ณ ร้านขายของเก่าหมายเลข 10
“ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ” จือิเข้ามาในร้านอย่างเหนื่อยล้า และนำห่ออาหารไปวางไว้บนโต๊ะ
“พวกเรารีบไปที่ห้องเก็บของกันเถอะ” ซวงเหมยเดินเข้าไปจูงมือสาวใช้อย่างตื่นเต้นราวกับเด็กๆ
“ทำไมท่านถึงไม่บอกว่า เด็กส่งจดหมายผิดคนล่ะเ้าค่ะ” จือิอยากรู้
“ข้าขอโทษ ข้าโมโหมากไปหน่อย เลยอยากให้เ้ารีบนำจดหมายต่อว่าของข้าไปให้บัณฑิตคนนั้นไวๆ” ซวงเหมยกล่าวแก้ตัว
“เด็กเขาจำชื่อผิดเ้าค่ะ ท่านอย่าถือสาเลยนะเ้าคะ” จือิคิดว่ามันไม่ใช่ความผิดของบัณฑิตฟางเฉิน
“เอาล่ะ เื่นี้จบไป พวกเรารีบไปดูของเก่าหมายเลข 2 กันเถอะนะ” ซวงเหมยอยากเห็นสินค้าตัวใหม่มากกว่า
“ก็ได้เ้าค่ะ” จือิยอมจบเื่
สักพักทั้งสองก็เดินเข้าไปในห้องเก็บของ
จือิเดินเข้าไปยกกล่องหมายเลข 2 ที่ใส่กุญแจแ่า และนางก็กล่าวว่า “กล่องนี้หนักมากเ้าค่ะ คงต้องช่วยกันยก”
ซวงเหมยเลยเดินไปช่วยยก “ยกระวังหน่อยนะ ข้างกล่องเขียนบอกไว้ด้วยว่า ระวังแตก”
“เ้าค่ะ” จือิพยักหน้ารับคำ
และแล้วสองสาวก็ยกกล่องปริศนาไปวางไว้ที่จุดวางสินค้า
“รีบไขกุญแจเถิด ข้างกล่องเขียนว่าสินค้านี้มีมูลค่าหนึ่งพันตำลึง” ซวงเหมยเร่งสาวใช้ให้รีบเปิด
จือิไขกุญแจและเปิดกล่องก็พบว่า สินค้านั้นคือ ไหโบราณขนาดใหญ่
“ลายไหงดงามวิจิตรตระการตามากจริงๆ สินค้านี้ต้องขายออกอย่างรวดเร็วแน่นอน ใครเห็นใครก็อยากได้” ซวงเหมยรู้สึกโล่งอกที่สินค้าชิ้นนี้ดูดีมีมูลค่า
“ค่อยยังชั่วหน่อยนะเ้าคะ ที่รอบนี้เป็ของที่น่าขายหน่อย ไม่ได้เป็ของแปลกอะไร” จือิกล่าว
“พวกเรายกไปตั้งตรงฝั่งขวาดีกว่า ลูกค้าจะได้เห็นชัดๆ” ซวงเหมยแนะนำ
สองสาวจึงช่วยกันยกไปตั้งไว้ตรงตำแหน่งฝั่งขวาของร้าน แล้วค่อยไปนั่งเฝ้าร้านเพื่อรอลูกค้า
ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาล้วนเลือกซื้อของเบ็ดเตล็ดทั่วไป หาได้สนใจไหโบราณไม่
“ลูกค้าไม่เหลียวมองไหเลยสักนิด” ซวงเหมยบ่น
“ใจเย็นๆ ก่อนนะเ้าคะ เดี๋ยวก็มีคนสนใจ” จือิปลอบใจ
ซวงเหมยลุกไปทำความสะอาดไห เพื่อให้สินค้าดูดีน่าซื้อมากยิ่งขึ้น
“ระวัง! มีคนปาหินเข้ามาเ้าค่ะ” จือิะโบอกเ้านาย
ซวงเหมยรีบเอาตัวเข้าปกป้องไหโบราณล้ำค่า เพราะเป็สินค้าแตกเสียหายง่าย
โชคดีที่จือิหยิบพัดที่วางขาย แล้วปัดหินออกไปได้ทันเวลาพอดี
“ใครกันที่กล้าปาหินเข้ามาในร้านข้าแบบนี้” ซวงเหมยกล่าวอย่างเอาเื่
