หลังจากที่่เช้าเรียนเสร็จ ฉันก็ขึ้นมานั่งบนรถสีน้ำเงินคันเดิมของลี่หยางเพื่อจะไปบ้านของพี่ลีน่าครั้งแรก เราสองคนเลยตัดสินใจแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อน เพื่อซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปฝากพี่ลีน่า ลี่หยางยังคงใส่แมสและใส่หมวกปิดหน้าเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครจำได้ ฉันต้องพยายามรับบทเป็การ์ดของลี่หยางค่อยมองคนโน้นคนนี้คนนั้นไปโดยปริยาย
“ทำไมนายซื้อขนมไปเยอะจัง”
“..........................”
ฉันไม่ถามอะไรต่อ เพราะไม่เคยได้คำตอบจากคนข้างๆเลยสักครั้ง ฉันเลือกซื้อกระเช้าผลไม้และชาที่เคยกินแล้วดีไปฝากพี่ลีน่า
เราสองคนขึ้นมายังชั้นเจ็ดของคอนโดแห่งหนึ่ง ที่ใหญ่พอๆกับคอนโดลี่หยางเลย ลี่หยางหิ้วขนมที่ซื้อมารวมทั้งของที่ฉันซื้อมาฝากพี่ลีน่าคนเดียวหมดเลย โดยไม่มีท่าทีรู้สึกหนัก ปล่อยให้ฉันเดินตัวปลิวอย่างสบายๆ ไปหยุดอยู่หน้าห้องเลขที่ 705 ก่อนจะกดกริ่งเรียกเ้าของบ้าน
ประตูค่อยๆเปิดออก พี่ลีน่าที่ส่วมผ้ากันเปื้อนในโมทแม่บ้าน ไม่สามารถทำให้ความเซ็กซี่ของพี่แกลดลงได้เลย
“เข้ามาๆ ถอดรองเท้าตรงนี้นะ ตามสบายเลยนะฟางฟาง เด็กๆดูซิใครมา”
ဝ__ဝ!
เด็กผู้ชายหนึ่งคนกับเด็กผู้หญิงอายุไล่เลี่ยอีกคนวิ่งออกมาดู ลี่หยางเดินเข้าไปหา เด็กๆวิ่งมากอดลี่หยางอย่างคุ้นเคย ฉันได้แต่ยืนอึ้งกับภาพตรงหน้า {ลี่หยางกับพี่ลีน่ามีลูกกันแล้วหรอ} อยู่ๆในอกของฉันก็รู้สึกโหว่งๆแปลกๆเหมือนรู้สึกจะร้องไห้ขึ้นมา
“นั่งสิ ทำไมหน้าซีดๆ เป็ไรหรือเปล่า”
ลี่หยางที่นั่งอยู่บนโซฟาที่มีเด็กสองคนนี้แย้งกันนั่งตัก ฉันค่อยๆเดินเข้าไปนั่งอย่างเงียบๆโดยไม่ได้ถามอะไร พี่ลีน่าก็ยังคงทำอาหารอยู่ในครัว
~ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ง~~~
เสียงประตูถูกเปิดออก ผู้ชายวัยสี่สิบนิดๆ ใส่สูทคนหนึ่งเดินเข้ามา หน้าตาที่ตรงกันข้ามกับอายุยิ้มให้เราสองคน
“พ่อค่ะ! พ่อครับ!”
