ภพนี้ ขอเพียงเธอ

    อิงค์จะกลับค่ะ

            “เฮือก” อินทิราพ่นน้ำออกมาจากปากจำนวนมาก หลังจากที่คเชนทร์พยายามปั๊มหัวใจอยู่นาน ร่างสูงทิ้งตัวนั่งพับลงทันทีที่เห็นอินทิราฟื้นคืนสติ ชายหนุ่มปาดเหงื่อที่ใบหน้า พลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            “อิงค์ ได้ยินฉันไหม” คะนิ้งเข้าไปเขย่าตัว พลางปล่อยยิ้มออกมาด้วยความดีใจ คเชนทร์ขยับเข้าไปช้อนตัวหญิงสาวขึ้นนั่ง อินทิรายังคงไอเป็๞ระยะ เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ปากเล็กสั่นระริกด้วยความหนาวเหน็บ พลางมองไปรอบๆ

            “อิงค์ จำฉันได้ไหม พูดกับฉันหน่อยสิ” คะนิ้งเข้ามาตบหน้าหญิงสาวเบาๆ เพื่อเรียกสติของเธอ ด้วยความเป็๲ห่วง

            “พาฉันกลับบ้าน” คนเจ็บร้องขอให้คะนิ้งพาเธอกลับบ้านทันทีที่ฟื้นคืนสติ ดวงตาอ่อนล้าของเพื่อนทำให้คะนิ้งต้องใจแข็งปฏิเสธคำขอ

            “เธอจะบ้าหรืออิงค์ เธอพึ่งรอดตายนะ จะกลับบ้านได้ไง”

            “ฉันอยากกลับบ้าน ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่” อินทิราผละตัวเองออกจากอ้อมอกของคเชนทร์ เพื่อให้ห่างจากร่างสูง แล้วย้ายออกมานั่งคู้เข่าข้างพีท

            “พี่พีทไปส่งอิงค์ได้ไหมคะ” ดวงหน้าอ่อนล้าพร้อมกับตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำ หันไปหาให้พีทช่วยเหลือ เธอไม่ยอมมองหน้าคเชนทร์แม้แต่หางตา หญิงสาวรู้สึกไม่ปลอดภัยหากได้อยู่ใกล้เขา คเชนทร์ได้แต่ส่ายศีรษะไปมาช้าๆ ก่อนจะรู้สึกไม่พอใจบางอย่าง อยู่ๆ ก็เกิดอาการร้อนวูบวาบเข้ามา

            “ได้” พีทรีบตอบรับในทันทีด้วยความเป็๞ห่วง คเชนทร์ชักสีหน้าแล้วเดินลับเข้าบ้านไปครู่หนึ่ง จึงออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนใหญ่ เขาหยิบมันห่อตัวหญิงสาวแล้วอุ้มเดินเข้าบ้าน ปล่อยให้ทุกสายตาต่างตะลึงกับภาพตรงหน้า คเชนทร์ไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร หากแต่เขาจะไม่ยอมให้อินทิราต้องกลับบ้านในสภาพแบบนี้

            “พี่พีท นี่พี่ชายคะนิ้งบ้าไปแล้วใช่ไหมคะ” คะนิ้งหันไปถามนายพีทอย่างไม่เข้าใจ

            “ป้าอิ่มเปิดประตูห้องคะนิ้งให้ผมหน่อย” เสียงเข้มสั่งแม่บ้าน ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกด้วยกุญแจที่แม่บ้านมีติดตัวตลอดเวลา คเชนทร์อุ้มเธอมาวางลงบนเตียงสีหวานของน้องสาวแล้วประคองเธอนั่งช้าๆ

            “อิงค์จะกลับค่ะ” หญิงสาวผลักร่างสูงออกจากตัว ร่างเล็กสั่นระริกด้วยความหนาวเหน็บ เธอพยายามใช้แขนทั้งสองข้างกอดรัดตัวเองไว้เพื่อคลายความหนาว ดวงตาเล็กไหวระริกด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

            “กลับไม่ได้ ต้องค้างที่นี่” คเชนทร์ยังคงพูดเสียงแข็ง ท่าทางนิ่งราวกับหุ่นของเขาทำให้อินทิราเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ชายหนุ่มหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดศีรษะเธอเบาๆ เพื่อให้ผมที่เปียกชุ่มแห้งลง

            “พอได้แล้วค่ะ” หญิงสาวปัดมือเขาออก สายตายังคงทอดมองออกไปด้านนอก เธอไม่อยากมองหน้าชายใจร้ายอย่างเขา

            “ต้องให้นายพีทเช็ดให้ใช่ไหม ถึงจะยอมดีดี” คเชนทณ์หมดความอดทนกับท่าทางเ๶็๞๰าจากหญิงสาว เขาวางผ้าในมือก่อนจะย่อตัวลงให้เห็นดวงหน้าที่กำลังโกรธ พลางจับใบหน้าของอินทิราให้มองหน้าเขา เช่นนั้นแล้วอินทิราก็ยังไม่ยอมมองหน้าเขาอยู่ดี

            “หลับตา เพราะไม่อยากเห็นหน้าพี่อย่างนั้นใช่ไหม” หญิงสาวยังคงหลับตานิ่ง

            “อยากให้พี่หมดความอดทนจนทำให้เธอต้องลืมตาใช่ไหม” หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่แน่ใจว่าคำพูดกำกวมของเขานั้นหมายถึงอะไร

            “พี่เชนทร์” คะนิ้งวิ่งมาถึง ก่อนจะยืนหอบอยู่หน้าประตู ความตั้งใจของชายหนุ่มจบลงหลังจากได้ยินเสียงน้องสาว

            “มาก็ดีละ เช็ดตัวและก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เพื่อนเธอด้วย เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” คเชนทร์พูดเสร็จจึงหันหลังเดินออกจากห้องไป อินทิราปล่อยน้ำตาออกมาก่อนจะดึงร่างของคะนิ้งเข้ามาสวมกอด ด้วยความน้อยใจที่เขาทำรุนแรงกับเธอถึงเพียงนี้ ความไว้ใจเชื่อใจที่เคยมีเขาทำมันพังลงกับมือ

            “อิงค์ ไม่เป็๲ไรแล้วนะ ปลอดภัยแล้ว ฉันขอโทษที่ดูแลเธอไม่ดีจนเกิดเ๱ื่๵๹” คะนิ้งโอบหลังอินทิราเบาๆ เสี้ยวหนึ่งมีความรู้สึกผิดอยู่มาก

            “รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะนะ” คะนิ้งหันไปรื้อเสื้อผ้าของอินทิราในกระเป๋าใบเล็กของเธอ หญิงสาวที่ตัวเปียกชุ่ม ขมวดคิ้วนึกแปลกใจในเ๹ื่๪๫ราวที่เห็นตอนสลบไป เป็๞ความฝันที่เกี่ยวเนื่องกันเป็๞เ๹ื่๪๫เดียว อีกทั้งเสียงปริศนาบังคับให้เธอพูดแบบนั้นกับคเชนทร์จนเกิดเ๹ื่๪๫ขึ้น อินทิราเริ่มมั่นใจแล้วว่าสิ่งแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับตัวเองไม่ใช่เ๹ื่๪๫ปกติ