หลังจากที่โลกมนุษย์ได้ถูกรุกรานโดยการมาถึงของโลกใต้พิภพ ภูมิสภาพรวมถึงอาณาเขตหลายแห่งของโลกก็ได้แปรเปลี่ยนไป
ทวีปต่างๆมากมายตามพื้นผิวของโลกได้ขยายตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ต้องบอกว่าทั่วทั้งดวงดาว
โลกมนุษย์ในตอนนี้มีอาณาเขตที่ใหญ่โตมากกว่าเดิมไปหลายเท่า ทำให้สภาพแวดล้อมเองก็ค่อนข้างจะแปรเปลี่ยนไปอยู่ไม่น้อย
เพียงไม่นานเซียงหลินก็ได้ออกเดินไปยังทางทิศเหนือของเมืองั สถานที่ๆชายหนุ่ม้าจะไปคือป่าิญญามืด หนึ่งในอาณาเขตฝึกฝนที่มีไว้สำหรับผู้ฝึกฝนิญญาระดับเริ่มต้นโดยเฉพาะ
ภายในบริเวณผืนป่าแห่งนั้นจะเต็มไปด้วยิญญาร้ายแรงก์F มากสุดก็อาจแค่แรงก์E
พวกมันปรากฏตัวออกมาจากผืนดิน แล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็ประเภทผีดิบหรือซอมบี้ที่เชื่องช้า เหมาะสมสำหรับการฝึกฝนฝีมือเป็อย่างมาก
สถานบันิญญาต่างๆในเมืองัเองก็จะส่งนักเรียนของตนมาฝึกฝนในสถานที่พวกนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ใช่ซิ มันอาจจะเรียกว่าส่งไม่ได้
เพราะตามสถานบันิญญาต่างๆเองก็มีพื้นที่เฉพาะของตน พวกเขาได้สร้างอาณาเขตกักกันที่ปลอดภัย นำิญญาร้ายมากมายมาเพื่อเพาะเลี้ยง
ให้นักเรียนของตนเองเข้าจัดการพวกมันเพื่อฝึกฝนฝีมือ ส่วนอาณาเขตที่อยู่นอกเหนือจากเมือง มันถือเป็อะไรที่อันตรายอย่างแท้จริง
เซียงหลินที่ไม่ได้เป็คนของสถาบันไหนย่อมไปสถานที่พวกนั่นไม่ได้ เขาทำได้เพียงแค่ไปยังสถานที่อันตรายที่ถูกแบ่งเขตเอาไว้ก็เท่านั้น
"หือ? นั่นมัน..."
ขณะที่เซียงหลินกำลังเดินเรื่อยเปื่อยไปตามต้นไม้ป่าเขา ตัวของเขาก็สังเกตเห็นพวกิญญาเร่ร่อนมากมาย
พวกมันคือภูติผีิญญาที่ปรากฏออกมาหลังจากที่โลกใต้พิภพได้เชื่อมต่อ ลักษณะของพวกมันเป็เหมือกันดวงิญญาที่โปร่งแสง
บางตนก็มีลักษณะเป็เหมือนกับมนุษย์ ใบหน้าเหม่อลอยดูไร้ซึ่งจุดหมาย ท่าทางเหมือนกับคนที่ไม่ได้สติ ่ล่างของพวกมันก็ไม่มีอวัยวะชิ้นส่วน ไม่มีบริเวณส่วนลำตัวลงไป สามารถล่องลอยอยู่บนอากาศได้อย่างอิสระ ถือเป็ภูติผีิญญาอย่างแท้จริง
พวกมันล่องลอยไปมาตามทั่วทั้งผืนทวีป
เป็สิ่งมีชีวิตที่อยู่ระหว่างภาพลวงตาและโลกแห่งความเป็จริง บางคนก็บอกว่าพวกเขาคืุ์ที่ตกตายไปแล้ว
เมื่อตายลงิญญาของพวกเขาก็จะถูกโลกใต้พิภพดูดกลืนไป จากนั้นพวกมันทั้งหมดก็จะกลับมาเกิดใหม่เป็ผีิญญาเร่ร่อน ไม่สามารถพูดคุยสื่อสารได้ ไม่มีห้วงความทรงจำ ไม่มีสตินึกคิดใดๆ กลายมาเป็ร่างพลังงานโปร่งแสง
"นี่ฉันไม่ต้องไปจัดการมันใช่ไหม?"
"ถึงเ้าพวกนี้จะถูกจัดให้เป็ิญญาระดับแรงก์Fก็ตาม แต่พวกมันก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์"
"ต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด!!"