สักพักก็ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายวัย 6 ขวบจำนวน 5 คนพากันหัวเราะและพากันวิ่งหนีอย่างอุตลุด
“เ้าเด็กบ้า จับได้จะตีก้นเสียให้เข็ด” ซวงเหมยะโด่าตามหลังกลุ่มเด็กซนไป
“เด็กดื้อจริงๆ นะเ้าคะ” จือิกล่าว
“เย็นนี้เ้าเฝ้าร้านนะ ข้าจะเดินทางไปรับอาหารเย็นจากท่านป้าเอง หากข้าเฝ้า ข้าคงปกป้องไหล้ำค่าไม่ได้ ไม่รู้ว่าเด็กจะเล่นพิเรนทร์ขว้างปาหินอีกเมื่อไหร่” ซวงเหมยต้องป้องกันไว้ก่อน
“ได้เ้าค่ะ” จือิรับคำ
“ขอบใจมาก” แล้วซวงเหมยก็เดินไปต้อนรับลูกค้าและช่วยลูกค้าเลือก
ตกเย็นซวงเหมยก็หอบอัฐที่เป็รายได้สำหรับวันนี้ไปที่บ้านของเ้าของร้านเพื่อนำไปให้ท่านป้าและไปรับอาหารเย็นพร้อมกันทีเดียว
********************************************
ณ บ้านของท่านป้าเหวยลู่
“อ้าว ทำไมไม่ให้สาวใช้มารับอาหารเย็นล่ะ” ท่านป้าเหวยลู่สงสัย
“รอบนี้สินค้าเป็ไห และมีเด็กซนชอบมาเล่นแถวร้าน ข้ากลัวเด็กขว้างปาหินเข้ามาในร้านและไปโดนไหนี้เข้า ถ้าข้าเฝ้าร้าน ข้าคงปกป้องไหไม่ได้เ้าค่ะ” ซวงเหมยอธิบาย
“แล้วเ้านำอัฐมาหรือไม่ วันนี้ข้าจะได้ไม่ต้องเดินทางไปรับอัฐ” ท่านป้ากล่าว
“เอามาสิเ้าคะ ว่าแต่ไหนี้พิเศษยังไงเ้าคะ และจะมีคนแปลกๆ มาซื้อหรือไม่” ซวงเหมยอยากรู้
“รอบนี้เป็ไหโบราณธรรมดาเท่านั้น ขายให้ได้ตามราคาก็แล้วกัน” ท่านป้ากล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ซวงเหมยแอบผิดหวังเพราะรอบนี้ไม่มีเื่ตื่นเต้นอะไร
“รีบกลับร้านซะ อย่าเถลไถลไปหาผู้ชายที่ไหนล่ะ” ท่านป้ากำชับ
“งั้น ข้าขอตัวนะเ้าคะ” ซวงเหมยทำท่าคารวะแล้วเดินจากไป
********************************************
ณ ร้านขายของเก่า
“อ้าว ไหไปไหนแล้วล่ะ” ซวงเหมยใที่มองไม่เห็นของล้ำค่า
“พวกเราขายได้แล้วเ้าค่ะ” จือิกล่าวด้วยความดีใจ
“ดีจังเลย สินค้าขายออกง่ายจริงๆ แล้วไหนล่ะอัฐ” ซวงเหมยทวงค่าสินค้า
“เอ่อ คือ….” จือิกล่าวตะกุกตะกัก
“ท่าทางแบบนั้นหมายความยังไง” ซวงเหมยรอฟัง
“เถ้าแก่บอกว่าจะนำสินค้าไปประมูลก่อน ค่อยนำอัฐมาจ่ายให้พวกเราทีหลังเ้าค่ะ” จือิกล่าวอย่างรู้สึกผิดที่นางปล่อยให้ลูกค้านำสินค้าไปก่อนค่อยจ่ายทีหลัง
“อะไรนะ! ร้านพวกเราไม่ได้ขายแบบติดไว้ก่อนค่อยจ่ายทีหลังนะ” ซวงเหมยใ
“ข้าขอโทษ ข้าอยากขายออกไวๆ นี่เ้าคะ” จือิเห็นว่าเป็โอกาสดี
“และหากเขาโกงพวกเราล่ะ” ซวงเหมยกลัวไม่ได้อัฐ
