ภารกิจพลิกชีวิตไอดอล

    บทที่ 47 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส (2)

    บทที่ 47 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส (2)


    ผมสูดหายใจและเปิดแผ่นกระดาษในมือออกดู เนื้อเพลงของเขาค่อนข้างคล้ายกับเนื้อเพลงของรยูคยองฮวา ผมคิดว่ามีบางส่วนทับซ้อนกันด้วยซ้ำ


    [คุณทำร้ายผมอีกครั้ง]

    [ผมถูกผลักไสออกไปห่างไกลอีกครั้ง]

    [แต่ผมยอมแพ้ไม่ได้]

    [ผมยังคงเอาแต่วนเวียนอยู่ข้างกายคุณ ♪]


    นี่มันเป็นเพลงเกี่ยวกับความรักที่ไม่หวังผลตอบแทนหรือไง? ไม่เห็นจะเข้ากับธีมเพลงที่มีเนื้อหาของความเป็นผู้ชายใจแกร่งหัวใจเด็ดเดี่ยวเลยสักนิด


    อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเนื้อเพลงบางส่วนที่ไม่เตะตาผม แต่ก็ยังมีเนื้อเพลงบางส่วนที่ใช้ประโยชน์ได้เหมือนกัน อีกอย่าง สิ่งที่ไม่เข้าตาผม มันอาจจะเข้าตาคนอื่นก็ได้


    "ขอผมดูหน่อยได้ไหมครับ?"


    "ได้สิ"


    เมื่อผมเอาเนื้อเพลงที่ซนซองวอนเขียนให้นาซอนอูดู เขาก็หยุดชะงัก แล้วก็มีสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นมาทันที


    "มีอะไร"


    ผมตกใจจนก้าวถอยหลังเพราะเห็นว่าอยู่ดี ๆ นาซอนอูก็พุ่งเข้ามาตั้งใจจะแย่งสมุดจดไปจากมือผม


    "นายทำอะไรของนายเนี่ย!"


    "เอาเนื้อเพลงที่ผมเขียนกลับมาเลยนะ!"


    "ทำไมล่ะ!"


    ผมรีบวิ่งหนีและเปิดสมุดจดที่เขาให้มาก่อนหน้านี้ออกดู เพื่อที่จะพบว่าเนื้อเพลง...


    หืม...


    ผมจะเลือกใช้คำพูดที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนของนาซอนอูก็แล้วกัน เอาเป็นว่าเขาไม่มีพรสวรรค์ในการเขียนเนื้อเพลงสักเท่าไหร่


    "ไม่เห็นเป็นไรเลย เอาไปประกอบกับเนื้อเพลงของคนอื่นก็ดูดีแล้ว"


    ผมรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปเนื้อเพลงในสมุดจดเอาไว้ด้วยความใจดำอำมหิต


    "เนื้อเพลงแบบนั้นเอาไปร้องไม่ได้หรอกครับ!"


    ทำไมล่ะ? ผมว่ามันก็ฟังดูน่ารักดีอยู่นะ ผมถึงกับมั่นใจด้วยซ้ำว่าแฟนเพลงน่าจะคาดหวังอะไรแบบนี้อยู่แล้ว


    ผมควรจะเก็บเนื้อเพลงฉบับนี้เอาไว้


    นาซอนอูจะไม่ใช้มันได้ยังไง?


    "แต่นายสบายใจเถอะ คนอย่างนายเหมาะที่จะเป็นไอดอลมากกว่าจะเป็นนักกวีหรือนักแต่งเพลงอยู่แล้ว"


    นาซอนอูยังคงบ่นไม่เลิกที่ผมเลือกใช้เนื้อเพลงฉบับแรกของเขา แต่นั่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว


    ผมไม่สนใจนาซอนอูอีกต่อไปและเดินไปนั่งที่โต๊ะอีกครั้งเพื่อเล่นไฟล์เพลงที่โอเยจุนแก้ไขมาแล้ว


