“ใครแม่งปากดีอยากลองของสเต็ปเทพวะ???”
น้ำเสียงเอาเื่ดังมาจากชั้นบน เมื่อฉันหันไปมองที่บันไดวนก็เห็นว่ามีผู้ชายอีกสองคนกำลังเดินลงมาสมทบ คนหนึ่งทำผมสีแดงเข้ม ส่วนเ้าของเสียงที่ะโตอบฉันคืออีกคนที่มีผมสีดำ
“Yo bro!!! มาพอดี ที่นี่กำลังสนุกได้ที่เลย” เสียงนายพีทะโทักทายผู้ชายที่มาใหม่สองคนนั้น และจังหวะที่ฉันได้สบตากับนายผมดำคนนั้นก็เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ไม่เอาน่ายัยฟีน มันต้องไม่ใช่ในเวลาแบบนี้สิ
“ไหนวะ อยากเห็นหน้าคนปากดีว่ะ”
“เออ แล้วจะทำไมอ่ะ” ยัยแจงะโตอบนายผมแดงไปขณะที่ฉันยังคงยืนตาค้างอยู่
“ผู้หญิงอีกแล้วเหรอวะ”
“เออ เอาไงดีวะเพื่อนเมลล์ สาวๆ เค้าอยากลองว่ะ” นายพีทเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินไปกอดคอนายผมดำคนนั้นที่กำลังเดินเข้ามากลางวง
‘เมลล์’ ผู้ชายหน้าคม ผมดำ สูงล่ำ จมูกโด่งชัดรับกับแววตาดื้อรั้นท้าทาย คิ้วหนาๆ กับผมยุ่งๆ ที่ไม่ได้เซ็ต กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวที่ใส่อยู่ถูกปลดออกสองเม็ดเผยให้เห็นซอกคอขาวๆ อาห์…ฉันแพ้ซอกคอผู้ชาย ทำไมนายคนนี้ถึงดูดีได้ขนาดนี้เนี่ย ใจเต้นไม่เป็ระส่ำเลยเรา แล้วมันเื่อะไรที่ฉันต้องมาเจอผู้ชายถูกสเปคในสถานการณ์แบบนี้ด้วยเนี่ย!
“เอาอีกแล้วเหรอวะ นี่พวกมึงปล่อยให้ผู้หญิงเข้ามาได้อีกแล้วอ่อ เดี๋ยวก็ซวยกันอีกอ่ะ” นายคนนั้นหันไปบ่นกับพวกผู้ชายที่ยืนล้อมเราไว้ด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้พวกฉันอีก ยิ่งนายนี่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ใจฉันยิ่งเต้นตึกตักเสียงดังกว่าเดิม โอ๊ย ไม่ไหวแล้ววว...
“ก็เพื่อนนายไม่ยอมปล่อยพวกฉันออกไปดีๆ เองอ่ะ” ฉันตอบและพยายามคุมน้ำเสียงกับสีหน้าให้เป็ปกติมากที่สุด
นึกถึงพี่ปอนด์เอาไว้สิยัยฟีน! คนหล่อไม่ได้นิสัยดีทุกคนหรอกนะ อย่าให้หน้าหล่อๆ นั่นมาทำให้แกไขว้เขวได้ นายพวกนี้ก็แค่กลุ่มผู้ชายหน้าตาดีแต่นิสัยแย่พูดจาไม่รู้เื่เท่านั้นแหละ ไม่เห็นจะน่าสนใจเลยสักนิด
“แล้วเข้ามาทำไมอ่ะ อย่าบอกว่าไม่รู้ว่าที่นี่เป็หอชาย?” นายเมลล์คนนั้นย้อนถามฉัน
“เออ ก็ใช่ไง ถ้ารู้แต่แรกพวกเราก็คงไม่เข้ามาหรอก” ฉันทำใจดีสู้เสือตอบไปก่อนจะโดนนายอาร์ตขัดขึ้นอีกครั้ง
“เฮ้ย เลิกโกหกเหอะ มุกเดิมๆ ว่ะ อาทิตย์นี้มีผู้หญิงแบบพวกเธออ้างว่าเป็เด็กใหม่แกล้งหลงเข้ามาที่ตึกนี้รอบที่เจ็ดแล้ว”
“เอ๊ะ นายนี่ท่าทางจะพูดไม่รู้เื่นะ ก็พวกฉันเป็เด็กใหม่จริงๆ อ่ะ”
“ลงทุนลากกระเป๋ากันมาขนาดนี้เพื่อจะได้ใช้ข้ออ้างว่าเป็เด็กใหม่เลยอ่อ โห ยอมใจจริงๆ ว่ะ”
นายเมลล์หันไปหัวเราะกับเพื่อนๆ เมื่อฉันพูดจบ เห็นมะ ฉันว่าแล้วว่านายคนนี้ต้องนิสัยแย่แน่ๆ ไม่ว่าเราจะอธิบายยังไงนายพวกนี้ก็ยังไม่เลิกหาเื่เราอยู่ดี
“พอเหอะฟีน พูดไปก็เหมือนสีซอให้ควายฟัง ยังไงนายพวกนี้ก็ตั้งใจจะหาเื่เราอยู่แล้ว จะเอายังไงก็พูดมาเลยดีกว่า มาต่อยกันเลยก็ได้มา ให้มันจบๆ ไป”
ยัยแจงสวนขึ้นอย่างหมดความอดทนอีกครั้งก่อนที่ผู้ชายผมแดงที่เดินมาพร้อมกับคนชื่อเมลล์จะโต้ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มยียวนกวนประสาท
“ขอโทษนะครับ แต่หมัดของผมไม่ได้มีไว้ต่อยผู้หญิง ถึงแม้ว่าคุณจะถึกและบึกบึนแค่ไหนก็ตาม พ่อแม่ผมสอนมาดีครับ”
“นาย!”
“หึ” ยังไม่ทันที่ยัยแจงจะได้ปะทะคารมต่อ นายคนชื่อเมลล์ก็กระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะหันไปส่งสายตามีเลศนัยไปให้นายหัวแดง “เอาเลยมั้ยล่ะไอลี”
‘ลี’ ผู้ชายผมแดงที่ตามมาพร้อมกับนายเมลล์ หมอนี่ตัวสูงมากจนเกือบจะเท่านายอาร์ตเลย คิ้วเข้มหนา ใบหน้าเรียวที่มาพร้อมกับสันดั้งโด่งๆ ทำให้นายคนนี้เหมือนหลุดออกมาจากซีรีย์เกาหลีก็ไม่ปาน แต่ถึงแม้จะดูมาดเท่ขนาดไหน ทว่านายคนนี้กลับมีสายตาและรอยยิ้มที่กวนประสาทเป็ที่สุด มองปราดเดียวฉันก็รู้เลยว่าหมอนี่น่ะรับมือยากแน่นอน
“เค้าอุตส่าห์มาหาถึงที่แล้วก็เอาหน่อยดิวะ”
“เออ! มาดิ แน่จริงก็ดาหน้าเข้ามา” ยัยแจงแผดสุดเสียงเมื่อคนชื่อลีพูดจบ
“ให้มันเก่งอย่างที่ปากว่าเถอะ เฮ้ย จัดการ!” สิ้นเสียงของนายนั่น ผู้ชายทั้งหมดก็พากันกรูเข้ามาหาฉันกะแจงทันที
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! ไม่นะ!!! ถึงแม้พวกนายจะดูดีแค่ไหนก็ตามเหอะ แต่ว่าคนแรกของเราก็ต้องเป็คนที่เรารักสิ แอร๊ยยยยยยยย >//<
หยะ อย่านะ...อย่าดึงเซ่ อ๊าห์ เจ็บนะ…ปล่อยยย
อ้าวเฮ้ย! พวกมันเอากระเป๋าไปโน่นแล้ว O_o
ว๊ากกก!!! ชุดชั้นใน ซิลิโคนดันนม ครีมเพิ่มขนาดหน้าอก ชุดนอนซีทรูลายลูกไม้ ตุ๊กตาน้องเน่าของฉัน =[]=
“เอาคืนมานะโว้ย!” ฉันะโแล้วเริ่มวิ่งไล่กวดนายพีทที่มือไวเข้ามากระชากกระเป๋าฉันแล้ววิ่งหนีไปรอบห้องโถง
ส่วนยัยแจงน่ะเหรอ!? วิ่งติดจรวดตามนายลีขึ้นชั้นสองไปนู่นแล้ว!
“เฮ้ย ชุดชั้นในว่ะ” ไอบ้าพีทแหกปากลั่นก่อนจะโยนเสื้อชั้นในที่เพิ่งรื้อออกจากกระเป๋าของฉันส่งไปให้นายมุ ส่วนของใช้อย่างอื่นไอบ้านั่นก็โยนลงกับพื้น
โว้ย!!! ทำไมต้องเจาะจงเอาสีชมพูออกมาด้วย มันต้องสีดำเซ่ถึงจะดูเซ็กซี่
“โห่ เล็กว่ะ คัพเอเอง” นายมุพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวังก่อนจะโยนเสื้อชั้นในของฉันไปให้ไอบ้ากรีน เสร็จแล้วนายบ้านั่นก็โยนไปให้นายเมลล์ต่อ
โอ๊ยยย ฉันไม่ใช่ลิงที่จะมาเล่นชิงของกะพวกนายนะโว้ย!!!
“เอาคืนมานะ!”
พอชั้นในของฉันตกอยู่ในมือของไอจอมมารเมลล์ หมอนี่ก็ไม่ได้วิ่งหนีไปไหน แต่กลับค่อยๆ ยกชั้นในของฉันขึ้นช้าๆ…เฮ้ย อย่า อย่ายกขึ้นมาดมนะ เสียดายความหล่อ อย่าเป็โรคจิตเลย ขอร้องล่ะ O_o
“อยากได้คืนก็ขอโทษที่ปากเก่งกับพวกเราก่อนดิ”
นายเมลล์พูดขึ้นนิ่งๆ มุมปากมีรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า ท่าทางของนายนี่มันช่างกระตุกต่อมโมโหหื่นของฉันซะจริง เดี๋ยวแม่จับล่ามโซ่ เทียนลน แล้วเฆี่ยนสั่งสอนซะนี่
“แกไม่ต้องไปขอโทษมัน คอยดูนะ นายพวกนี้แหละที่ต้องเป็คนขอโทษพวกเรา” ยัยแจงมายืนหอบข้างฉันั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ชุดชั้นในสีแดงสดของยัยแจงก็ตกอยู่ในมือของนายลีนั่นเหมือนกัน
“จริงเหรอจ๊ะ”
“เอาคืนมาสิวะ!” ยัยแจงตวาดอีกครั้งพร้อมกับเข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากแย่งชุดชั้นในกับนายลีต่อ
ตอนนี้ทั้งนายเมลล์และนายลีต่างก็ยกชั้นในของฉันกับแจงขึ้นสุดแขน ทำให้เราต้องะโเพื่อแย่งชิง ‘ของรักของข้า’ ทว่าถึงแม้ฉันกับยัยแจงจะะโเท่าไหร่ก็คว้าไม่ถึงอยู่ดี ไม่รู้ไอบ้าพวกนี้มันจะตัวสูงไปไหน
หงุดหงิดแล้วนะ!!!
“ผมว่าเรามาเล่นเกมกันหน่อยดีกว่า” เสียงนายเมลล์พูดขึ้นนิ่มๆ อีกครั้ง
“เกมบ้าเกมบออะไรของนายวะ!”
“พูดจาไม่น่ารักเลยนะครับ เป็ผู้หญิงก็พูดจาให้มันเพราะๆ หน่อยดิ”
“ฉันไม่ด่ากราดโคตรเหง้านายก็ดีเท่าไหร่แล้ว!” ยัยแจงตะคอกตอบเสียงแข็งอีกครั้งและยังไม่เลิกะโคว้าเสื้อชั้นในของตัวเองกระทั่งนายลีพูดขึ้นมาว่า
“โดดไปดิ อีกสิบชาติเธอก็ไม่มีวันได้คืนหรอก นอกซะจากว่า…”
“อะไร!” แจงกระแทกเสียงทวนคำถาม
“นอกซะจากว่าเธอจะไปต่อกระดูกขามาไง ฮ่าๆๆ ไอเตี้ย!!!” ฉันต้องยอมรับจริงๆ ว่านายลีนี่มันกวนประสาทสุดยอดเลย “เฮ้ย แทนที่เธอจะใช้กำลังไล่ตีพวกผม หรือะโโหวกเหวกโวยวายแบบนี้ ลองเปลี่ยนเป็มาทำอะไรที่มันสร้างสรรค์ใช้สมองมากกว่านี้ดีกว่ามั้ยอ่ะ”
“นี่นายหลอกด่าว่าฉันไม่มีสมองเหรอ” แจงหยุดชะงักแล้วจ้องนายลีตาขวาง ถ้านี่เป็โลกการ์ตูนยัยแจงคงจะมีเขี้ยวั์งอกพร้อมกับควันออกหูแล้ว
“แล้วเธอมีรึเปล่าล่ะ”
“มีสิวะ!”
“ถ้ามีก็ใช้สมองแย่งของคืนไปสิครับ อย่าใช้แต่กำลังกับอารมณ์” ฉันเห็นยัยแจงกำหมัดแน่นแล้วพยายามข่มอารมณ์ให้เย็นที่สุด นับว่าเป็เื่ที่ยากมากๆ
“ว่ามา” แต่ถึงอย่างนั้นยัยแจงก็ยังสงบสติอารมณ์ได้อยู่ และคราวนี้ก็เป็นายเมลล์ที่อธิบายตอบกลับมา
“กติกาก็ง่ายๆ เลย ถ้าพวกเธอตอบคำถามถูก พวกผมก็จะคืนของให้ แต่ถ้าตอบผิด พวกเธอทั้งสองคนอ่ะต้องขอโทษพวกเราหอหนึ่งชายทุกคน แล้วก็ให้สัญญาว่าจะไม่มาแหยมกับหอพักชายอีก”
“ใครมันจะไปอยากมาดงนรกแบบนี้วะ” ยัยแจงสบถอีกรอบ แล้วนายลีก็ก้าวเข้ามาประจันหน้าพวกเราพร้อมกับรอยยิ้มยียวนท้าทาย
“พร้อมช่ะ?”
“เออ!”
“คำถาม ถามว่า…”
“...”
“ประเทศอะไร...ไม่ใช้เงินสด?”
เข้าทางเลยสิ! หึหึ นายลีเอ้ย! นายคงไม่รู้สินะว่ายัยแจงเพื่อนฉันน่ะติดตามข่าวสารบ้านเมืองทุกวัน คำถามกล้วยๆ แบบนี้เพื่อนฉันไม่มีพลาดหรอก
“จัดมันไปเลยแก” ฉันส่งเสียงสนับสนุนอยู่ข้างๆ แล้วยัยแจงก็เริ่มพึมพำกับตัวเอง
“จริงๆ มันก็มีหลายประเทศที่มีนโยบายแบบนี้อ่ะ”
“มีประเทศเดียวเท่านั้นน่า รีบๆ ตอบมา อย่าพยายามถ่วงเวลาเลย”
“งั้นคงเป็ญี่ปุ่นแหละ แต่เอ๊ะ! เมื่อไม่นานก็มีข่าวว่าขอทานที่จีนรับเงินดิจิทัลแล้ว”
“เลือกมาสักที่ ตอบมาครับ!!!”
“ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น!” ยับแจงตอบด้วยความลนลานเมื่อโดนนายลีใช้น้ำเสียงกดดัน
“ผิด!!! คำตอบที่ถูกต้องคือ…”
“...”
“สาธารณะรัฐเช็ก ครับ!”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ” พอนายลีเฉลยก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของนายพวกนั้น
“คำถามปัญญาอ่อนอะไรของนายวะ” ยัยแจงย้อนอย่างงงๆ
“เอ้า ก็ไม่ได้บอกอ่ะว่าจะถามคำถามวิชาการ” น้ำเสียงกวนๆ ของนายลีทำให้ยัยแจงกำหมัดแน่นเข้าไปอีก
“เฮ้ยไอลี ใจร้ายไปป่ะวะ ถึงยังไงพวกนี้ก็ยังเป็ผู้หญิงนะเว้ย” นายเมลล์พูดขึ้นบ้างด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี
“นี่นายเพิ่งเห็นพวกฉันเป็ผู้หญิงรึไงถึงได้มาเกรงใจกันตอนนี้” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอือมระอา หมั่นไส้รอยยิ้มนั่นจริงๆ
“นั่นดิ ของเธอมันคงเล็กมากมั้งเลยไม่ทันได้สังเกต” หมอนั่นพูดแล้วยกชั้นในฉันขึ้นมาพิจารณา
ฮึ่มมม ไอบ้านี่! ปากร้าย ยัง ยังมีหน้ามายิ้มเยาะอีก สารเลว! =_=*
“เอาไง จะเล่นต่อมั้ย แค่คำถามเดียว ตอบได้เดี๋ยวคืนของให้หมดเลย”
“ฉันขอเตือนนะว่าอย่าถามคำถามชวนประสาทเสียเหมือนที่เพื่อนนายถาม ไม่อย่างนั้นล่ะก็ฉันจะ…”
“อย่าห่วงเลย คำถามนี้อ่ะเธอตอบได้อยู่แล้วแหละ อยู่ที่ว่าจะตอบรึเปล่า”
เอาจริงๆ ฉันเริ่มจะไม่ชอบขี้หน้านายเมลล์คนนี้ซะแล้วนะ รอยยิ้มที่มุมปากนั่นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็ผู้แพ้แม้จะยังไม่ได้เริ่มแข่งก็ตาม
“ถ้างั้นถามเลยแล้วกัน”
“…”
“ฉันขอถามเธอว่า…”
“อะไรล่ะ!”
“อะไรเอ่ย ขึ้นต้นด้วย ค.ควาย ลงท้ายด้วย ย.ั์ มีขนเยอะๆ”
“คว…” ฉันรีบยกมือขึ้นปิดปากยัยแจงไว้ทันที ถึงแม้ว่าคำตอบมันจะคิดเป็อื่นไปไม่ได้ก็เถอะ แต่เราไม่ควรพูดคำนั้นออกมา แถมตอนนี้ยังอยู่ในดงผู้ชายบ้าๆ พวกนี้อีกด้วย
“ไรวะ ตอบคำถามแค่นี้ก็ต้องหน้าแดง เธอไหวป่ะเนี่ย” นายเมลล์ยิ้มที่มุมปากเป็เชิงเย้ยหยันใส่ฉันอีกครั้ง
“ฉันขอใช้สิทธิ์เปลี่ยนคำถาม”
“แต่ฉัน…” ฉันรีบดึงแขนยัยแจงไว้อีกครั้งก่อนที่ยัยนั่นจะได้พูดอะไรออกมา แกจะมาพูดคำทะลึ่งที่นี่ไม่ได้! ถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วนายพวกนี้ใช้ข้ออ้างว่าพวกเราเป็ฝ่ายพูดเื่พวกนี้ขึ้นมาก่อนจะทำยังไง
“ได้!!! งั้นจะเฉลยให้นะ อะไรเอ่ย ขึ้นต้นด้วย ค.ควาย ลงท้ายด้วย ย.ั์ มีขนเยอะๆ ก็…”
“คิ้วซ้ายยังไงล่ะจ๊ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” เป็นายเจลีที่พูดออกมา
เฮ้ย ไอพวกนี้มันเล่นสกปรกชัดๆ คำถามบ้าอะไรของมันเนี่ย!!!
“หูย พวกเธอหน้าแดงเลยอ่ะ ถามจริงคิดว่าเป็อะไรเหรอ” อีตาพีทได้ทีล้อเลียนฉันบ้าง
“ไม่แฟร์อ่ะ พวกนายถามคำถามกวนๆ แบบนี้ ใครจะไปรู้คำตอบวะ แน่จริงให้พวกฉันถามบ้างมะ” ฉันย้อน
“คำถามกวนๆ ใครเค้าก็รู้คำตอบป่ะวะ”
“เออ ง่ายๆ เบๆ เลยอ่ะ” นายมุเอ่ยสนับสนุนนายกรีน ตามด้วยนายลีที่ตบปากรับคำท้าด้วยน้ำเสียงท้าทาย
“เอาเดะ ถามมาดิ”
“ถ้าพวกเราตอบไม่ได้นะ เธอเอาของๆ เธอคืนไปได้เลย แล้วจะแถมคำขอโทษให้ด้วยอ่ะ” แล้วนายเมลล์ก็เอ่ยข้อตกลงขึ้นอีกครั้ง
“ได้! คำถามกวนๆ ใช่มั้ย” ว่าแล้วฉันหันไปซุบซิบกับยัยแจงแล้วก็ตัดสินใจเลือกคำถามนี้ขึ้นมา “จังหวัดอะไรประหยัดน้ำที่สุด!?”
“ประจวบทีละขัน!!!” นายพวกนั้นตอบพร้อมกันแบบแทบจะไม่คิดเลยด้วยซ้ำหลังจากที่ฉันยิงคำถามไปไม่ถึงวินาที
เฮ้ยยย ได้ไง อะไรวะ
“งั้นลองนี่!” คราวนี้เป็ตายัยแจงบ้าง “อะไรเอ่ย สามตา ขาเดียว!?”
“ไฟจราจร!”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อ่อนว่ะ” เสียงนายมุแหลมขึ้นมาหลังจากที่นายพวกนั้นตอบคำถามจากพวกฉันได้อย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง
“กูสงสารว่ะ เอาของคืนให้เค้าไปเหอะ”
“เออว่ะ เหมือนรุมแกล้งเด็กไม่มีทางสู้อ่ะ” นายพีททำเป็เห็นดีเห็นงามกับนายอาร์ต
“ดูดิเงียบกันไปเลย” แล้วนายกรีนก็หันไปหัวเราะกับเพื่อนๆ อีกครั้ง
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
พวกนายไม่เคยได้ยินรึไง ก่อนพายุจะมาท้องฟ้าจะสงบ ฉันชักจะทนไม่ไหวจริงๆ แล้วนะโว้ยยย =_=
“อ่ะๆ เห็นทำหน้าจะร้องไห้กันละ เอานี่ คำถามสุดท้ายละกัน ง่ายๆ ตอบถูกเธอขอโทษพวกเราแล้วเอาของคืนไปเลย” นายเมลล์ว่าขำๆ แล้วเดินเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นอีก
“ไม่เอาคำถามกวนประสาทแล้วนะ”
“เออ เนี่ย ง่ายๆ ตามคำขอ” หน้าตานายนี่ไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด มันจะมาไม้ไหนอีกล่ะเนี่ย “ลูกอะไรเอ่ย…”
“...”
“...ผลสีแดง ออกผลมาจากต้นแอปเปิ้ล?”
“อะไรวะ” ฉันหันหน้าไปทำคิ้วขมวดใส่ยัยแจง
“ก็แอปเปิ้ลป่ะ” แจงกระซิบที่ข้างหูฉัน
“ไม่ใช่หรอก มันง่ายไป” ว่าแล้วยัยแจงก็ลูบคางพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วยกับฉัน แล้วมันลูกอะไรล่ะวะ
“เอ้า ตอบดิ พวกผมไม่มีเวลาทั้งคืนนะ”
“อย่ามากดดันเซ่!!!”
“เร็วๆ หมดเวลาแล้ว” นายเมลล์ส่งเสียงเชิงกดดันอีกครั้งแล้วเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ จนทำให้ฉันใจเต้นตึกตักรู้สึกกดดันขึ้นมากกว่าเดิม
โว้ยยย ลูกอะไรวะ สีแดง ออกมาจากต้นแอปเปิ้ล???
หน้านายนี่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทุกทีแล้ว...
“มะเดื่อ!!!” ฉันกลั้นใจตอบไป “มะเดื่อ มะเดื่อ มะเดื่อ!!!”
“คือไรวะ” นายเมลล์เกาหัวแล้วทำหน้างง
“พวกนายไม่รู้จักลูกมะเดื่อรึไง”
“เอาชื่อทางวิทยาศาสตร์มาดิ๊” เสียงจากนายกรีน
“เออ ภาษาอังกฤษก็ได้อ่ะ” ตามด้วยนายพีท
“เอาเหอะ จะเป็ไรก็ช่าง แต่คำตอบของเธอ ผิด! ผิดแบบไม่น่าให้อภัยด้วย” นายเมลล์ว่าก่อนจะตามมาด้วยคำเฉลยจากนายลี
“ลูกสีแดง ออกมาจากต้นแอปเปิ้ล ก็ต้องเป็แอปเปิ้ลดิวะ ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ โอ๊ยยย แม่งจี้ว่ะ แค่นี้ตอบไม่ได้ นี่พวกเธอไอคิวเท่าไหร่เนี่ย”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
เกลียดเสียงหัวเราะนายพวกนี่เป็บ้า ฉันรู้สึกเหมือนเป็ตัวตลกท่ามกลางนายบ้าพวกนี้เลยอ่ะ แบบนี้มันหยามกันชัดๆ
“คำถามเด็กอนุบาลพวกเธอยังตอบผิดอ่ะ จริงๆ ไม่ได้อยากได้ของคืนไรหรอกใช่ป่ะ”
“เออ กูว่าจริงๆ ก็แค่มายั่ว” เสียงนายพีทเอ่ยสนับสนุนนายกรีนอีกครั้ง รำคาญความมั่นหน้าของไอผู้ชายพวกนี้จริงๆ
“ไม่ได้มายั่วโว้ย ก็บอกว่าเข้าหอผิด เข้าหอผิด!!!” ฉันแผดเสียงใส่นายพวกนี้ที่กำลังยืนหัวเราะกันอย่างไม่เกรงอกเกรงใจพร้อมกำหมัดแน่นพยายามรั้งฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้
“ไม่ต้องลงทุนกันขนาดนี้ก็ได้นะ” นายเมลล์ก็ยังกวนประสาทไม่หยุด
“เอาของพวกฉันคืนมาเลยนะ” ยัยแจงเริ่มะโชิงเสื้อชั้นในอีกครั้ง
“อยากได้คืนก็ไปต่อกระดูกขาแล้วะโให้ถึงเด้”
“ว๊าก ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“ทนไม่ไหวแล้วโว้ยยย! ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!”
ผัวะ!!!
“อ๊ากกกกกกกกก”
ว่าแล้วฉันก็แผดเสียงอย่างหมดความอดทนพร้อมกับจะกระโจนเข้าใส่นายพวกนั้นโดยเน้นๆ ไปที่นายเมลล์ ตายซะเถอะไอพวกบ้า!!!
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก”
ท่าพายุหมุนของฉันไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ ฉันระดมทั้งหมัดทั้งศอกใส่หน้านายนั่นไม่ยั้ง
ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ
“โอ๊ยยยย เฮ้ย ไหนว่าจะไม่ใช้กำลังไง โอ๊ยยย”
“แล้วพวกมึงยืนทำห่าอะไรอยู่วะ ไออาร์ต ไอพีท ไอกรีน ไอมุ มาช่วยกู…อ๊ากกก!!!...”
นายลีส่งเสียงะโร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนไม่ทันจบประโยคก็โดนยัยแจงะโขึ้นหลังแล้วกระชากผมหมอนั่นชนิดที่เรียกว่าถอนรากถอนโคนเลยก็ว่าได้ ส่วนฉันก็ได้ทีต่อยหน้านายเมลล์ไปหลายหมัด ก่อนจะะโงับหูจนหมอนั่นร้องลั่นไม่หยุด
ถ้าหล่อแล้วจะโรคจิตนิสัยเสียแบบนี้ก็เสียโฉมไปซะไอบ้า!!!