เซียงหลินเมื่อเห็นพวกมันหลายสิบตัวเคลื่อนผ่านตนไปก็ไม่ได้สนใจ
ถึงจะมีการมองหน้ากันอยู่เล็กน้อยก็เถอะ
ต้องบอกก่อนว่าภูติผีิญญาก็แบ่งรูปแบบได้หลากหลายชนิด ไม่เหมือนกับภูติิญญาประจำตัวของผู้ฝึกฝนิญญา
หนึ่งคือิญญาผีดี เ้าพวกนี้คือภูติิญญาที่ออกตระเวนเร่ร่อนไปทั่วทุกหนแห่ง พวกมันจะไม่ลงมือทำร้ายมนุษย์ก่อนเป็อันขาด
ยกเว้นก็แต่ว่าพวกเขาจะไปยุ่งเกี่ยวกับพวกมันก่อน ลักษณะของพวกมันก็มีอยู่หลายประเภท
มีทั้งร่างิญญา ร่างกายเนื้อที่เหมือนกับมนุษย์ หรือแม้แต่สัตว์ประหลาดหน้าตาหน้าเกลียด
พลังิญญาของพวกมันจะเป็สีขาว เพียงแค่จ้องมองก็ดูออกได้อย่างชัดเจน
ิญญาผีตนไหนที่มีประกายแสงสีขาวแซมออกมาอยู่เล็กน้อย พวกมันทั้งหมดจะถูกจัดว่าเป็รูปแบบิญญาผีดีทั้งสิ้น
ผู้ฝึกฝนิญญามากมายเองก็นำพวกมันไปเป็ภูติิญญาประจำตัว สามารถทำพันธะสัญญากันได้อย่างง่ายๆเลยทีเดียว
สองคือิญญาผีร้าย เ้าพวกนี้คือิญญาร้ายที่ผุดออกมาจากโลกใต้พิภพ พวกมันคืออสูรกายในคราบภูติผีิญญา
ไม่สามารถพูดคุยด้วยกันได้ พวกมันจะเห็นมนุษย์เป็เพียงแค่อาหารอันโอชะเท่านั้น
ิญญาร้ายนั่นจะแข็งแกร่งมากยิ่งกว่าิญญารูปแบบปกติ พวกมันสามารถวิวัฒนาการตนเองได้ ยิ่งระดับแรงก์ของพวกมันสูง
บางตนก็อาจจะสามารถพูดคุยสื่อสารกับมนุษย์ได้ ว่ากันว่าในโลกใบนี้มีิญญาร้ายที่สามารถทำลายล้างเมืองขนาดใหญ่ของมนุษย์ได้เลยด้วยซ้ำ
พวกมันทั้งหมดถูกเรียกว่าจ้าวแห่งนรก ปกครองอาณาเขตแยกย่อยออกไปตามแต่สถานที่
ผู้ฝึกฝนิญญาที่แข็งแกร่งมากมายก็ยังไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวกับมัน อาณาเขตของโลกมนุษย์ได้ถูกแบ่งออกเพราะคุณลักษณะที่แข็งแกร่งของพวกมันทั้งหมดนี่แหละ
และเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปเกือบครึ่งวัน
ท้องฟ้าที่สว่างสไสวก็เริ่มมืดครึมขึ้น
พระจันทร์ได้ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมิด สาดส่องแสงสลัวๆลงมาจากเบื้องบน
ไม่นานก็ไปถึงอาณาเขตของป่าิญญามืดแล้ว คืนนี้ตัวของเขาก็พักอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ละกัน
"มีต้นไม้ปกคลุมโดยรอบด้วย"
"น่าจะปลอดภัยอยู่ไม่น้อย"
เซียงหลินหยุดพักในสถานที่แห่งนึงเพื่อพักผ่อนร่างกายของตนเอง ั์ตาเริ่มสำรวจโดยรอบด้วยความจริงจัง
ยิ่งเป็่เวลากลางคืนด้วยแล้ว พลังของิญญาร้ายก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นไปหลายเท่า
เป็อันตรายสำหรับผู้ฝึกฝนิญญาอย่างมหาศาลเลยก็ว่าได้ ถ้าเกิดว่าพวกเขาไปพบเจอิญญาร้ายระดับแรงก์Aหรือสูงกว่านั่น ต่อให้จะเป็ผู้ฝึกฝนิญญาระดับแรงก์สูงก็ตาม
ถ้าพวกเขาไม่ตายมันก็คงจะไม่เลี้ยงไม่โตกันแล้วละ ความอันตรายของระดับAขึ้นไปมันน่าสะพรึงกลัวเป็อย่างมาก
(พ่อหนุ่ม มาเที่ยวหรอจ๊ะ)
ทันใดนั้นเสียงของยายแก่คนนึงก็ได้ดังขึ้น
"................?!!"
