Ep. 28
WIN Part
"ไม่ให้จริงดิ?"
"............." ไม่ตอบแล้วมุ่ยหน้าใส่ สงสัยคืนนี้กูคงอดจริงๆ แต่ไม่เป็ไรคืนก่อนได้ไปหลายรอบอยู่ยังพอทดแทนกันได้
"ป่านนี้ยายนอนฝันไปหลายเื่แล้วมั้ง ไม่ต้องห่วงว่าท่านตื่นมาได้ยินเสียงเธอครางหรอกน่า"
"ถ้ายังไม่หยุดหวานจะไปนอนกับยายแล้วนะ"
"คิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอไปง่ายๆเหรอวะเสียงหวาน?!" ผมรีบดึงแขนร่างบางที่ลุกขึ้นจะเดินไปจริงๆให้นอนลงอย่างเดิม โอเค ผมรู้แล้วว่าคืนนี้ผมแม่งคงไม่ได้เอาเมียแน่นอนแต่ผมแค่อยากแกล้งว่ะ เห็นมันทำหน้าทำตาแล้วหมั่นเขี้ยว ทนไม่ไหวผมเลยกดหอมแก้มแรงๆไปหลายทีจนพอใจแล้วจับร่างบางให้ขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะกอดไว้แน่นๆตอนแรกก็มีดิ้นขัดขืนบ้างแต่สุดท้ายก็ยอมนอนนิ่งๆให้ผมกอด ท่าทางจะเหนื่อยจริงว่ะปิดตายังไม่ถึงห้านาทีแม่งหลับแล้ว ผมนอนมองหน้าเสียงหวานไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่ มารู้ตัวอีกทีแม่งยิ้มค้างจนเหงือกแห้งแล้วไอ้สัด
จุ๊บบบบบ
"ฝันดี"
..................................................................................
"โว้ย พวกมึงเป็เหี้ยไรนักหนาวะ?! ไม่มีข้าวจะแดกหรือไงแหกปากร้องกันอยู่ได้!" ผมหันไปมองทางหน้าต่างที่ถูกเปิดม่านไว้ พลิกตัวนอนคว่ำเพื่อหนีเสียงดังแสบแก้วหูแล้วหยิบหมอนมาทับปิดหูไว้อีกทีแต่เสียงนกที่ร้องอยู่นอกหน้าต่างดังระงมจนทำให้ผมฝืนปิดตาหลับต่อไปไม่ได้
"เสียงหวาน!" ผมลุกขึ้นอย่างหงุดหงิดแล้วะโเรียกชื่อเมียด้วยความเคยชิน เรียกทำไมไม่รู้เหมือนกันแต่ผมอยากเรียก เหมือนเด็กเวลาที่แม่งอะไรๆก็เรียกแม่ไว้ก่อน แต่ผมแค่เปลี่ยนเป็เรียกเมียแทนไงกินนมเมียบ่อยกว่านมแม่ เอะอะผมจะเรียกเมียไว้ก่อนคงไม่แปลก แต่ะโเรียกจนคอแทบแตกยังไงมันก็ไม่ขานเมื่อคืนกูก็นอนกอดอยู่ดีดีทำไมตื่นมาตอนเช้ามันหายไปไหนวะ?! นี่มันยังไม่ทันจะหกโมงดีด้วยซ้ำรีบตื่นไปไหน!
ผมลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันแล้วตามหาเสียงหวานจนทั่วบ้านแต่ก็ยังไม่เจอ ยายก็ไม่อยู่ด้วย ผมไม่รู้ว่าสองยายหลานออกไปไหนกัน แต่ที่รู้ตอนนี้คือกูอยู่บ้านคนเดียว ผมออกมานอกบ้านเงยหน้ามองต้นไม้ที่อยู่ใกล้หน้าต่างห้องนอน เจอฝูงนกเกาะอยู่บนยอดข้างบนสุด
"พวกมึง! สาเหตุที่ทำให้กูต้องแหกขี้ตาตื่นมาแต่เช้า ไอ้นกเหี้ย!!" ผมแสยะยิ้มให้กับภาพในหัวที่ผุดขึ้นมาอยากจะจุดไฟเผาต้นมะม่วงนี่ทิ้งไปซะ แต่กูก็ได้แค่คิดขืนทำจริงมีหวังคงโดยยายบิดหูแน่
ฟืดดดดดด
ผมอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วปล่อยควันสีขาวลอยฟุ้งออกมาหันมองออกไปรั้วนอกบ้าน ผมมั่นใจว่าตัวเองแม่งไม่ได้ตื่นสายนี่มันเพิ่งจะหกโมงเอง แต่คนแถวนี้ตื่นเช้าเกินไปต่างหาก ผมยืนดูดบุหรี่ท่ามกลางเสียงนกร้องแล้วมองดูบ้านตรงข้ามที่ตื่นมารดน้ำต้นไม้แต่เช้า เด็กเล็กๆแต่งชุดนักเรียนเตรียมไปโรงเรียน พ่อค้าแม่ค้าเข็นรถออกมาขายของ พระหลายรูปเดินเรียงแถวบิณฑบาต เป็อะไรที่ผมไม่ค่อยได้เห็นเพราะทุกวันแม่งตื่นหลังเที่ยงวันตลอด
"อุ้ยย ใครกันนะมายืนถอดเสื้อโชว์กล้ามอยู่ตรงนั้น? ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยอ่ะ" เสียงเล็กแหลมที่ดังขึ้นทำให้ผมหันมองเห็นผู้หญิงสองคนที่เหมือนจะเดินผ่านหน้าบ้านไปแต่ก็หยุดเดินแล้วหันมามองแถมยังชี้นิ้วมาที่ผมด้วย แต่ผมก็มองผ่านไปแล้วอัดควันเข้าปอดต่อคิดว่าเดี๋ยวพวกแม่งก็เลิกสนใจแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ไปไหนสักที แล้วยังขยิบตาบิดยิ้มใส่จนผมต้องหันหน้าหนีเพราะไม่อยากมองให้รกหูรกตา
"นั่นสิ หนุ่มหล่อที่ไหนกัน ไม่ได้กลับมาบ้านแค่ครึ่งปีเพิ่งรู้ว่าหมู่บ้านเรามีคนหน้าตาดี ซิคแพคแน่นอย่างกับนายแบบนิตยาสารแน่ะ ผู้ชายแถวบ้านเรามีคนหล่อขนาดนี้ด้วยหรอเนี่ย นึกว่ามีแค่พวกไว้ผมทรงรากไทรชอบบิดรถแว๊นไปแว๊นมาซะอีก"
"ฮื้ออออ แก~~ ดูรอยสักของเขาสิมันกร้าวใจมากเลยอ่ะ ลองเข้าไปทักทายแสดงตัวเป็เพื่อนบ้านที่ดีหน่อยมั้ย" ผมแม่งเริ่มรำคาญทั้งเสียงและท่าทางของยัยผู้หญิงพวกนั้น กำลังจะเดินหนีเข้าบ้านแต่เสียงร้องเรียกดังไม่แพ้เสียงนกทำให้ผมต้องหยุดชะงักที่จะเก้าขาต่อ กะจะหันไปด่าแม่งให้วิ่งหางจุกตูดจนกลับบ้านไม่ถูกซะหน่อย แต่ผู้หญิงพวกนี้ขาก็สั้นๆทำไมมันวิ่งเร็วกันจังวะ พอหันกลับมาก็เห็นยืนทำหน้าหิวผู้ชายอยู่ตรงหน้าผมแล้ว
"อุ้ย! พี่ชายสุดหล่อจะรีบไปไหนล่ะจ๊ะ" แขนทั้งสองข้างของผมถูกผู้หญิงแปลกหน้าสองคนจับไว้คนละข้าง ผมยืนขมวดคิ้วมองให้รู้ว่าผมกำลังไม่พอใจแต่แม่งยังทำเป็ไม่รับรู้ถึงความรู้สึกที่แสดงออกมาของผม ยังปั้นหน้าฉีกยิ้มใส่แต่กูอยากบอกว่า ยิ้มหวานไม่เท่าเมียกูไม่ต้องเสียเวลามาส่งยิ้มให้!
