“แล้วอินละพ่อ”
ทันทีที่ลีออนลืมตาขึ้นมาเมื่อเขามองไปโดยรอบเขาก็รู้ในทันทีว่าตอนนี้ เขากำลังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ลีออนรีบถามหาเพื่อนของเขากับพ่อของ ตัวเองที่ยืนอยู่ข้างเตียงทันที
“อินยังไม่ฟื้นหรอก คงจะใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าลูกน่าดูเลย”
“มันจะไม่เป็อะไรใช่ไหม”
ลีออนที่เป็ห่วงอาการของอินนั้นก็รีบถามออกไปด้วยสีหน้าที่เป็กังวล จนพ่อของเขายื้มและรีบพูดจอบให้ลูกของตัวเองได้สบายใจ
“ถึงแผลจะดูน่ากลัวแต่ไม่เป็อะไรหรอก การรักษาพยาบาลของเราพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว ลูกไม่ต้องห่วง ถ้าอินมันไม่โชคร้ายมากจริงๆ แผลแค่นั้นคงไม่ตายหรอก”
“แค่บอกไม่ต้องห่วงก็พอแล้ว จะไปพูดถึงเื่โชคลงโชคร้ายทำไม”
ลีออนที่ได้ยินคำพูดของพ่อตัวเองนั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่วายที่จะไม่พอใจที่พ่อของเขาพูดถึงกรณีที่โชคร้ายขึ้นมา
“แล้วเพื่อนร่วมชั้นผมที่มัน ก่อเหตุะเิล่ะ ตายไปหรือยัง”
“เด็กที่แคร์พูดถึงสินะ เขาไม่เป็อะไร มีแค่แผลฟกช้ำนิดหน่อย คงจะโชคดีที่อยู่ด้านใต้ะเิพอดีเลยไม่ได้รับผลกระทบจาก พวกสิ่งของที่ปลิวไปมา”
“โชคดีอะไรล่ะไอ้หมอนั้นมันควรจะตายด้วยซ้ำ พ่อต้องรีบไปจัดการมันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นผมจะจัดการเอง”
“เดียวก่อนสิ ซินซินอาจจะไม่รู้อะไรด้วยเลยก็ได้ เขาคงไม่มีทางคิดจะะเิโรงเรียนจริงๆ หรอก”
ฟินน์ที่นอนรักษาตัวอยู่เตียงข้างๆ ของลีออน เมื่อได้ยินบทสนทนาของลีออนกับพ่อของเขา ฟินน์ก็แหวกม่านที่กันอยู่ออก พร้อมกับแก้ตัวให้กับซินซิน
“จะไม่รู้ได้ยังไงกันเล่า!”
ลีออนที่เห็นว่าฟินน์แก้ตัวให้กับซินซิน ก็แสดงอาการเกรี้ยวกราดออกมาพร้อมกับตะคอกไปยังฟินน์ แต่ก็โดนพ่อของเขากดหัวให้นอนลงบนเตียงอย่างเดิมเพื่อไม่ให้โวยวายออกมา
“อาจจะเป็เหมือนที่เ้าหนูฟินน์มันบอกก็ได้ เพราะว่าะเิที่เด็กนั้นพกมา
ถูกภาพลวงตาหลอกให้เห็นว่าเป็ะเิควันธรรมดา เด็กอายุแค่นั้นคงไม่สามารถที่คิดจะะเิพลีชีพตายได้หรอก อีกอย่างตอนนี้เด็กนั่นก็ยังอยู่ในอาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ด้วย และถึงจะตั้งใจก็คงเป็เพราะฤทธิ์ของสารเสพติดที่เจอในตัวของเด็กคนนั้น”
“สารเสพติด?”
