ความเร็วที่เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าจากทักษะร่างอวตารมากพอที่จะทำให้ฑิฆัมพรเห็นพวกโครงกระดูกอสูรเป็นภาพช้า แถมยิ่งไม่มีวิฬาร์เข้ามาก่อกวนเพราะเขาถูกหอกเธอตรึงอยู่กับพื้น ก็ทำให้เธอแทบไม่เห็นมันอยู่ในสายตา
พวกมันทั้งสามแม้ตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วทว่าการที่มันไม่มีทักษะเสริมการเคลื่อนที่อื่นๆก็ทำให้เชื่องช้าดุจเต่าแข่งกับกระต่าย
ฑิฆัมพรแม้ไร้อาวุธคู่กาย ทว่าวิชามือเปล่าเธอก็เคยร่ำเรียนมาเจ้าตัวใช้เท้าซ้ายเป็นแกนหมุนก่อนจะเหวี่ยงตัวกลับหลังและเตะเท้าขวาออกไปอย่างรุนแรงหมายซัดมันให้กระเด็นไปใกล้ๆ วิฬาร์ เพื่อโจมตีเขาต่อ
ทว่าสัตว์เวทตัวนั้นกลับปลิวหวือไปชนกับเพื่อนของมันอีกตัวแล้วทั้งสองก็สลายหายไปเพราะรับดาเมจที่เกิดขึ้นไม่ไหวทันที
เธอมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างปวดใจสัตว์เวทที่น้อยลงหนึ่งตัว เท่ากับเป้าหมายที่หายไปหนึ่งจุดทว่าเพราะเธอรีบร้อนจะกลับเข้ามาประชิดวิฬาร์เจ้าตัวจึงไม่ทันระวังพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้น เป็นผลให้พวกมันตายไปเสียแล้ว
แถมการเสียเวลาครึ่งวินาทีตรงนี้ ก็ทำให้รูปปั้นวิฬาร์มีเวลามากพอที่จะพาตัวเองออกมาจากหอกที่ตรึงเขาเอาไว้บนพื้นแล้วด้วย
มนุษย์หินนั่นถลาเข้ามาแล้วกางกรงเล็บทั้งสองข้างหนึ่งเล็บสายฟ้า หนึ่งเล็บอัคคี หมายเข้าขย้ำเพื่อปลิดชีพเธอในคราวเดียว ทั่วร่างก็ผนึกเกราะเวทดินหนาหนักเกรงว่าจะโจมตีด้วยมือเปล่าอาจเจาะไม่เข้าด้วยซ้ำ
ทั้งสองเข้าโรมรันกันโดยไร้อาวุธ หนึ่งใช้ท่าเท้าตวัดหนักหน่วงอีกหนึ่งใช้กรงเล็บดุจพญาราชสีห์ ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บแต่เพราะพลังโจมตีของฑิฆัมพรสูงมาก บวกกับความเร็วของเธอก็เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่โจมตีถูกทำให้รูปปั้นวิฬาร์ต้องเร่งมายาเวทขึ้นมาเพื่อหลบหลีกอย่างช่วยไม่ได้
แต่ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ยังถูกเตะเข้าอย่างแรงที่สีข้างเพราะเธอตามจังหวะทันในทุกกระบวนท่า ทว่าสัตว์เวทที่น้อยลงสองตัว ก็ทำให้เขาสามารถบังคับตัวที่เหลือได้ง่ายขึ้นทำให้ในวินาทีสำคัญ โครงกระดูกนั่นจึงเร่งโจมตีมาจากเบื้องหลังใช้มนตร์บทหนึ่งที่มีความสามารถในการลดค่าสถานะยิงใส่เธอจากมุมอับ