ဝ__ဝ
ฉันมองหน้าลี่หยางสลับกับหน้าผู้ชายคนนั้น อย่างงงๆ เื่แรกยังใไม่หาย แล้วนี่เื่อะไรอีกละเนี่ย สมองของฉันสบสนไปหมดแล้ว
“ฟางฟาง พี่แนะนำให้รู้จัก นี่คุณจางหลินอี สามีพี่เอง ส่วนสองคนนี้ก็ลูกพี่ คนโตที่เป็ผู้หญิงชื่อซินซิน ส่วนคนเล็กที่เป็ผู้ชายชื่อลู่ิ ส่วนหลินอีคนนี้ชื่อฟางฟางนะ เป็ครูสอนภาษาไทยให้เ้าลี่หยางนะ”
“อ๋อ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
ฉันลุกขึ้นยืนค่ก่อนจะแนะนำตัวเอง
“ฟางฟางค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
ฉันตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองจะแสดงสีหน้ายังไง กับเื่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนนี้เลย พี่ลีน่าจะยกอาหารมากมายมาวางที่โต๊ะ ฉันลุกขึ้นไปนั่งที่โต๊ะ ด้วยความสับสนกับเหตุการณ์นี้อยู่คนเดียว แต่ลี่หยางไม่มีท่าทีว่าจะใหรือแปลกใจ เหมือนรู้เื่นี้อยู่แล้ว
“วันก่อนขอบใจมากๆนะฟางฟาง พอดีเมื่อวานลูกพี่ไม่สบาย เลยต้องรบกวนฟางฟาง”
“ไม่เป็ไรค่ะ”
“อันนี้อร่อย ตักให้ฟางฟางหน่อยสิลี่หยาง”
ลี่หยางตักอาหารใส่ในถ้วยให้ฉันอย่างว่าง่าย
“เดือนหน้าพ่อกับแม่จะมาหาหลาน แกจะมาด้วยไหม”
ဝ__ဝ
“เดี่ยวดูก่อนว่าว่างไหม”
“พาฟางฟางมาด้วยก็ได้นะ”
“เออ…คือว่าฉันขอถามอะไรหน่อยค่ะ ตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้วค่ะ”
ฉันวางตะเคียบที่อยู่ในมือลง สายตาทุกคนต่างจับจ้องมาที่ฉันอย่างตั้งใจฟังสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้
“คือว่าพี่ลีน่ากับลี่หยาง เป็อะไรกันหรอคะ”
“พี่น้อง”
“พี่น้อง”
ဝ__ဝ!
ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน ฉันได้แต่มองหน้าเขาทั้งสองคนไปมา เพราะหน้าตาถึงแม้จะสวยหล่อทั้งคู่แต่ก็ไม่มีความคล้ายกันสักเท่าไหร่
“คือลี่หยางนะเหมือนแม่ ส่วนพี่เหมือนพ่อ เลยไม่ค่อยคล้ายกันสักเท่าไหร่ เื่นี้ไม่รู้ใครรู้หรอกยกเว้นคนสนิทเท่านั้น”
“อ๋อค่ะ” ^__^
“กลับก่อนนะค่ะ วันนี้ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ”
“ว่างๆก็มาเที่ยวได้นะ เดี๋ยวพี่ทำอาหารให้กิน อีกเดี๋ยวเราอาจจะสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้”
พี่ลีน่าได้แต่ยืนยิ้ม ปล่อยให้ฉันยังคงไม่เข้าใจกับสิ่งที่พี่ลีน่าพึ่งพูดกับฉันไป
“เมื่อกี้พี่ลีน่าพูด หมายความว่าอะไรอ่ะ ฉันไม่ค่อยเข้าใจ”
“ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมาก รัดเข็มขัดด้วย”
“ว่าแต่..ทำไมวันนั้นพี่ลีน่าถึงให้ฉันเก็บเป็ความลับด้วยล่ะ”
“วันไหน”
“ก็วันแรกที่เจอพี่ลีน่านะที่คอนโดนาย”
“อ๋อ….วันนั้น ลีน่าหมายถึงให้เก็บเื่ที่เธอมาสอนพิเศษฉันเป็ความลับนิ”
