เหนือชั้นเมฆาเก้าชั้นฟ้าคือถิ่นดินแดน์อันวิจิตรตระการตาซึ่งปกคลุมด้วยไอหมอกศักดิ์สิทธิ์แสงสีทองสาดส่องกระทบศาลาหยกขาวสะท้อนประกายระยิบระยับออกมาคล้ายหมู่เพชรนิลจินดา
ถัดมาเพียงเล็กน้อยคือสวนท้อพันปีของสรวง์ต้นท้อเซียนสูงตระหง่านออกผลทั่วทั้งต้น ผลท้อสุกปลั่งสีส้มอมชมพูค่อนไปทางแดงสวยส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วอาณาบริเวณ
ทว่า ณมุมหนึ่งของสวน์อันเงียบสงบ ต้นอิงฮวา[1]ขนาดมหึมากลับแผ่กิ่งก้านสาขาบดบังแสงตะวันกลีบดอกสีชมพูอ่อนโปรยปรายลงมาดั่งหิมะแรกฤดู
บนกิ่งไม้ใหญ่ที่ยื่นออกมานอกศาลามีร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงผู้หนึ่งกำลังนอนราบไปกับกิ่งไม้ใหญ่ ขาข้างหนึ่งชันขึ้นขาข้างหนึ่งทิ้งน้ำหนักพาดลงมาด้านล่าง แล้วแกว่งไปแกว่งมาอย่างเกียจคร้าน
เด็กหญิงผู้นั้นสวมอาภรณ์สีชมพูไล่เฉดสีจากเข้มไปหาอ่อนดู ๆ แล้วก็ดุจดั่งกลีบดอกอิงฮวาต้นนี้ไม่มีผิดเพี้ยน
ผมของนางเป็ผมยาวสลวยสีดำขลับแต่ถูกมัดเป็จุกกลมสองข้างคล้ายหูกระต่าย ตรงบริเวณนั้นประดับด้วยปิ่นปักผมรูปดอกเถาฮวา[2]พวงแก้มยุ้ยขาวผ่องอมชมพู ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มราวกับผลอิงเถา[3]รูปลักษณ์ภายนอกดูเหมือนดรุณีน้อยวัยเพียงห้าขวบน่ารักน่าเอ็นดูจนผู้พบเห็นอยากจะโผเข้ามาหยิกแก้มเล่น
แต่อย่างไรก็ตามแววตาของนางกลับลึกล้ำประหนึ่งบ่อน้ำที่ถูกผนึกมานานสงบนิ่ง เ็า และแฝงไว้ด้วยความเบื่อหน่ายต่อโลกหล้า นางคือ ‘หวังเปาเป่า’ เทพธิดาแห่งดอกเถาฮวา ผู้บำเพ็ญเพียรมานานนับหลายพันปีแต่นางกลับจงใจตรึงรูปลักษณ์ของตนไว้ที่วัยเด็ก เพราะเหตุผลที่ว่านางรังเกียจความวุ่นวายและเบื่อหน่ายต่อกิเลสตัณหาของรูปลักษณ์ผู้ใหญ่ที่ไม่มีวันจบสิ้น
“ท่านเทพธิดาหวัง!ท่านก่อเื่อีกแล้วหรือ!” เสียงะโด้วยความตื่นตระหนกดังมาจากเบื้องล่าง เทพารักษ์เฒ่าผู้ดูแลหอสมุด์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
หวังเปาเป่าปรายตามองลงมาจากที่สูงอย่างเฉยเมยนางหยิบขนมโก๋สีขาวขึ้นมากัดกินคำเล็ก ๆก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกของนางอย่างยิ่ง
“ตาเฒ่าไฉเอะอะโวยวายอะไร รบกวนเวลาพักผ่อนของข้าผู้เป็เทพธิดาน่ารักคนนี้ซะจริง”น้ำเสียงของนางเรียบเฉยดุจน้ำนิ่งในอ่างเซียน
“จะไม่ให้โวยวายได้อย่างไร!”เทพารักษ์เฒ่ากระทืบเท้าด้วยความร้อนรน “เมื่อครู่สมุดบันทึกชะตามนุษย์เกิดไฟลุกท่วมในหน้าของคู่รักตระกูลหลี่กับตระกูลจาง ท่าน...ท่านลงมือสาปพวกเขาและจุดไฟเผาสมุดบันทึกชะตาเล่มนั้นใช่หรือไม่?”