ความเร็วของเธอตกลงหนึ่งส่วนทันที
จากนั้น รูปปั้นวิฬาร์จึงเริ่มสวนกลับทั้งฟันศอกและต่อยเตะ ประสานกับบรรดาธาตุเวทระดับล่างหลายสิบบทจนรอบด้านเกิดเป็นวงแหวนเพลิงราวกับเขาเป็นดาวเสาร์ เจ้าตัวใช้ไฟเสริมไฟดึงพลังออกมาใช้ประดุจเทพอัคคี หยิบจับสิ่งใดก็ล้วนลุกไหม้ ยิ่งสู้ยิ่งร้อนแรงและถึงแม้พลังโจมตีของเขาจะน้อย ทว่าเมื่อรวมๆ กันมากเข้าก็ทำให้ฑิฆัมพรกลายเป็นฝ่ายตั้งรับอีกครั้ง
การปะทะดำเนินไปอย่างดุเดือด เวทมนตร์ของวิฬาร์ยิ่งสู้ยิ่งเสริมกันและกันเข้าใกล้ก็ทำให้ฑิฆัมพรร้อนเจียนตาย แต่ถ้าถอยห่างก็เท่ากับเพิ่มระยะโจมตีให้อีกฝ่ายเจ้าตัวจึงกัดฟันสู้ไม่ถอยพยายามใช้จุดอ่อนเรื่องความเร็วของวิฬาร์ให้เกิดประโยชน์
และฑิฆัมพรเองมิใช่ลูกพลับนิ่มแม้เธอจะถูกดีบัฟอยู่หลายครั้ง ทว่าเมื่อโจมตีเป็นผลมากขึ้นคอมโบทั้งหลายก็ช่วยเพิ่มค่าสถานะของเธอขึ้นอีกช่วง ซ้ำยิ่งสู้เจ้าตัวก็ยิ่งจับจังหวะการใช้ทักษะได้คล่องขึ้นทำให้แม้บางครั้งจะมีบางคอมโบที่หลุดจนต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทว่าเธอก็เร่งปั่นคอมโบขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
ไปๆ มาๆ ทั้งสองคนจึงผลัดกันรุกผลัดกันรับเต้นไปตามจังหวะของอีกคนอย่างน่าพิศวง โดยมีโครงกระดูกอสูรที่เงอะงะคอยตอดซ้ำอยู่อีกด้านราวเป็นดาวบริวาร
ทว่าในจังหวะหนึ่งที่เธอเร่งคอมโบขึ้นจนค่าสถานะพุ่งทะลุเพดานวิฬาร์ที่ตั้งรับไม่ทันจึงจำใจสละสัตว์เวทของตัวเองเข้ามาตั้งรับ ยอมเสียสัตว์เวทที่เพิ่มความได้เปรียบของตัวเองแต่รักษาชีวิตเอาไว้
สาวงามที่ยั้งมือไม่ทันจึงโจมตีใส่จนมันสลายไป
ใครเล่าจะรู้ว่านั่นกลับแทงจุดตายของเธอเข้าอย่างจัง
เป้าหมายที่ลดลงหนึ่งตัวทำให้การต่อคอมโบของเธอเป็นไปได้ยากขึ้นหนึ่งเท่า และนั่นหมายความว่าถ้าต่อจากนี้เธอทำคอมโบหลุดเมื่อไหร่มันก็อาจเป็นการต่อสู้ในช่วงสุดท้ายแล้ว
เจ้าตัวที่รู้พลันใจหายวาบทว่าเพราะตั้งใจไว้แต่ต้นแล้วว่าเป็นไงเป็นกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะไม่ยอมถอยอีกเป็นอันขาด
อาจเป็นเพราะรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายการโจมตีของเธอจึงเร่งขึ้นอีกระดับทว่ามันคือระดับที่เธอในช่วงเวลาปกติไม่มีทางทำได้
หนึ่งหมัด
สองก้าว
สามกระบวนท่า
