สิบโมงกว่าแล้วมธุรินเพิ่งจะตื่นนอนหลังจากอาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้ว หญิงสาวก็เดินลงมาชั้นล่างซึ่งก็เกือบได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี
“เที่ยงนี้มีอะไรทาน”
มธุรินถามอวิกาที่กำลังปัดกวาดเช็ดถูเครื่องเรือนภายในห้องรับแขกอยู่คนถูกถามชะงักมือก่อนจะรายงานออกไป มธุรินพยักหน้าแล้วสั่งให้ตั้งโต๊ะอาหารอวิกาจึงทิ้งงานที่ทำอยู่แล้วไปจัดการยกอาหารในห้องครัวมาให้ หลังจากทานอาหารเสร็จคุณหนูคนสวยของบ้านฤทธิ์ติกรกุลก็ออกไปเที่ยวข้างนอกต่อ
เมื่อบ้านไร้เงาของเ้านายคนรับใช้จึงได้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากงานบ้านที่ทำอยู่มานั่งดูทีวีและคุยเล่นกัน
“ป้าแหวนคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายจะกลับเมื่อไรเหรอ”อนงค์ถามพลางใช้ช้อนส้อมตักส้มตำรสแซบในจานกิน หลังจากมธุรินออกไปข้างนอกแล้ว อนงค์ก็ชักชวนป้าแหวนกับอวิกาล้อมวงกินส้มตำกันโดยอนงค์อาสาเป็คนออกไปซื้อส้มตำไก่ย่างรสเด็ดที่หน้าปากซอย
“เห็นพี่ปั่นบอกว่ากลับพรุ่งนี้เช้า” แหวนตอบพลางตักส้มตำกินอย่างเอร็ดอร่อย่สองวันนี้งามพิศกับวิทวัสไม่อยู่บ้านเพราะมีธุระต้องไปทำที่ต่างจังหวัดเกี่ยวกับที่ดินที่งามพิศคิดจะซื้อ ตาปั่นสามีของป้าแหวนจึงทำหน้าที่ขับรถไปให้ ส่วนพิกุลงามพิศก็ให้ติดตามไปรับใช้ด้วย
“พอบ้านนี้ไม่มีนังพิกุลอยู่แล้วสงบขึ้นเยอะเลยเนอะจริงไหมเพชร” อนงค์หันไปถามอวิกา
“จริงจ้ะพี่อนงค์” หญิงสาวรับคำยิ้มๆ ก่อนจะร่วมประสานเสียงหัวเราะไปกับอนงค์และป้าแหวนั้แ่พิกุลไม่อยู่บ้าน อวิการู้สึกสบายหูเหลือเกิน ไม่มีใครมาคอยพูดจากระแนะกระแหนให้รำคาญใจ
“เอ...เย็นนี้คุณหนูน้ำหวานจะกลับมากินข้าวเย็นที่บ้านหรือเปล่านะ” ป้าแหวนกังวลใจ
“กินหรือไม่กินป้าก็ทำไว้เหอะยังไงมันก็ไม่เสียของหรอก เพราะถ้าคุณหนูไม่กลับมากิน พวกเราก็กินแทนก็ได้”
เอ่ยจบอนงค์ก็หันไปดูโทรทัศน์ซึ่งกำลังฉายภาพโฆษณาที่มธุรินได้เป็พรีเซ็นเตอร์อยู่
“ป้าแหวน เพชร ดูสิโฆษณาครีมอาบน้ำของคุณหนู ว้าว! คุณหนูน้ำหวานของเราสวย ขาวผิวเนียนเหลือเกิน”
อวิกามองดูด้วยความอิจฉาแต่ไม่ริษยาเพราะเธอแค่รู้สึกอยากได้บางสิ่งบางอย่างที่มธุรินมีแต่เธอไม่มี โดยเฉพาะความรักจากผู้เป็พ่อเธอน้อยเนื้อต่ำใจวิทวัสและโกรธแค้นงามพิศที่ปิดกั้นโอกาสต่างๆ ของเธอลงในขณะที่มธุรินสามารถออกไปเที่ยวข้างนอกและทำงานหาเงินได้อย่างอิสระแต่เธอกลับต้องอยู่โยงเฝ้าบ้านแล้วรับใช้ทุกคนเหมือนทาส ทั้งๆ ที่เธอก็เรียนจบแล้ว
อวิกาเรียนจบ ปวส.สาขาการบัญชีมาได้เกือบปีแล้วหญิงสาวเคยไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆ ที่เขาเปิดรับสมัครเธอหางานอยู่สองวันก็ถูกงามพิศสั่งให้เลิกหาและให้มาทำงานบ้านแทนตอนนั้นเพิ่งกลับเข้าบ้านเธอจึงรู้สึกเหนื่อย กอปรกับไม่พอใจในคำสั่งของงามพิศเป็อย่างมากเธอจึงหลุดะเิอารมณ์ร้อนแรงใส่อีกฝ่าย
“จะห้ามหนูทำไมหนูออกไปหางานทำก็ดีแล้วนี่ ถ้าได้งานทำ หนูก็จะได้ไปให้พ้นๆ บ้านหลังนี้ไปให้พ้นๆ หน้าคุณผู้หญิงยังไงล่ะ ไม่ชอบหรือไง!”
