บทที่ 17 เจ็ดพี่น้องรวมตัวกัน
"สองคนพี่น้องสนิทกันั้แ่เมื่อไหร่" เฉินฮุ่ยมองไปมาระหว่างลูกชายคนเล็กกับลูกสาวคนใหม่ของเธอด้วยสายตาสงสัย ั้แ่มื้อเที่ยง พวกเขาก็นั่งติดกันระหว่างกินข้าว ดูทีวีก็ยังใกล้ชิดกันอีก
แม้กระทั่งตอนเดินเล่น ลูกชายคนเล็กก็ยังเดินตามน้องสาวต้อย ๆ
ถ้าเธอจำไม่ผิด เธอเพิ่งรับเหยาเหยาเป็ลูกสาวเมื่อวานนี้ ไม่อย่างนั้น เธอคงคิดว่าทั้งสองคนนี้โตมาด้วยกัน
"พี่เจ็ดบอกว่าจะพาหนูไปหาเงินค่ะ" เหยาเหยายิ้มร่า
เธออายเกินกว่าจะบอกว่าพี่เจ็ดเลี้ยงขนม เพราะว่าอาจารย์มักจะบอกว่าขนมไม่ดีต่อสุขภาพ และในความคิดของเธอ ผู้ใหญ่มักจะไม่ปล่อยให้เด็กกินขนมมากเกินไป
ดังนั้น เธอจึงต้องเก็บเป็ความลับ ห้ามบอกแม่ใหม่เด็ดขาด เพราะแบบนั้นเธอถึงจะกินได้เยอะ ๆ
ส่วนเื่บุญกุศล เธอเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ จึงไม่สามารถพูดได้
"เหยาเหยา ลูกอยากได้เงินเหรอ" เฉินฮุ่ยไม่เข้าใจสถานการณ์ เธอหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า จากนั้นก็พูดอย่างใจดี
“ถ้าเงินไม่พอ หนูบอกแม่ได้เลยนะ แม่ให้หนูได้เลย บัตรใบนี้มีห้าแสน ไม่ได้ตั้งรหัสผ่าน เหยาเหยา เอาไปใช้ก่อนนะ ถ้าไม่พอก็มาขอแม่เพิ่มได้"
เหยาเหยาไม่ค่อยเข้าใจเื่เงินเท่าไรนัก แต่เธอก็รู้ว่าแม่ให้อย่างใจกว้าง เงินในนั้นต้องเยอะมากแน่ ๆ
เธอโบกมือปฏิเสธ "อันนี้ หนูรับไม่ได้ค่ะ"
แม่ใหม่ไม่เพียงให้เธออยู่ในบ้านหลังใหญ่ ยังให้เธอกินของอร่อยได้ทุกวันอีก นี่ก็ดีมากพอแล้ว ถ้าเธอขอมากไปกว่านี้ก็คงเสียมารยาท
เด็กที่ไม่มีมารยาท ใคร ๆ ก็ไม่ชอบ
“หนูก็เลยเอาแต่ขลุกกับพี่เจ็ดของหนูงั้นสิ” เฉินฮุ่ยมองลูกชายคนเล็กอย่างเอาเื่
เขาจึงได้แต่สูดน้ำมูกอย่างเขินอาย ไม่กล้าสบตากับใคร ในใจก็ได้แต่ร้องโอดโอย น้องสาวตัวดีกำลังทำให้เขาซวยแล้ว!
“เหยาเหยา จำไว้นะ หนูเพิ่งจะสามขวบครึ่ง ยังเด็กเกินกว่าจะเป็แรงงานเด็กซะอีก ในเมื่อแม่รับหนูมาแล้ว ของที่ควรจะมี หนูก็ต้องมีนะ”
เฉินฮุ่ยกล่าว “อย่ารู้สึกอายที่จะรับเลย บ้านเราไม่เคยขาดแคลนเงินทอง เชื่อฟังแม่สิ รับไปเก็บไว้เถอะ”
“ค่ะ” เหยาเหยาเห็นว่าปฏิเสธไม่ได้ จึงได้แต่รับไว้
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมีของตอบแทน เธอคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจว่าอีกไม่กี่วันจะทำเครื่องรางป้องกันภัยให้แม่เป็ของขวัญดีกว่า
"นั่นแหละถูกต้องแล้ว!" เฉินฮุ่ยเห็นท่าทางแบบนั้นจึงยิ้มออกมา
"พรุ่งนี้พี่ชายคนอื่น ๆ จะกลับมากันหมด ถึงตอนนั้นก็ให้พวกเขาพาหนูไปเที่ยวเล่น อย่าไปติดพี่เจ็ดเลย เขาเป็คนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ที่สุด"
กู้อวี่รู้สึกเหมือนเืพุ่งขึ้นมาจากปาก
มีแม่คนไหนบ้างที่พูดถึงลูกชายตัวเองแบบนี้?