“อ้าว….นี้ฉันเข้าใจผิดไปเองทั้งหมดเลยหรอเนี่ย ตอนแรกฉันคิดว่าพี่ลีน่า เป็แฟนกับนายซะอีก คิดไม่ถึงว่าจะเป็พี่สาวแท้ๆของนาย”
ฉันพูดไปเอื้อมมือไปรัดเข็มขัดนิรภัย
“แล้วไม่ดีใจหรอ ที่เราสองคนเป็แค่พี่น้องกัน”
“ดีใจสิ……”
ဝ__ဝ
ลี่หยางหันมาจับมือฉันดึงเข้าไปหาเขา จนตาของเราประสานกัน ฉันที่ตั้งตัวไม่ทันกับการกระทำของเขาได้แต่แข็งทื่อ
“เมื่อกี้เธอบอกว่าดีใจหรอ……”
ลี่หยางมองเข้ามาในดวงตาของฉัน และยิ้มมุมปากเบาๆกับสิ่งที่ได้ยิน ใจเ้ากรรมกลับเต้นแรงขึ้นอีกครั้งด้วยท่าทางการกระทำของคนตรงหน้า รถที่สตาร์ดเปิดแอร์แล้ว แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความร้อนจากไหนไม่รู้เข้ามาปะทะที่ตัวฉัน จนร้อนผ่าวขึ้นมา
“ฉะ…ฉัน พูดแบบนั้นหรอ จำไม่ได้เลย”
ฉันค่อยๆหันไปมองอย่างอื่นเพื่อหลบสายตาของลี่หยาง
“แล้วทำไมหน้าแดง”
“ร้อนนะ เห้อ…ทำไมวันนี้มันร้อนจังเลยนะ นายไม่ร้อนหรอ”
ฉันยกมือขึ้นมาพัดไปพัดมาที่หน้า เพื่อแสดงให้สมจริง ลี่หยางยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปจับพวงมาลัยรถแล้วขับออกไป รถค่อยๆมาหยุดใกล้มหาลัยของฉัน
“นั้นฉันไปก่อนนะ ไว้เจอกันอาทิตย์หน้า ขอบคุณที่มาส่งนะ ”
“อืม เจอกันอาทิตย์หน้า”
“ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกด้วยนะ”
“อืม…”
ฉันเดินลงมาจากรถ ลี่หยางจะค่อยๆขับออกไป
(มหาลัย)
ฉันที่อาบน้ำเรียบร้อยขึ้นมานอนรับแอร์อยู่บนเตียง ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าลี่หยางส่งข้อความมาเป็เสียง
คลิก~
“ถุงแล้วนาคร๊าบ ฝันดีนาคร๊าบ”
เสียงลี่หยางที่พยายามพูดภาษาไทยส่งข้อความเสียงมาให้ฉัน ฉันผู้เป็ครูเมื่อได้ยินการพัฒนาของลูกศิษย์ยิ่งดีใจจนยิ้มแก้มผลิ
“ฝันดีค่ะ”
ฉันส่งเสียงของตัวเองเป็ภาษาไทยตอบกลับไป ก่อนจะนอนกลิ้งไปกลิ้งมา พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆกับเื่ที่พึ่งเกิดขึ้น
เช้าวันจันทร์ที่อากาศค่อนข้างร้อน หลังจากเรียน่เช้าเสร็จฉันกับลู่ลู่ก็นัดกับไปทานข้าวที่โรงอาหารของมหาลัย โรงอาหารตอนเที่ยงเต็มไปด้วยนักศึกษาหญิงชายมากมาย หลายคนมักจะบอกว่าถ้ามาโรงอาหาร่สายจะไม่มีกับข้าวเหลือพอให้ทานได้แล้ว ฉันที่มองไปยังรอบๆโรงอาหารเพื่อหาที่นั่ง แต่ก็ต้องไปสะดุดกับสายตาคู่หนึ่งที่มองมาที่ฉัน ถิงถิงที่นั่งกอดอกมองมาที่ฉันพร้อมจานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ เหมือนรอการมาของฉันอยู่ ฉันและลู่ลู่เดินตรงเข้าไปหาถิงถิงก่อนจะวางจานอาหารที่พึ่งซื้อมาลง
“พึ่งมาหรอ บังเอิญจัง พี่ตงหยางไม่มาหรอ”
“.........................”