เผียะ!
“แกกล้าขึ้นเสียงกับฉันงั้นเหรอนังเพชรอ๋อ...เดี๋ยวนี้แกโตแล้วนี่ถึงได้ปีกกล้าขาแข็งกับฉัน จำใส่หัวสมองแกเอาไว้ให้ดีนะนังเพชร”งามพิศชี้นิ้วจิ้มหน้าผากอวิกาแรงๆ “แกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นถ้าฉันไม่อนุญาตตราบใดที่ฉันยังไม่พอใจ แกก็ต้องทำงานให้ฉันเพื่อทดแทนบุญคุณต่อไปแกอยากได้ชื่อว่าเป็คนเนรคุณก็เอาสิ ลองออกไปหางานทำดูฉันจะทำให้แกโดนไล่ออกั้แ่วันแรกเลยคอยดู”
“เมื่อไรบุญคุณระหว่างเราจะจบสิ้นเสียที”อวิกาเค้นเสียงถามอย่างเ็ป ชีวิตเธอต้องจมดิ่งสู่ที่ต่ำเพราะคำว่าบุญคุณไปนานอีกแค่ไหนกันเมื่อไรเธอจะหลุดพ้นมันไปได้เสียที
“จนกว่าฉันจะพอใจ”
“ไม่ยุติธรรมเลย”
“คนอย่างแกไม่มีคำว่ายุติธรรมให้หรอกนังเพชร”
อวิกาดึงสติตัวเองออกมาจากภวังค์ความนึกคิดน้ำตาเอ่อท้นดวงตางามจนเจียนจะหยดเมื่อนึกถึงคำพูดสุดท้ายของงามพิศคนอย่างเธอนี่มันต่ำต้อยมากเสียจนไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับความยุติธรรมเลยงั้นเหรอเธอไม่ใช่โจร ไม่เคยปล้นฆ่าหรือคดโกงใคร แต่ทำไมถึงถูกพิพากษาทำเหมือนไม่ใช่คนแบบนี้เธอผิดอะไรนักหนากัน แค่เธอเกิดมาจากความผิดพลาดเกิดมาจากตัณหาราคะของผู้ชายไร้ความรับผิดชอบคนหนึ่งเท่านั้นเองแต่ทำไม...ทำไมถึงต้องรังเกียจเดียดฉันท์เธอถึงเพียงนี้ ทำไม!
