มาจากการที่เขาไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิด ทุกคนต่างก็คิดว่าเขาไม่มีศักยภาพย่อมต้องดูถูกดูแคลนเขาเป็ธรรมดา
“ไม่มีใครที่ชีวิตจะราบรื่นไปเสียทุกอย่างหรอกการรู้จักอดทนอย่างเหมาะสมไม่ใช่เื่น่าอาย” เจียงชิงเอ๋อร์ปลอบ
หลี่ลั่วพยักหน้ากล่าว“หลังจากเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ข้าถึงได้รู้ว่าตอนนี้คฤหาสน์ลั่วหลานมีปัญหามากมายเพียงใด่สองปีที่ผ่านมานี้ ลำบากพี่ชิงเอ๋อร์มากเลยจริงๆ”
คฤหาสน์ลั่วหลานเติบโตเร็วเกินไปแต่ด้วยเหตุนี้เองรากฐานจึงไม่มั่นคง ทำให้หลังจากที่หลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานผู้ก่อตั้งคฤหาสน์หายสาบสูญไปภายในสถานที่แห่งนี้จึงเริ่มสั่นคลอนขึ้นมาจริงๆ
หากไม่ใช่เพราะเจียงชิงเอ๋อร์พยายามรักษาความเชื่อมั่นของผู้คนเอาไว้ใน่สองปีที่ผ่านมานี้อย่างเต็มกำลังละก็เกรงว่าตอนนี้คงไม่ใช่แค่เผยฮ่าวคนเดียวที่คิดไม่ซื่อแล้ว
เจียงชิงเอ๋อร์นั่งลงข้างๆไขว่ห้างอย่างสง่างาม “เ้าไม่ต้องใส่ใจคำพูดของเผยฮ่าวมากนักหรอกข้าจะจัดการมันเอง เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อยเท่านั้น”
ระหว่างกล่าวเช่นนั้นดวงตาสีทองบริสุทธิ์ของนางก็มีจิตสังหารแผ่ออกมารางๆ
“ในเมื่อข้าเคยทำข้อตกลงกับเ้าแล้วเช่นนั้นเมื่อบรรลุข้อตกลงแล้ว ข้าจะต้องมอบคฤหาสน์ลั่วหลานให้เ้าอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ให้ได้”
“ดังนั้นตอนนี้เ้าไม่ต้องปวดหัวกับเื่ของคฤหาสน์ลั่วหลานสิ่งที่เ้าควรคิดตอนนี้ก็คือ… การสอบใหญ่ของวิทยาลัยหนานเฟิงในเดือนหน้า หากเ้าสอบเข้าวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงไม่ได้ข้อตกลงทั้งหมดก็ถือว่าโมฆะ” เจียงชิงเอ๋อร์กล่าว
จากนั้นนางก็หยุดไปครู่หนึ่งเอียงศีรษะเล็กน้อยยิ้มให้หลี่ลั่ว “แต่หากเ้าคิดว่ามันเป็ไปได้ยากละก็ บอกข้ามาเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ข้าจะถือว่าข้อตกลงนั้นเป็เพียงคำพูดชั่ววูบของเ้า”
หลี่ลั่วกะพริบตาปริบๆก่อนจะยื่นมือออกไป “ยื่นมือมาให้ข้า”
เจียงชิงเอ๋อร์มองมือที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างงุนงงหากเป็คนอื่นกล้าทำแบบนี้กับนาง นางคงจะตวัดใส่หนึ่งกระบี่ไปแล้ว แต่กับหลี่ลั่ว…อย่างไรเสียความสัมพันธ์ของทั้งสองก็พิเศษมาก
ดังนั้นสุดท้ายนางก็ยื่นมือน้อยๆ ออกไป วางไว้บนฝ่ามือของหลี่ลั่วโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ
หลี่ลั่วค่อยๆกุมมือน้อยๆ นั้นเอาไว้ ความรู้สึกนุ่มนวลนั้นทำให้จิตใจของเขาสั่นไหว และบางทีอาจเป็เพราะเจียงชิงเอ๋อร์มีอัตลักษณ์แสงสว่างด้วยทำให้ผิวพรรณของนางดูเปล่งประกายและขาวเนียนเป็พิเศษราวกับหยกชั้นดี ชวนให้รู้สึกหลงใหลจนไม่อยากปล่อยมือ
แต่หลี่ลั่วก็ฝืนใจข่มความรู้สึกอยากลูบไล้มือน้อยๆนั้นเอาไว้ จากนั้นก็ขับเคลื่อนพลังอัตลักษณ์อันน้อยนิดสายหนึ่งออกมาจากฝ่ามือ
เดิมทีสีหน้าของเจียงชิงเอ๋อร์ค่อนข้างนิ่งสงบแต่เมื่อััได้ถึงพลังอัตลักษณ์อันน้อยนิดสายนั้นแล้ว สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นมาทันที
นางพลิกกลับมาเป็ฝ่ายจับมือหลี่ลั่วเอาไว้เองทันทีส่งการััรับรู้เข้าไปตรวจสอบภายในร่างกายของหลี่ลั่ว สุดท้ายก็พบว่าวิหารอัตลักษณ์ของหลี่ลั่วที่เดิมทีว่างเปล่าตอนนี้กลับเปล่งประกายสีฟ้าครามออกมาแล้ว
เจียงชิงเอ๋อร์มองใบหน้าของหลี่ลั่วที่แย้มยิ้มบางๆด้วยความใ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งถึงได้เอ่ยถามว่า “นี่คือ… อัตลักษณ์น้ำ?”
“เ้ามีอัตลักษณ์แล้ว?!”
หลังจากผ่านไปนานพอสมควรเจียงชิงเอ๋อร์ถึงได้ค่อยๆ คลายมือออก กล่าวว่า “เป็สิ่งที่อาจารย์กับอาจารย์แม่ทิ้งไว้ช่วยแก้ปัญหาให้เ้าหรือ?”
หลี่ลั่วพยักหน้า
เจียงชิงเอ๋อร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ“นี่นับเป็ข่าวดีที่สุดของวันนี้เลย”
“อัตลักษณ์น้ำของเ้าดูเหมือนว่าระดับจะไม่สูงนัก แต่กลับให้ความรู้สึกบริสุทธิ์อย่างประหลาด บางทีอาจเป็เพราะสมบัติฟ้าดินบางอย่างที่อาจารย์กับอาจารย์แม่ทิ้งไว้ให้เ้าก็เป็ได้”
“แต่ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็เป็จุดเริ่มต้นที่ดี”
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เจียงชิงเอ๋อร์ค่อนข้างอารมณ์ดีคิ้วเรียวคมของนางที่มักจะขมวดอยู่ตลอดก็คลายออกเล็กน้อย
สุดท้ายก็ยังพูดล้อเล่นกับหลี่ลั่ว“ยินดีด้วยนะ เ้าเข้าใกล้เป้าหมายที่อยากจะถอนหมั้นกับข้าขึ้นมาอีกหนึ่งก้าวเล็กๆแล้ว”
หลี่ลั่วยิ้มเจื่อนๆก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าว “พี่คิดว่าคำพูดที่เผยฮ่าวพูดถึงพ่อแม่ข้าเมื่อครู่นี้มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด?”
ขนตาของเจียงชิงเอ๋อร์กะพริบขึ้นมาอย่างแ่เบากล่าวอย่างใจเย็น “ถึงแม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่ามันได้รับข้อมูลมาจากไหน แต่ข้าคิดว่าคนตื้นเขินอย่างเ้านั่นคงไม่มีทางรู้ถึงความแข็งแกร่งของอาจารย์และอาจารย์แม่หรอก”
“ถึงแม้ว่าพวกท่านทั้งสองจะถูกจำกัดอิสรภาพเอาไว้ชั่วคราวด้วยเหตุผลบางอย่างแต่ข้าเชื่อว่าพวกท่านจะต้องปลอดภัยเป็แน่”
หลี่ลั่วได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างช้าๆ
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
เจียงชิงเอ๋อร์ลุกขึ้นยืนเดินไปที่ข้างหน้าต่าง ตอนนี้มีแสงแดดสาดส่องลงมา ตกกระทบเรือนร่างอันงดงามได้รูปของนางแสงสว่างเลื่อนไปตามส่วนโค้งเว้าอันงามงด ชวนให้รู้สึกใจเต้น
“พรุ่งนี้ข้าจะกลับเมืองหลวงแล้วหากเ้ามีเื่ใด้าความช่วยเหลือก็บอกพี่ไช่เวยได้เลย นางจะอยู่ที่มณฑลเทียนสู่สักพักคอยช่วยดูแลกิจการต่างๆ ของคฤหาสน์ลั่วหลานที่นี่”
หลังจากมอบหมายงานบางอย่างแล้วเจียงชิงเอ๋อร์ก็เอียงศีรษะเล็กน้อย มองมาทางหลี่ลั่วด้วยใบหน้าด้านข้างที่มีแสงแดดตกกระทบจนดูงดงามอย่างสมบูรณ์แบบ
ดวงตาสีทองคู่นั้นก็เปล่งประกายเจิดจรัสภายใต้แสงตะวันทำให้สายตาของผู้พบเห็นจมดิ่งเข้าไปภายใน ยากจะลืมเลือนได้
“ดังนั้น...หลี่ลั่ว ข้าหวังว่าครั้งหน้าที่ได้พบกัน จะเป็ที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงนะ”
นางยิ้มบางๆพร้อมเอ่ยพูดเสียงเบา