“^___^”
“ตงหยางไปฝึกงานนะ ไม่ต้องมายิ้มเลย วันนั้นแกยังไม่เล่าให้ฉันฟังเลยนะ”
“มีเื่อะไรกันหรอ รบกวนพูดเป็ภาษาจีนได้ไหม ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน”
ลู่ลู่หันมาคุยกับพวกเราสองคน ด้วยสีหน้าอยากรู้เื่ที่เราคุยกันอยู่
“เื่ส่วนตัวนะ ขอฉันคุยกับฟางฟางสองคนก่อนนะ”
“อ๋อ….”
ถิงถิงหันไปพูดกับลู่ลู่ ลู่ลู่ไม่มีทีท่าไม่พอใจอะไร ยังคงกินอาหารที่ซื้อมาต่อไป
“ฉันบอกได้แค่ เขาเป็ลูกศิษย์ที่ฉันไปสอนที่บ้านเสาร์อาทิตย์นะ”
“ไม่ใช่หลานชายตัวน้อยของอาจารย์หรอกหรอ”
“อืม…ตอนแรกฉันก็คิดว่าเหมือนแกเหมือนกัน แต่กลับเป็หลานชายที่อายุมากกว่าครูสอนพิเศษอย่างฉันนะสิ”
“แล้วแกกับเขาเป็อะไรกันอ่ะ….ทำไมวันนั้นฉันรู้สึกว่าเหมือนเขากำลังหึงแกกับรุ่นพี่เซียวจ้านเลยล่ะ”
“บ้า หงหึงอะไร ไม่ใช่หรอก เขาก็แค่….เออ..เห็นว่าฉัน้าความช่วยเหลือแหละ อะไรประมาณนั้น”
“ออ……้าความช่วยเหลือ”
ฉันพยายามไม่คิดมากตามที่ถิงถิงพูด เลยทำได้แค่ตักอาหารเข้าปากและมองไปรอบๆแทน ถิงถิงเห็นสีหน้าของฉันเลยไม่พูดอะไรต่อไปได้แต่ทำหน้าอมยิ้ม
“วันพุธตอนเย็นฉันจะให้ซิงซิงสอนว่ายน้ำ แกไปด้วยไหม”
“ทำไมอยู่ๆแกถึงจะเรียนว่ายน้ำล่ะ ปกติฉันชวนให้ตายยังไงแกก็ไม่ไปสักครั้ง”
ฉันเลยเล่าเื่ที่ฉันพยายามจะช่วยเด็กจมน้ำจนตัวเองเกือบตายให้ถิงถิงฟัง ถิงถิงทำสีหน้าใและเป็ห่วงฉันมาก
“ดีนะวันนั้นลูกศิษย์แกมาช่วยไว้ทัน ไม่งั้น….ฉันไม่อยากนึกเลย”
“อืม…ฉันเลยตัดสินใจว่าจะฝึกเรียนว่ายน้ำไว้หน่อย อย่างน้อยก็เพื่อตัวฉันเอง”
ถิงถิงพยักหน้าเข้าใจสิ่งที่ฉันบอก
“แต่วันพุธฉันไม่ว่างอ่ะดิ ฉันมีนัดกับรูมเมทจะไปซื้อของเป็เพื่อน”
“นั้นไม่เป็ไร ลู่ลู่ล่ะว่างไหมวันพุธเย็น ไปเรียนว่ายน้ำกันไหม”
“ได้ๆๆอยากไปเรียนเหมือนกัน”
ฉันที่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งต้องสู้กับความกลัวเพื่อมาเรียนว่ายน้ำ หนึ่งในสิ่งที่ฉันไม่เคยเอาชนะมันได้เลยสักครั้ง จนวันนี้ฉันต้องอึดสู้ขึ้นอย่างจริงจัง นึกย้อนกลับไปในวันนั้นฉันยังรู้สึกกลัวไม่หาย ถ้าไม่มีลี่หยางฉันก็คงตายไปแล้ว ฉันได้เรียนรู้มาจากเื่นี้อย่างหนึ่ง ในเมื่อวันนี้ยังมีชีวิตอยู่ อะไรที่กลัว อะไรที่ยังไม่ได้ทำ ก็ทำมันให้หมด อย่าให้มีคำว่ารู้สึกเสียดายหรือรู้สึกค้างคาใจเหลืออยู่ในวันที่ทำอะไรไม่ได้แล้ว