"พวกเธอมีธุระอะไร?"
"แหม...ทำไมถึงใช้คำถามห่างเหินแบบนั้นล่ะจ๊ะ? พวกฉันแค่อยากถามว่า พี่อยู่บ้านหลังนี้งั้นเหรอ?"
"นั่นสิ ทำไมไม่เคยหน้าเลย เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศหรอคะ?" อะไรของพวกแม่งวะ ต่างประเทศเชี้ยไรเพ้อเจ้อชิบหาย!
"บ้านฉันอยู่ข้างๆนี่เองน่ะจ๊ะ อ้อ! ถัดจากบ้านพี่ชายสุดหล่อไปอีกแค่สองหลังเอง และฉันชื่อ..ลิลลี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ" ไม่พูดเปล่าแม่งมียื่นไม้ยื่นมือมาให้ผมจับด้วย แต่ถูกเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆปัดออกอย่างแรงแล้วสองคนแม่งก็ต่างคนต่างหันมองเขม็งใส่กันอย่างกับเมื่อกี้ไม่ได้เดินกอดคอกันมา
"แหม....นังมะลิ! ได้ทีเอาใหญ่เลยนะแก จริงๆแล้วมันชื่อมะลิน่ะค่ะไม่ใช่ลิลลี่เดซี่อะไรหรอกนะ ส่วนหนูชื่อเจน แต่เพื่อนๆที่มหาลัยส่วนใหญ่เรียกว่าเจนนี่ ที่ได้ชื่อนี้มาก็เพราะทุกคนชอบบอกว่าเจนหน้าเหมือนเจนนี่แบล็กพิงค์น่ะค่ะ ฮ่าๆๆๆ" ยิ่งฟังแม่งยิ่งรำคาญ! พูดอะไรไม่รู้เื่ ผมสะบัดแขนออกแล้วเดินหนีเข้าบ้านปิดประตูใส่หน้าทันที ยังได้ยินเสียงแหลมๆร้องเรียกถามชื่อผมตามหลังมา แต่ผมก็เฉยใส่ไม่ได้สนใจเดี๋ยวแม่งคงพากันกลับไปเอง ห้านาทีผ่านไปเสียงข้างนอกก็เงียบลงผมไม่รู้จะทำอะไรต่อจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเมียหายไปไหน บนโต๊ะก็ไม่มีอาหารนอกจากข้าวที่หุงไว้ในหม้อ สุดท้ายเลยเดินขึ้นห้องไปหยิบกระเป๋าตังค์แล้วออกไปร้านค้าใกล้ๆบ้านที่เมื่อก่อนผมเคยตามเสียงหวานออกไปซื้อของจำได้ว่าอยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่
เดินมาไม่นานก็ถึงเพราะจำได้ว่าอยู่แถวนี้ ผมมองไปรอบๆร้านแล้วเดินไปเปิดตู้แช่หยิบเบียร์กระป๋องออกมาสี่ห้ากระป๋อง เป้าหมายของผมมีแค่นี้จ่ายตังค์เสร็จก็เดินกลับบ้านแต่ก็ยังไม่เจอเสียงหวานกลับมาสักที ก็ดีเหมือนกันผมี้เีฟังเสียงเมียบ่นตอนเห็นว่าผมนั่งแดกเบียร์ก่อนข้าวเช้า
"พวกมึงไม่ร้องกันต่อวะ?!" ผมเก็บที่เหลือแช่ใส่ตู้เย็นไว้แล้วถือหนึ่งกระป๋องติดมือออกมานั่งกินอยู่โต๊ะหน้าบ้าน แหงนหน้ามองต้นไม้ที่ก่อนหน้านี้แม่งเสียงนกร้องดังจนแสบหูทำให้ผมต้องตื่นขึ้นมา แต่พอตอนนี้มันกลับเงียบสนิทเหมือนต้นมะม่วงต้นนี้ไม่เคยมีฝูงนกแหกปากร้องอยู่บนนั้นมาก่อน ว่าจะนั่งจิบเบียร์เย็นๆฟังเสียงนกร้องให้หูแตกสักหน่อย!