ลีออนที่ได้ยินพ่อเข้าพูดถึงสารเสพติดก็แสดงสีหน้าใออกมาพร้อมกับฟินน์
“ยาฟายฟิน จะบอกว่าสารเสพติดก็ไม่ได้เพราะมันยังใหม่อยู่และพึงถูกบรรจุให้เป็สารเสพติด แต่ผลข้างเขียงของยาตัวนี้ก็จะทำลายประสาทไม่ต่างกัน เลยอาจทำให้เด็กคนนั้นกล้าทำในสิ่งที่ปกติจะไม่กล้าก็ได้ แต่เด็กอย่างนั้นไม่น่าไปหาได้น่ะ คงจะถูกหลอกใช้เหมือนกับคนอื่นๆ”
“ใช่แล้วครับคุณลุงเลออนผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ซินซิงคงไม่กล้าทำเื่โหดร้ายขนาดนี้หรอกครับ ”
ฟินน์ที่ได้ยินเลออนอธิบายสถานการณ์ออกมาก็รีบพูดสนับสนุนความเห็นของเขาออกไป เพื่อให้ลีออนเห็นด้วย ก่อนที่เลออนจะมองมาที่ฟินน์ด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ฟินน์ เธอยังไม่รู้สินะว่าเหตุะเิไม่ได้เกิดแค่ที่โรงเรียนของเธอน่ะ”
“ยังเกิดเหตุะเิยังงี้ที่อื่นอีกอย่างนั้นหรอครับ”
เมื่อฟินน์ได้ยินคำพูดของเลออน เขาก็แสดงอาการใออกมา ก่อนที่จะเห็นเลออน พยักหน้ายืนยันคำพูดของตัวเองแก่ฟินน์
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอรู้เื่แล้วจะยังเข้าข้างเด็กที่ชื่อซินซินนั้นอยู่รึเปล่า เพราะว่าพวกพี่น้อง และเหล่าพ่อแม่ของเธอที่สถานรับเลี้ยงเด็กนั้น ก็ได้รับผลกระทบจากแรงะเิที่เกิดใกล้ๆ ด้วย”
“ว่ายังไงนะครับ”
ฟินน์ที่ได้ยินคำพูดของเลออน ก็ค้างตึงไปด้วยความใจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ต่อ ทำได้แค่มองไปที่เลออน
ฟินน์และเลออนได้แต่มองหน้ากันไปมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรเพราะเลออนยังเห็นว่าฟินน์เป็เด็กเลยไม่อยากเล่าความเสียหายที่เกิดขึ้นให้มากนัก ส่วนฟินน์นั้น ก็ไม่กล้าที่จะถามออกไปเพราะกลัวที่จะรับไม่ได้กับคำตอบ ของลีออน
แต่ความเงียบของทั้งสองคน ก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงของประตูที่ถูกเปิดออกพร้อมกับอารีเ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และเป็คนที่เปรียบเสมือนพ่อของฟินน์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับชุดคนไข้ที่สวมอยู่
“คุณพ่อ”
ฟินน์ที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ เมื่อเห็นผู้ที่เสมือนเป็พ่อของตัวเอง เดินมา เขาก็ได้เรียกพ่อของเขาออกไป พร้อมกับสำรวจไปที่ร่างกายพ่อของเขาและมองไปยังชุดคนไข้ที่พ่อของเขาสวมอยู่
“หะ..เห็นลุงเลออนเขาบอกว่าสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ก็ได้รับความเสียหาย…มะ..มีใครเป็อะไรหรือเปล่าครับ”
ฟินน์พยายามข่มใจเอ่ยถามพ่อของเข้าไปอย่างตะกุกตะกัก พร้อมกับแสดงสีหน้าหวาดกลัวต่อคำตอบที่จะได้ยินออกมา