หวังเปาเป่าเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งมุมปากยกยิ้มเยาะหยัน “คู่รักตระกูลหลี่? อ้อ~ ข้านึกออกแล้ว...ชายหนุ่มผู้นั้นจุดธูปวิงวอนขอให้ความรักยืนยาว ข้าเห็นว่าน่ารำคาญจึงดลบันดาลให้พวกเขาทะเลาะกันจนบ้านแตกสาแหรกขาดส่วนตระกูลจางเอ่ยวิงวอนขอให้ครอบครัวปรองดองข้าก็แค่เป่ามนตร์แห่งความขัดแย้งลงไปนิดหน่อยให้พวกเขารู้ซึ้งว่าความปรองดองจอมปลอมนั้นเปราะบางเพียงใด”
คำตอบอันเรียบเฉยของเทพธิดาน้อยผู้นี้ทำเทพารักษ์เฒ่าส่ายหน้าน้อยๆ อย่างเอือมระอา
“ท่านทำเช่นนั้นมิได้!หน้าที่ของท่านคืออำนวยพร ไม่ใช่สาปแช่ง!” เทพารักษ์เฒ่าหน้าซีดจนเหงื่อแตกพลั่กไม่รู้จะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไรดี
“การกระทำของท่านฝืนลิขิต์ทำลายวาสนาของมนุษย์ ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้ทรงทราบเื่แล้ว และทรงกริ้วมาก!”เทพารักษ์เฒ่าจนปัญญาจะช่วยออกหน้าแทนเทพธิดาน้อยหวังเปาเป่าแล้วดีร้ายอย่างไรคงต้องปล่อยให้ท่านเง็กเซียนเป็ผู้ตัดสิน
หวังเปาเป่าขับเสียงหัวเราะร่าในลำคอนางผละตัวะโลงจากกิ่งไม้ ร่างเล็ก ๆลอยละลิ่วลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวลเหมือนกลีบดอกไม้ร่วงหล่นไม่มีผิดเพี้ยน
“กริ้วก็กริ้วไปสิมนุษย์พวกนั้นโง่เขลา เอะอะก็ขอพรเื่ความรัก เื่ครอบครัวทั้งที่จิตใจของพวกเขามีแต่ความเห็นแก่ตัว ชายตระกูลหลี่ผู้นั้นปากบอกรักมั่นแต่ลับหลังกลับปันใจให้หญิงอื่น ส่วนครอบครัวตระกูลจาง เบื้องหน้ายิ้มแย้มเื้ัแก่งแย่งสมบัติข้าเพียงแค่เร่งเวลาให้ธาตุแท้ของพวกเขาเปิดเผยออกมาเร็วขึ้น ข้าทำผิดตรงไหน?”
จนบัดนี้แล้วเทพธิดาน้อยหวังเปาเป่าก็ยังไม่รู้ความผิดของตัวเอง
“เทพธิดาดอกท้อเ้าทำผิดมหันต์ไร้เมตตาธรรมต่อมวลมนุษย์ จนผู้อื่นต้องเดือดร้อนถึงขนาดนี้แล้วเ้ายังไม่รู้ผิดอีกงั้นหรือ!”
สุรเสียงทรงอำนาจขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้ดังกึกก้องไปทั่วชั้นฟ้าเพียงชั่วพริบตาเดียวสายฟ้าสีทองสุกใสก็ฟาดเปรี้ยงลงมากลางสวนท้อจนพื้น์สั่นะเืเลื่อนลั่นไปทั่ว
และตอนนี้เองหมู่มวลเมฆหมอกบนท้องฟ้าก็พร้อมใจกันแหวกออกเผยให้เห็นร่างสูงสง่าในชุดัทองส่องสว่างเจิดจ้าส่อแววว่าท่านผู้นี้มากบารมีเหลือเกินคนผู้นั้นยืนบนหลังกิเลนทองที่ลอยเป็ที่พำนัก
เง็กเซียนฮ่องเต้ เสด็จมากล่าวโทษหวังเปาเป่าด้วยพระองค์เอง พร้อมด้วยเหล่าทหาร์นับหลายแสนนายที่รายล้อมอยู่ข้างหลัง
บรรยากาศกดดันหนักอึ้งแผ่ซ่านเทพารักษ์เฒ่าไฉรีบคุกเข่าลง เอาหน้าผากแนบพื้นตัวสั่นงันงกราวกับกลัวจะถูกธรณีสูบ แต่ทว่าหวังเปาเป่ากลับยังคงยืนตัวตรงเชิดหน้าขึ้นมองประมุขแห่ง์ด้วยแววตาที่ไม่ยอมจำนน
“หวังเปาเป่า”เง็กเซียนฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นะเื “เ้าบำเพ็ญเพียรมานานนับหลายพันปีมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้า แต่กลับมีจิตใจคับแคบดั่งกบในกะลา เ้าดูแคลนความรักดูถูกสายสัมพันธ์ครอบครัว มองมนุษย์เป็เพียงสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจเ้าตัดสินพวกเขาแค่มุมมองด้านเดียว และด้วยกิเลสส่วนตัว!”
“กล่าวต่อท่านเง็กเซียนผู้สูงส่งและมากบารมีข้ามองตามความเป็จริง” หวังเปาเป่าโต้ตอบทันควัน “ความรักคือมายา ครอบครัวคือภาระมนุษย์ล้วนขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ เมื่อผลประโยชน์หมดลง ความสัมพันธ์ก็ขาดสะบั้นข้าเพียงไม่อยากให้พวกเขางมงาย” นางเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด
“สามหาวนักเ้าเป็ถึงเทพธิดาผู้บำเพ็ญเพียรมาหลายพันปี แต่กลับไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”ทหาร์นายหนึ่งกระทุ้งด้ามหอกลงบนพื้นเมฆา เขาตะคอกลั่นพร้อมก้าวออกมาหมายจะจับกุมหวังเปาเป่า แต่ทว่าเง็กเซียนฮ่องเต้ผู้สูงส่งดันยกพระหัตถ์ห้ามพระเนตรคมกริบของพระองค์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหญิงตรงหน้า
“หวังเปาเป่า…เ้าคิดว่าเ้ารู้แจ้งในโลกหล้า แต่เ้ารู้จักเพียงเปลือกนอกเ้าไม่เคยััความอบอุ่นของการถูกปกป้อง ไม่เคยเข้าใจความเ็ปของการสูญเสียและไม่เคยรู้ซึ้งถึงพลังแห่งการให้อภัยที่เชื่อมโยงครอบครัวเข้าด้วยกัน”เสียงโอวาทของเง็กเซียนผู้ยิ่งใหญ่ดังก้องไปทั่วบริเวณ
หวังเปาเป่าเบะปากเหลือบตามองบน แล้วเอ่ยว่า “เื่พวกนั้น ข้าไม่จำเป็ต้องรู้ข้าอยู่ตัวคนเดียวมาพันปี บรรลุขั้นเซียนถึงระดับสูงสุด อยู่เสวยสุขบนสรวง์ไปวันๆ ข้าสบายดียิ่ง ไม่จำเป็จะต้องไปรับรู้เื่ราวอันน่าเบื่อของพวกมนุษย์นั่น”
คำตอบของเทพธิดาน้อยทำให้ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้นึกออกว่าจะจัดการกับเทพธิดาที่ดื้อรั้นเช่นนางอย่างไรดี
“เช่นนั้นเราจะให้เ้าได้รู้”เง็กเซียนฮ่องเต้สะบัดแขนเสื้อหนึ่งหน เพียงเท่านี้ม้วนราชโองการสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเมื่อคลี่ราชโองการผืนนั้นออก ก็มีแสงสีทองสว่างวาบฉายลำแสงขึ้นมาตามมาด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่สลักคำตัดสินความผิดของหวังเปาเป่าไว้
“เทพธิดาเถาฮวานามหวังเปาเป่า ละเลยหน้าที่ ปฏิเสธการอำนวยพร ซ้ำยังมอบโชคร้ายให้มนุษย์ผู้ศรัทธาจิตใจกระด้างไร้ความรัก โทษทัณฑ์ของเ้าคือ! การถูกเนรเทศ!”