ซิงซิงยังคงสอนฉันกับลู่ลู่จากท่าพื้นฐานก่อน แล้วค่อยๆฝึกหายใจ ลอยตัว ฝึกตีขาและยากขึ้นไปเรื่อยๆ ฉันที่เป็คนกลัวน้ำเป็ทุนเดิมอาจจะต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น จึงยังคงอยู่แค่ท่าพื้นฐานอยู่เลย ส่วนลู่ลู่เริ่มว่ายได้ไกลขึ้นแล้ว
“ไม่ต้องกลัวนะ ค่อยๆกลั้นหายใจแล้วพยายามปล่อยให้ตัวลอยตัวขึ้น”
ฉันหายใจเข้าเต็มปอดแล้วดำน้ำลงไป ก่อนจะพยายามให้ตัวเองลอยขึ้น แต่กลับ……
“......ไม่ได้ ไม่ได้อ่ะ ไม่ไหว”
“ไม่เป็ไร พึ่งวันที่สามเอง ค่อยๆฝึกไป ไม่ต้องรีบ”
วันนี้เป็วันที่สามในการมาเรียนว่ายน้ำของฉันกับลู่ลู่ โดยมีซิงซิงเป็ครูสอน เฝ้าดูไม่ห่าง
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน เราฝึกมาชั่วโมงกว่าๆแล้ว เดี๋ยวค่อยมาเรียนกันอีกวันจันทร์”
“อ้าว เสาร์อาทิตย์นี้มาฝึกไม่ได้หรอ”
ลู่ลู่ถามด้วยท่าทางส่งสัย อันที่จริงฉันก็ส่งสัย เพราะเห็นเสาร์อาทิตย์ที่สระว่ายน้ำเปิดไฟอยู่ตลอด
“ทุกเสาร์อาทิตย์ เขาจะมีไว้ให้แค่นักกีฬาซ้อมเท่านั้นนะ”
ฉันกับลู่ลู่พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะแยกย้ายกัน ฉันกับซิงซิงเดินกลับห้องพร้อมกันโดยมีกระเป๋าพะรุงพะรังที่ใส่ชุดว่ายน้ำและขวดน้ำต่างๆไว้
“พี่ฟาง เมื่อวานพี่เซียวจ้านมาหาฉัน แล้วมาถามฉันว่าพี่มีแฟนหรือยัง คนวันนั้นเป็อะไรกับพี่ ฉันไม่รู้จะตอบยังไง เลยได้แต่ส่งยิ้มตอบกลับไป พี่เซียวจ้านอยากให้ฉันนัดพี่ไปกินข้าวกับเขา จะให้ฉันตอบเขายังไงดีอ่ะ”
“บอกไปว่าพี่ไม่ว่างแล้วกัน แต่ถ้าเขายังถามอยู่ก็บอกว่าพี่มีแฟนแล้วไปเลย จะได้จบ”
“เอางั้นเลยหรอคะ แล้วตกลงผู้ชายวันนั้นเป็ใครหรอ เป็แฟนพี่หรอ”
“ไม่ไช่ๆ เอออ…คือ ฉันบอกรายละเอียดเยอะไม่ได้ แต่ว่าไม่ใช่แฟนฉันหรอก”
“อือ…แต่ฉันคิดว่าเขาต้องสนใจพี่แน่เลย ไม่งั้นไม่เข้ามายุ่งหรอก”
ฉันได้แต่ฟังแล้วคิดตามสิ่งที่ทั้งซิงซิงและถิงถิงพูดก่อนหน้านี้ ถึงแม้ฉันอยากให้มันเป็เื่จริงอย่างที่ซิงซิงกับถิงถิงอธิบายให้ฉันฟัง แต่ฉันยังจำความรักครั้งก่อนได้อยู่เลย เลยทำได้แค่พยายามบอกตัวเองไม่ให้คิดไปไกลจนเจ็บเหมือนครั้งก่อนอีก