สี่รุก
ห้าสัมผัสรับรู้
เจ้าตัวคล้ายกำลังสัมผัสกับช่วงเวลาพิเศษเห็นภาพทุกสิ่งเป็นความเชื่องช้า ทั้งมือ ทั้งเท้า และส่วนต่างๆของร่างกายประดุจสื่อสารกันเองจากภายใน มันคล้ายกับจิตและกายประสานเป็นเนื้อเดียวกันหลุดออกจากความเป็นจริง หลุดออกจากความคิด และหลุดออกจากห้วงสามัญสำนึก
วินาทีนั้น เธอคล้ายบรรลุถึงอะไรบางอย่าง
ปัจเจกวิชาของฑิฆัมพร ห้วงเวลาไร้เทียมทาน
รูปปั้นวิฬาร์สีดำที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่พลันมือไม้ปั่นป่วนขึ้นมาทันทีที่เธอบรรลุถึงขอบเขตใหม่สองเท้าย่ำถอยหลังทุกครั้งที่เจ้าของผมสีทองรุกไล่ ไม่ว่ามันจะใช้มายาเวทหลบสร้างภาพลวง ระเบิดเสียงพิสดารหรือแม้กระทั่งเร่งเวลาจนสามารถใช้เวทมนตร์ระดับกลางใส่เธอได้ แต่ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรก็ไม่อาจเร่งการโจมตีคืนใส่เธอได้แม้แต่ครั้งเดียว
เกราะเวทที่ผนึกไว้ทั่วร่างกำลังแตกสลายลงอย่างช้าๆทั่วร่างมีของเหลวสีลาวาเปรอะเปื้อน และบาดแผลก็ปริแตกทุกครั้งที่รูปปั้นวิฬาร์ขยับกาย
ทว่าแม้เป็นเพียงรูปสลักที่ไร้สติแต่มันก็คล้ายยังมีความคิดเป็นของตัวเอง
รูปปั้นวิฬาร์ที่เก็บข้อมูลการต่อสู้มาตั้งแต่ต้น สังเกตเห็นนานแล้วว่าการต่อสู้ของเธอในวันนี้ผิดแปลกไปจากครั้งก่อนที่มันเคยประมือมีบางช่วงที่เร่งขึ้นจนรวดเร็วราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนก่อนจะตกวูบลงในชั่วพริบตา คล้ายกับมีเงื่อนไขประหลาดที่เกื้อหนุนอยู่
ทว่าสู้กันมาจนตอนนี้ มันก็เริ่มเดาได้แล้ว
ความแข็งแกร่งนี้เกิดจากการประสานคอมโบอย่างต่อเนื่องและขอเพียงมันหยุดคอมโบลงได้ ก็เท่ากับว่าเธอจะต้องกลับไปมีพลังโจมตีแบบเดิมอย่างแน่นอน
มันแกล้งถอยจนคล้ายตั้งรับไม่ไหว ทว่าความจริงแล้วกำลังตั้งรับอย่างจงใจมันเปิดเผยจุดอ่อนบางส่วนเพื่อล่อลวงคู่ต่อสู้ให้เต้นไปตามท่วงทำนองที่ตนควบคุมทำให้แม้จะดูเป็นฝ่ายรับ ทว่าเพราะรู้ล่วงหน้าว่างเป้าหมายถัดไปจะเป็นอะไรมันจึงรับมือได้ง่ายกว่าเดิม
ท่าแล้วท่าเล่า
การโจมตีแล้วการโจมตีเล่า
ควบคุมกระแสการต่อสู้ได้ ก็เท่ากับควบคุมศัตรูได้บาดแผลที่เกิดขึ้นจึงไม่ร้ายแรงเท่าที่คิด
และจนกระทั่งมันสามารถประสานการใช้งานเวทมนตร์บทหนึ่งได้สำเร็จ
มายาเวทประสาน มิติกระจก