แต่พออารีเห็นสีหน้าของฟินน์ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเพียงแต่เดินเข้ามาหาฟินน์ก่อนที่จะยืนมือไปลูบที่หัวของฟินน์และดึงเขาเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกของตัวเอง
ฟินน์ที่เห็นว่าพ่อของตัวเองไม่ยอมพูดอะไรนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าคงจะมีเื่ที่ทำให้เสียใจเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทำให้ฟินน์ได้แต่หลังน้ำตาออกมาพร้อมกับ ปล่อยเสียงร้องไห้ด้วยความเสียใจอยู่ภายในอ้อมอกพ่อของเขา
“เป็การก่อการร้ายหรอพ่อ ถึงบอกว่าเกิดที่อื่นด้วยน่ะ”
ลีออนที่เห็นฟินน์กำลังเสียใจอยู่ ก็เลยลดเสียงพูดของตัวเองลงและหันไปถามพ่อของเขา
“อืม”
“งั้นพ่อมาอยู่นี่ทำไมหล่ะรีบตามจับพวกมันสิ ผมอยากให้อินตื่นมาแล้วเห็นพวกมันรับโทษนะ จะได้ทันกัน”
“พวกผู้ก่อเหตุน่ะตายหมดแล้ว คงจะโดนหลอกเหมือนเด็กนั่นแหละเลยไม่รู้ว่าที่ตัวเองถืออยู่ไม่ใช่ะเิควันแต่เป็ะเิทำลายล้าง จนโดนะเิตายตามกันไปหมดเลย ตอนนี้คงจะเหลือแต่พวกที่อยู่เื้ัเท่านั้น”
“ก็รีบไปตามจับพวกนั้นด้วยสิ ถ้าพ่อไม่ไปผมจะไปตามหาพวกมันเองนะ”
“เก่งเหลือเกินนะ คนที่มีพลังพิเศษด้านภาพลวงตา ที่พ่อรู้จักก็มีแค่คนเดียวเท่านั้น แต่ปัญหาคือหมอนั่นอยู่ระดับเดียวกับพ่อเนี่ยสิ ระดับวีรบุรุษน่ะ ลูกจะมีปัญญาไปจับมันไหม”
“พูดอย่างนี้ได้ยังไงกัน พ่อจะให้พวกนั้นมันลอยนวลหรอ”
“ไม่มีทางหรอกน่า เื่นี้แม่ของลูกอาสาเป็คนจัดการเองเลยไม่ได้มาดูลูกไงละ คงจะไปตามจับเ้านั้นอยู่ แต่ก็ใช่ว่าจะจับมันได้นะ หมอนั้นเป็ถึงระดับวีรบุรุษ ของประเทศดีอาดูเอล แถมใช้พลังภาพลวงตาด้วย ถ้าหาหลักฐานเอาผิดไม่ได้ก็คงจะทำอะไรไม่ได้หรอก”
ลีออนที่ได้ยินคำพูดของพ่อตัวเองก็แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาทันที เพราะเขารู้ว่าคนที่อยู่ในระดับเดียวกับพ่อของเขานั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะจับคนระดับนี้มาลงโทษได้ เพราะความสามารถของระดับวีรบุรุษอย่างพ่อและแม่เขานั้น ถูกเล่าขานอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ที่เขาเล่าเรียนมาตลอด ทำให้ลีออนได้แต่แสดงความไม่พอใจออกมาก่อนที่จะเอาหน้าฟุบไปที่หมอนบนเตียงคนไข้ พร้อมกับใช้มือทุบหมอนไปมาด้วยความโกรธแค้น
“ขออนุญาตนะคะ…คุณเลออนคะ ห้องพักผู้ป่วยในว่างแล้วนะคะ จะให้ย้ายลูกของคุณเลออนไปที่ห้องนั้นเลยไหมคะ”
พยาบาลที่เปิดประตูห้องของคนไข้รวมที่ลีออนและฟินน์อยู่ ก็ได้เอ่ยถามเลออนออกไปด้วยท่าทีที่นอบน้อมและเกรงกลัว
“ไม่เป็ไรหรอกให้คนที่จำเป็ได้ใช้เถอะ ดูเหมือนลูกผมจะแข็งแรงดีแล้วด้วย”
เลออนพูดขึ้นมาพร้อมกับชี้ให้นางพยาบาลมอง ไปที่ลีออนที่กำลังทุบตีเตียงคนไข้ด้วยความโกรธแค้นอยู่ โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจเลยว่าฟินน์ที่กำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมอกพ่อของเขานั้นกำลังตั้งใจฟังประโยคที่ทั้งคู่กับพูดคุยกันอยู่
