ลี่หยางและซูเชี่ยวเดินออกมาจากตลาดและขึ้นรถม้าตรงกลับสำนักวารีหยกทันที แต่เพราะวันนี้มีผู้คนมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟมากมาย จึงทำให้การเดินทางติดขัดบ่อยครั้งรถม้าไม่สามารถขยับตัวไปข้างหน้าได้สักเท่าไหร่ จากที่ใช้เวลาแค่ 1 เค่อก็ถึง แต่ตอนนี้ผ่านไป1 เค่อแล้วแต่ก็ยังไปไม่ถึงไหน บรรยากาศภายในรถม้าเงียบเหมือนเคยอย่างตอนขามา ซูเซี่ยวได้แต่บ่นในใจช้าขนาดนี้หากเธอลงเดินคงถึงสำนักแล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกเบื่อหน่ายกับการที่ต้องอยู่ในนี้เป็เวลานาน เธอมองหน้าลี่หยางเ้าสำนักวารีหยกก็เห็นเขาแต่นั่งหลับตาอย่างสงบ จะลืมตามามองเธอเป็บางครั้งหากเธอเผลอลืมตัวทำเสียงดังเท่านั้น
“เ้าเดินหมากเป็ด้วยหรือ” จู่ๆ เสียงทุ้มดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
“เ้าค่ะ” ซูเชี่ยวเพียงตอบเขาสั้นๆ
“แล้วลี่จูคือใคร” เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เงียบไปสักพัก ซูเชี่ยวใหน้าซีด อย่าบอกนะว่าเขาเห็นคำอธิษฐานของนางตอนลอยโคมไฟ
“เอ่ออ คือออ อ้ออเพื่อนฉันหน่ะคิดถึงไม่ได้เจอกันนานเลยเขียนถึง” ซูเชี่ยวตอบลิ้นพันกันด้วยกลัวว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะไม่เชื่อ ลี่หยางเพียงส่ายหน้าเล็กน้อยเขาเห็นข้อความที่หญิงสาวเขียนล้วนเขียนเเทนตนว่าลี่จู เเต่นางกลับพูดโกหกเขา “นางโกหก” นี่เป็ครั้งที่2 ที่เขาพูดกับตัวเองว่านางโกหก แต่แล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ตอนนี้รถม้าเคลื่อนตัวออกมาจากบริเวณตลาดแล้วจึงทำให้การเคลื่อนตัวเร็วขึ้นได้ จากการคาดการของซูเชี่ยวที่นั่งมองทางอยู่ตลอดน่าจะเหลืออีกแค่ไม่เกินครึ่งเค่อก็น่าจะถึงสำนักแล้ว ขณะนั้นเองรถม้าที่เคลื่อนตัวอย่างคล่องตัวกลับลื่นไถลเข้าพงหญ้าข้างทางเเทน ทำให้คนทั้งคู่ที่นั่งด้านในต้องลุ้นตามๆ กัน ลี่หยางลุกขึ้นและออกมาจากข้างใน
“เกิดอะไรขึ้น” ลี่หยางส่งเสียงถามผู้คุมม้าด้านนอกทันทีที่ออกมา
“ด้านหน้ามีต้นไม้ล้มขอรับ” ผู้คุมม้ารีบรายงาน ลี่หยางมองไปตามทิศที่ผู้คุมม้าบอก เห็นต้นไม้ใหญ่ล้มทับถนนที่พวกเขาต้องกลับจริงๆ ต้นไม้นี้ค่อนข้างใหญ่เกินกว่าที่เขาจะใช้พลังให้สิ้นเปลืองในการยกออก และในที่นี้ก็มีเเค่เขาที่มีพลังคงไม่คุ้มกันหากต้องเสียแรงเปล่า
“เกิดอันใดขึ้นหรือเ้าคะ” นางที่เห็นข้างนอกเงียบไปจึงออกมาดูเหตุการณ์
“ต้นไม้หักทับถนนขอรับ” เป็ผู้คุมรถม้ากล่าวออกมา
“เดินกลับ” ลี่หยางพูดพลางเดินนำไปก่อน ซูเชี่ยวที่ได้ยินจึงทำได้เพียงเดินตามลี่หยาง ส่วนผู้คุมม้าก็ต้องเฝ้าม้าอยู่ที่นี่เพื่อรอคนมาช่วยแทน ซูเชี่ยวเดินตามหลังลี่หยางอย่างหมดแรง ว่าเเล้วเชียวเจอเขาทีไรต้องมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นทุกที
“ฟิ่ว! ฉึก!”