“เขาคือเถ้าแก้หลีฟุที่มีชื่อเสียง เขาไม่โกงพวกเราหรอกเ้าค่ะ” จือิเชื่อใจเถ้าแก่วัยกลางคนที่มีชื่อเสียง
“ถึงมีชื่อเสียงก็ไม่ได้ พ่อค้าคนนั้นพวกเราไม่ได้รู้จักมักจี่มากขนาดนั้น และถึงรู้จักก็ไม่ควรเชื่อใจมากขนาดนั้นด้วย” ซวงเหมยคิดว่าคนเรานั้นรู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ
“ต่อไปข้าจะระวังเ้าค่ะ” จือิกล่าว
“พวกเราปิดร้านตามไปดูที่โรงประมูลกันเถอะ จะได้รู้ว่าเถ้าแก่นำไหไปประมูลจริงหรือเปล่า และเขาจะโกงพวกเราหรือไม่” ซวงเหมยชวน
“ก็ได้เ้าค่ะ” จือิจึงเดินไปปิดร้าน
และแล้วสองสาวก็ปลอมตัวเป็พ่อค้าผู้มั่งคั่งและเดินเข้าไปในโรงประมูลสินค้า
********************************************
ณ โรงประมูล
“โห คนเยอะมากจริงๆ แถมมีแต่คนรวยทั้งนั้นนะเ้าคะ” จือิมองไปรอบๆ
“นั่นไง เถ้าแก่หลีฟุ เขานำไหโบราณไปร่วมประมูลจริงๆ ด้วย” ซวงเหมยชี้ให้สาวใช้ดู
“โล่งอกไปทีนะเ้าคะ” จือิเห็นว่าเถ้าแก่พูดความจริง
“ยังดีที่เขาเขียนหนังสือสัญญาว่าจะจ่ายพวกเราจริงๆ ไม่งั้นท่านป้าต้องด่าพวกเราเป็แน่” ซวงเหมยกล่าว
“พวกเราจะเฝ้าดูการประมูลจนจบเลยหรือเ้าคะ” จือิสงสัย
“ก็คงต้องเป็เช่นนั้น” ซวงเหมยกล่าว
“ข้า เอ่อ ขอตัวไปปลดทุกข์ก่อนนะเ้าคะ” จือิอยากเข้าห้องน้ำ
“รีบไปรีบมาล่ะ” ซวงเหมย้าเพื่อน
“เ้าค่ะ” จือิรีบไปเข้าห้องน้ำด้านหลังโรงประมูลทันที
ซวงเหมยจึงเดินสำรวจดูสินค้าที่ร่วมประมูลนั้นก็มีั้แ่เสื้อผ้า ชุดน้ำชา แจกัน รูปปั้นั เรือสำเภาจำลอง เ้าแม่กวนอิมหยก สร้อยมุกและอะไรอีกจิปาถะจนไปถึงหญิงสาวบริสุทธิ์ นางคิดในใจว่า “ไม่น่าเชื่อว่า มนุษย์ด้วยกันแท้ๆ ก็ทำให้กลายเป็ของซื้อของขายกันได้ คนค้ามนุษย์ช่างไร้จิตเมตตาจริงๆ”
ผ่านไปไม่นาน จือิก็กลับมาหาซวงเหมยพร้อมกับวิ่งเข้ามาลากจูงซวงเหมยให้ไปที่ไหนสักที่
“แย่แล้วเ้าค่ะ” จือิกล่าวอย่างตื่นตระหนก
“เกิดอะไรขึ้น หยุดเดินและพูดจากันดีๆ ก่อนสิ จะลากจูงข้าไปที่ไหน” ซวงเหมยบ่น
“ท่านต้องช่วยบัณฑิตฟางเฉินนะเ้าคะ” จือิกล่าว แต่ยังไม่หยุดลากจูงเ้านาย
“อ้อ คนที่ไม่ยอมส่งจดหมายรักด้วยตัวเองคนนั้นน่ะหรือ ไปช่วยเขาทำไม” ซวงเหมยแอบโมโห
“แม่นางจางเหมยถูกขายให้กับหอโคมเขียว ดังนั้นแม่เล้าจึงจัดให้มีการประมูลนางเ้าค่ะ” จือิกล่าว
“แล้วจะให้ข้าไปช่วยยังไงล่ะ” ซวงเหมยกล่าวเพราะนางเป็แค่ลูกจ้างร้านขายของเก่าเท่านั้น
“ท่านบัณฑิตกำลังคุกเข่าขอร้องพ่อค้าอัญมณี เพื่อไปขอกู้ยืมอัฐจากพ่อค้าคนนั้นและจะได้นำอัฐไปประมูลคนรักเ้าค่ะ” จือเหมยเล่า
“พ่อค้าอัญมณี ใช่พ่อค้าเหลียงกังหรือไม่” ซวงเหมยสงสัย
“ใช่แล้วเ้าค่ะ” จือเหมยพยักหน้า
“อย่ายุ่งกับเขาเลย ชายคนนี้น่ากลัวจะตายไป ได้ข่าวว่าเขาแอบทำการค้าอาวุธกับเหล่าเชื้อพระวงศ์ด้วยนะ” ซวงเหมยกลัวผู้มีอิทธิพล
“แล้วจะช่วยแม่นางจางเหมยยังไงดีล่ะเ้าคะ” จือเหมยสงสารหญิงสาว
“ทำไมเ้าไม่ใช้วิทยายุทธ์ช่วยนางล่ะ” ซวงเหมยสงสัย
“แม่เล้าได้จ้างจอมยุทธ์ห้าคนคอยคุ้มกันหญิงสาวด้วย ข้าคนเดียวคงสู้ไม่ไหวเ้าค่ะ” จือเหมยไปดูลาดเลามาแล้ว
“แล้วข้าจะช่วยอะไรได้ล่ะ” ซวงเหมยกล่าว
“ท่านเป็คนฉลาด ท่านต้องช่วยได้แน่” จือเหมยเชื่อมั่นในตัวเ้านาย
“ไม่ต้องมาแกล้งยกยอข้าเลยนะ” ซวงเหมยไม่หลงไปตามคำยกยอนั้น
สักพักสองสาวที่ปลอมตัวเป็พ่อค้าก็เดินไปถึงห้องพักสำหรับแขกพิเศษ ซึ่งตอนนี้ท่านบัณฑิตกำลังคุกเข่าขอร้องท่านเศรษฐีอยู่
“ได้โปรดให้ข้ากู้ยืมอัฐด้วยเถิดขอรับ” บัณฑิตฟางเฉินอยากช่วยเหลือคนรักจริงๆ
“เ้าเป็เพียงบัณฑิตคนนึง ไม่ได้ทำการค้าอะไร เ้าจะเอาอัฐจากไหนมาคืนข้า” ท่านเศรษฐีเหลียงกังประเมินแล้ว
“ข้า เอ่อ ถ้างั้นท่านก็ให้ข้าทำงานชดใช้สิขอรับ” บัณฑิตยอมทำงานชดใช้
“ข้าไม่ได้้าคนงานเพิ่มเสียหน่อย” ท่านเศรษฐีคิดว่ามันไม่คุ้ม
“ท่านก็รอให้บัณฑิตผู้นี้สอบจอหงวนให้ติด และตอบแทนท่านในภายหลังสิขอรับ” ซวงเหมยปลอมเสียงเป็ชาย
“เ้าเป็ใครกัน กล้าดียังไงถึงเข้ามาในห้องส่วนตัวของข้า” ท่านเศรษฐีไม่พอใจ
“ต้องขออภัยด้วยขอรับ ข้ากับสหายเดินผ่านมาพอดี เลยได้ยินเื่ที่บัณฑิตคนนี้ขอร้องท่าน” ซวงเหมยรีบแก้ตัว
“ดูลักษณะภายนอกของเ้าก็ดูมั่งคั่ง เหตุใดถึงไม่ช่วยเหลือชายผู้นี้เสียเองล่ะ” ท่านเศรษฐีกล่าว
“น่าเสียดายจริงๆ ข้าหมายตาไหโบราณไว้ บางทีอาจมีอัฐไม่เพียงพอที่จะให้บัณฑิตผู้นี้กู้ยืมขอรับ” ซวงเหมยรีบกล่าวอ้าง
“เ้าแน่ใจมั้ยว่าจะสอบได้จอหงวนจริงๆ” ท่านเศรษฐีนึกถึงโอกาสทองในอนาคต
“ข้าไม่มั่นใจถึงขนาดนั้น แต่ข้าจะพยายามขอรับ” บัณฑิตฟางเฉินกล่าว
“เ้าต้องมุ่งมั่นที่จะคว้าตำแหน่งจอหงวนมาให้ได้สิ” ท่านเศรษฐีกล่าว
“ข้าสัญญา ข้าจะเตรียมตัวให้ดีและสอบให้ได้ขอรับ” บัณฑิตจะทุ่มเทสุดชีวิต
“งั้น จงเขียนหนังสือสัญญากู้อัฐพร้อมกับเขียนสัญญาว่าเ้าจะสอบจอหงวนและตอบแทนข้าในภายหลัง” ท่านเศรษฐีเหลียงกังกล่าว
