หลังจากทานอาหารจนอิ่มจินหยางถึงได้ทราบว่าชายฉกรรจ์ที่ควบม้าออกไปจากหมู่บ้านคือคนของหัวหน้าหมู่บ้านที่ส่งออกไปเพื่อขอกำลังทหารจากเมืองเทียนเซียนเพื่อคุ้มกันหยวนจางกลับเมือง หลัวเกาพาจินหยางและชุนฟงแยกตัวออกมาสำรวจบริเวณโดยรอบของหมู่บ้าน เพื่อหาทางป้องกันและช่องทางหลบหนีหากกลุ่มโจรแมงมุมแดงคิดปิดล้อมที่นี่เพื่อจับกุมหยวนจาง ส่วนเล่อคังอยู่คุ้มกันหยวนจางอยู่ในบ้านพัก
“พี่ชายหลัวเกา พวกโจรแมงมุมแดงเคยเข้ามาปล้นที่หมู่บ้านแห่งนี้หรือไม่ขอรับ?”
“กลุ่มโจรแมงมุมแดงปล้นชิงแต่เหล่าขบวนพ่อค้าหาได้ยุ่งเกี่ยวกับหมู่บ้าน เพราะหมู่บ้านส่วนใหญ่บริเวณนี้หาได้มีสมบัติใดที่พวกนั้น้า พวกเราเป็เพียงพรานป่า พวกมัน้าเพียงเงินทองเท่านั้น”
จินหยางพยักหน้าตอบรับ
“เช่นนั้นข้าก็วางใจขอรับ แต่เราต้องป้องกันเอาไว้ก่อนก็ไม่สายเกินไปหากพวกมันบุกมาที่นี่จริงข้ารบกวนพี่ชายหลัวเกาพาชาวบ้านและคุณชายหยวนจางหลบหนีออกไปทางด้านหลังหมู่บ้านก่อน หลบหนีไปทางป่าไผ่พวกมันคงติดตามได้ยาก ถึงเวลานั้นพวกข้าทั้งสามจะคอยสกัดพวกมันเอาไว้เอง”
“วางใจเถอะน้องชาย เช่นนั้นข้าต้องไปแจ้งเื่นี้ให้กับท่านหัวหน้าหมู่บ้านก่อน”
หลังจากหลัวเกาเดินจากไปจินหยางก็รีบแผ่ลมปราณออกจากร่างเพื่อตรวจสอบทั่วบริเวณ เขาตรวจเจอคนผู้หนึ่งแอบซุ่มอยู่บริเวณโอ่งน้ำบ้านหลังหนึ่งทางขวามือ เขาจึงเดินเข้าไปกระซิบบางอย่างกับชุนฟง
“ตอนนี้มีคนแอบจับตาดูเราอยู่ เ้ารีบไปแจ้งเล่อคังทีว่าคืนนี้เตรียมตัวให้พร้อมพวกโจรอาจบุกมาที่นี่ และอีกอย่างข้าไม่ไว้ใจผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้”
“เกิดสิ่งใดขึ้นรึจินหยาง? เหตุใดเ้าถึงคิดเช่นนั้น?”
“ไม่รู้สิ ข้าคิดว่ามันแปลก ๆ ลางสังหรณ์ของข้าบอกให้ระวัง่เวลาแบบนี้ ข้าสงสัยบางอย่างน่ะ คือพวกโจรแมงมุมแดงมีแต่พวกชายฉกรรจ์แล้วหญิงสาวที่อยู่ที่นี่แต่ละคนก็มีความสวยงามไม่น้อย”
“เ้ากำลังคิดว่าหมู่บ้านแห่งนี้จ่ายสิ่งตอบแทนบางอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงพวกโจรอย่างนั้นรึ?”