เหยาเหยาก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน นี่เป็ครั้งแรกที่เธอรู้ว่าบ้านสามารถคึกคักได้ขนาดนี้
ก่อนหน้านี้ที่สำนักมีแค่เธอกับอาจารย์สองคน บางครั้งอาจารย์ก็ยุ่งมาก เธอจึงต้องอยู่คนเดียว
เธอไม่ชอบอยู่คนเดียวเลย เธอชอบความคึกคักแบบนี้ที่สุด
และตอนนี้ได้ยินแม่บอกว่าเธอมีพี่ชายเจ็ดคน แล้วยังมีปู่ย่าอีก เหยาเหยานับนิ้วคำนวณดู
แล้วก็พบว่าสองมือยังไม่พอใช้ เธอถึงกับเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
คนเยอะแยะเลยนะเนี่ย!
ถึงตอนนั้นคงจะครึกครื้นมาก เหยาเหยายิ่งรอคอยที่จะได้เจอกับพี่ชายที่เหลืออีก 6 คน
การจัดงานเลี้ยงของตระกูลกู้ในครั้งนี้ พูดได้ว่าเป็งานเลี้ยงต้อนรับมากกว่างานเลี้ยงครอบครัว จุดประสงค์ก็เพื่อประกาศสถานะของคุณหนูแห่งตระกูลกู้อย่างเหยาเหยา ดังนั้น บุคคลสำคัญในเมืองหลวงจึงได้รับเชิญมาทั้งหมด
ตอนแรก พวกเขาทุกคนต่างก็ไม่อยากจะเชื่อ
รู้กันอยู่ว่า ตระกูลกู้ในฐานะตระกูลมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของเมืองหลวง แม้จะเป็เพียงลูกสาวบุญธรรม ก็มีฐานะที่สูงส่ง
"ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณนายตระกูลกู้ไปรับเลี้ยงมาจากที่ไหน เด็กคนนี้ช่างโชคดีจริง ๆ นี่มันขึ้น์ชัด ๆ"
"เร็วเข้า รีบไปเตรียมของขวัญดี ๆ ร่วมแสดงความยินดีหน่อย พยายามสร้างความประทับใจให้ตระกูลกู้"
พวกเขานี่ก็เป็คนเ้าเล่ห์ที่อยู่ในแวดวงเมืองหลวงมาหลายสิบปี ทุกคนล้วนมีเส้นสายและข่าวสารที่รวดเร็ว ในไม่ช้าก็รู้ว่าเหยาเหยาเป็เด็กผู้หญิงที่คุณนายตระกูลกู้้ารับเป็ลูกสาว แถมยังรักและหวงแหนมาก
การได้รับความรักและการเอาใจใส่ในตระกูลกู้นั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
ก่อนหน้านี้พวกเขายังหนักใจว่าจะเอาใจยังไงดี ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว พวกเขาต้องคว้ามันไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม
แต่ผู้ชายที่ไหนจะรู้ว่าควรซื้ออะไรให้เด็กผู้หญิง ดังนั้น ภาระหนักนี้จึงตกอยู่กับภรรยาของแต่ละบ้าน
ในชั่วพริบตา ร้านหรูในห้างสรรพสินค้าที่ขายสินค้าสำหรับเด็กก็ถูกโทรเข้ามาไม่ขาดสาย
มือถือแทบะเิ ผู้จัดการแต่ละร้านยุ่งจนเหงื่อผุดที่ศีรษะ ยิ้มแหยจนแทบจะยิ้มไม่ออกแล้ว
ในบรรดาคนเหล่านี้ พวกเขาไม่กล้าทำให้ใครไม่พอใจเลย ได้แต่พยายามตอบสนองความ้าอย่างสุดความสามารถ พูดจาไพเราะจนสุดปาก
ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวงการไฮโซปักกิ่งกันแน่ ถึงได้มีคนใหญ่คนโตออกมาพร้อมกันมากมายขนาดนี้
ส่วนตัวเหยาเหยาเองนั้น เธอไม่รู้เื่อะไรเลย ตอนนี้เธอกำลังลองสวมชุดสวย ๆ อย่างสนุกสนาน
"สวยจังเลย!"
ชุดกระโปรงมีผ้าบาง ๆ ซ้อนกันหลายชั้น ลวดลายซับซ้อนดูมีชีวิตชีวา แถมยังมีไข่มุกสวยงามประดับอยู่มากมาย
"เหยาเหยา ชอบไหม" เฉินฮุ่ยมองด้วยแววตาพึงพอใจ
สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกเหล่านักออกแบบเร่งทำอย่างขะมักเขม้นตลอดทั้งคืน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงในวันนี้โดยเฉพาะ
เธอเคยให้สัญญากับเหยาเหยาไว้ว่าจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ลมปาก เพราะแค่เสื้อผ้าในตู้ที่เลือกจนตาลาย ตุ๊กตาและเครื่องประดับที่วางไม่หมด ก็เป็เครื่องพิสูจน์ได้แล้ว
เหยาเหยายิ้มกว้างพยักหน้ารับ "ชอบมากค่ะ ขอบคุณแม่นะคะ"
"ถ้างั้น พวกเรารีบลงไปข้างล่างกันเถอะ พี่ชายของลูกกับพ่อรอเราอยู่ข้างล่างแล้ว" เฉินฮุ่ยจูงมือเล็ก ๆ อวบอิ่มของลูกสาว
เท้าของเธอหายดีแล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะหมอเก่งกาจอะไร แต่เป็เพราะลูกสาวสุดที่รักของเธอติดยันต์รักษาให้ต่างหาก
ััเย็นะเื หลังจากติดลงไป ความเ็ปของเธอก็หายวับไปในทันที แถมยังสามารถเดินได้อย่างอิสระราวกับปาฏิหาริย์
ทุกคนในครอบครัวต่างก็ดีใจกับอาการาเ็ของเธอที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็รู้ว่าความสามารถของเหยาเหยานั้น ไม่ได้มีเพียงแค่การปราบผีเท่านั้น
เหยาเหยายอมให้แม่จูงมือลงบันไดไปอย่างว่าง่าย
ภายในห้องโถงของคฤหาสน์ตระกูลกู้ คับคั่งไปด้วยผู้คนมากมาย นอกจากพี่น้องทั้งเจ็ดของตระกูลกู้แล้ว ยังมีลูก ๆ ของพี่ใหญ่และพี่สี่มาร่วมด้วย
บางคนยืน บางคนนอนราบไปกับโซฟา บ้างก็อยู่ในอิริยาบถต่าง ๆ นานา แต่สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่บันไดเป็ระยะ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขาต่างก็อยากรู้อยากเห็นว่าคนที่กำลังจะปรากฏตัวนั้นเป็ใคร
“น้องเจ็ด ได้ยินมาว่านายสนิทกับเหยาเหยา นายช่วยบอกพี่ห้าหน่อยสิว่าเหยาเหยาชอบอะไรบ้าง”
กู้หลี่ พี่ห้าของบ้าน แอบสะกิดน้องชายข้าง ๆ ตั้งใจจะสืบข่าวคราวสักหน่อย ท้ายที่สุดแล้ว การจะเอาใจเด็ก ๆ ก็ต้องรู้จักเลือกว่าชอบอะไร
“เหอะ พี่คิดเหรอว่าผมจะบอก” กู้หลี่ผู้เป็น้องเจ็ดเยาะเย้ย
เขาไม่ลืมหรอกว่าเมื่อสองวันก่อนหน้านี้ พี่ชายของเขาคนนี้ พูดจาดูถูกเขาอย่างไร คราวนี้กลับมาตีสนิทงั้นเหรอ ไม่มีทางเสียล่ะ!
“โถ่ น้องเจ็ด นายนี่ใจแคบชะมัด ฉันก็เป็พี่นายแท้ ๆ นะ” กู้หลี่ทำสีหน้าเ็ปหัวใจราวกับโดนหักหลัง
ท่าทางแบบนี้เกือบทำให้กู้อวี่โมโหจนขนลุกชูชัน แต่เมื่อนึกถึงงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้นในอีกไม่ช้า การทะเลาะกันคงไม่ดีแน่ เขาจึงอดทนไว้ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกไปว่า “ไปตายซะเถอะ!”
กู้หลี่ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ หลังจากที่พยายามล้วงความลับแต่ไม่เป็ผล เขาจึงกลับไปนั่งพิงพนักพิงอย่างเซ็ง ๆ
พี่น้องตระกูลกู้ที่เหลือต่างก็ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ด้วยความตั้งใจ เมื่อเห็นดังนั้นก็แสดงสีหน้าผิดหวังออกมา
ดูเหมือนว่าครั้งที่แล้วในกลุ่มแชท เขาคงทำให้น้องเจ็ดโกรธมากจริง ๆ คราวนี้คงไม่มีทางลัดในการง้อเขาแล้วล่ะ
ส่วนพี่ใหญ่กับพี่สามของบ้านตระกูลกู้ยังพอไหวหน่อย คงเพราะตัวเองก็มีลูกแล้ว เด็ก ๆ ก็คงเล่นด้วยกันง่าย แถมพฤติกรรมอะไรก็น่าจะพอ ๆ กัน
จะว่าไป พี่น้องบ้านตระกูลกู้ทั้งเจ็ดคนนี้รวมกันก็คงมีเป็ทีมนักฟุตบอล ตอนนี้แต่ละคนก็คงคิดอะไรไปต่าง ๆ นานา
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงดังมาจากทางบันได ทุกคนหันไปมองเป็ตาเดียว ดวงตาเป็ประกายขึ้นมาพร้อมกัน
ณ บริเวณนั้น พวกเขามองเห็นเหยาเหยาในชุดกระโปรงเ้าหญิงฟูฟ่อง กำลังถูกจูงมือลงมา ดวงตากลมโตภายใต้ผมม้าสั่นระริกตามจังหวะก้าวเดิน บนศีรษะของเธอมีโบว์ผูกผมสีคริสตัลสะท้อนแสงเป็ประกายสวยงาม
ใบหน้ากลมดุจดวงจันทร์ รายล้อมด้วยขนตางอนยาว ดวงตากลมโตเป็ประกาย และริมฝีปากสีเชอร์รี่เล็ก ๆ น่ารัก เธอช่างดูงดงามราวกับตุ๊กตาในตู้โชว์ไม่มีผิดเพี้ยน
พระเ้า!
พี่น้องตระกูลกู้ต่างตกตะลึงในความน่ารักน่าเอ็นดูของน้องสาว พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเหยาเหยาจะงดงามได้ถึงขนาดนี้
สำหรับบ้านตระกูลกู้ที่เงียบเหงาเหมือนป่าช้า สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ากลับทรงพลังมากเสียจนพวกเขายังตั้งตัวไม่ทัน
ต่อมา พวกเขาก็หันไปจ้องเ้าเจ็ดอย่างเอาเื่ สายตานั้นราวกับจะบอกว่า "นายนี่มันร้ายนักนะ! น้องน่ารักขนาดนี้ ทำไมไม่เคยบอกพวกเราเลย กลัวพวกเราจะแย่งไปใช่ไหมล่ะ?"
"เ้าเล่ห์!" พี่ห้าขยับริมฝีปากบ่นไปยังเ้าน้องชายคนเล็กโดยไม่มีเสียง แต่อ่านความหมายจากรูปปากได้อย่างชัดเจน
กู้อวี่เมินเฉย ความจริงเขาเองก็คาดไม่ถึง เพราะเหยาเหยาที่เขาเคยเห็นล้วนแต่เกล้ามวยผม สวมชุดลัทธิเต๋าเก่า ๆ ถึงอย่างนั้นก็น่ารักมากอยู่ดี
แต่คนเราก็ดูกันที่รูปลักษณ์ภายนอก เหยาเหยาในตอนนี้ช่างโดดเด่นเสียจริง