ท่ามกลางความมืดบนถนนทางกลับสำนักวารีหยก กลับมีเสียงธนู และมีลูกธนูพุ่งออกมาท่ามกลางความมืดพุ่งตรงมาทางซูเชี่ยว โดยที่นางก็ยังไม่ทันตั้งตัว แต่ความเร็วของธนูก็ยังช้ากว่าลี่หยางอยู่ดี เขาที่มีพลังสูงสุดแค่นี้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ชายหนุ่มใช้มือจับที่ลูกธนูเมื่อสักครู่ตอนที่ธนูยิงเข้ามา เกิดเเสงสีขาวที่ฝ่ามือของเขา และหายไป เขาจับที่ธนูและแบมือพบว่ามีเืออกมาไม่มากแต่ลี่หยางกลับทำสีหน้าใ
“มีพิษ” ลี่หยางพูดออกมาเสียงดัง ซูเชี่ยวที่กำลังใก็ยิ่งหน้าซีดไปใหญ่ เธอเพียงเดินเข้าไปจับที่ฝ่ามือลี่หยางแล้วนำผ้าเช็ดหน้ามาพันห้ามเืเอาไว้ ที่จริงการาเ็แค่นี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่พิษคือสิ่งที่ทำให้พลังภายในตัวเขาลดลงเป็อย่างมาก และหากว่าพิษเข้าสู่ร่างกายแล้วก็ยิ่งลดลงจนทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ฝั่งคนร้ายที่รอให้พิษเข้าสู่ร่างกายของลี่หยางจึงจะเข้าประชิดตัว ผ่านไปไม่นานเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเริ่มหน้าซีดก็ลงมือทันที ลูกธนูนับสิบพุ่งตรงไปทางลี่หยางแต่ก็ไม่ถึงตัวของชายหนุ่ม ลี่หยางถ่ายทอดพลังออกมาเกิดแสงสีขาวตรงหน้าขนาดใหญ่ทำให้ลูกธนูหยุดอยู่กับที่ และตกลงพื้นซูเชี่ยวที่เห็นอย่างนั้นก็ตกตะลึง คนเราสามารถทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ เธอเคยสังเกตศิษย์ในสำนักที่ฝึกพลังภายใน แต่ก็ไม่เคยเห็นใครสามารถรับลูกธนูมากมายในคราวเดียวได้แบบนี้ แถมชายหนุ่มยังโดนพิษจนหน้าซีดอีกด้วย
“ไป รีบกลับสำนัก” ลี่หยางพูดกับนางด้วยเสียงที่เริ่มหมดแรงและหน้าซีดเมื่อพิษเริ่มออกฤทธิ์มากขึ้น ครั้งนี้เขาประมาทเกินไปจริงๆ แค่อยากรู้ว่าเป็ฝีมือของใครกันแน่จึงได้เผลอจับไปที่ลูกธนูด้วยมือเปล่าแทนที่จะใช้พลังปัดออกไป แต่ใครจะคิดว่าธนูนั้นมีเศษแก้วติดที่ด้ามเต็มไปหมดและยังมีพิษ เมื่อเขาจับฝ่ามือเกิดบาดเเผลจึงทำให้พิษเข้าสู่ร่างกาย การเดินทางไปสำนักถ้ารถม้าก็ใช้เวลาครึ่งเค่อ แต่ถ้าเดินก็ประมาณ 1 เค่อ
“จัดการ” เสียงของคนร้ายในความมืดพูดขึ้น ปรากฏคนแต่งตัวด้วยชุดดำประมาณ 20 คนเดินล้อมพวกเขาสองคน ลี่หยางผลักซูเชี่ยวให้ไปหลบหลังตน เพราะหญิงสาวไม่มีพลังภายในอาจเกิดอันตราย แต่เขาในตอนนี้ที่พิษเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ จนสายตาเริ่มเลือนราง หากยามปกติคนแค่นี้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ถึงแม้แต่มีพลังภายในก็ตาม กลุ่มชายชุดดำเริ่มเข้าไปจัดการกับลี่หยาง แต่ก็ถูกลี่หยางใช้พลังภายในโจมตีกลับจนพวกนั้นกระเด็นออกมาอย่างดูไม่ได้ การต่อสู้ 1 ต่อ20 ดำเนินไปประมาณ 1 เค่อก็หยุดลง ตอนนี้มีเพียงหญิงชาย 2 คนที่ยืนอยู่ ชายชุดดำ20กว่าคนนอนกับพื้นด้วยสภาพดูไม่ได้