พอรู้ตัวว่าเธอตกอยู่ในขอบเขตเวทนี้ฑิฆัมพรที่รู้จักมันดีจึงรู้ตัวว่าจบสิ้นแล้ว
เจ้าตัวที่เห็นรูปปั้นสีดำเคลื่อนร่างเข้ามาใกล้ก็ฟาดมือใส่โดยอัตโนมัติทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าโอกาสโดนตัวจริงของมันนั้นน้อยนิดเพียงไร
แน่นอนว่าการโจมตีของเธอพลาดเป้าไปโดยไร้ปาฏิหาริย์และทันทีที่มันพลาด คอมโบของเธอก็พลันสิ้นสุดลง
หากเป็นการต่อสู้ทั่วไป เพียงแค่หลุดคอมโบกระแสการต่อสู้คงไม่เปลี่ยนได้ถึงขนาดนี้ทว่านี่เป็นการต่อสู้ของสองปีศาจระดับผู้ครองร่างอวตารความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่าง
ยามเมื่อคอมโบสิ้นสุดพลังทั้งมวลที่เคยทบทวีขึ้นพลันหายวับไปกับตา
และรูปปั้นศิลานั่น ก็จับจังหวะแล้วสวนกลับทันที
ทว่าคราวนี้ มันไม่ได้สวนกลับแบบธรรมดา
เพราะมันเร่งการป้องกันแบบเต็มสูบ
มันรุกไล่ด้วยการโจมตีอย่างมั่นคงเริ่มเว้นระยะห่างจากเธอมากขึ้นเรื่อยๆทำให้แม้ว่าเธอจะเริ่มกลับมาทำคอมโบได้อีกครั้งทว่าทุกครั้งที่พลังของเธอจะเริ่มทบทวีจนเป็นปัญหา มันก็จะใช้การป้องกันหรือพยายามทำให้เธอโจมตีพลาดเพื่อสกัดคอมโบ
มันไม่สาดธาตุเวทใส่เธอ เพื่อไม่ให้เธอโจมตีใส่แล้วเกิดเป็นคอมโบ
มันไม่พาตัวเข้าใกล้เธอ เพื่อตกเป็นเป้าโจมตีจนเกิดคอมโบ
มันและเริ่มเว้นระยะมากขึ้น มากขึ้นเริ่มใช้การโจมตีระยะไกลอย่างรัดกุม ค่อยๆ ตอดเลือดของเธอลงจากมุมอับ
และนั่น ทำให้เธอเริ่มตกเป็นรอง
มากขึ้น
มากขึ้น
มากขึ้นเรื่อยๆ
ไอเทมฟื้นพลังที่เธอพอจะมีติดตัวถูกใช้ไปจนหมดแล้วหรือบรรดาทักษะสายสุคติเวทที่เธอพยายามร่ำเรียนมาเพื่อใช้ในจังหวะจนตรอกก็พากันติดคูลดาวน์จนหมด
เห็นได้ว่าไม่มีทางไหนเลยที่เธอจะพลิกกลับมาชนะได้
ทว่าเจ้าตัวกลับไม่จำนนต่อโชคชะตาเธอยังพยายามแสวงหาทางที่จะเจาะผ่านการป้องกันอย่างรัดกุมไปได้
เพราะนี่เป็นสิ่งที่เธอคาดการณ์เอาไว้แล้ว
สู้กับหมอนี่ ไม่มีทางที่เธอจะกดเข้าไว้ได้ตลอดเวลาแม้เธอจะไม่รู้ว่าเขายังคงเป็นวิฬาร์คนเดิม หรือเป็นเพียงหุ่นที่ถูกเชิดโดยระบบแต่การดูถูกสติปัญญาศัตรู ไม่ใช่สิ่งที่เธอตั้งใจจะทำอย่างแน่นอน
เจ้าตัวรู้ดีว่าร้อยถี่มีหนึ่งห่าง มันอาจมีสักหนึ่งในร้อยรูปแบบที่แผนการทั้งหมดที่เธอวางมาอาจใช้ไม่ได้ผล และสุดท้ายจะต้องดวลกันเพียงหนึ่งต่อหนึ่ง ในสภาวะเช่นนี้
และนั่นแปลว่า เธอมีเพียงทางเดียวที่เดินได้
สู้!