แกร๊กกก
"วิน! ข้าวยังไม่ทันได้กินเลยนี่กินเบียร์แล้วหรอ?" ผมเพิ่งเปิดกระป๋องเบียร์กำลังจะยกดื่มแม่งเสียงแหลมๆก็ร้องดังมาั้แ่รั้วหน้าบ้าน
"กูว่าแล้วไงไอ้เชี่ย ตื่นนอนตอนเช้าแม่งตากระตุกข้างขวา รอตั้งนานมันไม่มาพอกูเปิดเบียร์ปุ๊บมันดันโผล่มาเห็นพอดี" ผมบ่นพึมพำคนเดียวแล้ววางกระป๋องเบียร์ที่เพิ่งเปิดไว้บนโต๊ะอย่างหมดอารมณ์ เสียงหวานเดินทำหน้าบูดบึ้งเข้ามาหา มาถึงก็ยืนเท้าเอวมองหน้า ดูจากการแต่งตัวแล้วสภาพแบบนี้คงไม่พ้นไปรำไทเก๊กเป็เพื่อนยายมาชัวร์
"อะไร? ยังไม่ทันได้กินโว้ยอย่ามามองหน้าแบบนี้ว่ะ" ถึงผมจะบอกแบบนั้นแต่เสียงหวานก็ยังไม่เชื่อยื่นมือมาจับกระป๋องเบียร์ตรงหน้ายกขึ้น แล้วยังไงอ่ะถึงผมจะเปิดแล้วแต่มันก็ยังเหลือเท่าเดิมเพราะผมแม่งยังไม่ได้กินว่ะ เสียงหวานมันจะเอาอะไรมาบ่นผมได้ พอเห็นว่ามันยังเต็มกระป๋องอยู่ก็วางลงที่เดิม ผมยักไหล่ใส่อย่างคนเหนือกว่า แต่อยู่ๆกระป๋องเบียร์ก็ลอยขึ้นอีกครั้ง
พรึ่บบบบบบ
ผมกับเสียงหวานพร้อมใจกันหันมองตามกระป๋องเบียร์ที่ถูกยกขึ้นไปจากคนที่เพิ่งเดินเข้ามาถึง เสียงหวานแม่งได้แต่อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกที่เห็นยายเดินมายกเบียร์ขึ้นดื่ม
"ขอบใจนะพ่อวิน รู้ใจยายจริงๆ"
"แม่งโคตรห้าว.. ไม่เป็ไรครับแต่หลานยายตอนนี้อึ้งแดกไปเลยว่ะ" ผมเหลือบมองเสียงหวานที่ยังใช็อคค้างอยู่ท่าเดิม เอาจริงๆแล้วผมก็แอบใอยู่เหมือนกันนะ
"ยะ ยายก็ดื่มด้วยหรอจ๊ะ?" ตอนพูดตายังไม่กระพริบเลย เหมือนมันไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่เห็นกับตาเมื่อกี้คือความจริง
"หมอบอกว่าอันนี้ดีต่อโรคความดันต่ำ ให้ดื่มพอเป็ยาพ่อวินนี่ใส่ใจคนแก่ดีจังนะ รู้ไปหมดทุกอย่างเลย" ผมได้แต่ยิ้มตอบไม่รู้จะพูดอะไรเพราะที่จริงผมแม่งไม่ได้ซื้อมาให้ยายไงแต่ผมตั้งใจจะเอามาแดกเอง แต่ได้ความดีความชอบกลับมาแบบนี้ก็โอเค ถึงจะมาแบบงงๆก็เถอะ ผมหันไปยักคิ้วให้คนที่ยังยืนนิ่งแข็งเป็หินอยู่ กลับมารอบนี้ยายแม่งทำผมเซอร์ไพรส์มากว่ะ แต่ก็ขำดีที่เห็นเสียงหวานมันพูดอะไรไม่ได้ ถ้าเป็ผมที่กินเบียร์กระป๋องนั่นป่านนี้คงโดนบ่นจนหูชาไปแล้ว
End...
SIANGWAN ||Part||
"สองคนนั้นใครกันจ๊ะยาย หวานเห็นเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านเราหลายรอบแล้วนะ" ฉันนั่งเล่นกับยายอยู่หน้าบ้าน มองเด็กวัยรุ่นสองคนที่เดินผ่านหน้าบ้านไปแล้วก็เดินกลับมาทำท่าชะเง้อคอมองหาอะไรสักอย่าง
"แม่มะลิกับแม่เจนไง อยู่บ้านข้างๆบ้านเรานี่เองจำไม่ได้รึ?" โตเป็สาวแล้วหน้าตาดูเปลี่ยนไปมากฉันจำไม่ได้สักคนเลยแค่รู้สึกคุ้นหน้า
"อ๋อ มะลิกับเจนเองเหรอ โตกันหมดแล้วดูสวยขึ้นมากเลยหวานก็เลยจำไม่ได้น่ะจ้ะ" ฉันพยักหน้าตอบยายแล้วเดินตรงไปที่หน้าบ้าน เพราะดูๆแล้วสองคนนั้นคงอยากจะถามอะไรสักอย่าง
"หวัดดีจ้ะเจน มะลิ มีอะไรกันรึเปล่าจ๊ะ? พี่เห็นเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบแล้ว^^"
"พี่รู้จักชื่อพวกเราได้ไงน่ะ?" พวกเขาเองก็จำฉันไม่ได้เหมือนกันหรอเนี่ย จริงสินะไม่ได้เจอกันหลายปีแล้วนี่นา
"อ้อ! พี่เสียงหวานนั่นเอง สวัสดีค่ะ" เด็กสองคนยกมือไหว้ตอนที่ทำท่าเหมือนนึกออก ฉันอายุห่างกับเจนและมะลิหลายปีอยู่ ไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะจำฉันไม่ได้
"ว่าแต่..สองคนมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า?"
"เอ่อ...พี่ชายพี่เสียงหวานอยู่มั้ยจ๊ะ?"
"หื้มมม?? พี่ชายหรอ?"
"ก็คนที่หล่อๆ สูงๆ กล้ามแน่นๆไงคะ เมื่อเช้าพวกเราเห็นยืนอยู่หน้าบ้าน"
"อ๋อ..หมายถึงวินนี่เอง"
"ชื่อพี่วินหรอกหรือเนี่ย เมื่อเช้าไอ้เราก็อุตส่าห์ถามตั้งนานไม่ยอมตอบ"
"พี่ชื่อวิน น้องชื่อเสียงหวาน น่ารักจังเลยค่ะ"
"แกจะมัวยืดยาดไปทำไม ถามไปเลยสิมัวแต่เสียเวลาอยู่ได้!" ฉันยืนมองเด็กสองคนที่เริ่มคุยกันเสียงดังขึ้น ต่างคนต่างผลักแขนอีกคนเหมือนกำลังเกี่ยงกันทำอะไรสักอย่าง ฉันก็ยืนรอว่าพวกเขาจะถามอะไร
"โอ้ย! หยุดๆๆ ก็ได้! เดี๋ยวฉันถามเอง"
"........." ??
"คือ...พวกเราอยากรู้ว่าพี่วินเขามีแฟนแล้วยังคะ?"
"ห้ะ?!"
******** to be continued