ฟินน์ที่รักษาตัวเสร็จแล้วนั้น ก็ได้ถูกโรงพยาบาลนำตัวมาส่งที่สถานรับเลี้ยงเด็กที่เขาอาศัยอยู่ เมื่อฟินน์มองไปที่สถานรับเลี้ยงเด็ก หลังจากที่ลงมาจากรถพยาบาล บนตัวอาคารและเครื่องเล่น ที่ถูกจัดวางไว้ตามสนามหญ้ารอบๆ ก็ยังพบร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะแรงะเิอยู่
เมื่อฟินน์เดินเข้ามาในเขตสถานรับเลี้ยงเด็ก ก็เจอกับพี่น้องมากมายที่กำลังนั่งเล่นและพูดคุยกันอยู่ตามมุมต่างๆ ของบ้านแต่เมื่อพวกเขามองเห็นการมาของฟินน์พวกเขาก็ได้เงียบลง และไม่ได้เดินมาทักทายฟินน์เหมือนที่เคยทำแต่อย่างใด
ฟินน์ที่กำลังมองไปรอบๆ ยังพี่น้องของเขา ก็ตัดสินใจที่จะไม่เขาไปทักพวกเขาที่พยายามจะหลบหน้าของตัวเอง เพราะเมื่อเขากวาดสายตามองไปนั้นเขาก็สังเกตเห็นได้ชัดว่า มีพี่น้องบางคนของเขาหายไป
ในขณะที่ฟินน์เดินเข้าไปในตัวอาคาร เพื่อจะไปพบกับพ่อของเขาที่อยู่ชั้นบนสุด ก็ได้พบกับเหล่าพ่อพ่อแม่แม่ของเขา ที่คอยเลี้ยงดูเด็กๆ ในสถานรับเลี้ยงเด็กที่พยายามจะหลบสายตาของเขาเฉกเช่นพี่น้องคนอื่นๆ แต่สิ่งที่ฟินน์สนใจมากที่สุดนั้นก็คือ พ่อพ่อแม่แม่บางคนที่หายไปเหมือนกัน
ฟินน์รู้ดีว่าที่พวกเขาพยายามหลบตานั้นเพราะไม่อยากให้ฟินน์ถามถึงเหล่าบุคคลที่หายไป ฟินน์พยายามสุดความสามารถที่จะไม่ร้องไห้ออกมาและส่งรอยยิ้มให้กับพวกเขา เพื่อให้พวกเขานั้นรู้สึกสบายใจ ฟินน์พยายามข่มความเสียใจของตัวเองและเดินขึ้นไปยังห้องทำงานของพ่อที่เขาสนิทที่สุด
“ฟินน์มาแล้วเหรอ … ทำไมมาเร็วจังเลยล่ะนี่มันก่อนเวลาที่โรงพยาบาลบอกว่าจะมาส่งอีกนิ ไม่งั้นพ่อก็คงได้เดินไปรอรับลูกแล้ว”
อารียที่เห็นฟินน์เปิดประตูออกมา ก็รีบลุกออกจากโต๊ะทำงานของเขาและเดินเข้าไปหาฟินน์ทันที
“ผมจะจับคนร้ายที่อยู่เื้ัเหตุการณ์ครั้งนี้ให้ได้ครับ”
ไม่ทันที่พ่อของฟินน์จะเดินเข้ามาถึงตัวฟินน์ก็ได้ประกาศเจตจำนงของเขาออกไปให้แก่พ่อของเขาได้ยินด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่น แต่ก็พยายามที่จะไม่ร้องไห้ออกมา
“ไม่เอาไม่เอาฟินน์อย่าไปพูดถึงมันเลยเื่นั้นปล่อยให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าจัดการเถอะ ลูกจะใช้ชีวิตด้วยความโกรธแค้นไม่ได้นะ”
“ผมไม่ได้โกรธแค้นครับ แต่ผมไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับใครอีก…ผมได้ยินที่ลีออนพูดกับพ่อของเขาแล้ว ว่าเป็เื่ยากที่จะตามจับผู้ที่อยู่เื้ัได้ แต่ผมจะไม่ยอมให้คนที่กระทำผิดลอยนวลอย่างงี้เด็ดขาดไม่ว่าจะใช้เวลากี่ปีก็ตาม ผมจะต้องเก่งขึ้นให้ได้และผมจะต้องตามจับวีรบุรุษคนนั้นมาลงโทษให้ได้”