    ♬!♪~♩♪


    เสียงร้องของซนซองวอนถูกตัดออกไป ดังนั้นเวลาที่ผมร้องเนื้อเพลงออกไปประกอบกับทำนอง ถึงผมจะร้องไม่เพราะ แต่อย่างน้อยก็ยังสัมผัสได้ถึงทิศทางที่ชัดเจนกว่า


    ความรู้สึกเก่า ๆ ถูกถอดออกไป เพลง ๆ นี้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นเพลงในกระแสนิยมรุ่นใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ตามหลักการวิเคราะห์ของผม ผมคิดว่ามันดีพอที่จะเป็นเพลงฮิตของวงบอยกรุ๊ปได้ไม่ยากเลย


    เมื่อมีไฟล์เพลงต้นฉบับที่มีคุณภาพถึงขนาดนี้ มันก็คุ้มค่าที่ผมจะไปจ้างนักแต่งเพลงมาขัดเกลาเนื้อร้องให้เรา


    เพียงเท่านี้ก็พอแล้วที่จะทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้น


    ถ้าพวกเราไปอัดเสียงในสตูดิโอเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่ ผมก็แทบรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ฟังว่าเพลง ๆ นี้จะออกมาเป็นอย่างไร


    "ให้ตายเถอะ...พี่เยจุนโคตรเก่งเลย..."


    นาซอนอูก็คงคิดแบบเดียวกับผม สีหน้าของเขายิ่งเศร้าหมองมากขึ้น


    "ทำไมทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว?"


    เจ้าหมอนี่จะผิดหวังอะไรนักหนา? เมื่อผมถามออกไป นาซอนอูก็ตอบโดยไม่ยอมสบตาผม


    "ทุกคนมีความสามารถกันหมดเลย มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น...ที่ไม่มีประโยชน์"


    ไม่มีประโยชน์อะไรกันเล่า ผมยกมือขวาของตัวเองขึ้นหยิกแก้มของนาซอนอู


    "โอ๊ย ๆ ๆ ๆ ผมเจ็บนะครับ!"


    นาซอนอูพยายามดิ้นรนหลบหนีผม แต่ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี


    "ความสามารถของนายคือการอยู่บนเวทีไงล่ะ ดังนั้น รีบพยายามลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด ก่อนที่พวกเราจะต้องไปถ่ายเอ็มวี"


    ส่วนสำคัญที่สุดของนาซอนอูต่อวงของเราก็คือใบหน้าของเขานี่แหละ


    แต่จะให้ผมบอกว่าเขามีดีแค่หน้าตาอย่างเดียวมันก็คงยังไงอยู่ ผมก็เลยไม่ได้พูดออกไป


    นาซอนอูพยักหน้า ทำปากเบะเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง


    "อย่ามาร้องไห้ให้ฉันเห็นเด็ดขาดเลยนะ เวลาเดียวที่นายจะร้องไห้ได้ ก็คือตอนที่วงเราชนะอันดับ 1 ในรายการเพลงเท่านั้น"


    นาซอนอูพยักหน้าด้วยความแข็งขันอีกครั้ง


    "เยี่ยม ดีมาก"


    ผมไม่เหลือเวลาที่จะมาใช้ปลอบโยนเขาอีกแล้ว หลังจากลูบหัวเขาเบา ๆ ผมก็เดินกลับมานั่งหน้าแล็ปท็อปของตัวเอง


    ตอนนี้ถึงเวลาใส่เนื้อเพลงเข้าไปในทำนองที่ได้มาแล้ว


    เมื่อเอาเนื้อเพลงส่วนที่รยูคยองฮวาเขียนทิ้งไว้ก่อนนอนมารวมกับเนื้อเพลงในส่วนของโอเยจุนเช่นเดียวกับซนซองวอน แค่นี้ผมก็ได้อะไรเยอะแล้ว