ภายใต้ห้วงเวลาที่เคลื่อนคล้อย เจ้าตัวตวัดเท้าเตะต่อยไม่หยุดยั้งแม้ไร้อาวุธคู่กาย ทว่าเจ้าตัวก็ผนึกพลังใส่มือทั้งสองข้างจนคมดุจหอกโจมตีใส่ลิ่มน้ำแข็งที่ลอยเข้ามาและเริ่มนับคอมโบใหม่ ฟื้นพลังใหม่ จากนั้นพาตัวเองเคลื่อนที่เข้าไปในระยะประชิดช่วงชิงโอกาสให้ตัวเองอีกครั้งอย่างไม่ย่อท้อ
และแม้จะถูกสวนกลับและทิ้งระยะห่างอีก แต่เธอก็ยังคงพาร่างที่บาดเจ็บบุกขึ้นหน้าพยายามช่วงชิงคอมโบแล้ว คอมโบเล่า การโจมตีแล้ว การโจมตีเล่า ราวกับเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย
จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ทราบที่เธอเลิกสนคอมโบพวกนั้นไปแล้ว
ตอนนี้เจ้าตัวหวังเพียงโจมตีเขาให้โดนเพิ่มอีกสักแผล หวังให้มันเป็นแผลที่พาเธอเข้าใกล้ความสำเร็จที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
ครั้งแล้ว
ครั้งเล่า
ก้าวแล้ว
ก้าวเล่า
ทว่าเหมือนพระพรหมไม่ได้ขีดเส้นไว้ให้เธอช่วงชิงชัยชนะครั้งนี้มาได้
ท่ามกลางแสงสีมากมายจากการโจมตีของวิฬาร์เขาก็เริ่มช่วงชิงพื้นที่และการโจมตีที่มากขึ้น บวกกับฟื้นพลังของตัวเองอย่างไร้ปรานี
เธอคล้ายเห็นความตายคืบคลานเข้ามาจากทุกทิศทางแม้กล้ามเนื้อทั่วร่างจะกรีดร้องโหยหวนเพราะทำงานเกินกำลังหรือบาดแผลทั่วร่างจะคอยเหนี่ยวรั้งความพยายามของเธอเอาไว้ทว่าเจ้าตัวกลับเลือกที่จะไม่สนใจมัน ยังคงมุ่งหน้าเป้าหมายอย่างไม่หยุดยั้ง
อีกนิด
อีกนิด
ขออีกนิด
เจ้าตัวคล้ายลืมเลือนสิ่งรอบข้าง ลืมเลือนโลกลืมเลือนตัวตน ฉีกกระชากความเป็นไปไม่ได้ที่กั้นขวางระหว่างเธอกับความสำเร็จต่อไป
จนกระทั่ง...
...เธอล้มลง
ภาพสุดท้ายที่เธอเห็น คือก้อนเวทมนตร์สีฟ้าที่กำลังพุ่งเข้าใส่เธอจากสามทิศทางแม้แขนขวาของเธอจะไร้ความรู้สึกไปแล้ว แต่แขนซ้ายยังพอขยับได้ เจ้าตัวจึงเกร็งพลังเท่าที่เหลืออยู่เข้าที่กล้ามเนื้อหวังให้มันช่วยปกป้องเธอจนลมหายใจสุดท้าย
ทว่าในห้วงวินาทีก่อนที่ความตายจะประทับลงมา เสียง NPC หญิงคนนั้นกลับดังขึ้นเหนี่ยวรั้งสติของเธอเอาไว้
“ยินดีด้วยนะสาวน้อย เธอเอาชนะมันได้แล้ว”
“ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งจนมิอาจเอาชนะได้หรอก”
“แต่มันคือจิตใจของเธอเองต่างหาก”
“ผู้เล่นฑิฆัมพรผ่านการทดสอบภารกิจได้รับไอเทมระดับ Sหอกโมกขศักดิ์ เป็นของรางวัล”
เธอเสียง NPC หญิงวัยกลางคนดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป