กลับมาคราวนี้ฉันต้องดีกว่าเดิม (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 35 ตัวตนที่แท้จริง

            หลินเว่ยฉิงตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยอาการปวดศีรษะเล็กน้อย เธอมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นเฉินเฮ่าจง เธอจึงเดินขึ้นไปดูที่ชั้นสองก็ยังไม่เห็นเขาอีก แต่พอเธอเดินกลับลงมาชั้นล่างอีกครั้ง “ว้ายยย! พี่เฮ่าจง ทำไมสภาพพี่ถึงดูไม่ได้อย่างนี้ล่ะคะ”

            “เธอคงนอนหลับสบายมากเลยสินะ ผัวตัวเองถูกทำร้ายแล้วยังไม่รู้เรื่องอะไรอีก” เฉินเฮ่าจงตะโกนขึ้นอย่างไม่พอใจ “ยังยืนโง่อยู่ทำไม รีบมาทำความสะอาดแล้วก็ทำแผลให้ฉันสิ”

            หลินเว่ยฉิงตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคู่หมั้นเป็นอย่างมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเคยเห็นแต่มุมที่อ่อนโยนและสุภาพของเขาเท่านั้น 

            “พี่...พี่จะดุฉันทำไมล่ะคะ ก็เมื่อคืนพี่เป็นคนบอกให้ฉันดื่มเหล้าเป็นเพื่อนพี่เองไม่ใช่หรือ ฉันดื่มมากจนเมาหลับไป ฉันก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ ฉันก็แค่ถามพี่เพราะความเป็นห่วงเท่านั้นเอง” หลินเว่ยฉิงน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เกิดมาเธอยังไม่เคยถูกใครตะคอกใส่อย่างนี้มาก่อน อีกทั้งเธอยังน้อยใจที่คนรักมาต่อว่าเธออีก

            “ถ้าขืนเธอยังร้องไห้อยู่อีกฉันจะไม่สนใจเธอจริงๆ แล้วนะ” เฉินเฮ่าจงยังหงุดหงิดไม่หาย เมื่อมองเห็นหน้าตัวเองในกระจกเขาก็อารมณ์เสียเข้าไปใหญ่ “ร้องไห้อยู่ได้ รำคาญโว้ย”

            หลินเว่ยฉิงวิ่งไปกอดขาเฉินเฮ่าจงไว้ “พี่เฮ่าจง พี่อย่าเพิ่งกลับค่ะ พี่อย่าโกรธฉันเลยนะคะ ฉัน...ฉันขอโทษ ฉันจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว พี่อย่าเพิ่งไปเลยนะคะ”

            เฉินเฮ่าจงก้มมองหลินเว่ยฉิงก่อนที่จะยื่นคำขาด “เธอยังจำที่ฉันเคยบอกเธอได้ไหม ถ้าเธอทำให้หลินซูลี่มาเป็นของฉันได้ ฉันจะแต่งงานกับเธอทันทีโดยไม่ต้องรอให้เรียนจบ แต่ถ้าเธอทำไม่ได้ งานหมั้นของเราก็ยกเลิกไปเถอะ”

            “แต่พี่เฮ่าจงคะ พี่ซูลี่เป็นพี่สาวของฉันนะคะ ถึงเราจะมีแม่คนละคนกัน แต่ยังไงเธอก็ยังเป็นพี่สาวของฉันอยู่ดี จะให้เธอมาเป็นบ้านเล็กของพี่มันจะเหมาะหรือคะ”

            “งั้นเธอก็นอนกอดของหมั้นพวกนั้นไปก็แล้วกัน ฉันจะกลับไปบอกคุณแม่เดี๋ยวนี้เลยว่าฉันจะถอนหมั้น ถ้าพวกเขาไม่ยอม ฉันก็พร้อมที่จะออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น อ้อ...แล้วช่วงนี้เธอก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีกนะ” เฉินเฮ่าจงพยายามแกะมือหลินเว่ยฉิงออก