หวังเปาเป่าชะงักกึกไปจังหวะหนึ่ง“เนรเทศ? ท่านจะส่งข้าไปที่ใด แดนอสูร? หรือหุบเขาไร้ิญญา?”
“มิใช่”มุมปากของเง็กเซียนฮ่องเต้ยกขึ้นเล็กน้อย เป็รอยยิ้มที่ทำให้หวังเปาเป่ารู้สึกหนาวสันหลังวาบ“เราจะส่งเ้าไปยังสถานที่ที่เ้าดูแคลนที่สุดในโลกมนุษย์”
“ไม่!”หวังเปาเป่าร้องค้านเสียงหลง “โลกมนุษย์สกปรกโสมม ข้าไม่ไป!”
“เ้าไม่มีสิทธิ์เลือก”เง็กเซียนฮ่องเต้ตรัสต่ออย่างเด็ดขาด “เ้าจะต้องไปเกิดใหม่ในครรภ์มนุษย์จะต้องอยู่ในยุคสมัยที่ขัดสนและยากลำบากแร้นแค้น ตัวเ้าจะได้ััความหิวโหยความหนาวเหน็บ และความสิ้นหวังของมนุษย์และเ้าจะต้องไปอยู่ในครอบครัวที่เลวร้ายที่สุดด้วยเช่นกัน”
หวังเปาเป่าเบิกตากว้าง“ครอบครัวที่เลวร้ายที่สุดงั้นหรือ? ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“บิดาของเ้าจะเป็คนเห็นแก่ตัวมารดาของเ้าจะเป็คนเกียจคร้านและเ้าเล่ห์มากมารยาญาติพี่น้องจะบาดหมางและชิงชังกัน” เง็กเซียนฮ่องเต้เอ่ยช้า ๆ ชัด ๆ
“ภารกิจของเ้าคือต้องเรียนรู้การเป็มนุษย์และต้องเรียนรู้คำว่าครอบครัวจากคนเหล่านี้ เพื่อความอยู่รอดของตัวเ้าเองเ้าจะต้องใช้สติปัญญาและจะต้องใช้พลังวิเศษเพื่อปกป้องครอบครัวนี้ให้คงอยู่อย่างอบอุ่นไม่ใช่เพื่อทำลาย”
“ปกป้องคนชั่วช้าพรรค์นั้นเนี่ยนะ?”หวังเปาเป่าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง“เง็กเซียนฮ่องเต้ท่านบ้าไปแล้วหรือ! ข้าจะปล่อยให้พวกเขาตาย ๆ ไปซะให้หมดจะได้สิ้นเื่!”
“หากเ้าทำเช่นนั้นหรือหากครอบครัวของเ้าต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ต้องพลัดพรากจากกันหรือตายจากกันไปก่อนอายุขัย เ้าจะไม่มีวันได้กลับขึ้นมาบน์อีกตลอดกาลเ้าจะต้องเวียนว่ายตายเกิดเป็มนุษย์ที่เ้าเกลียดชังไปชั่วกัปชั่วกัลป์!”
คำประกาศิตของเง็กเซียนผู้สูงส่งราวกับสายฟ้าฟาดหวังเปาเป่าหน้าถอดสีซีดเผือดนี่มันโหดร้ายเสียยิ่งกว่าการถูกปะาชีวิตบนแท่นปะาเซียนเสียอีกให้ไปพัวพันกับมนุษย์สวะไม่พอแล้วยังต้องคอยประคับประคองไม่ให้พวกเขาทำลายตัวเองอีกงั้นหรือ? นี่มันช่างน่าขันสิ้นดี!
