ตอนที่22 เปิดเรียนวันแรก
ทางด้านซูเวยที่จัดการโอนย้ายเงินจากบัญชีขององค์กรชั่วร้ายไปยังองค์กรและมูลนิธิการกุศลทั้งหลายเธอเหลือบมองเห็นการกระทำของคนๆหนึ่งที่ช่วยทำความสะอาดร่องรอยของตนเองทำให้เธอเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจแต่ทำให้เธอมีอารมณ์ดีขึ้นมาในทันทีพลางพูดกับตัวเองอย่างมีความสุขว่า “ขอบคุณที่ช่วยเก็บกวาดให้นะไม่ว่าคุณเป็ใครก็ตาม”
ส่วนหยางหยางหลังจากที่เขาช่วยจัดการทำความสะอาดร่องรอยของแฮ็กเกอร์ทริปเปิลเอสเรียบร้อยแล้วเขานั่งกอดอกพลางจ้องหน้าจอด้วยความรู้สึกหลากหลายเขายกยิ้มมุมปากแล้วพูดกับตัวเองอย่างคาดหวังว่า “ผมช่วยคุณขนาดนี้แล้วหวังว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกันสักครั้งแล้วคุณต้องเลี้ยงข้าวผมนะ”
วันนี้ซูเวยอารมณ์ดีทั้งวันเพราะเธอรู้สึกว่าตนเองมีพันธมิตรที่อยู่บนโลกออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งคนถึงแม้ว่าจะรู้จักผ่าน
การต่อสู้ระหว่างแฮ็กเกอร์ก็ตามแต่เป็ความสัมพันธ์ที่เธอกลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ซูเวยพยายามใช้ระบบดาวเทียมเพื่อตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมดของเทือกเขาัเขียวแต่ทว่าเธอเห็นเพียงภาพเบลอระยะ
ไกลจากกล้องของดาวเทียมที่บันทึกภาพได้ซึ่งไม่เพียงพอที่จะตรวจสอบสภาพภูมิประเทศโดยรวม
ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ซูเวยสงสัยเื่การหายตัวไปของพ่อซูเวยคนเดิมทำให้เธอ้าตามหาร่องรอยของเขาอย่างน้อยเป็การทำตามความประสงค์ของร่างเดิมก่อนตาย
วันอาทิตย์นี้ซูเวยใช้ชีวิตอย่างสุขสบายนั่นเป็เพราะว่ามีจิวมู่ตานมาช่วยทำงานบ้านแทนตนเองและช่วยเหลือยาย ดังนั้นเธอจึงสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ทั้งวันตกเย็นหลังจากทานอาหารกับครอบครัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซูเวยขลุกตัวเองอยู่ในห้องนอนเพื่อเรียนรู้ภาษาต่างประเทศต่อไปเวลานี้เธอเรียนรู้ได้มากถึง 5 ภาษาแล้ว ประกอบด้วย ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน และภาษารัสเซีย
……….
รุ่งเช้าซูเวยตื่นเวลาเดิมเพื่อไปออกกำลังกายและฝึกฝนทักษะต่อสู้ซาเซินที่เธอฝึกเป็ประจำทุกวันด้วยความเคยชินกอปรกับ้าให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นในเร็ววันหลังจากออกกำลังกายจนถึงเวลาหกนาฬิกา ซูเวยวิ่งกลับมาบ้านมีเสียงทักทายจากจิวมู่ตานที่กำลังทำอาหารเช้าเตรียมไว้ให้ครอบครัวของซูเวยดังขึ้น
“โอ้โฮ!น้าเพิ่งรู้นะนี่ว่าเวยเวยตื่นเช้ากว่าน้าเสียอีก ไปออกกำลังกายมาหรือ?” จิวมู่ตานพูดกับซูเวยอย่างอารมณ์ดี
“ใช่ค่ะหนูไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วถึงจะมาทานอาหารนะคะ”ซูเวยเหลือบมองเห็นว่าจิวมู่ตานยังทำอาหารไม่แล้ว