    แต่ก่อนที่ผมจะเรียบเรียงเนื้อเพลงฉบับร่างแรกให้สำเร็จ ผมควรจะนำบรรยากาศของเนื้อเพลงไปเทียบดูกับเพลงฮิตเพลงอื่น ๆ เสียก่อน


    เมื่อผมกดเข้าไปดูในชาร์ตเพลง ผมก็เห็นว่าวงโฟลวส์ยังคงยึดครองอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น ทั้ง ๆ ที่พวกเขาคัมแบ็คได้ 3 สัปดาห์แล้ว


    ผมกดปุ่มเล่นเพลงด้วยสีหน้าผิดหวัง


    [Spark ร้อนแรงยิ่งกว่าเก่า]

    [ปลดปล่อยความร้อนทั้งหมดออกมา Burn it!]

    [Hey there ราวกับว่าฤดูร้อนนี้มีแค่คุณกับผม ♪]


    มีเนื้อเพลงภาษาอังกฤษทุกท่อน เพลงอื่น ๆ ก็เหมือนกันหมด


    หรือเพราะว่าทำนองเพลงมันเหมาะกับการใช้เนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาเกาหลีนะ?


    เมื่อผมกดดูปกซิงเกิลหลังจากเพลงเล่นจบ รอยยิ้มของชายหนุ่มคนหนึ่งบนหน้าปกก็สะดุดตาผมทันที


    "คังยูกอนก็คือหมอนี่สินะ?"


    เมื่อมองดูวงโฟลวส์แล้ว ผมก็มั่นใจว่าวงของตัวเองดีกว่าพวกเขาหลายเท่า ผมหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะนำเนื้อเพลงจากเพื่อนร่วมวงมาจัดสรรปันส่วนตามองค์ประกอบของทำนองเพลง


    หลังจากนั้น...


    หลังจากได้พักหายใจหายคอกันแล้ว ผมก็เดินไปเคาะประตูเพื่อบอกโอเยจุนว่าครบชั่วโมงแล้ว


    โอเยจุนสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจสุดขีด แต่แล้วเขาก็กลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง


    "ฉันส่งคอนเซปต์ของเพลงนี้ไปในแชตส่วนตัวของนายแล้ว ยังไงช่วยเปิดดูก่อนไปสตูดิโอหน่อยแล้วกัน"


    "ได้ครับ เดี๋ยวผมเปิดดูในโทรศัพท์ระหว่างทางเอาก็ได้"


    โอเยจุนยังคงงัวเงียอยู่ แต่เขาก็เตรียมตัวที่จะออกไปข้างนอกแล้ว


    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมออกไปส่งโอเยจุนเดินทางไปที่สตูดิโอ หลังจากนั้นผมก็กลับมาเตรียมอาหารเช้าและอาหารกลางวัน


    "ผมไปออกกำลังกายก่อนนะครับ!"


    เมื่อเทียบกับครั้งแรกที่ผมเจอหน้าเขา นาซอนอูในตอนนี้มีร่างกายผอมลงมากกว่าเก่าหลายเท่า เขาพูดกับผมอย่างร่าเริงก่อนจะเดินออกไปจากหอพัก


    ผมจะรอดพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างไร?


    หนทางข้างหน้ายังยากลำบาก แต่นี่ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งหมดหวังเหมือนกัน


    ถ้าผมทำตามสิ่งที่ค่ายเพลงสั่งมาเหมือนก่อนหน้านี้ ผมก็คงไม่มีทางตรวจสอบดูได้เลยว่าเพื่อนร่วมวงแต่ละคนมีความสามารถอะไรบ้าง


    สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหารจะดีกว่า


    ตอนนี้เหมือนพวกเราปีนอยู่บนขอบเหว พวกเราต้องพยายามทุกวิถีทางในการแสดงความสามารถออกมาให้ทุกคนรู้จักวงไคลแมกซ์ให้ได้ 


    ในขณะนี้ ยังมีเรื่องราวไม่คาดฝันอีกมากมายรอคอยพวกเราอยู่ข้างหน้า