“ขอรับ” บัณฑิตรู้สึกดีใจที่ท่านเศรษฐียอมให้กู้ยืมอัฐ
“เอ่อ ไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวไปประมูลก่อนนะขอรับ” ซวงเหมยรีบจูงมือสหายออกมาจากห้องรับรองแขกพิเศษและรีบไปที่จุดประมูลทันที
ส่วนบัณฑิตก็นั่งเขียนหนังสือสัญญากู้ยืมอัฐและสัญญาที่ว่าเขาจะต้องทุ่มเทและคว้าตำแหน่งจอหงวนมาให้จงได้
ส่วนสองสาวก็รีบเดินดุ่มๆ จนเดินไปถึงหน้าเวทีการประมูล
“ทำไมต้องรีบขนาดนั้นล่ะเ้าคะ” จือิสงสัย
“สายตาชายคนนั้นน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ พวกเราอย่าข้องเกี่ยวกับชายคนนี้เด็ดขาด” ซวงเหมยรู้สึกกลัวชายผู้มีอิทธิพล
“เขาก็เป็เพียงชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลามีร่างกายกำยำทั่วไปนี่เ้าคะ” จือิรู้สึกเฉยๆ
“เ้าชอบเขางั้นหรือ” ซวงเหมยสงสัย
“เปล่าเ้าค่ะ ข้าชอบชาวยุทธ์ผู้พิทักษ์คุณธรรมมากกว่า” จือิกล่าว
“นั่นไง เ้าหน้าที่ได้ยกไหโบราณมาตั้งแล้ว” ซวงเหมยชี้ให้ดู
“แต่คนไม่ค่อยสนใจไหโบราณเลยนะเ้าคะ” คนส่วนใหญ่เดินไปดูของล้ำค่าอย่างอื่น
ซวงเหมยยืนดูคนประมูลที่แข่งกันจำนวนสามคนที่ดูไม่ได้จริงจังอยากได้สินค้าชิ้นนี้มากนัก
“100 ตำลึงครั้งที่หนึ่ง 100 ตำลึงครั้งที่สอง 100 ตำลึงครั้งที่สาม ถ้าไม่มีใครประมูลแล้ว ไหชิ้นนี้ตกเป็ของ…”
“120 ตำลึง” เสียงชายคนหนึ่งประมูล
“เศรษฐีเหลียงกัง” ซวงเหมยใที่มองเห็นว่าคนประมูลคือชายน่ากลัวคนนั้น
“ไหนว่าจะประมูลไหโบราณไงล่ะ ข้าไม่เห็นเ้าร่วมประมูลเลยนะ หรือว่าเ้าพูดโกหก” ท่านเศรษฐีเค้นถาม
“125 ตำลึง” ซวงเหมยจำต้องรีบประมูลเพื่อไม่ให้ชายคนนี้สงสัย
“130 ตำลึง” ท่านเศรษฐีประมูลแข่ง
ซวงเหมยคิดในใจว่า “แย่แล้ว! ชายคนนี้กัดข้าไม่ปล่อยจริงๆ ข้าไม่น่าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาเลยจริงๆ”
“200 ตำลึง” ซวงเหมยจำต้องสู้ราคา
“300 ตำลึง” ท่านเศรษฐีเหลียงกังไม่ยอมแพ้
“1000 ตำลึง”
ทุกคนมองมาที่จือิเป็ตาเดียว
ซวงเหมยรีบกระซิบถามจือิทันที “เ้ามีอัฐอย่างนั้นหรือ”
“แต่ไหมีมูลค่า 1000 ตำลึงนี่เ้าคะ” จือิกลัวไม่ได้ราคาถึงพันตำลึง
“และหากไม่มีใครแข่งด้วย เ้าจะเอาอัฐที่ไหนไปจ่ายเขาล่ะ” ซวงเหมยกระซิบต่อว่า
“1000 ตำลึงครั้งที่หนึ่ง 1000 ตำลึงครั้งที่สอง 1000 ตำลึง ครั้งที่สาม ถ้าไม่มีใครประมูลแล้ว ไหชิ้นนี้ตกเป็ของพ่อค้าจือ….”
“1500 ตำลึง”
ทุกคนมองไปตามเสียงปริศนานั้น