“ข้าก็ไม่รู้ แต่เราควรระวังเอาไว้ก่อนก็ดี”
“เช่นนั้นข้าจะไปแจ้งเล่อคังก่อน เ้าก็ระวังตัวด้วยละ”
“ข้าจะระวัง”
ชุนฟงพยักหน้าตอบรับหลังจากนั้นเขาก็รีบวิ่งกลับไปที่บ้านพักเพื่อแจ้งข่าวแก่เล่อคัง ส่วนจินหยางเดินไปทางท้ายหมู่บ้าน
“เทียนคง เ้าสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ว่า คนที่กำลังแอบติดตามมามีระดับลมปราณอยู่ที่เท่าไร?”
“ประมาณสามสิบปีขอรับ”
จินหยางแสยะยิ้มถีบเท้าพุ่งหายเข้าไปในป่าไผ่ แน่นอนว่าคนที่แอบดูอยู่พุ่งทะยานติดตามหายเข้าไปในป่าไผ่เช่นกัน แต่ทว่าเขาต้องตื่นใเพราะเด็กหนุ่มที่ติดตามหายไปอย่างรวดเร็ว จินหยางปรากฏตัวที่ด้านหลังใช้ฝ่ามือขวาฟาดไปที่ท้ายทอยอย่างถนัดถนี่ เปรี้ยง! คนผู้นั้นร่วงลงไปนอนกับพื้น จินหยางพลิกตัวคนผู้นั้นมองเห็นเป็ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งที่พบเจอตอนเข้ามาในหมู่บ้าน จินหยางใช้มือซ้ายตบไปที่ใบหน้าของชายฉกรรจ์ เพียะ! เพียะ! เพียะ! ไม่ถึงสิบลมหายใจชายฉกรรจ์ก็รู้สึกตัว จินหยางใช้เข่าซ้ายกดไปที่หน้าอก เข่าขวากดไปที่ท่อนแขนซ้าย ใช้มือซ้ายกดไปที่ท่อนแขนขวา เอื้อมมือขวาดึงกระบี่ออกมาจากฝักด้านหลังวางฟาดเอาไว้ที่ลำคอของชายฉกรรจ์
“ท่านติดตามข้าเพื่อสิ่งใด?”
ชายฉกรรจ์ยังคงนิ่งเงียบไม่กล่าวสิ่งใด จินหยางจึงออกแรงกดคมกระบี่ บริเวณลำคอของชายฉกรรจ์เริ่มมีเืไหลซึมออกมา
“ในเมื่อท่านไม่กล่าวสิ่งใดเช่นนั้นก็ตายอยู่ที่นี่เถอะ อย่าได้คิดว่าข้าไม่กล้าสังหารท่าน”
จินหยางออกแรงกดไปที่กระบี่ ด้วยความหวาดกลัวต่อความตายชายฉกรรจ์รีบเอ่ยวาจาออกมา
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านให้ข้าแอบติดตามเ้า”
“ติดตามข้าเพื่อสิ่งใด?”
“ข้าไม่รู้ ข้าเพียงทำตามคำสั่งให้แอบติดตามเ้าเท่านั้น เพื่อนของเ้าอีกสองคนก็มีคนแอบติดตามเช่นกัน ใจเย็น ๆ ก่อนน้องชายเื่นี้เราพูดจากันได้ไม่มาเห็นต้องทำเช่นนี้”
จินหยางได้ยินเช่นนั้นก็รีบลุกขึ้นมาจากร่างชายฉกรรจ์เขารีบเก็บกระบี่เข้าฝัก
“เช่นนั้นข้าจะเชื่อท่านอาจเป็ความหวังดีของหัวหน้าหมู่บ้านก็เป็ได้ ตัวข้าก็ไม่อยากทำเช่นนี้ต้องขออภัยพี่ชาย เป็ท่านเองที่แอบติดตามข้า หากไม่มีสิ่งใดแล้วข้าจะรีบกลับไปหาเพื่อนของข้าแล้ว”
จินหยางรีบหันหลังเดินออกไป ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินบางอย่างแว่วมาในหู
“มีพลังปราณปรากฏที่ฝ่ามือขวา มีระดับการคุกคามที่สูง คุณชายโปรดระวังตัว”
จินหยางรีบหันกลับมาต่อยหมัดขวาเข้าไปที่หน้าท้องของชายฉกรรจ์ถนัดถนี่ เปรี้ยง! ชายฉกรรจ์ร่วงลงไปนอนกับพื้นอีกครั้ง
“พลังปราณที่ฝ่ามือขวาจางหาย ระดับการคุกคามลดลง”
จินหยางแสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ เขารีบใช้มือซ้ายล้วงไปที่อกเสื้อนำห่อผ้าขนาดเหมาะมือยัดเข้าไปที่ปากของชายฉกรรจ์
“อย่าพึ่งรีบเอ่ยวาจาใดขอรับ ขอให้ข้าสนุกกับร่างกายของท่านก่อนพี่ชาย”
หลังจากนั้นจินหยางก็ยกเท้าขวากระทืบไปตามหน้าขาและท่อนแขนทั้งสองข้าง เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! ชายฉกรรจ์ส่ายศีรษะไปมาด้วยความเ็ปร้องออกมาเสียงอู้อี้ เพราะมีห่อผ้าอุดอยู่ที่ปาก ผ่านไปเกือบยี่สิบลมหายใจจินหยางก้มไปลงกระชากคอเสื้อของชายฉกรรจ์ขึ้นมา เขาพบบางอย่างที่หัวไหล่ด้านซ้ายของชายฉกรรจ์ เมื่อเปิดคอเสื้อออกพบเห็นเป็รอยสักแมงมุมสีแดงขนาดเล็กติดอยู่
“เทียนคง เป็รอยสักแบบเดียวกับที่ข้าตรวจพบเจอในศพของกลุ่มโจรที่สังหารก่อนหน้านี้หรือไม่?”
“เป็รอยสักแบบเดียวกันขอรับ”
จินหยางถึงกับสบถออกมา
“บัดซบ! พวกชุนฟงมีอันตราย”
จินหยางรีบวางชายฉกรรจ์ลงพื้นถีบเท้าพุ่งทะยานกลับไปยังบ้านพักที่พวกชุนฟงอยู่ ทันทีที่เปิดประตูหน้าบ้านเขาก็พบทั้งสามคนนอนอยู่บนพื้น ทันใดนั้นเองได้มีหญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏตัวด้านหน้าประตูเป่าผงสีขาวในฝ่ามือขวาควันสีขาวพวยพุ่งออกมา จินหยางรีบถีบเท้าถอยออกจากบ้านพักใช้ฝ่ามือขวาสะบัดป้องกันควันสีขาว หญิงสาวหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ในจังหวะเองได้มีชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่กำชับอาวุธในมือแน่นล้อมตัวจินหยางเอาไว้
“เยี่ยมยิ่งนักไอ้หนูน้อย เ้าคงมีความสามารถเหนือกว่าเพื่อนของเ้ามากนัก หากเดาไม่ผิดคนของข้าคงถูกเ้าจัดการไปแล้วสินะ”
จินหยางรีบใช้มือขวาเอื้อมไปจับด้ามกระบี่ด้านหลัง
“หากข้าเดาไม่ผิด หมู่บ้านแห่งนี้พวกท่านคงยึดเอาไว้หมดแล้วสินะ หรือไม่หมู่บ้านแห่งนี้ก็เป็หมู่บ้านที่พวกท่านอาศัยอยู่ก่อนแล้ว”
“ฉลาดดีนี่ไอ้หนู ข้าจะบอกกล่าวบางอย่างต่อเ้าและจงจำเอาไว้ให้ดี ผู้ฉลาดมักถูกสังหารก่อนผู้อื่นเสมอ ดูอย่างเพื่อนของเ้าสิเพราะความโง่พวกเขาจึงยังไม่ตายแต่มันต่างจากเ้า”
จินหยางแผ่ลมปราณออกจากร่างชักกระบี่ออกมา
“พวกท่านจะสังหารข้าได้หรือไม่ เหตุใดถึงมั่นใจเช่นนั้นละพี่สาวคนสวย ไม่แน่ข้าอาจสังหารพวกท่านก็เป็ได้ใครจะรู้”
“มาดูกันว่าเ้าจะมีฝีมือเช่นฝีปากหรือไม่ไอ้หนูน้อย”
หญิงสาวยกมือขวาขึ้น ชายฉกรรจ์ทั้งหมดต่างพุ่งเข้าหาชายหนุ่มด้านหน้า จินหยางแผ่ลมปราณไปยังกระบี่ในมือใช้ทักษะย่างก้าวพยัคฆ์หลบหลีกคมดาบที่ฟาดฟันเข้ามาตวัดกระบี่ในมือขวาสังหารชายฉกรรจ์ เืสีแดงพุ่งกระฉูดออกจากลำคอ บางคนแขนขาขาดกระเด็น ทุกครั้งที่จินหยางกวัดแกว่งกระบี่ในมือจะมีชายฉกรรจ์ลงไปนอนทอดร่างลมหายใจรวยรินอยู่บนพื้น หญิงสาวถึงกับตัวสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธ ผู้ติดตามของนางสิบห้าคนตกตายภายในไม่ถึงสิบลมหายใจ จินหยางสะบัดกระบี่เพื่อรีดเืหรี่ตามองไปที่หญิงสาว
“พี่สาวคนสวย คนของท่านถูกข้าสังหารหมดแล้ว ยังพอมีคนของท่านอีกหรือไม่ข้ายังไม่ทันเหนื่อย”
จินหยางกล่าวยังไม่ทันจบเขาก็หมุนตัวตวัดกระบี่ต้านรับดาบที่ฟันเข้ามา เคร้ง!
“ในที่สุดพวกท่านก็เผยตัวออกมาเสียทีพี่ชายหลัวเกา”
จินหยางตวัดกระบี่ไปทางซ้าย หลัวเกาถลำตัวไปด้านหน้าจินหยางจึงต่อยหมัดซ้ายเข้าไปที่หน้าท้อง เปรี้ยง! จินหยางหมุนตัวไปทางขวาใช้กระบี่ในมือพาดเอาไว้ที่ลำคอของหลัวเกาจากด้านหลัง เขายกเท้าขวาถีบไปที่ข้อพับทำให้หลัวเกาลงไปคุกเข่ากับพื้น
“อย่าทำให้ข้าเสียเวลาพี่สาวช่วยยอมแพ้เสียเถอะแล้วมอบยาถอนพิษมา หาไม่แล้วข้าคงต้องสังหารพี่ชายหลัวเกา”
“ไม่นะ! น้องหญิงอย่าได้กล่าวเช่นนั้น”
หญิงสาวผู้นั้นครุ่นคิดบางอย่าง จินหยางแสยะยิ้มแทงกระบี่ในมือไปยังหัวไหล่ด้านขวาของหลัวเกา
“ไม่ต้องคิดมากพี่สาวข้าจะให้เวลาพี่สาวครุ่นคิด แต่ทุกครั้งที่ผ่านสามลมหายใจข้าจะแทงพี่ชายหลัวเกาครั้งละแผล”
สิ้นเสียงกล่าวจินหยางก็ดึงกระบี่ออกมาแทงไปที่หัวไหล่ซ้ายของหลัวเกา หญิงสาวถึงกับตวาดเสียงดัง
“บัดซบ! มันยังไม่ถึงสามลมหายใจเหตุใดเ้าถึงทำเช่นนี้?”
จินหยางหาได้สนใจยังคงกระหน่ำแทงไปยังร่างของหลัวเกา หญิงสาวถึงกับกรีดร้องออกมาคุกเข่ากับพื้น นางรีบล้วงไปที่อกเสื้อนำขวดยาสีขาวนวลออกมาวางไว้ด้านหน้า
“ข้ายอมแล้ว ได้โปรดปล่อยเขา”