“ในทีวีคุณหนูน้ำหวานสวยมากๆเลย นี่นังพิกุลก็มาเล่าให้ฉันฟังว่ามีคนมาติดต่อให้คุณหนูไปถ่ายโฆษณาอีกชิ้นหนึ่งด้วยแหละน่าอิจฉาจังเลยทำยังไงฉันถึงจะได้เกิดมาทั้งสวยทั้งรวยและก็เก่งเหมือนคุณหนูน้ำหวานบ้างนะ” อนงค์ถอนใจเฮือกใหญ่กับความอาภัพของตนเอง
“แกคงต้องทำบุญเยอะๆมั้งนังอนงค์” ป้าแหวนแซวเล่นสนุกๆ แต่ดันไปกระทบใจคนที่เธอรักเหมือนลูกเข้าอย่างจังอวิกายิ้มเศร้าก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงราวกับตัดพ้อโชคชะตาของตนเอง
“ถ้าพี่อนงค์ต้องไปทำบุญเพชรก็คงต้องไปด้วยเหมือนกัน คงต้องทำบุญเยอะๆเผื่อชาติหน้าจะได้เกิดมามีพร้อมทุกอย่างเหมือนคุณหนูน้ำหวานบ้าง”
“โธ่...เพชรเอ๊ย” แหวนดึงตัวหลานสาวมากอดปลอบ รู้สึกเวทนาจับใจ “เอ็งอย่าน้อยเนื้อต่ำใจไปเลยนะถึงเอ็งจะไม่มีพร้อมเหมือนคนอื่นเขา แต่เอ็งก็สามารถสร้างมันได้ด้วยสองมือของเอ็งนะเชื่อป้าเถอะนะ คนดียังไงก็ต้องได้ดี”
“เพชรคงไม่ใช่คนดีหรอกจ้ะยายเพราะเพชรชอบอิจฉาคุณหนูอยู่เรื่อย คุณหนูสวยสง่าต่างกับเพชรที่ทั้งอ้วนแล้วก็เตี้ย”
“เฮ้ย! เพชรใครบอกแกว่าแกอ้วนน่ะ”อนงค์ทักท้วงพร้อมกับส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
“ก็...ก็คุณหนูชอบว่าฉันอ้วนแล้วก็เตี้ยม่อต้อด้วย”
“อย่าไปเชื่อ” อนงค์โบกมือไม้ให้วุ่น “อย่างแกน่ะไม่เรียกว่าอ้วนหรอกเขาเรียกว่ามีน้ำมีนวลไม่ผอมแห้งหรืออ้วนจนเกินไปแต่ที่คนอื่นดูว่าอ้วนก็เพราะแกมันตัวเล็กไปหน่อยเท่านั้นเองแต่แบบนี้ผู้ชายชอบเยอะนะรู้ไหม ตัวเล็กๆ หุ่นน่ากอดแบบนี้น่ะ ไม่เหมือนพวกผอมแห้งเหมือนนางแบบทั้งหลายกอดทีเจอแต่กระดูก”
ฟังคำอนงค์แล้ว ป้าแหวนถึงกับหัวเราะลั่นและพยักหน้าเป็เชิงสนับสนุนคำพูดของอนงค์
“เอ็งอย่าน้อยใจในรูปร่างหน้าตาของเอ็งเลยเพชรเอ๊ยถึงเอ็งจะไม่ใช่คนสวยหยดย้อยเหมือนคุณหนูน้ำหวานแต่เอ็งก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่จนดูไม่ได้เสียเมื่อไรล่ะหน้าตาเอ็งน่ะน่ารักน่าเอ็นดูจะตายไป ถ้ามองนานๆ แล้วก็จะเห็นถึงความสวยเองสวยแบบนี้มองไม่เบื่อหรอกรู้ไหม แต่เพชรเอ๊ย ป้าจะสอนเอ็งไว้นะว่าความสวยงามบนร่างกายน่ะต่อให้สวยงามมากแค่ไหนก็เทียบค่าไม่ได้กับจิตใจที่ดีงามหรอกนะคนสวยแต่จิตใจไม่ดีก็ไม่มีใคร้า แต่ถ้าไม่สวยหากจิตใจนั้นกลับประเสริฐนักเอ็งเชื่อป้าเถอะว่าไม่มีใครรังเกียจเดียดฉันท์แน่นอน แถมมีแต่คนรักใคร่อีกต่างหาก”
แหวนสอนสั่งด้วยความรัก เธอไม่อยากให้อวิกาลุ่มหลงกับสิ่งภายนอกจนหลงเดินทางผิดไป