เสร็จจึงตัดสินใจไปทำอย่างอื่นก่อนมาทานอาหารเช้า
“ได้จ้ะคงพอดีกับที่น้าทำอาหารเช้าเสร็จ” จิวมู่ตานพยักหน้าตอบรับอย่างเข้าใจ
จากนั้นซูเวยกลับเข้าห้องไปเตรียมชุดนักเรียนชุดเก่ายกเว้นรองเท้าผ้าใบที่ใหม่แค่อย่างเดียวเธอไม่้าสร้างความแตกต่างจากซูเวยคนเดิมมากนักจึงเลือกที่จะแต่งตัวและใช้สิ่งของเดิมที่ยังใช้ได้และมีสภาพดีแต่เก่าไปพลางก่อน
่ที่รอให้เหงื่อแห้งก่อนไปอาบน้ำนั้นซูเวยวาดแผนผังการสร้างบ้านใหม่ตามหลักฮวงจุ้ยที่เธอเรียนรู้มาจากตำราทำนาย์เนื่องจากวันนี้ยายจะไปคุยกับช่างก่อสร้างที่จะมาสร้างบ้านใหม่ของครอบครัวเธอไม่้าให้มีการแก้ไขแบบ
แปลนบ้านเพราะจะทำให้เสียเวลาทั้งช่างก่อสร้างและครอบครัวด้วย
ดังนั้นจึงตัดสินใจออกแบบบ้านที่มีสามชั้นขนาดกลางชั้นล่างมีห้องโถงไว้สำหรับรับแขกและมีโต๊ะทานอาหารแยกต่างหาก มีห้องหนังสือที่นั่งทำงานได้ห้องครัว ห้องสุขา ชั้นสองเป็ห้องนอนของยายห้องนอนสำหรับแขกที่อาจมาพักในอนาคตและห้องเก็บของจิปาถะ ส่วนชั้นสามนั้นซูเวย้าให้เป็พื้นที่ส่วนตัวของเธอทั้งหมด ซึ่งมีห้องนอนห้องเก็บของใช้ส่วนตัว และห้องปฏิบัติการกึ่งห้องทดลองกึ่งห้องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
พื้นที่ด้านหลังมีอาคารสำหรับเก็บเครื่องมือการเกษตรและสมุนไพรโดยกั้นห้องมิดชิดครึ่งหนึ่งแล้วปล่อยอีกครึ่งเป็พื้นที่โล่งมีพื้นที่ว่างใช้ปลูกพืชสวนครัวและผลไม้ได้แต่ต้องปรับสภาพพื้นที่ก่อนเนื่องจากในตอนนี้พื้นที่เป็ดินปนหินซึ่งเป็หินก้อนใหญ่เป็จำนวนมาก
บ้านใหม่จะถูกสร้างบนพื้นที่เดิมแต่ตั้งอยู่ทางด้านหลังของหลังเก่าซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีกราว 50 เมตร ทำให้ลานหน้าบ้านมีพื้นที่กว้างขวางมากกว่าเดิมซึ่งซูเวยตั้งใจทำเป็สวนหย่อมและปลูกดอกไม้สวยงามทั้งไม้เลื้อยและพุ่มไม้ดอกจำนวนมาก แต่เธอเตรียมพื้นที่บางส่วนไว้สำหรับปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อจัดวางค่ายกลตามธรรมชาติให้เป็ค่ายกลเสริมพลังฉีตามตำราทำนาย์
“เวยเวยทานอาหารได้แล้ว” เสียงของน้าจิวเรียกซูเวยให้ไปทานอาหารเช้า
“ค่ะน้าจิว”เวยเวยตอบรับทันที จากนั้นเธอรีบไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วระหว่างแต่งตัวและส่องกระจกดูรูปร่างวัยเด็กอยู่หน้ากระจกในห้องนอนนั้นซูเวยพูดกับตัวเองอย่างพึงพอใจกับสภาพผิวหน้าที่ดี
“ผิวหน้าเนียนละเอียดนุ่มดีจริงๆหน้าตายัยเด็กคนนี้ ดูท่าทางโตขึ้นมาจะสวยไม่ใช่เล่นโชคดีที่เป็ผิวเด็กที่ไม่ต้องปรุง
แต่งอะไรมากแบบนี้เหมาะกับคนี้เีอย่างฉันจริงๆ” ซูเวยพยักหน้ากับตัวเองอย่างมีความสุข
จากนั้นเธอไปทานอาหารเช้ากับครอบครัวอย่างอิ่มอร่อยฝีมือการทำอาหารของน้าจิวดีพอๆกับฝีมือยาย ทำให้เธอทานได้มาก
ขณะที่กำลังจะไปจูงจักรยานเพื่อขี่ไปโรงเรียนปรากฏว่าสืออู๋เจ๋อจูงจักรยานของที่บ้านซูเวยพลางบอกกับเธอตามจริงว่า
“นั่งซ้อนท้ายไปกับพี่ดีกว่ายายบอกให้พี่ขี่จักรยานพาเธอไปโรงเรียน”
“อ๋อ ได้ค่ะ”ซูเวยพยักหน้าเข้าใจในความห่วงใยของยายนั่นเป็เพราะว่าสืออู๋เจ๋อกับซูเวยเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันนั่นเอง
ดังนั้นการเดินทางไปด้วยกันย่อมสะดวกกว่าซูเวยที่ตั้งใจว่าจะวิ่งออกกำลังกายไปโรงเรียนโดยเธอจะแอบเอาจักรยานเก็บไว้ในกระเป๋าล่องหนจึงต้องพับแผนการของตนเองไว้ก่อนชั่วคราวแล้วก้าวขึ้นนั่งอย่างไม่ยากลำบากเกินไปนักเพราะสืออู๋เจ๋อเอียงจักรยานให้เธอก้าวขาขึ้นนั่งได้อย่างสะดวก
หลังจากนั้นเขาจูงจักรยานที่มีซูเวยนั่งซ้อนท้ายไปถึงหน้าประตูรั้วก่อนขึ้นขี่แล้วปั่นตรงไปโรงเรียนที่อยู่ห่างออกไปสอง
กิโลเมตรระหว่างทางมีเด็กนักเรียนหลายคนที่ซูเวยคนเดิมคุ้นเคยไม่ว่าจะเป็ศัตรูเก่าอย่างผานลี่หยาง ตงลี่ซือ หูเจียว
จ้าน เทียนเฟยสุ่ย และโจวลู่ชิงรวมทั้งนักเรียนรุ่นเดียวกับเธอ รุ่นพี่รุ่นน้องหลายคนที่เห็นภาพประหลาดของซูเวยนั่งซ้อน
ท้ายจักรยานที่มีสืออู๋เจ๋อเป็คนปั่นทำให้นักเรียนทั้งหลายต่างพากันชี้นิ้วและส่งเสียงพูดคุยกันด้วยความประหลาดใจว่า
“เฮ้ย! ดูนั่นสิ!อู๋เจ๋อญาติดีกับยัยเด็กร้ายกาจได้ยังไง?”
“เฮ้! นั่นมันอู๋เจ๋อกับยัยเด็กร้ายนี่มาด้วยกันได้ยังไง?”
“อ้าว! ทำไมอู๋เจ๋อมีจักรยานขี่มาโรงเรียนละ?”
“เอ๋! นั่นอู๋เจ๋อใช่ไหม?”
“ประหลาด! คนหนึ่งจนแสนจน อีกคนร้ายกาจทั้งคู่มาด้วยกันได้ยังไง?”
“ไม่น่าเชื่อ!เปิดเทอมคราวนี้มีเื่ประหลาดแต่เช้าเลย”
ทั้งซูเวยและสืออู๋เจ๋อต่างไม่สนใจคำพูดวิจารณ์ของเพื่อนนักเรียนระหว่างทางแม้แต่น้อยสืออู๋เจ๋อตั้งใจปั่นจักรยานอย่าง
จริงจัง ทำให้ถึงโรงเรียนแต่เช้าเมื่อถึงโรงเรียนแล้ว เขากำลังจะเอียงจักรยานเพื่อให้ซูเวยลงจากรถได้อย่างสะดวกแต่ทว่าเขาไม่ทัน ซูเวยที่ะโลงจากรถทันทีที่เขาจอดรถทำให้สืออู๋เจ๋อมีท่าทางตื่นใเพราะเกรงว่าซูเวยจะได้รับอันตราย
“ไม่ต้องกังวลค่ะฉันไม่เป็อะไรหรอก ตอนเย็นพี่ไม่ต้องรอฉันนะ ฉันอยากวิ่งกลับบ้านเอง”ซูเวยโบกมือให้สืออู๋เจ๋ออย่างไม่กังวลพลางบอกแผนตนเองในเวลาเลิกเรียน
“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวยายเกาจะตำหนิพี่ได้”สืออู๋เจ๋อขมวดคิ้วพร้อมกับส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของซูเวย
ซูเวยลอบถอนหายใจเล็กน้อยก่อนตอบเขาอย่างไม่กังวลว่า“งั้นก็ได้ กลับพร้อมกันแต่หนูไม่ซ้อนท้ายรถไปกับพี่นะ หนูจะวิ่งกลับ พี่จะได้รู้ว่าหนูวิ่งเร็วกว่าจักรยานอีก”
“ตกลงโม้ใหญ่เชียวนะ จะคอยดูว่าเย็นนี้ใครจะเร็วกว่ากัน”สืออู๋เจ๋อพยักหน้ายอมรับพร้อมกับบ่นเหมือนหยอกล้อเธอมากกว่าที่ซูเวยท้าทายความเร็วในการปั่นจักรยานของตนเองทำให้เขาเกิดความรู้สึกสนุกสนานที่อยากจะลองแข่งความเร็วกับซูเวยสักครั้ง
หลังจากนั้นทั้งสองคนแยกย้ายกันเข้าห้องเรียนของแต่ละชั้นปี
……….
