ร่างของไดโดขยายใหญ่ขึ้นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นขนสีดำงอกปกคลุมทั่วกาย ร่างของอสูรสีดำพุ่งอย่างว่องไวจนเห็นเป็นเงาตกค้างโผล่ออกมาอีกครั้งเมื่อเข้าประชิดตัวศัตรูได้ คุราเบะไม่ได้ละสายตาไปจากไคโดเลย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเข้ามาในระยะจึงเหวี่ยงกำปั้นห่อหุ้มด้วยสายลมสวนกลับไปก่อนอีกฝ่ายจะได้สัมผัสตน
แรงหมัดนั้นกลับทำได้เพียงแค่รอยช้ำเล็กน้อยบนผิวชั้นนอกราวกับว่าเป็นยางที่หนาเอามาก ๆ แต่ก็ช่วยให้ร่างใหญ่โตนั่นชะงักได้เล็กน้อย
ยามใช้ลมปราณเสริมพลังร่างกายของไคโดยังมีความทนทานและยืดหยุ่น เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงฉับไวเช่นนี้คุราเบะจึงลอบยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาทึ่งนิดหน่อยกับร่างอสูรและพัฒนาการฝีมือ
คิดดูอีกทีมันก็ไม่ได้น่าแปลกหรือชวนทึ่งขนาดนั้นตั้งแต่โลกกลายเป็นแบบนี้คุราเบะนั้นคิดว่าเรื่องทั้งหมดมันเกินสามัญสำนึกปกติไปไกลแล้ว
ไคโดหลอกทำท่าจะหมุนตัวเตะแล้วสลับขาข้างซึ่งใช้เป็นแกนหมุนยกขึ้นมาเตะสูงคุราเบะหลบลูกเตะฉับพลันซึ่งเล็งที่ขมับไม่พ้น จึงยกแขนขวาขึ้นป้องกันทำให้แขนเสื้อแบบทหารฉีกขาด หยาดเลือดเล็ก ๆ กระเด็นล่องกลางอากาศ
จังหวะนั้นคุราเบะใช้แขนขวาสะบัดขาของไคโดซึ่งกำลังเตรียมชักกลับให้ยกขึ้นพร้อมกันนั้นก็ก้าวเข้าหาอย่างเฉียบขาดขณะที่ร่างไคโดเสียสมดุลเพราะขาข้างหนึ่งกำลังยกลอยคุราเบะได้ใช้หลังเท้าหวดข้อพับขาอีกข้างของไคโดอย่างแรง
ร่างอสูรสีดำลอบค้างกลางอากาศเสี้ยววิหนึ่งคุราเบะใช้มือข้างเดียวคว้าลำคอจากด้านหลัง แล้วเหวี่ยงร่างนั้นลงฟาดพื้นด้านล่าง
คุราเบะซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับไคโดถูกเรย์จู่โจมจากด้านข้างด้วยความเร็วระดับที่ตอบสนองไม่ทันซึ่งหากตัวเขาสามารถมองเห็นเรย์ก่อนจะถูกโจมตี อาจมีโอกาสหลบพ้น
ทว่าคุราเบะถูกบีบมุมมองให้แคบลงทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการลอบโจมตีนี้ได้
เขาหันหน้าเข้าหาดาบซึ่งกำลังฟันเฉียงลงยกเกราะแขนทั้งสองข้างขึ้นมาตั้งรับคมดาบ พื้นใต้เท้าถูกบดจนแตกพลิกขึ้นมา
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบจนเกิดไฟแลบ
อำนาจทำลายของปราณอันเข้มข้นกระแทกลงและผ่านไปโดยที่จิตแห่งกระแสลมคุ้มกายทานรับแรงกดทับทำลายจากคมดาบเอาไว้ได้
คุราเบะสะบัดแขนปัดดาบทิ้งร่างหนาดีดตัวขึ้นกลางอากาศ พลิกหมุนตัวเตะห้าร้อยสี่สิบองศาใส่เรย์รวดเร็วรุนแรงราวกระสุนปืน
เรย์พลิกดาบรับการโจมตีอันหนักหน่วงนี้แต่แรงกดทับของลูกเตะส่งผลให้ตัวของเขาถึงกับเข่าทรุดลงไปหนึ่งข้างบ้าง
ระหว่างนั้นคุราเบะยังหมุนตัวหมายส่งลูกเตะที่สองซ้ำลงมาอย่างต่อเนื่องทว่านั่นเป็นการเปิดช่องว่างให้สบโอกาสจู่โจมอันดีเยี่ยมในจังหวะลงสู่เบื้องล่าง
ไคโดฉกฉวยจังหวะฟาดคลื่นกรงเล็บสีดำตามขวางขนานไปกับพื้นในลักษณะเงาสีดำพุ่งกระทบเป้าหมายอย่างแม่นยำ
ร่างของคุราเบะถูกอัดปลิวตามขวางกระแทกเข้ากับรถตู้ซึ่งถูกจอดทิ้งร้าง
ไคโดพุ่งตัวกางกรงเล็บตามตะครุบเหยื่อ
"กรร~ ฉันจะฆ่าแก!"
"ใช่ นั่นแหละ ความรู้สึกนั้นแหละความเกลียดชังจากก้นบึ้งของจิตใจอย่างนี้แหละที่ฉันชอบน่ะ!"
คุราเบะกล่าวด้วยดวงตาเย็นชาแต่สีหน้ากลับสนุกสนาน หลังถึงพื้นไม่รีบลุกขึ้นยืนแต่หงายตัวไปด้านหลังพร้อมกับเหวี่ยงลูกเตะอันเต็มไปด้วยจิตแห่งลมห่อหุ้มตามปฏิกิริยาตอบสนองโดยไม่มีกระบวนท่าประกอบเพียงพอทำให้ไคโดซึ่งพุ่งตามมาปลิวกระเด็นลอยคว้างกลางอากาศเป็นแนวโค้งกระแทกกำแพงอาคารด้านหลังจนยุบตัว ทะลุไปด้านใน
คุราเบะยังไม่ทันเก็บท่าทรงตัวตั้งหลักคลื่นปราณดาบได้ลอยมาถึงเบื้องหน้าเขายกแขนสองข้างตั้งการ์ดรับด้วยจิตแห่งลมอีกครั้ง ร่างกายสั่นสะเทือน ลมพัดกระพือ
เสี้ยววินาทีคุราเบะยกการ์ดลงภาพที่เห็นเป็นอย่างแรกคือเรย์ปรากฏตรงหน้าสับดาบกระแทกลง
ครั้งนี้เจอกับท่าสับลงตามแนวตั้งเขาเอียงตัวหลบได้อย่างไม่ยากเย็น ทว่าการฟันสับลงมาครั้งนี้กลับหยุดชะงักกระบวนท่านี้นับเป็นการหลอก เรย์ไม่ได้ลงแรงใส่น้ำหนักเขาพลิกแพลงกระบวนท่าฟันต่อเนื่องในแนวขวางด้วยความเร็วอันเหนือกว่าการหลบหลีกของศัตรู
คุราเบะตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวอันเกินคาดนี้ไม่ทันก็จริงแต่ท่าฟันย้อนกลับนี้ถึงแม้มีความเร็ว แต่น้ำหนักไม่เพียงพอทำได้เพียงเฉือนสีข้างเรียกเลือดจากตนได้หนึ่งหย่อมหลีกเลี่ยงบาดแผลฉกรรจ์ได้อย่างหวุดหวิด
“มีช่องว่างแหนะไอ้หนู!”
จังหวะที่พูดจบการกระทำก็เสร็จสิ้นไปแล้ว
คุราเบะใช้สันมือฟันตอบโต้โดยอาศัยช่องโหว่น้อยนิดหลังการจู่โจมนั่น
กระแสลมช่วยห่อหุ้มทำให้มันคมประหนึ่งใบดาบถากช่วงไหล่ลงมาเป็นแนวยาวจนเลือดซิบ
เรย์เพิกเฉยกัดฟันไม่นำพาต่อความเจ็บปวด การขยับหลบของเขาก็เหมาะสมไม่ทิ้งช่องโหว่ให้อีกฝ่ายได้ชิงบุกต่อ รักษาจังหวะได้เปรียบเช่นนี้เอาไว้
เขาปิดกั้นจิตใจของตนปล่อยให้ความเกรี้ยวโกรธที่กักเก็บจนถึงเมื่อครู่แล่นกระจายไปยังกล้ามเนื้อทุกส่วนระเบิดกระบวนท่าใส่นับสิบชุดไม่ผ่อนปรน
โมเมนตัมของคุราเบะถูกยึดไปชั่วขณะหนึ่งได้แต่ตั้งรับจนถอยร่น เขาทราบว่าเด็กคนนี้เข้าใจถึงแก่นแท้ของการต่อสู้แล้ว
การต่อสู้แบบถึงเป็นถึงตายไม่ใช่เวลาจะมาต่อรองผลได้ผลเสียไม่ใช่คุณแทงผมหนึ่งดาบ ผมแทงคุณหนึ่งดาบ จากนั้นบอกว่ารอบนี้ไม่ขาดทุนก็ดีแล้วการต่อสู้แบบถึงเป็นถึงตายน่ะ คือการฆ่าอีกฝ่ายให้ตายโดยไม่เสียดายราคาที่ต้องจ่าย
‘เทียบกับตอนเจอกันเมื่อครั้งแรกฝีมือไอ้หนูนี่พัฒนาขึ้นเร็วมากจนน่ากลัวจริง ๆ’
คุราเบะอดชื่นชมศัตรูตรงหน้าไม่ได้ในใจทั้งตื่นเต้นและยินดี
แสงเย็นเยียบและคลื่นลมพัดผ่านวูบวาบปราณดาบแผ่พุ่ง ทั้งสองห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด
ผ่านไปหลายกระบวนท่าอาการของเรย์เริ่มแสดงออกผ่านลมหายใจดาบที่เหวี่ยงออกเริ่มขาดความลื่นไหลเพราะฝืนใช้เต๋าเสริมพละกำลังอย่างต่อเนื่อง
สายตาของคุราเบะยังคงสุขุม
เรย์ตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายกำลังรอคอยรอหาโอกาสสวนกลับ
นี่นับเป็นสัตว์ป่าที่แท้จริงตัวหนึ่งถึงแม้ว่าจะถูกเขายึดโมเมนตัมไปก็จะใช้สภาวะจิตใจอันแข็งแกร่งและมั่นคงนั้นไล่ลาหาโอกาสกำชัย
คุราเบะใช้ประสบการณ์อันเหลือล้นฉกฉวยจังหวะที่อีกฝ่ายไม่อาจรักษาความสมดุลของเต๋าภายในกายกางนิ้วทั้งห้าเล็งบริเวณช่วงอกของอีกฝ่าย โถมน้ำหนักส่งตัวในระยะสั้นใช้แรงส่งตัวจากทุกส่วนไปที่นิ้วทั้งห้า แล้วกำหมัดชกแบบฉับพลันผ่านระยะหนึ่งฝ่ามือ
เปรี๊ยง!
เรย์ปรับตัวเข้ากับจังหวะความเร็วของคุราเบะไม่ทันจิตใต้สำนึกช้าไปครึ่งจังหวะถูกหมัดระยะสั้นอันรวดเร็ว หรือที่เรียกกันว่า ‘หมัดหนึ่งนิ้ว’ ชกใส่จนตัวปลิวกระแทกราวเหล็กกั้นถนนจนสภาพหงิกงอ
“แค่ก ๆ”
ในช่องปากของเรย์มีแต่รสคาวรู้สึกได้ถึงความบอบช้ำของอวัยวะภายใน
คุราเบะยืนตระหง่านอยู่กับที่ลมปราณยังชักนำกระแสลมไหลวนอยู่รอบตัว ฝุ่นดินบนพื้นลอยฟุ้งเป็นพายุขนาดย่อม ๆ
“มนุษย์เป็นตัวตนที่เต็มไปด้วยความสับสนความสับสนนี่เองคือเนื้อแท้ของเต๋า ความรักและความเกลียดชัง ความเป็นและความตายความสับสนระหว่างสิ่งที่อยู่สุดปลาย นั่นล่ะคือความยอดเยี่ยมของมนุษย์!”
หมัดอันห่อหุ้มไปด้วยกระแสลมพุ่งตรงมาเรย์รีบยกดาบขึ้นป้องกันอย่างรวดเร็วเขายังใช้มืออีกข้างหนึ่งดันสันดาปไว้เพื่อรับแรงที่อีกฝ่ายถาโถม
เรย์ต้องย่อตัวรับแรงโจมตีพื้นคอนกรีตใต้เท้าซึ่งรองรับตัวอยู่ แตกระแหงเหมือนใยแมงมุม
‘ฟรึบ’
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น
ไคโดปล่อยคลื่นกรงเล็บออกมาในจังหวะนี้
แต่คุราเบะไม่ได้ดื่มด่ำอยู่ในการดวลกับเด็กหนุ่มอย่างลืมตัว
การโจมตีนี้ออกมาหลังจากซุ่มอยู่นานนับว่าเป็นโอกาสที่ไม่เลวเหมือนกัน หากเปลี่ยนเป็นคนทั่วไปคงถูกสังหารทันที
แต่เห็นได้ว่าคุราเบะไม่ใช่คนทั่วไปโอกาสเช่นนี้สำหรับเขาแล้วยังไม่พอ
ฝ่ามือของคาราเบะยกเลิกกระบวนท่ากลางคันเขยิบเท้าก้าวหนึ่งหลบพ้นคลื่นสีดำแหวกผ่านช่องว่างตรงหน้าระหว่างเรย์กับคุราเบะ
ท่าดาบต่อเนื่องของเรย์ทิ่มตรงมาช่วงที่ศัตรูกำลังเบนสายตาออกฟันครอบคลุมตำแหน่งกลางบน
คุราเบะตะแคงตัว มุดลอดใต้คมดาบก้าวสวนปล่อยฝ่ามือใส่ช่วงเอวซึ่งกำลังเปิดช่องโหว่
สำหรับเรย์ การโจมตีรอบนี้ ใกล้เกินไวเกิน หมดทางจะหลบพ้นจริงๆ
แต่ทว่าส้นเท้าสีดำของหมาป่าลอยแทรกมาสกัดฝ่ามือของนายพรานเอาไว้ทันเวลาไคโดก้าวขึ้นหน้าปล่อยหมัดเสย คุราเบะไขว้แขนป้องกันด้านหน้าเป็นรูปตัวเอกซ์ร่างกายถูกแรงหมัดงัดลอยขึ้นกลางอากาศ
ร่างหนายืมแรงส่งตีลังกากลับหลังรักษาสมดุล พุ่งตกลงมาเป็นเส้นโค้ง
เรย์ไฉนเลยจะรอให้ศัตรูตกถึงพื้นอย่างสวัสดิภาพฉวยโอกาสตรงเข้าไปซ้ำ
เกิดการเปลี่ยนแปลงจังหวะร่อนลงในตอนท้ายร่างหนาเลือกบิดเฉียงไปด้านข้างเมื่อสัมผัสพื้นก็ม้วนกลิ้งมุดเฉียดปราณดาบของเรย์ไปด้านหลัง
เป็นการเคลื่อนไหวที่หยาบกร้านเกินกว่าจะเป็นกายกรรม
เด็กหนุ่มอาศัยจังหวะชั่วพริบตานั้นพลิกตัวพุ่งทะยานแทงดาบเล็งเข้าใส่ลำคอเป้าหมายปรากฏว่ากระบวนท่านี้อยู่ในความคาดเดา
ขณะนี้คุราเบะพลันย่อตัวลงต่ำกว่าเดิมหลบพ้นจากวิถีดาบ ปลายเส้นผมถูกคมดาบเล็มตัดเล็กน้อย หมุนลำตัวเอี้ยวกลับส่งลูกเตะอันทรงพลังเข้าใส่บริเวณชายโครงของเด็กหนุ่ม
มันเป็นการโต้กลับอันรวดเร็วมากแต่เรย์ก็ตอบสนองได้ทันเวลา เขาตั้งฝักดาบแนบลำแขนยกขึ้นป้องกัน ยืมแรงปะทะส่งถ่างระยะห่างออกไป
เรย์ขยับถอยอีกครึ่งก้าวหลบลูกเตะซึ่งกำลังเหวี่ยงเฉียงตามลงมาประหนึ่งค้อนเหล็ก
แทบจะทันทีที่ส้นเท้านี้สัมผัสพื้นรอยแตกบนผิวดินแผ่ลามออกไปแล้วอย่างรวดเร็วเรย์เพิ่งหลบพ้นจากการโจมตีนี้แล้วต่อด้วยหมัดเสย ไม่ทันได้ขบคิดอะไรละเอียดรีบกระโดดหลบซ้ำอีกครั้ง หลบหมัดอันทรงพลังนี้ได้อย่างหวุดหวิดแต่ต่อจากนั้นก็เห็นฝ่ามือขวา แหวกฝุ่นควันตรงเข้ามา
เร็วเกินไปแล้ว! เป็นการต่อสู้ที่ไม่ได้เว้นพักแม้แต่ลมหายใจเดียว
ฝ่ามือนี้ออกท่าฉับไวเลือกมุมอย่างเจ้าเล่ห์ ยากแก่การป้องกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ใต้สถานการณ์เช่นนี้
ทว่าครั้งนี้เหนือความคาดหมายจนคุราเบะยังต้องทึ่งเมื่อประสาทโต้ตอบของเรย์นั้นถูกลับจนเฉียบคมชั่วพริบตาของช่วงกระโดดลอยตัวยังฟันสกัดกั้นฝ่ามือนี้ไว้ได้พอดิบพอดีแม้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขายังป้องกันสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ
“…เห ใช้ได้นี่”
แต่ความทรงพลังของกระแสลมที่ห่อหุ้มได้ส่งผลให้ตัวเรย์ลอยหวือออกไปกระแทกกับเสาไฟจนบุบบี้ประสาทสัมผัสทั่วร่างกายคล้ายหลุดลอยไปที่ใดสักแห่ง แค่จะขยับตัวยังลำบากหัวมึนไปหมด ร่างกายขยับแทบไม่ได้ แค่จะใช้ความคิดยังรู้สึกลำบากเหลือแสน