เป็เหตุให้เซียงหลินถึงกับต้องขนลุกซู่
ภูติิญญาประจำตัวเทพอาชูร่าถึงกับต้องปรากฏตัวออกมาอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่กว่าสามเมตรเตรียมพร้อมที่จะลงมือในทันที ดวงตาของชายหนุ่มตอนนี้ดูเคร่งเครียดเป็อย่างมาก
"พลังิญญาระดับนี้มัน!!"
เขาไม่ได้โต้ตอบคำพูดออกไป
เพราะสิ่งที่เขาได้ยินนั่นดูอันตรายเป็อย่างมาก ไม่ใช่มนุษย์เช่นเขาอย่างแน่นอน
กลางป่าที่มืดทึบแบบนี้ มีหรือที่มนุษย์อยากจะมาพักผ่อนกัน มันจะต้องเป็ิญญาร้ายระดับต่ำ ไม่ใช่ อาจเป็ถึงิญญาร้ายระดับสูง
(ไม่ต้องกลัวไปหรอกพ่อหนุ่มน้อย)
(ข้ามาดีน่ะ แถมข้าเองก็ไม่ได้เห็นมนุษย์มานานแล้วด้วย)
ขณะนั้นร่างเงาของยายแก่คนนึงก็ค่อยๆปรากฏตัวออกมา ร่างกายของนางดูเล็กราวกับเด็กคนนึง หลังคร่อมโค้งงอไปยังเบื้องหน้า ใบหน้าที่เหี่ยวย่นดูมีรอยยิ้มที่ใจดี ดวงตาเองปิดลงจนแทบมองไม่เห็น
ที่เด่นชัดเลยก็คือทั่วทั้งร่างกายของนางมีประกายสีขาวเล็กน้อยแซมออกมาด้วย
"ิญญาผีเร่ร่อนฝ่ายดี?!!"
เซียงหลินที่เห็นตัวตนดังกล่าวก็พลันประหลาดใจเป็อย่างมาก ตัวของเธอไม่ใช่ิญญาร้าย แถมยังมีสติปัญญาพูดคุยได้ด้วย
มันก็แสดงให้เห็นเลยว่าพลังิญญาของผีตนนี้น่าสะพรึงกลัวเป็อย่างมาก
เพราะมันมีไม่บ่อยครั้งหรอกที่ิญญาจะก่อเกิดสติปัญญาเช่นมนุษย์ขึ้นมา
อย่างต่ำจะต้องเป็แรงก์B
ไม่ใช่ซิ อยู่ในระดับแรงก์Aอย่างแน่นอน เป็ิญญาผีที่มีพลังถึงระดับแรงก์Aเลยก็ว่าได้
ถ้านางเกิดลงมือขึ้นมา ต่อให้จะเป็เทพอาชูร่าก็คงถูกทำลายลงในทันที ความแตกต่างของพลังิญญามันค่อนข้างจะมากเกินไป
(โฮะโฮะโฮะ ใช่อย่างที่เ้าว่า)
หญิงชราหัวเราะขึ้นในลำคอ จากนั้นดวงตาที่ปิดอยู่ก็ค่อยๆเปิดขึ้นและจ้องมองไปยังเทพอาชูร่า
(นี่คือภูติิญญาระดับเทพมายาหรอเนี่ย)
(ข้าเองก็เพิ่งเคยได้เห็นวิญญาประจำตัวระดับนี้ แต่พลังยังอ่อนแอเป็อย่างมาก)
(แสดงว่าเพิ่งปลุกมันขึ้นมาใช่ไหม?)
คำถามของหญิงชราเริ่มทำให้ตัวของเซียงหลินดูผ่อนคลายมากขึ้น ถ้าเป็ิญญาผีดี ตัวของเขาก็ไม่จำเป็ต้องหวาดกลัวอะไร
ยิ่งมีสติปัญญาในการพูดคุยได้เช่นนี้ด้วย
สถานการณ์ที่กำลังตึงเครียดก่อนหน้านี้ก็ต้องจางหายวับไปอย่างรวดเร็ว
"ขอโทษที่มารบกวนนะท่านแม่เฒ่า"
"การที่ฉันมาพักอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้'
"ไม่ทราบว่ามันเป็การมารบกวนตัวของท่านหรือเปล่า?"