            “ไม่นะคะ ฉันไม่ให้พี่ไป พี่จะทิ้งฉันไปไม่ได้นะ ฉันรักพี่มากนะคะ แล้วฉัน...ฉันก็ตกเป็นของพี่แล้ว พี่ต้องรับผิดชอบฉันสิ”

            “ฮ่าๆๆ หลินเว่ยฉิง ฉันไม่ได้บังคับเธอให้มาเป็นของฉันเสียหน่อย ตอนนั้นเธอเต็มใจมอบร่างกายของเธอให้ฉันเอง เธอยังจำได้ไหมว่าที่ที่เรากำลังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะที่เธอยอมเป็นของฉัน แล้วตอนนี้เธอจะมาเรียกร้องอะไรจากฉันกันล่ะ”

            “พี่เฮ่าจง! ทำไมพี่ถึงพูดอย่างนี้ล่ะคะ พี่จะไม่รับผิดชอบฉันใช่ไหม”

            “ถ้าเธออยากให้ฉันรับผิดชอบ เธอก็ไปเอาตัวหลินซูลี่มาให้ฉันสิ และถ้าเธอยังพาซูลี่มาหาฉันไม่ได้ เธอก็ไม่ต้องโผล่หน้าไปให้ฉันเห็นหน้าอีก” เฉินเฮ่าจงแกะมือหลินเว่ยฉิงออกได้ในที่สุด

            “พี่เฮ่าจง! พี่กลับมาเดี๋ยวนี้นะ พี่เฮ่าจง พี่จะทิ้งฉันไปไม่ได้”

            เฉินเฮ่าจงเดินออกไปโดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกของหลินเว่ยฉิงเลยแม้แต่น้อย และเขาก็ไม่สนใจสภาพของตัวเองเวลานี้เลยว่าเสื้อผ้าที่สวมอยู่จะสกปรกขนาดไหน หรือแม้แต่บนหน้าของเขาจะมีรอยแผลและรอยช้ำอย่างไรเขาก็ไม่สน 

     

            “ฉิงฉิง! นี่ลูกเป็นอะไร ทำไม...ทำไมลูกมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ล่ะ” จ้าวหวั่นฮุ่ยรีบเข้าไปกอดลูกสาวไว้ “ใครทำอะไรลูก บอกแม่มา เดี๋ยวแม่จะไปจัดการมันให้ หรือว่าจะเป็นนังซูลี่ ดีล่ะในเมื่อมันกล้ามาทำร้ายลูกสาวของแม่ แม่ก็จะไปจัดการมันเดี๋ยวนี้เลย”

            “คุณแม่คะ พี่เฮ่าจงเขาทิ้งหนูไปแล้วค่ะ เขาไม่อยากแต่งงานกับหนู แล้ว...แล้วเขาก็จะไม่รับผิดชอบหนูแล้วค่ะแม่”

            “นี่มันหมายความว่ายังไง ลูกหยุดร้องไห้ก่อนแล้วก็อธิบายให้แม่ฟัง”

            “เมื่อคืนพี่เฮ่าจงมาขอค้างคืนที่นี่ค่ะ จากนั้นพวกเราก็ดื่มเหล้าด้วยกัน แต่หนูเมามากก็เลยหลับไปก่อน หนูไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พอตื่นขึ้นมาหนูก็เห็นพี่เฮ่าจงมีแผลเต็มหน้าไปหมด หนูถามพี่เขาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พี่เขาก็ไม่พูด บอกแต่ว่าให้หนูไปหาวิธีพาหลินซูลี่ให้มาเป็นของเขาให้ได้”

            “หา! เฮ่าจงหมั้นกับหนูแล้ว แต่เขาก็ยังอยากได้ตัวนังซูลี่มาเป็นของเขาอีกอย่างนั้นหรือ นี่มันจะมากเกินไปแล้ว แม่ว่านะฉิงฉิง ลูกรีบถอนหมั้นกับผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้ไปเถอะ ขืนลูกยังฝืนแต่งงานกับเขา ต่อไปลูกก็จะไม่มีความสุขหรอก”

            “ไม่ค่ะแม่ หนูรักเขา หนูต้องแต่งงานกับเขาให้ได้”

            “แม้ว่าในใจของเขาจะมีแต่นังซูลี่น่ะนะ นี่ลูกตาบอดไปแล้วหรือไง”

            “ก็เหมือนกับคุณแม่ที่รักคุณพ่ออยู่ฝ่ายเดียวทั้งที่คุณพ่อไม่เคยมีใจให้คุณแม่เลยยังไงล่ะคะ อย่านึกว่าหนูไม่รู้ว่าคุณพ่อไม่เคยนอนร่วมเตียงกับคุณแม่เลยสักครั้ง”

            “นี่...แกรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”

            “หนูเคยได้ยินคุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกันยังไงล่ะคะ และคุณพ่อก็พูดว่าคุณพ่อรังเกียจผู้หญิงอย่างคุณแม่มากที่สุด ผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจคุณพ่อคือแม่ของนังซูลี่ แต่หนูไม่เหมือนคุณแม่เพราะถึงยังไงพี่เฮ่าจงก็เคยนอนกับหนู แสดงว่าเขามีใจให้หนู ไม่เหมือนคุณแม่ที่คุณพ่อไม่เคยคิดที่จะมีอะไรด้วย หนูเกิดมาเพราะความผิดพลาดของคุณพ่อใช่ไหมคะ นี่ใช่ไหมคือสาเหตุที่คุณพ่อไม่เคยรักหนูเลย”

            เพียะ!

            “แกพูดกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง”

            “ทำไมหนูจะพูดไม่ได้ ที่หนูพูดมาคือความจริงทั้งนั้น ถ้าคุณแม่ไม่พอใจ คุณแม่อยากจะตบอยากจะตีหนูอีกคุณแม่ก็ทำเลย”

            “แกหลงผู้ชายคนนั้นขนาดนี้เลยหรือฉิงฉิง แกยังไม่รู้อีกหรือว่าเขาไม่เคยรักแก เขาแค่จะแต่งกับแกเพราะเขาอยากได้ตัวนังซูลี่ นี่มันก็พิสูจน์ได้แล้วว่าในใจของเขาไม่เคยมีที่ว่างให้แกเลย แม่แค่หวังดีอยากให้แกตัดใจจากมัน แต่ทำไมแกถึงไม่เข้าใจ แต่แกกลับหันมาพูดจาทำร้ายจิตใจแม่” จ้าวหวั่นฮุ่ยน้ำตาไหลออกมาอย่างเสียใจ

            “ไม่รู้ล่ะ หนูจะต้องแต่งงานกับพี่เฮ่าจงให้ได้ และคุณแม่จะต้องช่วยหนู แต่คุณแม่ห้ามให้คุณตารู้เรื่องนี้เด็ดขาด หนูไม่อยากให้คุณตาไปทำร้ายพี่เฮ่าจง”

            “แต่หลินซูลี่คือพี่สาวของแกนะ แกจะใช้สามีร่วมกับพี่สาวของแกได้ยังไง”

            “หนูไม่สน ขอแค่ให้หนูได้แต่งงานกับพี่เฮ่าจง ไม่ว่าใครจะมาเป็นบ้านเล็กหรือเมียเก็บของเขาหนูก็จะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น” หลินเว่ยฉิงกลับมาร้องไห้อีกครั้ง  “คุณแม่ต้องช่วยหนูนะคะ หนูมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่มีพี่เฮ่าจง คุณแม่รับปากหนูสิคะ”

            จ้าวหวั่นฮุ่ยกอดลูกสาวไว้แน่นด้วยความสงสาร ‘ความรักของแม่ก็เคยแพ้ให้นังหลันหลันไปแล้วครั้งหนึ่ง แม่จะไม่ยอมให้ลูกแพ้ลูกสาวของมันอีก แม่สัญญาว่าแม่จะทำทุกทางเพื่อให้ความรักของลูกสมหวัง แต่ว่าฉิงฉิง ลูกจะทนใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เขาไม่รักและไม่เห็นค่าของลูกได้จริงหรือ ลูกรู้ไหมว่าที่ผ่านมาแม่รู้สึกยังไงที่หลินฮ่าวไม่เคยมองมาที่แม่เลย มันเจ็บปวดและไร้ค่ามากเลยนะ’

     

            “ตกลงว่าเธอย้ายออกมาอยู่บ้านของจื่อหยวนแล้วใช่ไหม” ฟางซินเยว่ถามหลังจากที่ฟังหลินซูลี่เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟังจบ 

            “อืม”

            “ดีนะที่จื่อหยวนไปส่งเธอกลับบ้าน ไม่งั้นป่านนี้เธอคงโดนไอ้เลวนั่นรังแกไปแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งขยะแขยงไอ้ผู้ชายเฮงซวยนี่จริงๆ” ฟางซินเยว่พูดอย่างโมโห

            “กำลังโมโหอะไรอยู่หรือจ๊ะคนสวยน้อย” เหวินเฉียวเดินเข้ามาพร้อมกับไป๋เยี่ยนอิง เขามักจะหาคำพูดต่างๆ มาแหย่ฟางซินเยว่อยู่เสมอ ซึ่งฟางซินเยว่ก็ไม่ได้โกรธ

            “ก็กำลังโมโหไอ้ผู้ชาย...” ฟางซินเยว่หยุดพูดเพราะถูกมือของหลินซูลี่ดึงเอาไว้ ถึงยังไงเรื่องแบบนี้ให้คนรู้มากไปก็ไม่ดี เผลอๆ หลินซูลี่อาจจะถูกคนอื่นมองไปในทางที่ไม่ดีก็ได้ “ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่เยี่ยนอิงว่างหรือถึงได้มาพร้อมกับอาเฉียวได้ เธอไม่มีรายงานทำหรือวันนี้”

            “ความจริงก็ยังมีรายงานให้ทำอีกเยอะเลยล่ะ แต่วันนี้คุณเฮ่าจงเขาหยุดเรียนไป ฉันก็เลยต้องเอางานกลับมาทำคนเดียว” ไป๋เยี่ยนอิงตอบ

            “เธอคงได้ทำรายงานคนเดียวไปอีกหลายวันเลยล่ะ คุณชายเฉินคงจะต้องลาป่วยอีกหลายวัน” ฟางซินเยว่พูดเสียงสะใจ เมื่อนึกถึงสภาพใบปูดบวมของเฉินเฮ่าจงที่ถูกซ่งจื่อหยวนสั่งสอนเอา

            “ทำไมเธอถึงดูไม่ค่อยพอใจคุณเฮ่าจงเขาเลยล่ะ เขาก็ดูเป็นผู้ชายนิสัยดีคนหนึ่งเลยนะ” 

            “ที่เธอบอกว่าเขานิสัยดีนี่เพราะเธอดูแค่หน้าตาของเขาใช่ไหมเยี่ยนอิง ฉันจะบอกอะไรให้นะ ตัวตนที่แท้จริงของเฉินเฮ่าจงน่ะไม่ได้ดีอย่างที่เขาแสดงออกมาให้คนอื่นเห็นหรอก”

            “ใช่ๆ คุณต้องเชื่อซินเยว่นะเยี่ยนอิง ถ้าเป็นไปได้พอจบเทอมนี้คุณก็จับคู่คนทำรายงานด้วยใหม่เถอะ” เหวินเฉียวรีบเสริม

            ไป๋เยี่ยนอิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฉันคงต้องเชื่อซินเยว่ตามที่คุณบอกแล้วล่ะ เพราะซินเยว่พูดอะไรก็ถูกไปหมด”

            “ใช่แล้วล่ะ” เหวินเฉียวยังยิ้มสนับสนุน

    คล้ายกับเรื่องกลับมาคราวนี้ฉันต้องดีกว่าเดิม (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน