ตอนที่ 4 (4)
“อ้อ! คือ ลุงออกมาซื้อซี่โครงตุ๋นยาจีนให้แม่ของเธอ ไม่ได้กินมานานแล้วเลยนึกอยากขึ้นมาน่ะ!” ลุงเคอจัดทรงผมอย่างทำตัวไม่ถูก “เธอก็กลับไปเยี่ยมแม่หน่อยสิ!” ลุงเคอเห็นว่าตู้เจี้ยนโยวยังคิดปฏิเสธเลยพูดอีกว่า “อาทิตย์ก่อนแม่เธอป่วย ไอตลอดดูอาการไม่ดี ลุงเลยพาไปตรวจร่างกายครบชุดที่โรงพยาบาล ผลปรากฏว่า...”
“ผลปรากฏว่าอะไร แม่ผมเป็ยังไงบ้าง” ตู้เจี้ยนโยวพลันตื่นใ พุ่งพรวดมาเบื้องหน้าลุงเคอ
“ไม่เป็อะไรๆ แม่เธอสบายดี” ลุงเคอรีบปลอบเด็กที่กังวลตรงหน้า ตบๆ บ่าแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้แม่เธอป่วยนาน บวกกับเริ่มมีอายุแล้ว หลอดลมค่อนข้างอ่อนแรง ถึงได้ไอไม่หาย ดูแลดีๆ สักระยะเดี๋ยวก็หาย” เมื่อตู้เจี้ยนโยววางใจลงบ้าง ลุงเคอกลับเอ่ยต่อ “แต่เป็ผลตรวจร่างกายนั่นต่างหาก...”
“ตรวจร่างกายเป็ยังไงครับ” ตู้เจี้ยนโยวร้องถามด้วยความตื่นใอีกครั้ง
“ไม่ยังไงๆ” ลุงเคอตบบ่าเบาๆ อีกหน “แค่ตรวจเจอว่าความดันสูง ตอนนี้ไม่ใช่แค่ระวังเื่อาหารการกิน แต่ยังต้องกินยาเพื่อควบคุมอาการอีกด้วย”
‘โอ๊ย นี่ ผมว่านะครับคุณลุง ช่วยพูดให้จบในคราวเดียวเลยจะได้ไหม อย่าพูดให้ทู่ทู่ใสิ ขนาดผมฟังอยู่ข้างๆ ยังแทบจะหัวใจวาย’ ถังเฮ่อแอบพึมพำในใจ ใจนเหงื่อกาฬแตกพลั่กไปทั้งตัวตามตู้เจี้ยนโยว
ตู้เจี้ยนโยวใซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะคำพูดของลุงเคอ สีหน้าไม่ค่อยสู้ดี ดูจะเป็กังวลมาก
“หรือว่าพวกเรากลับบ้านไปเยี่ยมคุณน้าสักหน่อยไหมล่ะ ยังไงก็ใกล้บ้านขนาดนี้แล้ว” ถังเฮ่อถาม เขาไม่รู้ว่าทำไมตู้เจี้ยนโยวไม่อยากกลับบ้าน แต่ดูออกว่าเป็ห่วงแม่มาก
ตู้เจี้ยนโยวมองถังเฮ่อ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ขอโทษนะครับ พูดซะดิบดีว่าจะพาพี่ออกมาเดินเล่น แต่ตอนนี้ผมดันจะกลับบ้านซะได้ ไม่งั้น ผมช่วยเรียกรถให้พี่ พี่กลับไปก่อนก็ได้”
“ไม่เป็ไร ฉันก็จะไปเยี่ยมคุณน้าด้วย” ถังเฮ่อหันไปมองลุงเคอ “คุณลุงครับ จะเป็การรบกวนไหมถ้าผมไปเยี่ยมบ้านสักครู่หนึ่ง”
“ไม่เลยๆ ยินดีมากๆ เสี่ยวโยวแทบไม่เคยพาเพื่อนมาบ้าน คุณมาเยี่ยมที่บ้าน แม่เขาต้องดีใจมากแน่ๆ” ลุงเคอด้านหนึ่งพูดไป อีกด้านหนึ่งก็คล้ายกลัวตู้เจี้ยนโยวกลับคำ รีบก้าวเดินพร้ะโกนบอกให้ตามมา
ตู้เจี้ยนโยวเห็นว่าพวกเขาตกลงกันเรียบร้อยแล้ว จึงเดินตามอยู่ด้านหลังสุดอย่างจำใจ
ระหว่างทาง ถังเฮ่อตาไวเห็นร้านขายผลไม้เข้า ฉวยโอกาสตอนที่ลุงเคอไม่สังเกต รีบเข้าไปเลือกกระเช้าแอปเปิลทันที
“พี่ทำอะไร” ตู้เจี้ยนโยวไม่เข้าใจ
“ไปเป็แขกที่บ้านนายครั้งแรก ไม่ควรไปมือเปล่าใช่ไหมล่ะ” ถังเฮ่อพูดด้วยความรู้สึกว่ามันต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้ว
ครั้งแรกเหรอ พูดเหมือนว่าต่อไปจะมาบ่อยๆ อย่างนั้นแหละ
“ที่จริงพี่ไม่ต้อง...” ตู้เจี้ยนโยวยีหัว เกรงใจมากที่ทำให้ถังเฮ่อเสียเงิน
“ไม่ต้องอะไร ฉันยังเข้าใจมารยาทในการไปเป็แขกอยู่ เจอพ่อแม่ครั้งแรก ถ้าไม่ประพฤติตัวให้ดีหน่อย ต่อไปพวกเขาไม่ให้นายมาคบฉันจะทำยังไง” ถังเฮ่อพูดอย่างผิดที่ผิดทาง
ตู้เจี้ยนโยวขมวดคิ้ว จ้องแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่จ่ายเงินปุบปับ พอได้กระเช้าก็เดินลิ่วไปทันที
เจอพ่อแม่ คบกัน พี่กล้าพูดให้คลุมเครือกว่านี้อีกไหมเนี่ย รู้หรือเปล่าว่านี่หมายถึงอะไร รอยยิ้มในแววตาของตู้เจี้ยนโยวอดล้ำลึกขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ ใบหน้าของเขาร้อนผะผ่าว เ้าทึ่มเอ๊ย
ถังเฮ่อเรียนจบมัธยมปลายก็ไปเรียนต่อต่างประเทศและอยู่ที่นั่นสิบกว่าปี เขาจึงไม่ค่อยเข้าใจมารยาทและธรรมเนียมของบ้านเกิดอย่างถ่องแท้นัก ปกติจะมีผู้ช่วยคอยเตือนและจัดการให้ ตอนนี้ปล่อยไก่เข้าแล้ว ตู้เจี้ยนโยวก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ช่างเถอะ เจอพ่อแม่ก็เจอพ่อแม่แล้วกัน!
ลุงเคอพาพวกเขาเข้าไปในสวนหน้าบ้าน แม้แสงจันทร์สลัว แต่รับรู้ได้รางๆ ว่าในสวนเล็กๆ นี้ถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้และต้นไม้ที่เว้นระยะห่างไว้เป็อย่างดี ทว่ามองไม่ชัดว่าในสวนมีดอกไม้และต้นไม้อะไรบ้าง เพียงรู้สึกว่ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เย็นฉ่ำปะทะเข้ามาที่ใบหน้า บอกไม่ได้ว่าเป็กลิ่นหอมของดอกอะไร แต่กลิ่นสะอาดสะอ้านของพืชที่ปล่อยละอองน้ำค้างออกมานั้นช่างสบายเหลือเกิน ถังเฮ่อสูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้งโดยไม่รู้ตัว
ลุงเคอะโเรียกทันทีที่เข้าไปถึงประตูบ้าน “ซูหลิง รีบออกมาดูเร็วว่าฉันบังเอิญเจอใครที่ตลาดกลางคืนเข้า”
ขณะที่ตู้เจี้ยนโยวพาถังเฮ่อเปลี่ยนรองเท้าอยู่ที่ประตูก็ได้ยินเสียงฝีเท้า “ใครเหรอ แค่กๆ...ตื่นเต้นเชียว...เสี่ยวโยวเหรอ ลูกกลับมาแล้ว” พอเดินผ่านประตูเข้ามา แม่ตู้ก็ส่งเสียงดีใจ รีบเดินไปกอดตู้เจี้ยนโยว
“แม่ ลุงเคอบอกว่าแม่ป่วย ตอนนี้เป็ยังไงบ้าง ยังไออยู่เหรอ” ตู้เจี้ยนโยวตบหลังของเธอเบาๆ อย่างเป็ห่วง เมื่อสังเกตโดยละเอียดและพบว่าสีหน้าของแม่ยังดีอยู่จึงวางใจลงได้ในที่สุด
แม่ตู้จ้องลุงเคอ “เพราะคุณนั่นแหละพูดมาก เป็หวัดนิดหน่อยก็กระต่ายตื่นตูม คนนะไม่ใช่เทพ จะไม่ป่วยได้ยังไง...” แม้ปากบ่นอุบไม่หยุด แต่เมื่อกวาดสายตาไปเห็นผู้ชายที่ยืนยิ้มอยู่เงียบๆ ด้านหลังตู้เจี้ยนโยวมาตลอดก็พลันสะดุ้ง
“ตายแล้ว มีแขกเหรอ ขอโทษด้วยนะที่เมื่อกี้ไม่ทันสังเกต รีบเข้ามาเร็ว เขาคือใครเหรอ” แม่ตู้มองไปทางตู้เจี้ยนโยว ถามด้วยน้ำเสียงลังเล
“เขาคือ...เพื่อนน่ะ แล้วก็เป็ลูกค้าของบริษัทผมด้วย เขาบอกว่าไม่เคยไปเดินตลาดกลางคืน เลยพามาเดินดูหน่อยน่ะครับ” ตู้เจี้ยนโยวแนะนำอย่างอึดอัดใจ