“จ้ะยายฉันจะจำคำสอนของยายไว้”
อวิกาสวมกอดผู้เป็ยายทั้งน้ำตานี่เป็สิ่งเดียวที่หญิงสาวรู้สึกว่าโชคดีที่มียายกับตาคอยเลี้ยงดูและสั่งสอนเธอไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเธอไม่ได้ตากับยายคอยขัดเกลานิสัย ชีวิตเธอจะเป็เช่นไรสภาพแวดล้อมรอบตัวเธออาจทำให้เธอหลงเดินทางผิดหลงมัวเมาอยากได้ใคร่มีกับสิ่งจอมปลอมจนกระทั่งทำร้ายตัวเองสักวันหนึ่งเป็แน่
‘โชคดีเหลือเกินที่มียายกับตาอยู่อย่างน้อย์ก็ยังเมตตาเธอบ้าง แม้จะน้อยไปสักหน่อยก็ตาม’
ร้านอาหารชื่อดังในห้างสรรพสินค้าสุดหรูขณะที่มธุรินกำลังสนทนากับเพื่อนในกลุ่มอย่างสนุกสนาน จู่ๆ เพื่อนในกลุ่มก็พูดขึ้นมา
“เอ๊ะ! นั่นคุณอิมรานนี่”
สาวสวยทั้งหมดหันไปมองตามที่เพื่อนชี้ก็เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสบายๆแต่ก็ยังเสริมให้คนสวมใส่ดูองอาจและดูเท่ในสายตาของสาวๆ ได้ สาวๆในโต๊ะต่างอุทานกันออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ชื่ออิมรานชัดเจนใบหน้าหล่อเหลาสไตล์อาหรับดูมีเสน่ห์จนน่าหลงใหล ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม คิ้ว คาง จมูกปาก และผมดำยาวซอยระต้นคอรับกับใบหน้าล้วนเข้ากันได้ดีอย่างไม่มีที่ติทุกอย่างในตัวที่ประกอบขึ้นมาทำให้อิมรานกลายเป็เทพบุตรในฝันของสาวๆ ได้ไม่ยากนักไม่ยกเว้นแม้แต่มธุรินที่ตอนนี้กลายเป็นางแบบดาวรุ่งของเมืองไทย
“สวัสดีค่ะคุณอิมรานไม่คิดเลยว่าจะได้พบคุณที่นี่” ยุวดีเอ่ยทักชายหนุ่มก่อนเมื่อเขาเดินส่งยิ้มเข้ามาหาที่โต๊ะของพวกเธอ
“สวัสดีครับคุณยุ” อิมรานทักทายตอบกลับเป็ภาษาไทยอย่างชัดเจนทำเอาสาวๆ ที่นั่งอยู่นึกทึ่งระคนแปลกใจและยิ่งชายหนุ่มโปรยยิ้มทรงเสน่ห์แจกให้ทั่วโต๊ะด้วยแล้ว สาวๆ ก็ยิ่งปลื้มระคนหลงใหลเข้าไปใหญ่
“มาคนเดียวหรือเปล่าคะถ้ามาคนเดียวและไม่รังเกียจพวกเรา ยุก็ขอเชิญคุณนั่งร่วมโต๊ะด้วยกันนะคะ”
“ขอบคุณแต่เห็นจะต้องปฏิเสธเพราะผมนัดเพื่อนเอาไว้แล้ว พวกเขารออยู่ที่โต๊ะโน้นน่ะครับถ้ายังไงผมขอตัวก่อนนะครับ”ชายหนุ่มส่งยิ้มให้กับทุกคนในโต๊ะแล้วเดินผละจากไปยังโต๊ะในสุดของร้านซึ่งมีเพื่อนๆ รออยู่
“แกรู้จักเขาเหรอยัยยุ” มธุรินรีบถามทันทีอย่างสนใจเธอนั่งหันหน้าไปทางโต๊ะอิมรานพอดีจึงได้พิจารณาเขาเพิ่มขึ้นยิ่งมองก็ยิ่งถูกใจเหลือเกิน
“รู้จักสิไม่รู้จักฉันจะทักเขาได้งั้นเหรอ คุณอิมรานเป็เพื่อนทางธุรกิจของแฟนฉันเองฉันได้รู้จักเขาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน”