“นี่คือบททดสอบ”เง็กเซียนฮ่องเต้กล่าวเสียงต่ำ “จงทำให้ครอบครัววายร้ายกลายเป็ครอบครัวที่แท้จริงจงเปลี่ยนความเกลียดชังให้เป็ความผูกพัน ทหาร! นำตัวนางไปที่บ่อน้ำจุติ!”เพียงสิ้นคำสั่งของท่านเง็กเซียน ทหาร์สองนายก็พุ่งเข้ามาคุมตัวหวังเปาเป่าอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าพายุ
“ปล่อยข้านะ!ตาแก่เง็กเซียน! ท่านมันไร้เหตุผล! ท่านนั่นแหละกบในกะลา!”
หวังเปาเป่าดิ้นรนสุดฤทธิ์ขณะที่ถูกทหาร์สองนายหิ้วปีกไปทั้งอย่างนั้นร่างเล็ก ๆ ของนางถูกลากถูไปตามทางเดินหยกขาว พยายามจะเสกคาถาต่อสู้ แต่กลับพบว่าพลังเซียนของตนถูกผนึกไว้กว่าเก้าส่วนเหลือเพียงเศษเสี้ยวพลังติดตัวแค่นิดหน่อยเท่านั้น
ไม่นานนักพวกทหาร์ก็พานางมาถึงบ่อน้ำจุติที่มีคลื่นน้ำหมุนวนเป็เกลียวคลื่นสีดำมืดมิดไอเย็นะเืจากก้นบ่อแผ่ซ่านออกมาจนผู้อยู่ใกล้รู้สึกเสียววาบไปถึงไขกระดูก
“จำไว้ หวังเปาเป่า”เสียงของเง็กเซียนฮ่องเต้ดังก้องมาจากเื้ั“ต่อให้บิดามารดาของเ้าจะชั่วช้าเพียงใด เ้าก็ห้ามทอดทิ้งต่อให้พวกเขาจะเลวทรามแค่ไหน เ้าก็ต้องดึงพวกเขากลับมาจากความเลวทรามนั้นเพราะนั่นคือความหมายของสายเื และคือบททดสอบของเ้า”
เสียงของท่านเง็กเซียนค่อยๆ เจือจางหายไป แต่ทว่าเสียงของเทพธิดาน้อยหวังเปาเป่ากลับดังกังวานขึ้นมา
“ข้าเกลียดท่านตาแก่บ้าอำนาจ!”หวังเปาเป่าะโสุดเสียงเป็คำสุดท้ายก่อนที่ทหาร์จะโยนนางลงสู่ก้นบ่อน้ำจุติที่มีปลายทางคือที่ไหนสักแห่งในโลกมนุษย์
ร่างของเทพธิดาน้อยร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดลมที่กระโชกแรงในหลุมลึกฉีกกระชากสติสัมปชัญญะของนางอย่างรวดเร็วความเ็ปเจียนตายแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ภาพ์อันงดงามค่อย ๆเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยภาพโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี
ตอนนี้ความหนาวเหน็บกัดลึกเข้าไปถึงแก่นิญญาของหวังเปาเป่าประสาทััทั้งห้าค่อย ๆ ขาดสะบั้นไม่หลงเหลือความเป็เทพเซียนอยู่อีก
แต่ทว่าในห้วงสุดท้ายก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบไปนางกลับััได้ถึงกลิ่นอายของยุคสมัยที่แปลกประหลาด มันเป็กลิ่นของดินปืนเป็กลิ่นของความยากจน และเป็กลิ่นของความโลภ ในปี ค.ศ. 1971
ที่ที่หล่อนจะไปจุติมันคือดินแดนที่หนาวเหน็บที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีนชะตากรรมใหม่ของเซียนหญิงจอมดื้อรั้นอย่างหวังเปาเป่า กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
[1]ต้นอิงฮวา คือ ต้นซากุระ
[2]ดอกเถาฮวา คือ ดอกท้อ
[3]ผลอิงเถา คือ ผลเชอร์รี่