“อ๊าาากกกกกกกกกกกกกกกก!!!”
“ปล่อยไว้งี้ไอลีกะไอเมลล์มีหวังตายชัวร์”
“แล้วมึงจะรอให้พ่องตัดริบบิ้นเหรอ ก็เข้าไปช่วยมันเด้” นายอาร์ตะโตอบนายมุ ก่อนที่ทั้งหมดจะกรูเข้ามาช่วยกันแยกคู่ฉันกับนายเมลล์ และยัยแจงกับนายลีออกจากกัน
“เฮ้ยๆๆ แยกๆ เฮ้ยยย”
“อย่าข่วนเด้ อ๊ากกกกกกก”
“หยุดถีบก่อนนน”
“อะโหย แรงควายชะมัด”
“จ๊ากกกก! ฟันคมชิบ ช่วยกูด้วย”
“อื้อหือ กัดไม่ปล่อยเลยนะเนี่ย สงสัยมึงจะเจอเนื้อคู่แล้วว่ะไอลี”
“เฮ้ย!!! หยุด!!!” เสียงะโดังขึ้นทำเอาทั้งห้องโถงหยุดชะงัก
ใครมันมาเก๊กหล่อแถวนี้อีกวะ อยากจะโดนอีกคนใช่มั้ย!
“นี่มันอะไรกันวะ!”
“ป๋า!!!”
นายมุร้องขึ้นพร้อมกับปล่อยแขนที่พยายามแยกฉันกับนายเมลล์ออกจากกัน แล้วบรรดานักเรียนชายคนอื่นก็แตกฮือวิ่งหายไปจนเหลือแค่หัวโจกทั้งหกคน
“นี่พวกมึงทำอะไรน้องกูเนี่ย”
สิ้นเสียงทุ้มๆ หล่อๆ นั้น ยัยแจงก็วิ่งเข้าไปโผกอดพี่ชายสุดหล่อคนนั้นทันที ถ้างั้นนี่ก็คือ ‘พี่เอิร์ท’ พี่ชายของยัยแจงนี่เอง
หูย ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปีเอง พี่เอิร์ทหล่อขึ้นเป็กองเลยอ่ะ O_O
“พี่เอิร์ท ไอพวกนี้มันแกล้งแจงอ่ะ”
“ห๊ะ นี่น้องป๋าเหรอ?” นายลีถึงกับะโออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“เออ น้องกู”
“ป๋า ป๋าก็จัดว่าหน้าตาดีนะ แต่ทำไมน้องป๋าแบบ…”
“แบบอะไร!” ยัยแจงหันไปสวนทันควันก่อนที่นายลีจะทันได้พูดจบ
“แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไม...โอ้โห ชุดนอนลายลูกไม้ของใครเนี่ย แล้วทำไมข้าวของมันเละเทะงี้วะ นี่กระเป๋าเดินทางใครอ่ะ พวกมึงทำอะไรน้องกูเนี่ย”
“ผมว่าป๋าน่าจะถามว่าน้องป๋าทำอะไรพวกผมมากกว่านะ”
นายเมลล์พูดพร้อมยกมือปาดเืที่มุมปาก นี่ฉันทำแรงขนาดนั้นเลยเหรอ แต่มันก็สาสมแล้วล่ะ ทะลึ่งดีนักนี่!
“พูดให้มันดีๆ นะ ใครทำใครก่อนกันแน่”
“ก็พวกเธอใช้กำลังนี่หว่า”
“ก็พวกนายกวนประสาทก่อนนี่”
“อย่ามาพูดเลยดีกว่า”
“พวกนายนั่นแหละหุบปากไปเลย”
“หยุดทั้งคู่นั่นแหละ” พี่เอิร์ทปรามขึ้นอีกครั้ง “ไหนเล่ามาซิมันเกิดอะไรขึ้น”
หลังจากที่ฉันกับยัยแจงและนายพวกนั้นต่างก็แย่งกันเล่าเื่ใส่สีตีไข่อีกฝ่ายอย่างเมามัน แต่ท้ายที่สุดพี่เอิร์ทก็เข้าใจเื่ราวทั้งหมดตามความเป็จริง สรุปก็คือนายพวกนี้เข้าใจผิดว่าพวกฉันตั้งใจเข้ามาหอชายเหมือนผู้หญิงอีกหลายคนที่แอบเข้ามาหาแฟนหรือมาขลุกกับคนในหอ จนทำให้หอพักหนึ่งโดนตักเตือนจากคณะกรรมการนักเรียน และนายพวกนี้ที่เรียกตัวเองว่า ‘สเต็ปเทพ’ ซึ่งเป็หัวหน้าหอพักจึงมีหน้าที่ต้องคอยดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดกรณีแบบนั้นขึ้นอีก
“แล้วก็น่าจะบอกกันก่อนว่าเป็เด็กใหม่”
“โอ้โห่ นี่บอกจนปากจะฉีกถึงหูอยู่แล้วเหอะ” ฉันเถียงนายเมลล์ไป
“ตอนไหน ไม่เห็นมีใครได้ยิน”
“อ๋อนี่พวกนายหูหนวกหมู่รึไง!”
“เธอมัน…”
“พอๆ พอได้แล้ว”
ถ้าไม่ได้พี่เอิร์ทเบรกไว้ฉันคงได้ทะเลาะกับนายเมลล์ต่ออีกยกแน่ๆ
“แล้วนี่ น้องฟีนใช่มั้ย” ว่าแล้วพี่เอิร์ทก็หันมามองหน้าฉันทำให้ฉันได้เห็นหน้าพี่เค้าชัดๆ อีกครั้ง โอ๊ย คนอะไร หล่อเป็บ้าเลยอ่ะ
“ใช่แล้ว พี่เอิร์ทจำฟีนได้ด้วยอ่อ ไม่ได้เจอกันตั้งหกปีได้มั้งเนี่ย”
“วันวาเลนไทน์ ป.3 เราเขียนจดหมายมาบอกรักพี่ ทำไมพี่จะจำไม่ได้ล่ะ”
“ว้ายยย แก่แดด” นายลีทำเสียงล้อเลียนฉันก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะของนายพวกนั้นอีกครั้ง
“พี่เอิร์ทก็พูดเว่อร์ไป แค่ให้ลูกอมสองเม็ดเองเหอะ”
“อ้าวเหรอ สงสัยพี่จำผิดคน สวยขึ้นนะเรา พี่จำแทบไม่ได้”
“ป๋าไม่บอกเค้าไปอ่ะว่าชมตามมารยาท” นี่นายเมลล์กำลังพยายามทำตัวเป็ศัตรูกับฉันใช่มั้ยเนี่ย
“เอาล่ะ สเต็ปเทพ ขอโทษน้องกูซะ จะได้แยกย้ายกันไป”
“ขอโทษไรพี่ ยัยพวกนี้ทะเล่อทะล่าเข้ามาเองนะ”
“แล้วพวกมึงไปรื้อข้าวของเค้าทำไม แถมยังทำตัวทะลึ่งแล้วยังจะมาเถียง เดี๋ยวกูโบกให้” นายพวกนั้นพากันทำหน้าจ๋อยเหมือนหมา
แล้วทำไมพี่เอิร์ทถึงได้ดูมีอิทธิพลกับนายพวกนี้จังเลยเนี่ย
“เอางั้นก็ได้ พร้อมนะพวก เหมือนเดิมนะ เอ้า!” นายมุพล่ามก่อนจะให้จังหวะ จากนั้นไอหมาหงอยทั้งหกตัวก็เริ่มหอนออกมาเป็ทำนองเพลง…
“~ ฉันขอโทษ ~”
“ฮ่าๆๆๆๆ เสียงอย่างกับเป็ดเป็หวัด”
“แจง” พี่เอิร์ทหันมาดุก่อนจะว่าต่อ “แจงกับฟีนก็ต้องขอโทษพวกนี้ด้วย”
“โห่ไรอ่ะ”
“แจง” พี่เอิร์ทดุอีกครั้ง
“ก็ได้” ยัยแจงหันมามองหน้าฉันก่อนที่เราจะพูดขึ้นพร้อมกันอย่างไม่เต็มใจนักว่า
“ขอโทษ”
“ดีมาก”
แล้วพี่เอิร์ทก็ขยี้หัวยัยแจงเบาๆ ก่อนจะหันไปออกคำสั่งใส่นายพวกนั้น
“ไอเมลล์ ไอลี เดี๋ยวพวกมึงช่วยถือกระเป๋าไปหอหญิงด้วยนะ”
“โห่ ป๋า ไรอ่ะ ใช่เื่ผมมั้ยเนี่ย”
“ก็ถ้าพวกมึงไม่ทะลึ่งรื้อข้าวของเค้าก็คงไม่ใช่เื่ของพวกมึงหรอกไอลี”
“คนอื่นก็รื้อไม่เห็นโดน” นายลียังคงเถียงต่อ แต่ก็โดนพี่เอิร์ทเอ็ดไปอีกทีจนหมอนั่นต้องยอมจำนน
หลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ฉันกับแจงก็ช่วยกันเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายตามพื้นใส่กระเป๋า ก่อนจะเดินตามพี่เอิร์ทออกมา
“สรุปว่าหอหญิงมันอยู่ตรงไหนอ่ะ”
“ก็อยู่ตรงข้ามกับหอชายไง” พี่เอิร์ทตอบแล้วชี้ไปที่อีกฟากหนึ่งของสนามฟุตบอล
“เอาสนามบอลมากั้นไว้ขนาดนี้ กลัวเด็กจะย่องไปหากันเหรอ”
“นั่นแหละ ขนาดกั้นไว้ขนาดนี้ยังมีผู้หญิงแอบขึ้นหอชายได้เลย”
พี่เอิร์ทหันมายิ้มตอบฉัน ฮูยยย หล่ออ่ะ คิดถึงความหลังครั้งยัง ป.3
แล้วพวกเราก็เดินมาถึงอาคารหินอ่อนสีขาวที่มีชื่อสลักไว้ว่า ‘White Pearl’
ฉันรู้สึกเหมือนเป็คนดังเพิ่งลงจากเครื่องแล้วมีแฟนคลับมารอต้อนรับยังไงยังงั้น เพราะอยู่ๆ ก็มีกลุ่มผู้หญิงมายืนล้อมหน้าล้อมหลังพวกเราเต็มไปหมด แต่ละคนก็ทำสายตาก็เยิ้มซะ ถูกผู้หญิงด้วยกันมองมาแบบนี้น่าขนลุกชะมัด ยัยพวกนี้เป็อะไรกันเนี่ย ผีเข้าเหรอ
“เมลล์หล่อเนอะ ดูดีกว่าในรูปเยอะเลย” อ้าว! ไม่ได้มองฉันหรอกเหรอ
“เจก็น่ารัก แกดูจมูกเค้าดิ งุ้ยยย อยากงับอะ” เธอเป็หมาเหรอยะ ว่าแต่ใครคือไอเจที่แม่พวกนี้พูดถึงกันล่ะเนี่ย
ฉันหันไปมองไอสองหน่อที่เดินตามหลังเรามาก็พบว่าทั้งนายเมลล์และนายลีต่างก็ทิ้งมาดกวนๆ แล้วเปลี่ยนมาเป็มาดนิ่งเดินลากกระเป๋าเท่ๆ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากหน่อยๆ อื้อหือ มีเสยผมด้วยว่ะ ไอพวกขี้อ่อยเอ้ย! ฉันรู้ทาสแท้พวกนายหมดแล้ว เลิกเก๊กสักทีเหอะ หมั่นไส้!