“เขาเป็คนประเทศอะไร”
“อูบาเซียเป็ประเทศแถบตะวันออกกลางน่ะ”
“ทำไมไม่คุ้นหูชื่อประเทศนี่เลยล่ะนี่...อูบาซงอูบาเซียอะไรเนี่ยน่ะ เป็ประเทศเล็กๆ และยากจนหรือเปล่ายะแล้วฐานะอิมรานล่ะเป็ยังไง รวยหรือจน”
“แหมดูจากสภาพเขาแล้วแกยังดูไม่ออกอีกเหรอว่ารวยหรือจนน่ะ ฉันจะบอกให้ก็ได้ว่าครอบครัวของอิมรานน่ะรวยมากระดับเศรษฐีหมื่นล้านเชียวล่ะ นอกจากธุรกิจห้างสรรพสินค้าของครอบครัวแล้วอิมรานยังเปิดบริษัททัวร์เป็ธุรกิจของตัวเองอีกด้วยฉันจะบอกให้นะว่าบริษัททัวร์นี้น่ะทำกำไรให้เขาได้ปีละเกือบสิบล้านเลยนะ เอ...ที่แกซักถามฉันอยู่เนี่ยแกสนใจเขาล่ะสิยัยน้ำหวาน ใช่ไหม”
ยุวดีถามยิ้มๆ อย่างรู้เท่าทันเพื่อนซึ่งมธุรินก็ไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไรที่ถูกจับได้ เธอยักไหล่พร้อมกับตอบออกไปตรงๆ
“สนใจสิ ฉันประกาศจองไว้เลยพวกแกห้ามยุ่งเด็ดขาด”
เพื่อนๆในกลุ่มที่ยังไม่มีแฟนเป็ตัวเป็ตนโอดครวญกันยกใหญ่ แต่มธุรินก็ไม่สนใจ เพราะอะไรที่เธออยากได้ก็ต้องได้เสมอแต่หญิงสาวก็รู้จักนิสัยเพื่อนในกลุ่มดีว่าไม่ได้คิดจริงจังอะไรมากนักหรอก แค่โอดครวญเล่นสนุกๆกันไปเท่านั้นเอง
“แกแน่ใจนะ” ยุวดีถามย้ำ
“จริงสิ ฉันชอบเขามากนะเขาหล่อแล้วดูท่าจะเ้าชู้มากทีเดียวแต่แบบนี้ฉันชอบเพราะถ้าเ้าชู้มากก็แสดงว่าผ่านมาเยอะเื่บนเตียงคงยอดเยี่ยมไม่จืดชืดแน่ๆ”มธุรินพูดอย่างไม่กระดากปาก เพราะเื่พวกนี้ในกลุ่มเพื่อนๆดูเหมือนจะเป็เื่ธรรมดาๆ
“ต๊าย...พูดได้ไม่อายปากอยากลองเต็มที่แล้วสิยะ” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยแซวแกมแดกดันเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากทุกคนได้ไม่เว้นแม้แต่มธุริน
“แน่นอนมีโอกาสเมื่อไรฉันไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่ ยัยยุ แกต้องช่วยฉันหาทางให้ได้ใกล้ชิดเขานะ”
“ได้เลยไม่ช่วยเพื่อนแล้วจะไปช่วยใครล่ะ” ยุวดีรับปากอย่างเต็มใจก่อนจะช่วยเพื่อนวางแผนให้ได้ใกล้ชิดหนุ่มเป้าหมาย
ในขณะที่สาวๆ ช่วยกันวางแผนนั้นโต๊ะในสุดซึ่งมีกลุ่มของอิมรานนั่งอยู่ก็กำลังสนทนากันอย่างครื้นเครง เพราะนานๆจะได้มารวมกลุ่มกันสักทีหนึ่ง ด้วยแต่ละคนก็มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบทั้งเื่งานและครอบครัว จึงไม่ค่อยมีเวลาว่างที่ตรงกันมากนัก