ลี่หยางกระอักเืออกมาคำโตและคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ซูเชี่ยวเห็นอย่างนั้นก็รีบเข้าไปพยุงลี่หยาง หลังจากที่เธอกำลังใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ ในชาติก่อนเธอเป็เพียงพนักงานออฟฟิศธรรมดาเจอเื่ะเืใจมากสุดก็แค่อุบัติเหตุตามท้องถนนที่เธอนั่งรถผ่านและมองจากที่ไกลๆ แต่เมื่อสักครู่เธอกำลังจะถูกฆ่าตายจากชายชุดดำถึง20 คน ใครจะคิดว่าเธอจะมีชีวิตรอด ซูเชี่ยวพยุงลี่หยางไปนั่งพักสักครู่เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มอาการไม่ดีก่อนที่จะเดินกลับสำนักต่อ
“เก่งกาจสมคำร่ำลือ สมกับที่เป็เ้าสำนักว่ารีหยก ขนาดถูกพิษยังจัดการคนของข้าจนไม่เหลือสักคน” เสียงหนึ่งดังออกมาจากความมืด และค่อยๆ ปรากฏร่างชายชุดดำอีกหนึ่งคน ฟังจากเสียงน่าจะอายุราวๆ 40 ปีและน่าจะเป็หัวหน้าของคนพวกนั้นที่นอนกองอยู่กับพื้นเ่าั้ ลี่หยางที่เห็นชายชุดดำก็ยิ่งสีหน้าไม่ดียิ่งขึ้น ตอนนี้ร่างกายของเขาไม่สามารถทำการต่อสู้ได้อีกแล้ว พิษที่อยู่ในร่างกายก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสักครู่เขาก็ใช้พลังภายในที่มีอยู่ไปจนหมด และเขารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายพลังภายในของชายชุดดำตรงหน้า เขาไม่มีทางต่อสู้จนชนะได้แน่ๆ ด้วยสภาพแบบนี้
“เ้ารีบหนีไปก่อน และตามเฟยซิ่นมาให้เร็วที่สุด” ลี่หยางกระซิบเบาๆ บอกซูเชี่ยว นางเพียงพยักหน้าถึงแม้ว่าจะลังเลอยู่ชัวครู่ เพราะหากอยู่แบบนี้คงไม่มีใครมาช่วยได้ทัน
“ไหนขอข้าได้ััพลังภายในขั้นสูงสุดของเ้าเป็บุญตาสักครั้ง” ชายชุดดำตรงหน้าพูดพลางปลดปล่อยพลังสีดำไปที่ลี่หยาง ทำให้ชายหนุ่มกระอักเืออกมาอีก ลี่หยางก้มตัวลงกับพื้นทันที ซูเชี่ยวรีบเข้าไปประคอง
“ข้านับ 1-3 แล้วเ้ารีบวิ่งไปทันทีข้าจะถ่วงเวลาให้” ลี่หยางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะตอนนี้ชายชุดดำเริ่มเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่เรื่อยๆ
“1 2 3” ทันทีที่พูดจบชายหนุ่มใช้พลังที่น้อยนิดล้วงไปที่เเขนเสื้อนำผงสีขาวออกมาและสาดไปที่ชายชุดดำ และเป็จังหวะเดียวกับที่ซูเชี่ยววิ่งหนีออกไป แต่ผงสีขาวนั้นไม่สามารถทำอะไรชายชุดดำได้มากนัก เขาสวมผ้าปิดหน้า เห็นแค่ดวงตาจึงทำให้เข้าแค่ตานิดเดียว เพราะลี่หยางสาดเข้ามาโดนที่ชายชุดดำยังไม่ตั้งตัว
“จะตายอยู่แล้ว วิธีเด็กน้อยแบบนี้ก็ยังคิดได้สินะ”
ลี่หยางใช้พลังเฮือกสุดท้ายโจมตีใส่ชายชุดดำ หนึ่งเพราะมีจังหวะที่ชายชุดดำกำลังแสบตานี่เท่านั้น และสองเพื่อถ่วงเวลาเรียกความสนใจให้ซูเชี่ยวรีบหนีออกไป แต่พลังอันน้อยนิดที่เหลือของลี่หยางก็ไม่สามารถทำอะไรชายชุดดำได้เลย ชายชุดดำใช้พลังโจมตีไปที่ลี่หยางจนกระอักเืมาอีกครั้ง แล้วอีกหลายครั้ง จนลี่หยางแทบจะไม่สามารถทนได้แล้ว
ทางด้านซูเชี่ยวที่วิ่งหนีออกมาได้ยินเสียงกระอักเืของชายหนุ่มตามหลัง
“1 ครั้ง”
“2 ครั้ง”
“3 ครั้ง” หญิงสาวนับตามจำนวนครั้งที่ลี่หยางกระอักเลือกในขณะที่วิ่งออกมา หากเธอวิ่งกลับไปตามคนมาช่วยตอนนี้ ชายหนุ่มไม่มีทางทนไหวแน่ๆ เอาวะเป็ไงเป็กัน ซูเชี่ยววิ่งกลับไปจากนั้นเริ่มถ่ายทอดพลังออกมาเหมือนตอนที่เธอฝึกเมื่อตอนกลางวัน เกิดแสงสีขาวออกมาและดับไปเป็แบบนี้ถึง 2 ครั้ง
“ทำได้สิ ข้าต้องทำได้” ซูเชี่ยวพูดกับตัวเองพร้อมมีน้ำตานองใบหน้า สภาพร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยดิน เธอเริ่มถ่ายทอดพลังอีกครั้ง แสงสีขาวค่อยๆ ขยายขึ้นและใหญ่ขึ้น ตอนนี้มีแสงสีฟ้าอ่อนหมุนรอบตัวเธอดังพายุ เมื่อเธอแน่ใจว่าพลังระหว่างมือเธอค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น จึงควบคุมทิศทางไปทางที่ชายชุดดำอยู่ แสงสีขาวเคลื่อนตัวไปหาชายชุดดำด้วยความเร็วมหาศาลทำใช้ชายชุดดำล้มลงไปทันทีและนอนแน่นิ่งไปในครั้งเดียว
“สำเร็จ” ซูเชี่ยวะโออกมาเสียงดัง พลังเธอมากขนาดที่ทำให้ชายขุดดำล้มไปได้ในคราเดียวเลยเหรอ และรีบวิ่งไปหาลี่หยางที่ตอนนี้นอนสลบไปแล้วด้วยสีหน้าซีดเซียว แต่แล้วกลับมีเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากเดินตรงมาทางที่เธออยู่ ซูเชี่ยวสีหน้าแสดงความใขึ้นมาทันทีและกวาดตามองไปทางต้นเสียงเห็นร่างกายที่คุ้นเคยก็โล่งใจอย่างหาคำพูดไม่ได้
“ท่านรองสำนัก ท่านมาสักที” สิ้นเสียงซูเชี่ยว นางล้มลงไปกับพื้นและสลบไปทันที เนื่องจากนี่เป็ครั้งแรกของนางที่เคยใช้พลัง และยังถ่ายทอดพลังออกมามากมายขนาดนี้
————-
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
——————————
น้องต้องอยู่ให้ไกลๆจากเ้าสำนักแล้วล่ะต่อจากนี้ ไม่งั้นจบชีวิตแน่ถ้าจะอยู่ใกล้แล้วซวยขนาดนี้5555
ไรท์จะพยายามลงทุกวันน๊าาาทุกคน ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา????