หลังจากไป๋ชิงอวิ๋นเดินออกไปจากตระกูลกู่จนลับตา พลังอำนาจที่ปกคลุมอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลกู่ก็ได้สลายหายไปด้วย กู่ซือหลงลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าไม่น่ามอง
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาจ้องมองหน้าประตูใหญ่คฤหาสน์บ้านตระกูลกู่ด้วยร่างที่สั่นเทิ้ม มือทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากัน เขากัดริมฝีปากจนฟันแทบแตก โลหิตสีแดงฉานไหลออกมาจากริมฝีปากของเขา
เื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ตระกูลกู่ต้องเสียหน้าเป็อย่างมาก และความรับผิดชอบทั้งหมดก็จะตกมาที่เขา หากเื่นี้ถูกแพร่งพรายออกไปภายนอก เขาคงจะไม่มีโอกาสได้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลกู่อย่างแน่นอน
กู่ซือหลงยืนจ้องมองหน้าประตูใหญ่อยู่นาน ในหัวของเขาคิดไปแล้วหลายตลบ ตอนนี้กำลังชั่งน้ำหนักผลได้และผลเสีย เื่นี้ลำบากใจมากจริงๆเพราะมันมีแต่ความอัปยศอดสู
ใช้เวลาอยู่พักใหญ่จอมยุทธ์ที่มีพลังระดับยอดยุทธ์ก็ทยอยกันกลับมา ไม่นานก็มีมารวมตัวกันแล้วมากกว่าสิบคน ทุกคนที่มาถึงล้วนแต่หายใจแรงด้วยความเหนื่อยหอบ
พวกเขาพยายามเร่งรุดกลับมาอย่างสุดความสามารถ ใช้ความเร็วทั้งหมดที่มีพุ่งตรงดิ่งกลับมายังคฤหาสน์บ้านตระกูลกู่อย่างไม่คิดชีวิต ระยะทางห้าสิบลี้สำหรับพวกเขาแล้วไม่ถือว่าไกลมากนัก แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ตรงหน้าจะจบลงไปแล้ว
เหล่าจอมยุทธที่แข็งแกร่งของคฤหาสน์บ้านตระกูลกู่จ้องมองกู่ซือหลงด้วยความสงสัย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่หลังจากที่พวกเขาหายตัวไป เด็กหนุ่มอาภรณ์ขาวคนนั้นหายไปไหน
"นายน้อยเกิดอะไรขึ้นกันแน่ขอรับ แล้วเ้าเด็กนั่นหายไปไหนขอรับ?"
ทุกสายตาของจอมยุทธ์คฤหาสน์บ้านตระกูลกู่หันมองไปทางกู่ซือหลงอย่างพร้อมเพียงกัน ถึงยังไงวันนี้พวกเขาก็ต้องได้รับคำตอบ เด็กหนุ่มคนนั้นแข็งแกร่งขนาดนี้จะจากไปเฉยๆได้อย่างไร
กู่ซือหลงจ้องมองเหล่าจอมยุทธ์ที่ทยอยกลับมาก่อนด้วยสายตาเยือกเย็น ทั่วทั้งร่างสั่นเทิ้มเขาพยายามขยับริมฝีปาก แต่ลำคอของเขาเหมือนกับมันจะตีบตัน ไม่สามารถส่งเสียงผ่านลำคอออกมาได้ เขารวบรวมกำลังอยู่นานกว่าจะพูดคำพูดไม่กี่คำออกมาได้
"เ้าพวกเศษสวะไร้ประโยชน์ เฮือก!..."
ทันทีที่กล่าวจบลมปราณในร่างของเขาก็ปั่นป่วน อารมณ์ของเขาสั่นไหวจนไม่อาจควบคุมได้ทำให้ลมปราณตีกลับ กู่ซือหลงพ่นโลหิตออกมาจากปาก โลหิตสีแดงฉานสาดกระจายไปทั่วพื้นเบื้องหน้า
กู่ซือหลงเอามือขวากุมหน้าอกของตัวเองแน่น ส่วนมือซ้ายเขาใช้เช็ดเืที่มุมปาก เขาจ้องมองจอมยุทธ์และคนรับใช้ของคฤหาสน์บ้านตระกูลกู่อย่างเ็า จากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นว่า
"เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้....ห้ามให้แพร่งพรายออกไปยังภายนอกโดยเด็ดขาด หากเื่นี้แพร่กระจายออกไปในเมือง หัวของข้าและหัวของพวกเ้าทุกคน คงจะไม่สามารถรักษามันไว้ได้อีกแล้ว"
กู่ซือหลงหอบหิ้วสังขารของตัวเองจากไปอย่างเลื่อนลอย จริงอยู่ที่เขามีความโกรธแค้นมากแต่นั่นก็ไม่มีประโยชน์ที่จะไล่ตาม ด้วยกำลังที่มีในตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะรั้งไป๋ชิงอวิ๋นเอาไว้ได้
่เวลาแบบนี้หากมีจอมยุทธ์ขั้นเซียนคอยประจำการอยู่ที่ตระกูล เื่อัปยศอย่างในวันนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เื่นี้ต้องโทษผู้าุโและท่านพ่อผู้นำตระกูล หากพวกเขาทิ้งจอมยุทธ์ขั้นเซียนเอาไว้ล่ะก็ ตระกูลกู่คงไม่ถูกหยามเกียรติเช่นนี้
จอมยุทธ์และคนรับใช้ของคฤหาสน์บ้านตระกูลกู่จ้องมองแผ่นหลังที่อ้างว้างของกู่ซือหลงที่เดินจากไป จริงอยู่ว่าตอนนี้พวกเขาโกรธแค้นเป็อย่างมาก แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของนายน้อยกู่ซือหลง พวกเขาก็เหมือนจะสำนึกขึ้นมาได้ว่าเื่นี้หนักหนาสาหัสขนาดไหน
ตระกูลกู่คือหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่แห่งเมืองจินหยาง มีแสนยานุภาพยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ที่ผ่านมาไม่เคยมีจอมยุทธ์คนไหนกล้าดูิ่และหยามเกียรติของพวกเขามาก่อน ตลอดระยะเวลายาวนานที่ผ่านมามีแต่พวกเขาที่กดขี่คนอื่น
ยังไม่เคยมีจอมยุทธ์คนไหนหรือจอมยุทธ์จากตระกูลใด กล้ามามีเื่กับพวกเขาเลยสักครั้ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้หากว่าหลุดรอดออกไปยังภายนอก เช่นนั้นหัวของพวกเขาก็ต้องหลุดออกจากบ่าแล้วจริงๆ
ไม่มีใครกล้าล้อเล่นกับความตาย พวกเขาเป็จอมยุทธ์ที่คอยปกป้องตระกูลกู่ แต่เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้พวกเขาต้องเสียหน้า พวกเขาไม่สามารถปกป้องอะไรได้เลย แม้แต่อำนาจจะขัดขืนพวกเขาก็ยังไม่มี
เพราะฉะนั้นเื่นี้จะปล่อยให้หลุดไปถึงหูของคนภายนอกไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงมีเื่ราววุ่นวายตามมาอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น พวกเขามองหน้ากันจากนั้นก็แยกย้ายกันไป เพียงแต่ทุกฝีก้าวที่เดินล้วนแต่หนักอึ้ง ทุกคนโกรธแค้นขณะเดียวกันก็รู้สึกหวาดกลัว
ใช้เวลาไม่นานกลุ่มคนที่รวมตัวกันอยู่หน้าประตูใหญ่คฤหาสน์บ้านตระกูลกู่ ก็แยกย้ายสลายตัวกันออกไป พวกเขากลับไปทำหน้าที่ของตัวเองด้วยอารมณ์ที่หนักอึ้ง ในตอนนี้สีหน้าของพวกเขาซีดเซียวดวงตาเหม่อลอย โดยเฉพาะชายวัยกลางคนที่มีพลังยุทธ์ระดับยอดยุทธ์ขั้นที่แปด เขาส่ายศีรษะไปมาแล้วเดินจากไปด้วยท่าทางไร้จิติญญา เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ความมั่นใจของเขาหายไปมากเลยทีเดียว
............
ขยับออกมาจากเมืองจินหยางประมาณห้าร้อยลี้
หน้าประตูใหญ่สำนักจินหยางตรงทางขึ้นเขา มีชายหนุ่มสามคนกำลังโต้เถียงกับจอมยุทธ์ที่เฝ้าประตูสำนักจินหยางอยู่อย่างดุเดือด หนึ่งคนแข็งแรงกำยำ ส่วนอีกสองคนมีร่างกายที่อ่อนแอ
"หลีกทางไปซะ ถึงยังไงวันนี้ข้าก็ต้องได้พบกับเทพธิดาแห่งสำนักจินหยาง" กู่หวงแผดเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธ
"หุบปากซะ เทพธิดาแห่งสำนักของเราใช่บุคคลที่พวกเ้าอยากพบก็ได้พบเหรอ รีบไสหัวไปซะอย่าให้พวกข้าต้องลงมือ" ลูกศิษย์ที่คอยเฝ้าประตูสำนักจินหยางคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างมีอารมณ์ ตอนนี้มือขวาของเขากุมอยู่ที่ด้ามของกระบี่ เขาพร้อมที่จะชักกระบี่ออกมาทุกเมื่อ
"ที่แท้สำนักจินหยางก็เป็สำนักเส็งเคร็งเช่นนี้ ถึงว่าทำไมสหายของข้าถึงได้ลาออกจากสำนัก ที่แท้คนในสำนักทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็พวกหน้าไหว้หลังหลอก" หยางเฉินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง ร่างกายของเขาไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เพราะฉะนั้นถึงแม้เขาจะโกรธแค้นมากแค่ไหน แต่ร่างกายก็ไม่ทำตามที่ใจเรียกร้องเอาเสียเลย
"นั่นสิที่แท้สำนักจินหยางก็มีแต่พวกที่เชื่อถือไม่ได้ ปล่อยพวกข้าเข้าไปพบกับเทพธิดาของสำนักเ้าเดี๋ยวนี้ วันนี้ข้าต้องรู้ให้ได้ว่านางเอาตัวสหายของข้าไปไว้ที่ไหน แค่กแค่ก..." มู่ปิงเฟิงตะเบ็งเสียงคำรามจนคอแหบ เมื่อกล่าวจบประโยคสุดท้ายเขาก็ต้องไอออกมาด้วยความเ็ป พวกเขายืนเถียงกับลูกศิษย์ที่เฝ้าประตูสำนักจินหยางมาหนึ่งชั่วยามกว่าๆแล้ว
"พวกเ้ากล้าพูดถึงเทพธิดาของสำนักข้าเช่นนั้นได้อย่างไร...รนหาที่ตาย!"
ชิ่ง!
ลูกศิษย์สำนักจินหยางคนนั้นชักกระบี่ออกมาจากฝัก เขา้าฟาดฟันร่างของมู่ปิงเฟิงให้ขาดเป็สองส่วน
เพียงแต่ก่อนที่กระบี่ของเขาจะได้หลุดออกมาจากฝัก เขาก็ถูกเพื่อนในสำนักเข้าล็อคตัวห้ามเอาไว้เสียก่อน ลูกศิษย์ที่พยายามจะชักกระบี่ออกจากฝักพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดแรง
"ปล่อยข้า ต่อให้วันนี้ข้าต้องถูกคนของห้าตระกูลใหญ่หมายหัว ข้าก็ต้องสังหารพวกเขาให้ได้ สำนักของเราใช่สิ่งที่คนภายนอกจะเหยียดหยามได้หรือ และเทพธิดาที่แสนสง่างามของเราใช่สิ่งที่คนภายนอกจะถมถุยแล้วพูดจาหยาบคายกับนางได้งั้นหรือ ถึงยังไงวันนี้ข้าต้องเอาเืของพวกเขามาล้างคำสกปรกให้จงได้"
ลูกศิษย์ที่พยายามชักกระบี่แผดเสียงร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ตาทั้งสองข้างของเขาแดงต่ำเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาเข้าสำนักจินหยางมาั้แ่เด็กเห็นสำนักจินหยางเปรียบเสมือนบ้าน การที่บุคคลภายนอกบุกมาด่าทอถึงหน้าสำนัก จะให้เขาทนต่อความโกรธนี้ได้อย่างไร จะให้เขาทนกับความอัปยศเช่นนี้ได้อย่างไร
"เพียงแค่คนไร้ประโยชน์เท่านั้น ควรค่าให้พวกเราต้องลงมือที่ไหนกัน เ้าสงบสติลงหน่อยเถอะอย่าปล่อยให้ความโกรธแค้นเข้าครอบงำ ถึงยังไงพวกเขาก็เป็คนของห้าตระกูลใหญ่" ลูกศิษย์ที่พยายามห้ามสหายร่วมสำนักกล่าวขึ้นเตือนสติ
"ห้าตระกูลใหญ่แล้วยังไง พวกเขามีสิทธิ์อะไรมากล่าวหาพวกเรา เื่ในวันนี้ข้าจะสู้ให้ถึงที่สุด" ลูกศิษย์ที่พยายามชักกระบี่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความกล้าหาญ ตราบเท่าที่เขายังเป็คนของสำนักจินหยาง เขาไม่มีทางหวาดกลัวต่อคนของห้าตระกูลใหญ่
"กล้าชักกระบี่ เ้าคิดจะฆ่าคนปิดปากรึ" กู่หวงกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น
มู่ปิงเฟิงมือกุมหน้าอกเขายังคงไอไม่หยุด แต่จิตใจที่คิดจะสู้ก็ยังคงไม่ท้อถอย เขากล่าวขึ้นยังไม่เกรงกลัวว่า "เข้ามาเลย..แค่กแค่ก..ถึงอย่างไรพวกข้าก็เป็คนไร้ประโยชน์อยู่แล้ว...สหายของข้าชิงอวิ๋นไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไร...แค่กแค่ก....วันนี้ต่อให้ตายข้าก็ต้องพบกับเทพธิดาแห่งสำนักจินหยางให้จงได้"
"ถูกต้อง ถึงต้องตายวันนี้ข้าก็ต้องได้พบกับเทพธิดาของสำนักเ้าให้ได้" หยากเฉินพูดขึ้นทั้งที่สีหน้ายังขาวซีด ตอนนี้เหงื่อเย็นไหลออกมาท่วมร่างของเขาไปหมด ร่างกายมันไม่เคยเป็ดั่งใจของเขาเลย และดูเหมือนว่านับวันร่างกายของเขาก็ยิ่งอ่อนแอลง เพราะฉะนั้นตัวเขาหยางเฉินคงทำได้แค่รอความตาย แต่ก่อนที่เขาจะตายหากสามารถช่วยเหลือสหายของเขาได้ เช่นนั้นชาตินี้ที่เกิดมาก็ถือว่าไม่เสียเปล่าแล้ว