“เฮ้ย! อิม แกรู้จักสาวๆ โต๊ะโน้นเหรอวะ ฉันเห็นแกเดินเข้าไปทักทายก่อนมาหาพวกฉัน”ธนาเอ่ยถามพลางมองสาวๆ โต๊ะนั้นตาเป็ประกายเพื่อนสนิทในกลุ่มสี่คนมีเขากับอิมรานเท่านั้นที่ยังครองตัวเป็โสดอยู่จนถึงทุกวันนี้
“รู้จักแค่คนเดียวคนที่ฉันคุยด้วยนั่นแหละ เธอเป็แฟนของเพื่อนทางธุรกิจฉันน่ะ” อิมรานตอบอย่างไม่ใส่ใจสักเท่าไรเพราะเขาสนใจหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่หมั่นเหลือบตามองมาทางโต๊ะเขามากกว่าและถ้าเขาจำไม่ผิด เธอเป็นางแบบดาวรุ่งอยู่ในขณะนี้
อิมรานได้สบตามธุรินอยู่หลายครั้งยามที่เธอหันมามองเขารอยยิ้มและท่าทางของเธอสื่อให้เขาเห็นอย่างชัดเจนเลยว่าเธอสนใจเขาเป็อย่างมากชายหนุ่มกระตุกยิ้มนิดๆพลางชูแก้วเครื่องดื่มที่บรรจุเบียร์เย็นเฉียบให้สาวสวยที่มองมาพอดีเธอชูแก้วตอบก่อนจะยกดื่มแล้วส่งยิ้มคล้ายเชิญชวนให้เขา
‘อืม...ช่างกล้าจริงแม่คุณแต่แบบนี้เขาชอบ’ อิมรานคิดในใจก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนในกลุ่มถึงเขาจะสนใจผู้หญิงคนนั้นแต่ก็จะไม่เป็ฝ่ายรุกก่อนหรอกเพราะเขารู้ดีว่าผู้หญิงแบบนี้จัดจ้านและจัดเจนในเื่นี้เพียงใดเขาไม่ต้องทำอะไรเลย เธอก็จะเดินมาหาและเสนอตัวให้เขาลิ้มลองเอง
“ฉันว่าผู้หญิงคนนั้นสนใจแกว่ะอิม” จิรายุพยักพเยิดหน้าให้เพื่อนรักดู ซึ่งก็เป็คนเดียวกับที่อิมรานคิดไว้
“ดูท่าแกจะได้คู่นอนแล้วว่ะเป็ถึงนางแบบดาวรุ่งของปีด้วยนะโว้ย ไม่ธรรมดา ฮาๆๆ”เอกราชบอกเสียงกลั้วหัวเราะ
“เฮ้ย! เอก พูดอะไรแบบนั้นวะ ผู้หญิงเขาเสียหายหมด”
จิรายุท้วงติงนิสัยชอบพูดแบบคะนองปากของเอกราชยังไม่หายสนิทแต่เดี๋ยวนี้ก็เพลาลงบ้างแล้วเพราะโดนภรรยาอบรมอยู่ทุกวัน เอกราชเป็คนรักเมียมาก เมื่อรักมากก็ย่อมกลัวมากเช่นกันทุกวันนี้ไม่ว่าเมียสั่งให้ทำอะไร เขาก็ทำอย่างไม่ปริปากบ่นจนถูกเพื่อนๆเอาไปล้ออยู่บ่อยๆ หากชายหนุ่มก็ไม่โกรธ แต่อาจจะมีเคืองนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น และถึงจะถูกล้อเขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงเพราะการที่เขารักเมียกลัวเมียและเชื่อฟังเมียทำให้เขามีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นและราบรื่นส่งผลให้หน้าที่การงานของเขาก็ราบรื่นตามไปด้วย
“ท่าทางแบบนี้ไม่กลัวเสียหายหรอกดูสิ ชม้ายชายตาให้ไอ้อิมอย่างเปิดเผยเลย ดูก็รู้ว่าผู้หญิงแบบนี้ไม่ซิงแล้ว”
“ผู้หญิงเดี๋ยวนี้กล้าขึ้นนะ” จิรายุวิจารณ์
“ก็โลกยุคใหม่ผู้หญิงกับผู้ชายก็มีสิทธิ์เท่าเทียมกันแล้ว ผู้หญิงก็ต้องเป็ฝ่ายเลือกบ้างสิ” ธนาบอกยิ้มๆ
“เลือกได้ไม่ว่า แต่ไอ้การที่ไปนอนกับผู้ชายมากหน้าหลายตาน่ะฉันรับไม่ได้ว่ะ ถึงสังคมจะยอมรับมากขึ้น แต่เื่แบบนี้ยังไงผู้หญิงก็มีแต่เสียกับเสียลูกเดียวผู้ชายคนอื่นฉันไม่รู้ว่าคิดยังไง แต่สำหรับฉันแล้ว ผู้หญิงประเภทนี้เป็ได้แค่คู่นอนว่ะจะให้มาเป็แม่ของลูก เป็ภรรยาออกหน้าออกตาคงไม่ได้”
“เดี๋ยวนี้แกจะหาผู้หญิงบริสุทธิ์ผุดผ่องมันยากนะโว้ยเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร” ธนาบอกในขณะที่อิมรานนั่งฟังเพื่อนๆ พูดและจิบเครื่องดื่มอยู่เงียบๆไม่ช่วยแสดงความคิดเห็นอะไร
“ฉันรู้ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าให้หาแต่ผู้หญิงบริสุทธิ์นี่หว่าเพราะเดี๋ยวนี้มีผู้หญิงที่หลงคารมผู้ชายเ้าชู้อย่างแกเยอะ พวกหลอกฟันฟรีน่ะ” เอกราชได้ดีด่าเพื่อน
“อ้าวๆ ไอ้บ้าคุยกันอยู่ดีๆ มาแว้งกัดฉันซะได้ ถ้าแกด่าฉันก็ต้องด่าไอ้อิมมันด้วยโว้ย แล้วต้องด่ามันเป็สองเท่าเลยด้วยเพราะมันน่ะคาสโนวาตัวพ่อ ส่วนฉันน่ะแค่ตัวลูกเท่านั้น”ธนาพูดเสียงกลั้วหัวเราะ
“เื่อะไรมาโยนขี้ให้ฉันวะไอ้ธันฉันน่ะไม่เคยหลอกฟันฟรีสาวไร้เดียงสาคนไหนหรอกนะผู้หญิงที่ฉันนอนด้วยก็ล้วนเต็มใจและเจนจัดในเื่นี้ทั้งนั้น”
อิมรานยักไหล่ เขาพูดความจริง และเขาก็ชอบแบบนี้มากกว่าเพราะมันสามารถตกลงกันได้ง่ายเพราะแค่มีความสุขความพอใจกันชั่วครั้งชั่วคราวก็เลิกกันไปเท่านั้นเพราะเขายังไม่คิดลงหลักปักฐานชีวิตครอบครัวกับใคร เขายังไม่พร้อม และที่สำคัญยังไม่เจอผู้หญิงที่ถูกใจ
พูดถึงเื่ความบริสุทธิ์ของผู้หญิงแล้วเขาไม่ค่อยสนใจในเื่นี้สักเท่าไรนักเพราะรู้ดีว่าโลกปัจจุบันนี้เปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนแล้วจะมานั่งรอหาผู้หญิงที่ไม่เคยผ่านมือชายใดมาเลยก็คงแก่ตายกันพอดีเขาไม่ถือเื่พรหมจรรย์ แต่ถ้าผู้หญิงที่เขารักยังบริสุทธิ์อยู่ มันก็เป็สิ่งที่เขาภาคภูมิใจมากและรู้สึกดีมากด้วยแต่ถ้าผู้หญิงที่เขารักไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ เขาก็ไม่ถืออีกเช่นกันเพราะเมื่อเขารักแล้วก็จะรักตลอดไปไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากหัวใจที่มีความรักให้กันเท่านั้น
“พวกแกทั้งสองคนนั่นแหละไม่ต้องโยนให้กันเลย” จิรายุเป็คนตัดสินจึงถูกธนากับอิมรานแยกเขี้ยวเข้าใส่ ก่อนที่ทุกคนจะหัวเราะประสานเสียงกันจากนั้นหัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไปเป็เื่อื่นทันที