มีก็แต่พี่เอิร์ทเนี่ยแหละที่เดินมาแบบสบายๆ หยอกล้อคุยเล่นกับยัยแจงเป็ธรรมชาติที่สุด ฉันว่านะ หน้าหล่อๆ บวกกับบุคลิกแบบเป็กันเองนี่แหละที่ทำให้พี่เอิร์ทโคตรดูมีเสน่ห์อ่ะ
“แก ดูพี่เอิร์ทดิ ไม่เสียแรงเลยอ่ะที่ย้ายมาเรียนที่นี่”
โอ้โฮ...นี่แม่พวกนี้เค้าลงทุนกันขนาดนี้เลยเหรอ แต่พี่เอิร์ทก็หล่อจริงๆ อ่ะ ถือว่าการลงทุนคุ้มค่ากับความเสี่ยงอยู่
“แฟนไม่เห็นสวยเลยอ่ะ” หืม?
ฉันพยายามมองหาต้นตอของเสียงนั้นแต่ก็ไม่เจอ อยากจะเห็นหน้าคนพูดจริงๆ ดีนะที่ยัยแจงไม่ได้ยิน แต่เอาเหอะ ฉันกับยัยแจงไม่ใช่แฟนพี่เอิร์ทหรือนายพวกนั้นสักหน่อย คอมเมนต์ไม่สวยเมื่อกี้ ขอไม่รับไว้นะจ๊ะ
“พี่เจคะ ขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยคะ” อยู่ๆ ก็มีเด็กผู้หญิงสองสามคนท่าทางเหมือนเด็กเรียนพรวดพราดเข้ามาหานายลี
“พี่เมลล์ด้วยนะคะ”
“ครับ” นายเมลล์ตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้าไปร่วมเฟรมกับน้องผู้หญิงกลุ่มนั้น ดูท่านายลีเสยผมก่อนถ่ายรูปสิ อยากจะให้ยัยแจงเข้าไปทึ้งหัวตานั่นอีกสักที
“ขอบคุณมากนะคะ เอ่อ...พี่เอิร์ท...”
ไม่ทันที่น้องคนนั้นจะพูดจบก็มีเสียงผู้หญิงแก่ๆ ดังขึ้นมาก่อน
“เดี๋ยวเถอะ ขึ้นห้องเดี๋ยวนี้เลยนะ มีความเป็กุลสตรีกันหน่อย แล้วพวกตรงนั้นน่ะ แผนก ม.ต้น ไม่ใช่เหรอ รีบกลับกันไปได้แล้ว” ดูทรงแล้วน่าจะเป็อาจารย์แน่นอน ดีค่ะดี ไล่ไปให้หมดเลย กรี๊ดกร๊าดสรรเสริญกันอยู่ได้ น่ารำคาญ
“สวัสดีครับอาจารย์ ผมพาน้องสาวมาส่งครับ” พี่เอิร์ทพูดอย่างสุภาพกับอาจารย์คุณป้าที่กำลังเดินเข้ามาหาเรา
“อ๋อ เด็กใหม่สินะ ชื่ออะไรล่ะ”
“ภิจิตรา กับ กุลฑีรา ค่ะ” ยัยแจงตอบเสียงใส อาจารย์คุณป้าเปิดแฟ้มที่ถือไว้ก่อนจะหันมาตอบพวกเรา
“ชั้นสี่ ห้อง 404 นะ เซ็นชื่อตรงนี้ด้วยจ้ะ”
“ค่ะ” ฉันกับยัยแจงรับคำแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าจากนายเมลล์และนายลีอย่างสงบเพราะกลัวจะโดนอาจารย์คุณป้าสวดเอาั้แ่วันแรก
“ป๋าเอิร์ทเผลอแล้วเจอกัน”
ตุบ
“โอ๊ย!” นายเมลล์ร้องเสียงหลงแล้วดึงเท้ากลับแทบไม่ทันเมื่อฉันแกล้งทำกระเป๋าเดินทางหลุดมือแล้วตกใส่เท้าหมอนั่น ก่อนจะกระซิบยิ้มเยาะไปอีกที
“กลัวจังเลยค่ะ น่ากลัวมากๆ เลย อูยยย กลัวจนขนลุกซู่ซ่าเลย”
“เป็อะไรรึเปล่า ปาณัสม์”
“เปล่าครับ” นายเมลล์ตอบแล้วยิ้มแหยๆ ให้อาจารย์ไปที ก่อนจะแอบส่งสายตาโหดๆ มาให้ฉันแล้วโดนพี่เอิร์ทหิ้วปีกออกไป
‘ปาณัสม์’ งั้นเหรอ? อย่าไปเก็บนายนั่นมาใส่ใจเลยน่ายัยฟีน หมอนั่นนิสัยแย่จะตายก็เห็นๆ กันอยู่ แถมยังโรคจิตอีกต่างหาก อย่าให้รูปลักษณ์ภายนอกนั่นมาหลอกเอาได้ อย่าไปอ่อนไหวกับพวกผู้ชายหน้าตาดีอีก เจ็บแล้วต้องจำ!