บทที่ 18
กิตติชายผู้มีมาดสุดจะเนี๊ยบ น่าเกรงขามสำหรับสังคมชนชั้นสูง แต่ทว่าตอนนี้เขากลับทำหน้าตาราวกับลูกแมวขี้อ้อนเพื่อทานขนมแสนอร่อยจากเจ้านาย โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับยิ้มออกมา เพราะว่าดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังเขาแผนการอันแยบยลของเขา“ไม่ได้.. ผมไม่ทำงานนอกเวลา ถ้าจะให้ทำมันก็ต้องมีค่า OT หรือผลตอบแทนพิเศษ นายน่าจะเข้าใจนะกิตติ..” โอ๊ตกล่าวปฏิเสธ พร้อมกับยื่นเงื่อนไขบ้าๆให้กับกิตติทันที แน่นอนว่าเรื่องเงินมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับกิตติอยู่แล้ว“แน่นอนว่าผมเข้าใจขอรับคุณหนู ผมสามารถซื้อแพนเค้กของคุณหนูในราคาชิ้นละ 100 บาท ไม่สิ! การที่คุณหนูสละเวลาอันมีค่าจะต้องเป็นชิ้นละ 1,000 บาทเลยขอรับ” กิตติกล่าว และเขาก็กลายเป็นทาสของแพนเค้กแสนอร่อยนี่ไปอีกคนหนึ่ง“ไม่ๆ ระดับผมแล้ว นอกเวลางานถือเป็นเรื่องสำคัญ ผมจะคิดชิ้นละ 10,000 บาท ถ้ารอได้ก็ไปต่อแถวกับพวกลูกค้าคนอื่นๆในวันพรุ่งนี้ ผมขายเพียงแค่ 30 บาทเท่านั้น” โอ๊ตส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะพูดกวนประสาทเพิ่มราคาแพนเค้กของเขาไปอย่างหน้าตาเฉย กิตติที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยิ้มออกมาเหมือนว่ามันไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลย“ได้ขอรับคุณหนู.. ผมขอซื้อเป็นจำนวน 12 ชิ้นขอรับ มันเท่ากับเงินสดที่ผมพกเอาไว้แล้วในตอนนี้ ถึงจะเสียดายไปหน่อย แต่ก็ไม่มีปัญหาใดๆครับ” กิตติกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินก็ชะงักไปเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะขายในราคาที่สูงแล้ว กิตติก็ยังบ้าที่จะซื้อมันอีก ไม่พอเขากับหยิบเงินจำนวนที่ว่านั้นออกมาจ่ายเขาจริงๆ“ถ้าอย่างนั้น ผมช่วยอุดหนุนคุณหนูเป็นจำนวน 5 ชิ้นก็แล้วกันขอรับ ต้องขอโทษด้วยที่กระผมพกเงินสดมาน้อยเกินไป” พงษ์กล่าวตามกิตติตามๆกันไป จริงๆแล้วเขาสามารถสั่งได้มากกว่านั้นเสียอีก แต่ว่าจะให้ข้ามหน้าข้ามตาเจ้านายของเขาได้ยังไงกัน พลตำรวจโทกฤษณะเองก็เช่นกัน“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมสามารถช่วยอุดหนุนได้เพียง 4 ชิ้นเท่านั้น ผมคิดว่าภรรยาของผมคงจะชอบมันไม่น้อย ยังไงก็รบกวนด้วยนะครับคุณหนู..” กฤษณะกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม โอ๊ตก็ได้แต่ถอนหายใจกับความบ้าของคนพวกนี้จริงๆ แต่ยังไงก็ช่าง เขาได้เงินมาใช้เล่นๆถึง 210,000 บาท จากการค้าอันเกินควรนี้ มีหรือที่เขาจะไม่เอา“ได้! ถ้าอย่างนั้น ผมจะแถมให้คุณพงษ์กับคุณตำรวจ คนละ 1 ชิ้นก็แล้วกัน ส่วนของนาย ฉันจะแถมให้ 3 ชิ้นเลยก็แล้วกัน” โอ๊ตกล่าวตอบกับพวกเขาทั้งสามคน เหล่าบอดี้การ์ดที่ได้ยินเองก็อยากจะซื้อเช่นกัน แต่กำลังทรัพย์ของพวกเขาไม่ได้หนาเท่ากับทั้งสามคน ดังนั้นพวกเขาจึงหวังเอาไว้ว่าจะหาเวลาไปซื้อที่ร้านของคุณชายท่านนี้ในเวลาปกติแทน แพนเค้กขนาดใหญ่พิเศษถูกทำขึ้นมาอย่างรวดเร็วอีกจำนวน 26 ชิ้น แน่นอนว่ากลิ่นของมันหอมเอามากๆ มันเรียกให้ป้าเพ็ญกับลุงเกษมที่หิวอยู่แล้วหันมามอง แต่เมื่อพวกเขาเห็นจำนวนคนที่อยู่กับโอ๊ตพวกเขาก็ทำได้เพียงแค่แอบๆดูเท่านั้น“เอาล่ะ แพนเค้กของพวกนายเสร็จแล้ว รับมันไปสิ!...” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยื่นสินค้าของเขาให้กับทั้งสามคนไป แน่นอนว่าพวกเขายินดีเป็นอย่างมาก โอ๊ตมองดูพวกเขาทานกันหน้าระรื่นก็นึกขึ้นมาได้ถึงสิ่งที่เขาต้องทำ เมื่อกี้มัวแต่ทำแพนเค้กก็เลยเผลอลืมไป“จริงสิ! กิตติ.. นายเอารถคันนี้กลับไปได้เลย ฉันไม่ต้องการที่จะใช้มันต่อจากใคร และยิ่งเป็นพวกโจรขโมยรถพวกนั้นอีก เฮ้ออ..มันไม่เป็นมงคลเอาซะเลย ดังนั้นนายเอากลับไปคืนตาแก่นั่นเถอะ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับทำหน้าตารังเกียจรถยนต์คันนั้นอย่างจริงจัง“เออ.. เรื่องนี้..” มันเป็นคำพูดที่กิตติจะต้องชะงักเลยทีเดียว เขาไม่คิดว่าคุณหนูจะเล่นมุขนี้ พวกที่เขาจับตัวได้ มันเป็นโจรกระจอกที่ถูกจ้างมาให้ขโมยอีกทีหนึ่ง และคนที่จ้างเหมือนจะเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของคุณหนูอีกด้วย จากสถานการณ์แล้วคนคนนั้นคงมีความแค้นอะไรบางอย่างกับคุณหนูของเขาอย่างแน่นอน“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น.. ถ้านายทำไม่ได้ ฉันก็จะใช้งานคนอื่นก็ได้นะ.. กฤษณะนายเอามันไปทำลายซะ” โอ๊ตกล่าวจี้ใจดำของกิตติ แน่นอนว่ากิตติได้แต่ต้องกัดฟัน และกล่าวรับไปเท่านั้น“ไม่มีปัญญาครับคุณหนู รถที่มีมลทินอย่างนี้ มันไม่คู่ควรกับคุณหนูใหญ่อย่างแน่นอนครับ ผมจะเอามันกลับไปวันนี้เลยครับ” กิตติกล่าวรับปาก โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ทำหน้านิ่งๆ แต่ในใจนี่แทบจะกระโดดเต้นด้วยความดีใจไปแล้ว แต่เขาต้องเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้แสดงออกมาที่สีหน้า“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกนายก็ควรกลับกันไปได้แล้ว มันก็จะค่ำมากแล้ว มันรบกวนเวลาพักผ่อนของฉันกับคนอื่นนะ.. เอ้ารับ! กุญแจ!” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับโยนกุญแจรถทั้งตัวจริง และกุญแจสำรองให้กับกิตติทันที แม้ว่ากิตติจะรู้ว่ามันเป็นแผนของคุณหนูที่เตรียมมาล่วงหน้าแล้ว ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่พกกุญแจทั้งสองดอกมาคืนอย่างนี้หรอก แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เขาได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้น“พวกเราขอตัวก่อนนะครับคุณหนู..” หลังจากที่กิตติรับกุญแจมา เขาก็เอ่ยตัวขอลากลับในทันที แน่นอนว่าคนอื่นๆก็ทำตามด้วยเช่นกัน โอ๊ตโบกมืออย่างรำคาญไปที่พวกเขา ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะค่อยๆจากไปพร้อมกับรถยนต์เจ้าปัญหาคันนั้น เมื่อทุกคนลับสายตาของเขาไป โอ๊ตก็กระโดด และร้องตะโกนออกมาอย่างดีใจ“เย้!.. ในที่สุด! ในที่สุดมันก็จากไปเสียที..ฮ่าๆ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับเต้นท่าทางแปลกประหลาด มันเหมือนกับคนที่หลุดไปแล้ว ลุงเกษมที่เพิ่งจะเดินออกมาก็รีบเอ่ยถามกับโอ๊ตด้วยความเป็นห่วงทันที“เอ็งเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าโอ๊ต.. ว่าแต่กำลังเต้นท่าแปลกๆนั้นทำไมกันล่ะเนี่ย..” ลุงเกษมกล่าวถาม“นั่นสิ! ฉันบอกแล้วให้รีบๆเคลียร์หนี้สิน.. ทำไมพวกเขายังตามมาที่หออีกล่ะ พวกเขาคงยึดรถของเจ้านายแกไปล่ะสิท่า” ป้าเพ็ญเองก็อยากรู้อยากเห็นก็เอ่ยเหน็บแนมเขาด้วยอีกคน“ฮ่าๆ ผมกำลังดีใจน่ะครับ พวกคนเมื่อกี้เขาไม่ได้มาทวงหนี้หรืออะไรหรอกครับ พวกเขาเป็นทนายของเพื่อนผมมาคุยเรื่องการขโมยรถพร้อมกับตำรวจน่ะครับ.. ช่างโชคดีมากที่พวกเขาหารถเจอ นอกจากนี้เขายังไม่เอาเรื่องผมอีกด้วย ผมก็เลยทำแพนเค้กให้กับพวกเขาทานเป็นการตอบแทน สงสัยจะดีใจมากไปหน่อย เลยเผลอทำเรื่องบ้าๆไป ฮ่าๆ” โอ๊ตกล่าว“อย่างนั้นเองเหรอ.. เอ็งนี่โชคดีจริงๆเลยนะ ลุงว่าเอ็งเลิกรับงานอันตรายๆต่อเงินทองของเอ็งจะดีกว่านะ ครั้งหน้าเอ็งอาจจะไม่โชคดีอย่างนี้ก็ได้..” ลุงเกษมกล่าวเตือนในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่“ใช่ๆ ตาเกษมพูดถูก พวกนั้นใจดีกับแกจริงๆ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ใจดีตลอดหรอกนะ ระวังๆเอาไว้ด้วย ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปละดีกว่า ละครหลังข่าวกำลังเริ่มแล้วด้วย..” ป้าเพ็ญกล่าวก่อนที่แกจะเดินกลับห้องของแกในทันที ลุงเกษมอยู่คุยกับโอ๊ตสักเล็กน้อยก่อนที่แกจะกลับไปเช่นกัน โอ๊ตเก็บของ ทำความสะอาดเตาเล็กน้อย เขาก็เข้าห้องเพื่อทำแป้งแพนเค้กที่เหลือต่อทันที จากนั้นก็ตั้งใจว่าจะอาบน้ำ และเข้านอนเลย วันนี้เขาค่อนข้างเหนื่อย ต้องวิ่งวุ่นวายตั้งแต่เช้ายันเย็น แต่มันก็คุ้มค่ามากจริงๆ เพราะตอนนี้เขามีเงินสดกว่า 210,000 ปลายๆอยู่กับตัวเองอย่างนี้... ..กลับมาทางด้านของคฤหาสน์สกุลชุน..“พวกเขาเดินทางมาถึงกันแล้ว.. จำเอาไว้ รักษามารยาทเอาไว้ให้มากที่สุด พวกเขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่มีอิทธิพลกว้างขวาง พวกเราจะทำให้พวกเขาไม่พอใจไม่ได้..” ชุนตงกล่าวกับบรรดาลูกหลาน และข้ารับใช้ทั้งหมด ในเวลานี้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลต่างอยู่ในชุดที่พวกเขาคิดว่าสุภาพที่สุด เพื่อที่จะต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่สามารถกำหนดความรุ่งเรือง และล่มจมให้กับตระกูลของพวกเขาได้เลย“ครับ/ค่ะ..” ทุกคนกล่าวออกมาตกปากรับคำ ไม่มีใครกล้าจะทำอะไรบ้าๆเลยแม้แต่คนเดียว พวกเขานั้นรู้ดีว่าคนที่กำลังเดินทางมาเป็นคนสำคัญแค่ไหน ถ้าพวกเขาเผลอหายใจผิดที่ผิดทางล่ะก็ ตระกูลชุนอาจจะกลายเป็นหมาข้างถนนเลยก็เป็นไปได้ หัวใจของทุกคนเต้นไม่เป็นจังหวะ ประกอบกับเสียงรถยนต์คันหรูค่อยๆเคลื่อนตัวมาใกล้กับพวกเขาทุกคน ไม่นานมันก็หยุดลง แน่นอนว่าชุนตงถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว เพราะคนที่ลงมาจากรถเป็นบุคคลสำคัญที่ชั้นชนสูงต่างให้ความเคารพ นับถือหน้าถือตากันทั้งเมืองเชียงใหม่แห่งนี้“ยินดีต้อนรับ คุณพงษ์ภัคดี สู่คฤหาสน์สกุลชุนของเราครับ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเดินทางมาด้วยตัวเองอย่างนี้.. เชิญเลยขอรับ”