โรงเรียนประถมัเขียวมีอาคารเรียนทั้งหมด 3 หลังเป็รูปตัวยู มีสองอาคารขนานกันด้านซ้ายขวาและอาคารตรงกลาง
พื้นที่ระหว่างอาคารทั้งสามหลังเป็สนามกีฬาขนาดใหญ่ที่มีสนามฟุตบอลอยู่ด้านในและวงรอบด้านนอกเป็พื้นที่ที่ถูกปรับให้เป็ลู่วิ่งอย่างดีอาคารด้านซ้ายมือมีชั้นประถมปีหนึ่งถึงสาม โดยชั้นปีหนึ่งอยู่ชั้นหนึ่งปีสองอยู่ชั้นสอง และปีสามอยู่ชั้นสาม แต่เดิมอาคารทุกหลังมีชั้นดาดฟ้าแต่ถูกปิดตายทุกหลังมาสามปีแล้ว เนื่องจากมีเด็กนักเรียนะโตึกฆ่าตัวตาย
อาคารเรียนด้านขวามือมีชั้นประถมปีสี่ถึงหกโดยชั้นเรียนของซูเวยอยู่ชั้นแรก ส่วนชั้นเรียนของสืออู๋เจ๋ออยู่ชั้นสาม
อาคารตรงกลางเป็อาคารสำนักงานของโรงเรียนโดยชั้นแรกเป็อาคารติดต่อด้านธุรการและห้องพักครู ชั้นสองเป็ห้องเก็บของ ห้องประชุมสำหรับคณะครูและห้องทำงานของครูใหญ่
มีอาคารด้านหลังชั้นเดียวที่อยู่หลังอาคารสำนักงานโดยแบ่งออกเป็สองส่วน ส่วนแรกถูกใช้เป็โรงอาหารของโรงเรียน
ส่วนหลังเป็สนามกีฬาในร่มทั้ง วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ปิงปอง และแบดมินตัน
โรงเรียนัเขียวมีครูทั้งหมด11 คน รวมครูใหญ่ด้วย นักเรียนชั้นประถมปีหนึ่งถึงหกมีอย่างละหนึ่งห้องๆละ 30-40คน
ส่วนเด็กชั้นอนุบาลจะถูกแยกไปเรียนต่างหากในอีกพื้นที่หนึ่งที่อยู่ข้างๆกัน
ขณะที่ซูเวยกำลังเดินเข้าห้องเรียนพลันมีเสียงเรียกจากครูประจำชั้นเป็หญิงวัยกลางคนชื่อ ครูจูลี่หลินครูจูรับผิดชอบสอนวิชาดนตรีของโรงเรียนด้วยเป็ครูประจำชั้นที่เข้มงวดกับซูเวยมากเป็พิเศษเนื่องจากเธอสามารถก่อเื่ให้ครูจูปวดหัวได้ทุกวัน
“เวยเวยมานี่ก่อน” ครูจูเรียกซูเวยอย่างตั้งใจ เนื่องจากเธอ้าพูดตักเตือนเื่ความประพฤติของลูกศิษย์จอมวายร้ายคนนี้เธอไม่้าให้ซูเวยสร้างปัญหาให้กับโรงเรียนั้แ่วันแรกที่เปิดเทอม ทำให้เธอส่งเสียงเรียกเพื่อพูดคุยสั่งสอนซูเวยก่อนเข้าห้องเรียนซึ่งเธอถูกกำชับมาจากครูใหญ่ของโรงเรียนอีกที
“ค่ะ”ซูเวยจำครูจูได้จากความทรงจำของร่างเก่าเธอตอบรับด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนเดินตรงเข้าไปหาครูอย่างว่าง่าย
ครูจูขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจกับท่าทางรู้ความและไม่โวยวายเหมือนเดิมแต่ทว่าเธอยังไม่ไว้ใจซูเวยเพราะซูเวย มักจะมีพฤติกรรมต่อหน้าและลับหลังที่แตกต่างกันดังนั้นครูจูจึงจ้องซูเวยเขม็งพลางบอกเสียงเข้มอย่างตั้งใจว่า
“เปิดเทอมแล้วครูหวังว่าเธอจะไม่หาเื่เพื่อนคนไหนอีก?ไม่งั้นครูจะหักคะแนนจริยธรรมให้หมดเลย”ครูจูขู่ซูเวยโดยตรงและหวังว่าซูเวยจะส่งเสียงโวยวายและต่อล้อต่อเถียงตนเหมือนเดิม
ปรากฏว่าซูเวยนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบรับอย่างผ่อนคลายว่า“ค่ะ” ท่าทางที่ตอบรับอย่างนิ่งเฉยและสั้นๆ ซึ่งแตกต่างจากซูเวยคนเดิมทำให้ครูจูหรี่ตามองเพื่อหาความผิดปกติของซูเวยอย่างจริงจัง
“หนูเข้าห้องเรียนได้แล้วใช่ไหมคะ?” ซูเวยถามครูจูอย่างนึกรำคาญในใจพลางลอบถอนหายใจให้กับพฤติกรรมแย่ๆของซู
เวยคนเดิม“สงสัยเมื่อก่อนจะนิสัยแย่จนครูต้องเรียกมาตักเตือนแต่เช้าเลยสินะ”ซูเวยบ่นในใจให้กับซูเวยคนเดิมอย่างเบื่อ
หน่าย
ครูจูเห็นว่าซูเวยไม่โวยวายเหมือนเดิมทำให้ครูจูยอมปล่อยซูเวยเดินกลับห้องพลางจ้องมองแผ่นหลังของซูเวยด้วยความแปลกใจและพึมพำกับตัวเองว่า “แปลกจริงเปิดเทอมนี้จะสร้างวีรกรรมอะไรให้ฉันปวดหัวอีกหรือเปล่าละนี่?”ครูจูกังวลว่าซูเวยจะสร้างปัญหาให้มากกว่าเดิม เสมือนความนิ่งสงบที่รอให้มีพายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำมา
..........
เมื่อซูเวยเดินเข้าห้องเรียนชั้นประถมปี4 นักเรียนทุกคนในห้องต่างพากันนิ่งเงียบในทันทีพลางก้มหน้าลงไม่มีใครกล้าสบตากับซูเวยโดยตรง ยกเว้นโจวลู่ชิง คู่แค้นเพื่อนข้างบ้านซูเวยถลึงตาใส่โจวลู่ชิงโดยตรง ทำให้โจวลู่ชิงรีบก้มหน้าหลบอย่างหงุดหงิดใจ
ซูเวยพยายามทำตัวเกเรบางอย่างให้เหมือนร่างเดิมเพื่อไม่ให้เพื่อนนักเรียนผิดสังเกตเกินไปจากนั้นเธอเดินตรงไปนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่หลังห้องซึ่งเป็ที่นั่งประจำของตนเอง
ครู่หนึ่งครูจูลี่หลินเดินเข้ามาในห้องเพื่อตรวจสอบรายชื่อนักเรียนตามกิจวัตรชื่อของซูเวยเป็คนสุดท้ายที่จะได้ขานรวมทั้งเป็คนสุดท้ายของห้องที่มีคะแนนต่ำสุดในทุกวิชาไม่เว้นแม้แต่วิชาพลศึกษาที่คนเรียนไม่เก่งยังสามารถทำคะแนนได้มากกว่าซูเวย
เมื่อครูจูลี่หลินขานเรียกชื่อซูเวยเธอแค่ยกมือขึ้นแสดงตัวพลางใช้มะเหงกเคาะโต๊ะเรียนเหมือนร่างเก่าที่เคยทำซึ่งครูจูและเพื่อนนักเรียนต่างนิ่งเฉยอย่างเข้าใจและคุ้นเคยกับพฤติกรรมนี้แล้ว
หลังจากนั้นครูจูออกไปพูดคุยกับครูหม่าซินอี้ครูสาวที่เข้มงวดที่สุดในโรงเรียน โดยครูหม่าสอนวิชาภาษาอังกฤษของทุกชั้นปีเมื่อครูจูพูดคุยกับครูหม่าเสร็จเรียบร้อยแล้วครูหม่าถือหนังสือเดินเข้าห้องพร้อมกับกวาดสายตามองนักเรียนทุกคนด้วยความรู้สึกหลากหลายจากนั้นครูหม่าแจ้งให้หัวหน้าชั้น เทียนเฟยสุ่ย นำหนังสือเรียนภาษาอังกฤษที่เป็เอกสารเพิ่มเติมของเทอมนี้ไปแจกให้กับเพื่อนนักเรียน
.*********แจ้งข่าวจ้า*********.
เริ่มติดหัวใจั้แ่ตอนที่ 23 เป็ต้นไป ขอบคุณกำลังใจจากรี้ดที่น่ารักทุกคนมากๆจ้า